10 พ.ย. 2020 เวลา 20:12 • ประวัติศาสตร์
"Go!Go!Go! กานพลู จันทน์เทศ เครื่องเทศสุดขอบฟ้า"
ตอนที่ 3/4 : สถานีถัดไป... East Indies
ตราบใดเป้าหมายยังไม่บรรลุ เรือสำรวจยังคงมุ่งหาหมู่เกาะเครื่องเทศต่อ..
แล่นต่อไป..โดยอาศัยความรู้ด้านลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่คนเรือพื้นเมือง แบ่งปันแชร์ให้คนผิวขาว
ลมพัดใบพาเรือมาจากอินเดีย สู่ดินแดนฝั่งตะวันออก East Indies Go! Go! Go!
คำว่า “อินเดีย” สำหรับฝรั่งสมัยก่อน นั้นหมายรวมถึง โลกเอเชียทั้งหมด
เพราะชาวยุโรปยังไม่มีรู้จัก ภูมิศาสตร์เอเชียมากนักในสมัยนั้น
East Indies จึงเป็นชื่อที่พวกเขา ใช้เรียก ชนชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
East Indies กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ AEC ในปัจจุบัน
มหาสมุทรอินเดียอันกว้างใหญ่ ทะเลเบงกอล โดยเฉพาะช่องแคบมะละกา Straits of Malacca แหล่งซ่องสุมของโจรสลัด อันเป็นที่เลื่องลือ
ณ ทะเลแถบนี้ นักเดินเรืออาหรับ อินเดีย จีน ถูกปล้นโจมตีโดยโจรสลัดอยู่บ่อยครั้ง
แต่ด้วยอำนาจของปืนใหญ่ที่ติดไว้บนทั้งสองข้างเรือ ไม่เพียงช่วยให้เรือโปรตุเกส ปลอดโจรสลัด แต่ยังช่วยพวกเขา เข้าบุกยึดมืองท่าสำคัญต่างๆ จากผู้ครองแคว้นพื้นเมือง จัดทำสถานีการค้าเรียงรายตลอดชายฝั่งเส้นทาง
เรือเดินสมุทรติดอาวุธชาวยุโรป ยุคแห่งการสำรวจ
กลายเป็น จักรวรรดิโปรตุเกสบนน้ำทะเลอยู่กว่าร้อยปี ไล่มาแต่หมู่เกาะชายฝั่งทวีป แอฟริกาด้านตะวันตก อินเดีย จนมาถึงมะละกาในปี 1509
มะละกา Malacca
มะละกา นับเป็นเมืองแห่งแรกของอินเดียตะวันออกที่ชาวยุโรปเข้ามา
ก่อนชาวยุโรปเข้ามา มะละกาก็เป็นเมืองแรกเช่นกัน ที่พ่อค้ามุสลิมจากอินเดีย นำศาสนาอิสลามมาเผยแพร่ และเปลี่ยนการปกครองอาณาจักรแถบนี้
มาเป็นระบบสุลต่าน
แต่ด้วยเรือติดอาวุธปืนขนาด 2 ตัน ที่สามารถยิงไกลได้ถึง 2,650 หลา และนายพลเรือมากความสามารถ อย่าง
อะฟองโซ จ'อัลบูเกกี Afonso de Albuquerque ที่มีส่วนทําให้โปรตุเกสบุกยึดชิงมะละกาได้สำเร็จในปี ค.ศ.1511 จากผู้ต่อต้านอย่างสุดโต่ง
สุลต่านมาร์มุค...
มะลากา ยุคแห่งการสำรวจ
ที่มะละกา โปรตุเกสได้สร้างป้อมทหาร อาฟาโมซา A Famosaโบสถ์ สาธารณสถาน และสร้างสถานีการค้าหลัก และเมืองนี้เอง ที่ทำให้ชาวยุโรปเริ่มทะยอยเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา จากความสำเร็จในการเชื่อมสัมพันธไมตรี โดยนายพล
อะฟองโซ ก็ได้ส่งฑูตมาเข้าเฝ้าสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เนื่องจากมะลากายังเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา
มะละกากลายเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมของป่า ผลผลิตพื้นเมือง จากอาณาจักรแถบนี้ รวมถึงหมู่เกาะโมลุกกะ Maluku Islands ดินแดนแห่งกานพลู และจันทร์เทศ ในปี ค.ศ. 1512
ป้อม A Famosa มะละกา ยังคงตั้งตระหง่านท้ากาลเวลา
เส้นทางเครื่องเทศสุดขอบฟ้า สร้างชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ให้มาตุภูมิอย่างยิ่งสมดังพระประสงค์ของกษัตริย์โปรตุเกส
และถูกเก็บไว้เป็นความลับสุดยอดยาวนาน เกือบ 100 ปีทีเดียวที่เรือสำรวจชาวดัชต์จะตามสืบค้นพบ จากนั้นจึงตามมาเข้ามาด้วยเรือเดนมาร์ค อังกฤษ ฝรั่งเศส
*มะลากา ปัจจุบันคือเมือง Melaca ในรัฐมะละกา ด้านตะวันตกของมาเลเซีย
ปัตตาเวีย Batavia
การเข้ายึดปัตตาเวียโดยชาติฮอลันดา
พ่อค้าตามเมืองท่าต่างๆ และนายธนาคารดัตช์ ไม่พอใจต่อการผูกขาดการค้าเครื่องเทศแต่ผู้เดียวของโปรตุเกส ในปี คศ. 1602 จึงเข้าร่วมทุนกับรัฐสภาแห่งฮอลันดาก่อตั้ง บริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา Vereenigde Oostindische Compagnie V.O.C (ภาษาดัชท์ เฟ โอ เซ) ดำเนินกิจการในรูปแบบ บริษัทมหาชน (ถือเป็นบริษัทมหาชนแห่งแรกของโลก)
ในครั้งฮอลันดาได้เริ่มเข้ามาที่ดินแดนเกาะใต้ ของ East Indies
ในช่วงนั้นเจ้าครองแคว้นพื้นเมืองต่างๆ แถบเกาะชวา ในช่วงนั้น มีการรบพุ่งกันอยู่ตลอดเวลา ไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน จึงเปิดโอกาสให้ V.O.C.เข้าแทรกแซงกิจการภายใน ขยายอิทธิพลการค้าเครื่องเทศ และเข้ายึดครองเมืองปัตตาเวียบนเกาะชวา ซึ่งถูกจัดตั้งเป็นสำนักงานใหญ่ เมื่อปี คศ. 1619
สแตมป์ที่ระลึก ปัตตาเวีย สำนักงานใหญ่ V.O.C.
