มีบัญชีอยู่แล้ว?
บทความที่ 100 ของ "หนีดอย"
"เมื่อหนีดอยไม่ทัน ในวันหุ้นปรับฐาน
มีวิธีจัดการ พอร์ทติดลบมหาศาล...ยังไงดี"
6
💵 จริงๆแล้วบทความนี้ ผมไม่เคยมีแพลนในหัวว่าจะเขียนมาก่อน แต่เนื่องจากตลาดหุ้นต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดในสหรัฐฯ และ จีนที่เป็นหุ้นเติบโต (Growth stock) ได้ปรับฐานลงมาอย่างน่าตกใจ บางกองทุนอย่างกองทุนที่บริหารผ่าน Ark Invest ก็ร่วงลงไป 20% นับจากจุดสูงสุด ทำให้มีหลายๆคนสอบถามผมเข้ามาว่าเราควรทำยังไงต่อดี ในวันที่พอร์ทติดลบมหาศาล
5
💵 บทความนี้ผมจะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ
1.ผลตอบแทนในอดีต
2.สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน
3.แนวโน้มในอนาคต
บทความนี้อาจจะยาวซักหน่อย ค่อยๆอ่านกันไปนะครับ
3
💵💵💵 1.ผลตอบแทนในอดีต
💵ผมนำเอาผลตอบแทนย้อนหลัง 1 เดือน ที่ติดลบสูงสุดมาให้คุณผู้อ่านได้ดูกันครับ ทั้งนี้อยากให้สังเกตคำว่า "MDD" ที่หมายถึง Maximum drawdown อันนี้คือช่วงที่ราคาลงจากจุดสูงสุดไปต่ำสุด ที่กองทุนนี้เคยมีมา อยู่ที่กี่ % โดยที่อยากให้ดู เพื่อให้เราได้รู้ครับว่า ในเวลาที่การลงทุนไม่เป็นใจ กองทุนเรานั้นติดลบได้มากขนาดไหน ซึ่งหลายๆกอง เปิดมานาน ผ่านช่วงโควิดมาแล้ว เช่น PWIN ที่ - 32.41%, WE-GOLD ที่ -40.77%, KT-PRECIOUS ที่ -52.78% หรือคิดง่ายๆว่า หากในวันที่เราดอยตอนซื้อจุดสูงสุดที่ 1 ล้านบาท เรารับได้กับการที่กองทุนนี้จะลงไปถึง 3-5 แสนเลยรึเปล่า ซึ่งนับจากนี้ผมอยากให้ผู้อ่านที่ไม่เคยดูเลขนี้ มาดูตัวนี้เลขนี้ก่อนการซื้อทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่า เรารับความเสี่ยงกับความผันผวนนี้ได้จริงๆรึเปล่า
5
💵 ผมนำ Nasdaq มาเทียบกับ ETF ของ Ark Invest ทั้งหมด โดยเริ่มนับจาก 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่เป็นจุดสูงสุด จนถึงวันที่ 5 มีนาคม (ระยะเวลาราวๆ 3 สัปดาห์) ผลออกมาเป็นดังนี้
1. Nasdaq = - 8.70%
2. ARKQ = -20.06%
3. ARKF = -20.42%
4. ARKW = -23.32%
5. ARKG = -24.17%
6. ARKK = -26.22%
1
เปรียบเทียบผลตอบแทนย้อนหลังนับจาก Nasdaq ทำจุดสูงสุด 16 Feb 2021 จนถึง 5 Mar 2021 เทียบกับกลุ่ม Ark Invest (ETFs) : ARKK, AKRW, ARKF, ARKG, และ AKRQ | กราฟจาก Tradingview
💵 ต่อมาผมนำ ดัชนี CSI300 ของจีน กับ ETF ที่อิงกับกองทุนจีน ที่กองทุนไทยมีลงทุนไว้เช่น KURE (กองทุน UCHI), CHIQ (กองทุน TCHCON), CQQQ (กองทุน BCAP-CTECH, MATECH-A, TCHTECH-A), KWEB (กองทุน BCAP-CTECH) โดยเริ่มนับจาก 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่เป็นจุดสูงสุด จนถึงวันที่ 5 มีนาคม และ 8 มีนาคมสำหรับ CSI300 ที่ตอนนี้เปิดตลาดอยู่ ณ ช่วงที่เขียนบทความ (ระยะเวลาราวๆ 3 สัปดาห์) ผลออกมาเป็นดังนี้
1.CSI300 : -13.19%
2.CQQQ : -15.72%
3.CHIQ : -17.72%
4.KWEB : -18.20%
5.KURE : -20.19%
2
เปรียบเทียบผลตอบแทนย้อนหลังนับจาก CSI300 ทำจุดสูงสุด 18 Feb 2021 จนถึง 5 Mar 2021 เทียบกับกลุ่ม ETF อย่าง CQQQ, CHIQ, KWEB, KURE  | กราฟจาก Tradingview
