มีบัญชีอยู่แล้ว?
ถ้าคนรู้จัก การชื่นชมศิลปะคุณจะมีสุนทรียภาพตามธรรมชาติ #001...
นึกมุกเก่าๆในสิ่งที่คุณเห็นเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของภูเขาน้ำแข็ง...
ไปชื่นชมศิลปะในเจ็ดภาพในประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงกันต่อได้ล่ะ
คุณเคยรู้สึกอธิบายไม่ถูกเมื่อต้องเผชิญกับภาพวาดที่มีชื่อเสียงหรือไม่?
เหตุใดภาพวาดสองชิ้นที่มีองค์ประกอบและงานการลงพู่กันคล้ายๆกัน
ใบนึงจึงถูกมองว่าเป็นภาพคลาสสิก แต่อีกภาพกลับไม่มีใครสนใจ....
งานศิลปะที่สืบทอดกันมาตามยุคสมัยด้วยเทคนิคเจ๋ง ๆ
หรือการแสดงออกที่สมบูรณ์แบบนั้น...ไม่มีอะไร
นอกจากคุณค่าที่แท้จริง...และอยู่ที่ความหมายแฝงที่ซ่อนเร้น
การวาดภาพที่ดีนั้นเป็นเหมือนการแสดงขึ้น ๆ ลง ๆ
และเหมือนตัวละครที่ยอดเยี่ยมเต็มไปด้วยรายละเอียดที่น่าสัมผัส
และเรื่องราวที่ซับซ้อน
รอให้คุณมีความอดทนและความอยากรู้อยากเห็นมากพอ
ในแต่ทีละขั้นตอนเพื่อรอดูรูปลักษณ์
ดั่งการลอกรังไหมออกและสำรวจความหมายที่แท้จริงที่มันซ่อนอยู่
ภาพวาดที่มีชื่อเสียงทุกชิ้นที่ผมจะพูดถึงในฉบับนี้
จะขอแบ่งเป็น 7 ชิ้น(กันเพื่อนๆที่อ่านไม่ถึง8 บรรทัดจะเบื่อเสียก่อน)
1
เป็นแบบอย่างของความลึกซึ้งและดูเหมือนจะชัดเจนในพริบตา
แต่ก็มีความหมายที่ไม่สิ้นสุด
ทุกครั้งที่ไปดู จะสัมผัสได้ถึงสิ่งที่แตกต่าง
และบางครั้งช่วงเวลาที่เคลื่อนไหว
คุณก็ถูกย่อลงในเรื่องราวและรายละเอียดเหล่านี้ซะแล้ว
แต่..จู่ๆคุณก็ต้องยิ้มหรือจมอยู่กับความคิด
ในบางขณะช่วงเวลาที่ศิลปะสัมผัสคุณ
มันคือคุณค่าที่แท้จริง
เริ่มที่ Arnolfini และภรรยาของเขา
The Arnolfini Portrait, ปี1420
โดย Jan van Eyck
ภาพคู่ลึกลับนี้ไม่เพียงแต่ Jan van Eyck เท่านั้น
เกือบทุกผลงานชิ้นเอก Jan van Eyck เป็นผู้บุกเบิก
ภาพวาดสีน้ำมันและภาพวาดทุกประเภท
และมีอิทธิพลอย่างมากต่อประวัติศาสตร์ศิลปะ
เขาคือ"บิดาแห่งการวาดภาพสีน้ำมัน"
Jan Van Eyck ได้คิดค้นวิธีการใช้น้ำมัน
เจือจางแทนไข่แดงเพื่อให้ภาพวาดแสดงเอฟเฟกต์
ที่ละเอียดและสมบูรณ์และเริ่มการปฏิวัติภาพอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
Jan Van Eyck ช่วงปี 1390-1441
"ภาพเหมือนของ Arnophanes" เป็นภาพที่สวยงาม
และมีรายละเอียดที่ซับซ้อน
พู่กันที่ละเอียดอ่อน
ความหมายทางศาสนา
ความลึกลับและความหมายเชิงสัญลักษณ์
ได้ก่อให้เกิดคำอธิบายต่อการวิจัย
และการคาดเดามากมายนับไม่ถ้วนในศตวรรษที่ผ่านมา
และนอกจากนี้ยังทำให้ความจริงที่สับสนอีกด้วย...
ในปี 1434 จิตรกร ดูเหมือนจะเป็นช่างภาพจริงๆ...
งานแต่งงานของ อาร์โนฟานีและภรรยาใหม่ของเขา
เพื่อให้ทุกคนเป็นสักขีพยาน
เพื่อเป็นพยานในการสาบานแห่งความรัก
ทั้งสองแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายตามแบบฉบับของสังคมชนชั้นสูง
และท่าทางของพวกเขาแสดงถึงพิธีแต่งงานแบบสาบานตน
มือซ้ายของผู้หญิงวางอยู่บนท้องน้อยซึ่งเป็นท่าทางปกติในเวลานั้น..