V.O.C ได้ไล่ตามบุกยึดสถานีการค้าของโปรตุเกสต่างๆ ตั้งแต่เกาะทางตะวันตกของแอฟริกา มาถึงอินเดีย โดยในปีคศ. 1641 ยึดเมืองมะละกา เพื่อลดบทบาทผู้ค้าเครื่องเทศ รายใหญ่ของโปรตุเกสลง และเข้ายึดหมู่เกาะเครื่องเทศ โมลุกกะ Molucca ผูกขาดการค้ากานพลู จันทน์เทศ กระวาน พริกไทย ตั้งแต่กลางคริสตศตวรรษที่ 17 และเริ่มค้าขายแลกเปลี่ยนปืนไฟแบบตะวันตก กับผลผลิตชาวพื้นเมือง ของป่า กับอาณาจักรต่าง ๆ แถบนี้ เวียดนาม กัมพูชา ปัตตานี และกรุงศรีอยุธยา
ชาติยุโรปอื่น ๆ เองก็เริ่มมีการจัดตั้งบริษัทของชาติตนเอง เพื่อใช้ East Indies เป็นศูนย์กลางในการหาเครื่องเทศ ผลผลิตพื้นเมือง งาช้าง :( นอแรด ของป่า จนถึงต่อไปค้าผ้าไหม ถ้วยชามเครื่องเคลือบกับจีน และญี่ปุ่น
เครื่องเทศสุดขอบฟ้า : กานพลู จันทน์เทศ ลูกกระวาน อบเชย ฯลฯ
ปี คศ. 1600 บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ British East India Company
E.I.C. ได้รับพระราชทานตราตั้งโดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1
ปี คศ. 1664 บริษัทอินเดียตะวันออกของฝรั่งเศสโดยการอนุมัติของรัฐบาลภายใต้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14
ฯลฯ
ความสำคัญของปัตตาเวีย เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นจุดจอด/แวะเรือที่สำคัญที่สุด
และแห่งเดียวสำหรับเรือชาวยุโรป ที่จะมายังแถบ East Indies หรือผ่านต่อไปยังมาเก๊า จีน ญี่ปุ่น และกรุงศรีอยุธยา
ดังบันทึกในปี คศ. 1690 ของ หมอแกมเฟอร์ Engelbert Kaempfer แพทย์ชาว
เยอรมันประจำคณะฑูตฮอลันดา ในสมัยสมเด็จพระเพทราชา ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่
มากับเรือยุโรป มาแวะผ่านเมืองปัตตาเวีย แล้วจึงแล่นเรือเข้าปากอ่าวแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อต่อไปยังกรุงศรีอยุธยา
สถานีถัดไป...กรุงศรีอยุธยา (ตอนจบ)
..................กวีธารา..................
*ปัตตาเวีย คือส่วนหนึ่งของเมืองจาร์กาต้า อินโดนีเซียในปัจจุบัน
หากชื่นชอบบทความ ขอเชิญชวนบริจาคทำบุญให้ช้าง/ให้อาหารช้างไทยได้ที่ชมรม ช ช้างชรา(Elephant World)อ. เมือง จ. กาญจนบุรี หรือ ศูนย์อนุรักษ์ช้างต่าง ๆ
มีบทความอื่น ๆ ที่ทางเรา กวีธารา ตั้งใจเขียน รวบรวมไว้และเนื้อหาน่าสนใจ ไม่แพ้กันเช่นกันนะคะ ติดตามได้ที่ https://shopee.co.th/kwtara
กวีธารา เป็นร้านค้าแนวอนุรักษ์ขายถุงผ้า&โปสการ์ด ทำเอง ภาพเพ้นท์ลิขสิทธิ์
อยู่ตลาดน้ำลัดมะยมโซน7 ตลิ่งชัน กทม. Line ID 3514653
และรับสั่งทำถุงผ้าลดโลกร้อน
ภาพช้างเด็กบนโปสการ์ดของร้านกวีธารา (ภาพลิขสิทธิ์)
โฆษณา