💵 จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นสหรัฐหรือจีน ใครลงทุนในเดือนที่ผ่านมา ผลตอบแทนออกมาติดลบกันทุกคน ทีนี้ผมนำเอาผลตอบแทนย้อนหลังมากกว่า 1 เดือน คือ 10 ปีมาให้ดูกันต่อครับ
💵 ผมนำเอาผลตอบแทนย้อนหลังราย Sector และ Industry ของ S&P500 ตลาดสหรัฐ จนถึงวันที่ 5 มีนาคม 2021 โดยเราจะเห็นว่าในระยะที่ยาวนานมากพอ โดยเฉพาะ 5-10 ปีขึ้นไป กลุ่มที่ทำผลตอบแทนได้เหนือกว่ากลุ่มอื่นๆคือ
1. Information Technology : +428%
2. Consumer Discretionary : +307%
3. Healthcare : +244%
4. Financials : : +151%
5. Consumer Staples : +117%
แต่สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ผลตอบแทนดัชนี S&P500 ทำได้ 190.80% ใน 10 ปี ซึ่งสูงกว่า กลุ่ม Financials หรือ Consumer Staples เสียอีก นี่ก็อาจเป็นข้อคิดอย่างนึงว่า ลงทุนแบบ Passive ล้อไปกับดัชนี S&P500 ผลตอบแทนก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว
3
ซึ่งอันนี้ยังไม่นับผลตอบแทนแบบแยกย่อยในกลุ่ม Industry อีก ผมทิ้งภาพไว้ให้คุณผู้อ่านดูกันอีกทีครับว่า สุดท้ายแล้ว การลงทุนระยะยาวในประเทศอย่างสหรัฐฯ มันจะออกมาแย่อย่างที่เราคาดคิดไว้รึเปล่า
1
สิ่งเหล่านี้บอกเป็นนัยกับเรารึเปล่าว่า เทคโนโลยี การแพทย์ สินค้าฟุ่มเฟือย ฯลฯ คนเรายังคงต้องการมันและใช้มันมากขึ้นไปอีกจากในอดีตจวบจนถึงปัจจุบัน
1
Performace by Sector : S&P 500
Performace by Industry : S&P 500
💵 ยังไม่พอเท่านี้ครับ ผมขอนำตัวอย่างหุ้นนอก ที่ใครหลายๆคนรู้จักกันดีว่ากว่าจะมายืนที่จุดๆนี้ต้องเจอความผันผวนยังไงบ้าง ซัก 2-3 ตัวแล้วกันครับ
1. หุ้น Amazon เจอการปรับฐานถึง 95% ในอดีตก่อนที่ราคาตอนนี้กับตอนนั้น เหมือนฝันไป
1
Amazon
2. หุ้น Nvidia เจอความผันผวนอย่างหนัก ติดลบถึง 87% กับ 58% สุดท้ายก็ยังกลับมาได้
NVIDIA
3. หุ้น Apple ก็มีช่วงเวลาแย่ๆ ที่ติดลบ 40% เช่นกัน
Apple
💵 ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้เห็นว่า การลงทุนระยะสั้นอาจผันผวน แต่ระยะยาวนั้นหอมหวนครับ (แต่ต้องเป็นหุ้นที่ดีมีศักยภาพในการเติบโตได้ในระยะยาว)
💵💵💵 2. สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน
1
💵 ผมได้เขียนบทความอธิบายสาเหตุ ทำไมตลาดหุ้นลงหนักไว้แล้ว หากใครสนใจผมทิ้ง Link ข้างล่างไว้ให้เข้าไปดูเพิ่มเติมได้เลยนะครับ ซึ่งก็ยังเป็นสาเหตุเดิมๆ ที่ตลาด ณ ปัจจุบันนี้กำลังกังวล โดยเฉพาะเงินเฟ้อที่คาดว่าจะสูงขึ้น ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น (Yield ดีดไปสูงถึง 1.6% ในช่วงที่ผ่านมา สำหรับ 10-Yr Bonds) เป็นผลกระทบโดยตรงกับหุ้นเติบโตที่จะมีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น รวมถึงมูลค่าที่ตึงตัวหรือดูแพงเกินไปในหุ้นที่ขึ้นมาแรงมากๆ เมื่อปีที่แล้ว และล่าสุดการฉีดวัคซีนก็ดำเนินการแล้วอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการผ่านกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ที่จะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อดูเพิ่มขึ้นไปได้อีกในอนาคต