การตกแต่งทุกชิ้น ได้รับการจัดวางอย่างพิถีพิถัน
เพื่อคงความหมายเชิงสัญลักษณ์
และผสานเข้ากับความเป็นจริงผ่านเทคนิคที่สมจริง
โคมระย้าสีทองด้านบนที่จุดเทียนเพียง 1 เล่มเท่านั้น
ซึ่งแสดงถึงดวงตาของพระวิญญาณบริสุทธิ์
และยังหมายถึงการประทับของพระเจ้า
มุมผนังด้านล่างเขียนด้วยคำจารึกภาษาละตินว่า
"Van Eyck อยู่ที่นี่นะในปี 1434" ซึ่งเป็นตัวแทนของลายเซนต์จิตรกร
รองเท้าแตะทั้งสองคู่ ที่วางอยู่บนพื้น
บ่งบอกว่าคู่บ่าวสาวยืนเท้าเปล่า บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเคร่งขรึมและศักดิ์สิทธิ์ของพิธี
ลูกสุนัขระหว่างทั้งสอง
เป็นสัญลักษณ์ของความภักดีต่อความรัก
ผลส้มข้างหน้าต่าง
อาจบ่งบอกถึงความมั่งคั่งของทั้งคู่
เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีราคาแพงมากในเวลานั้น
แต่ก็อาจจะเหมือนกับการแกะสลักไม้บนเตียง
ซึ่งเป็นอุปมาอุปไมย สำหรับความคาดหวังของการเจริญพันธุ์
แต่..ผมจะพามาดู..รายละเอียดที่น่าทึ่งที่สุดในภาพวาด
นั่นคือกระจกนูนบนผนังโดยมีภาพนูนเคลือบฟันเฟือง 10 ชิ้น
บนเส้นรอบวงแต่ละชิ้นเป็นภาพชิ้นส่วนของการตรึงกางเขนของพระเยซู
และลูกประคำที่แขวนแสดงถึงความเสียสละและความภักดี
ในกระจกทุกอย่างสะท้อนให้เห็นในโลกแห่งความจริง
รวมถึงคู่บ่าวสาวและพยานในงานแต่งงาน
เมื่อดูใกล้ ๆ กลับพบว่า....สุนัขที่แสดงถึงความภักดีหายไป
"กระจกเงา" หมายถึง "ความเป็นจริง" ในตะวันตก
สำหรับภาพวาดที่มีรายละเอียดของการขาดสุนัขนั้น
---ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ---
แต่เป็นการจงใจ ความลึกลับที่ซ่อนอยู่
ถูกนำไปสู่การคาดเดานับไม่ถ้วน
ซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้....
โดยเนื้อแท้แล้ว...คริสตจักรไม่อนุญาตให้มีการหย่าร้าง
แต่ในชีวิตจริง...สำหรับชีวิตสมรส ที่ปราศจากความรัก
"การทรยศ" แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติไป
และภาพแต่งงานที่ดูเหมือนมีความสุขนี้
การวาดผ่านกระจกก็บ่งบอกถึงความเป็นจริง
ที่เสแสร้งที่สุดในชีวิตแต่งงานที่ดูกลมกลืนและมีความสุข
1
---ในระยะสั้น---
ภาพวาดนี้เป็นเหมือนเรื่องราวที่น่าสงสัย เกี่ยวกับการแต่งงาน
แต่ความจริงแล้วมันมีมากกว่าหนึ่งนัยยะอย่างชัดเจน
References
- Visual arts cork|Analysis of The Ambassadors by Hans Holbein
- peterpaulrubens|Peace and War, 1629 by Peter Paul Rubens
- eclecticlight|Rubens’ Peace and War: Fighting the peace
- phaidon|When Rubens painted war for peace
- mysteriouswriting|Secret Meaning to the Phrases of Et in Arcadia Ego and I Tego Arcana Dei Revealed
- culture trip|The Meaning Of Jan Van Eyck's The Arnolfini Portrait
- artsy|3 Major Misconceptions about Jan van Eyck’s Enigmatic “Arnolfini Portrait”
- Lumenlearning|David’s Oath of the Horatii
- Wikiart|The Oath of Horatii Jacques-Louis David
- My Modern Met|How Delacroix Captured France’s Revolutionary Spirit in ‘Liberty Leading the People’
- britannica|Liberty Leading the People painting by Delacroix
- A CLOSER LOOK|Art Analysis: Liberty Leading the People by Eugene Delacroix
- ARTSTOR|A closer look at Hans Holbein’s “The Ambassadors”
- artsy|Decoding the Symbolism in Hans Holbein’s “Ambassadors”
- visual-arts-cork|Et in Arcadia Ego (1637) by Nicolas Poussin
- Arts Diary & Pad|The Shepherds of Arcadia. Poussin’s most mysterious painting
- essentialvermeer|Critical Assessments: The Art of Painting
- Google Arts & Culture|The Art of Painting
- Medium|How to Read Paintings: The Art of Painting by Johannes Vermeer
- visual-arts-cork|The Oath of the Horatii (1785) by Jacques-Louis David

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    FA Talk
    สนับสนุน10 เพชร