30 ม.ค. เวลา 08:54 • ปรัชญา
Compassion Week #5 Month of love.
You will never walk alone.
(Episode 3/3)บริบทโลกเสรีนิยม
อาจารย์ Covid-19 บอกว่า
ธรรมชาติไม่แบ่งแยกผู้คน คนที่แบ่งแยกผู้คนนั้นเหมือนตำหนิธรรมชาติ
สรรพสิ่งล้วนมีสิ่งเป็นคู่ตรงกันข้ามที่มีคุณสมบัติตรงข้ามกัน เช่น มีเกิดก็มีตาย มีบุญก็มีบาป และอื่นๆ สรุปความได้ว่า สรรพสิ่งล้วนเป็นธรรม ที่มีทั้งด้านดีและด้านร้าย โดยผลที่จะเกิดขึ้นนั้นไม่แน่นอน เป็นอนิจจัง เพราะขึ้นกับว่าความถึงพร้อมจะเทไปด้านไหน และคนคำนวณไม่สู้ฟ้าลิขิต
สรรพสิ่งล้วนไม่แน่นอน
พระพุทธเจ้าจึงสอนกาลามสูตร ให้อย่าเชื่อหรืออย่าไม่เชื่อในสิ่งใด ให้รับฟังแล้วนำไปพิจารณาจนเข้าใจ"รูปแบบความจริง"ซึ่งจะทำให้สามารถเก็บเป็นเชาว์ปัญญาติดตัวไว้ประยุกต์ใช้งานกับ สถานการณ์ที่อาจเผชิญได้ในอนาคต ซึ่งจะทำให้เรามีที่พึ่งในตัวเอง
หลวงพ่อชา ท่านศึกษาตำราธรรมะที่มีเนื้อหามากและมีการศึกษาคนต่างๆ เมื่อได้คำแนะนำจากอาจารย์มั่น บอกว่าการจะศึกษาให้เข้าใจคนทั้งโลกนั้น ทำได้โดยศึกษาตัวเราคนเดียวให้ละเอียดก็จะเข้าใจคนทั้งโลก เพราะมี"รูปแบบเป็นคนเหมือนกัน" ทำให้หลวงพ่อชา ก้าวข้ามปัญหาการศึกษาธรรมะและได้เก็บเชาว์ปัญญาที่อาจารย์มั่นสอนไว้เป็นปัญญาติดตัว
Free or Robot?
คนจะต้องมีเชาว์ปัญญา(Intelligence)ของตัวเองจึงจะมีอิสระ Free สามารถพิจารณาสิ่งที่กำลังเผชิญเพื่อตอบสนอง Response ถูกต้อง
ส่วนคนที่เป็นหุ่นยนต์ Robot จะโต้ตอบ React แบบหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมกำหนดความรู้คำตอบต่อสถานการณ์ต่างๆเอาไว้แล้ว
แต่ความรู้นั้นเก่าเสมอ
เช่น ถ้าเรามองอเมริกาหลังทรัมป์ลงแล้ว
ไบเดนขึ้นแทนได้เซ็นคำสั่ง 15 ฉบับเปลี่ยนแปลงนโยบายสำคัญทันที
คนคำนวณไม่สู้ฟ้าลิขิต
ความรู้นั้นเก่าเสมอและสรรพสิ่งล้วนไม่แน่นอน
หลวงพ่อชาท่านจึงสอนว่า อย่ายึดมั่นในทุกสิ่งแม้แต่ศีลก็ไม่ให้ยึด
เช่น อาจารย์อาฬารดาบส ตอบคำถาม
ว่า"สิทธัตถะไปทางไหน"ของเทวทัตที่ตามมาเพื่อสังหารสิทธัตถะ โดยชี้ไปทางอื่น
ทำให้ลูกศิษย์สงสัยว่าทำไม ไม่บอกความจริง เหตุเพราะจะเกิดอันตราย เพราะเทวทัตไม่ได้มาดี แต่ตามมาฆ่า ถ้าอาฬารดาบสโต้ตอบ React ด้วยความจริง โลกเราอาจไม่มีพระพุทธเจ้า
และหลวงพ่อชา บอกว่า"สิ่งที่มากเกินไปผลลัพธ์มันจะเปลี่ยน" เช่น ข้าวเหนียวข้าวเจ้า ไม่ต้องทำเป็นเหล้าหรอก ถ้าเรากินมากเกินไป ก็เมาได้เหมือนกัน หรือกรณีคนชอบกินแกงฟักทอง แต่ถ้าให้กินทุกวัน นานเข้าผลก็จะเปลี่ยนเป็นว่าไม่ชอบซะแล้ว
เหตุเพราะ"ธรรมชาติของคนนั้นอยู่ได้ด้วยความเปลี่ยนแปลง" เช่น ต้องหายใจเข้า แล้วหายใจออกสลับกันไป จึงจะอยู่ได้
และคนฉลาดจึงรู้จักปฏิบัติไม่ฝืนธรรมชาติของตัวเอง และไม่ฝืนกฏธรรมชาติ รวมถึงไม่ฝืนกระแสสังคมโลก
เมื่อกระแสสังคมโลกเปลี่ยนเพราะอเมริกาเปลี่ยนประธานาธิบดีแบบพลิกขั้วตรงข้าม
เราควรจับตาดูว่า Joe Biden จะปรับนโยบายต่างประเทศยึดหลักสิทธิมนุษยชน แบบ Jimmy Carter หรือไม่?
ย้อนดูยุค Jimmy Carter ประวัติ เกิด 1 ตุลาคม คศ. 1924 เป็นนักการเมือง ผู้ใจบุญ และอดีตชาวไร่ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐ คนที่ 39 ตั้งแต่ปี คศ. 1977 ถึง คศ. 1981 สมาชิกของพรรคเดโมแครต เขาได้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้านี้คือ วุฒิสภาสหรัฐจากรัฐจอร์เจีย
Jimmy Carter เมื่อขึ้นเป็นประธานาธิบดี ได้ประกาศนโยบายต่างประเทศของอเมริกาว่าจะยึดหลักสิทธิมนุษยชน Human rights
ประมาณว่าให้อเมริกาเป็นตำรวจโลกเพื่อกดดันประเทศที่ละเมิดสิทธิมนุษย์ชน
ประธานาธิบดีของสหรัฐ คนที่ 39 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1977 ถึง ค.ศ. 1981 เขียนหนังสือ Why not the Best?
“สิทธิมนุษยชนเป็นจิตวิญญาณของนโยบายต่างประเทศของเรา [ที่เป็นเช่นนี้] ก็เพราะว่าสิทธิมนุษยชนคือจิตวิญญาณอันแท้จริงของความเป็นชาติของเรานั่นเอง”
ประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์
Compassion Week #6 Month of love.
วันตรุษจีน Family Reunion.
Compassion Week #7 Month of love.
Happy valentine. How to beloved.
Compassion Week #8 Month of love.
วันมาฆบูชา Unconditional love.

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์