คลิกอ่านบทความได้ที่ : www.blockdit.com/posts/60388daf1b36da0c0208f179
💵 นับจากนี้ไปให้จับตาตัวเลขผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อให้ดีๆครับ เพราะหากมันยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ตลาดหุ้นย่อมมีผลกระทบด้วยเช่นกัน
💵 มาดูกราฟปัจจุบันของดัชนีกัน แท่งเทียนของดัชนี NASDAQ ลงมาถึงเส้นค่าเฉลี่ย 25 สัปดาห์ เส้นสีส้ม (MA 25) ที่ราวๆ 12,400 จุด โดย MACD เกิด Death Cross ตัดลงมาเรียบร้อยแล้ว เป็นสัญญาณให้เฝ้าระวังว่าอาจเปลี่ยนแนวโน้ม หรือ เสียทรงขาขึ้นแล้ว ต้องมาตามติดกันในสัปดาห์นี้กันต่อไปครับ อย่างน้อยๆ ก็หวังว่าอย่าให้หลุด 12,000 จุด
3
NASDAQ : 5 Mar 2021
💵 ทรงคล้ายๆกันครับ ใน CSI300 ดัชนีของจีน ที่ลงมาที่เส้นค่าเฉลี่ย 25 สัปดาห์ เส้นสีส้ม (MA 25) โดย MACD เกิด Death Cross ตัดลงมาเรียบร้อยแล้ว เป็นสัญญาณให้เฝ้าระวังว่าอาจเปลี่ยนแนวโน้ม หรือ เสียทรงขาขึ้นแล้ว ต้องมาตามติดกันในสัปดาห์นี้กันต่อไปครับ อย่างน้อยๆ ก็หวังว่าอย่าให้หลุด 4890 จุด
1
CSI300 : 8 Mar 2021
💵สำหรับทองคำผมได้เขียนมุมมองทองคำเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 มี.ค. 2021) ในแง่ของปัจจัยทางกราฟเทคนิค และปัจจัยพื้นฐาน สำหรับใครที่อยากดูรายละเอียดคลิกได้เลยที่ https://www.blockdit.com/posts/6044dab5fa0d770c1851285f
💵💵💵3.แนวโน้มในอนาคต
1
อนาคตตลาดหุ้น ก็ยังคงเหมือนเช่นเดียวกันกับในอดีต คือ ขึ้นไปได้ด้วยผลประกอบการ และความคาดหวัง ราคาที่ขึ้นมาเร็วและแรงเกินไปก็จะกลับลงมาสู่จุดสมดุล ราคาที่ลงมาต่ำกว่าพื้นฐานสุดท้ายก็จะวิ่งขึ้นไปหามูลค่าที่ควรจะเป็นครับ
1
หาให้ได้ว่าสิ่งที่เราลงทุนนั้น คือ Megatrend จริงๆ รึเปล่า หากใช่แล้ว รอจังหวะที่ราคาย่อ แล้วทยอยซื้อสะสม หากราคาพุ่งขึ้นไปไวเกินไป ทยอยรินขายกำไรออกบ้าง แม้ว่าบางทีจะตกรถ ราคาหุ้นที่ขายดันมีสูงกว่าไปอีก ก็ไม่ต้องไปไล่ราคาครับ เพราะเรากำลังเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุนครั้งนั้นอยู่ ส่วน Megatrend คืออะไร ผมคิดว่าหลายๆคนน่าจะพอรู้กันแล้ว ไม่งั้นไม่ลงทุน Technology กันแน่ๆครับ
4
💵 บทเรียนครั้งนี้สอนให้เราเหล่านักลงทุนรู้ว่า
1. อย่ามั่นใจอะไร 100% อย่าทุ่มสุดตัว เพราะโลกเราล้วนอนิจจัง ไม่มีอะไรแน่นอน 100%
2. อย่าไล่ราคา เพียงเพราะคิดว่า มันจะแพงกว่าในวันนี้ที่เราซื้อ ตกรถอาจช้ำใจ แต่ติดดอยอาจช้ำใจมากกว่า แต่ทั้งนี้การซื้อที่ราคาที่เราคิดว่าต่ำแล้ว อาจมีต่ำได้อีก อันนี้ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ อย่ากลัวเกินไป ไม่งั้นจะไม่ได้ซื้อของดีราคาถูกครับ
3. อย่าลงทุนในหุ้นอุตสาหกรรมกลุ่มเดียว หรือประเทศเดียวทั้งหมด เรียนรู้การทำ Asset allocation เพราะกลุ่มเดียวกันราคามักเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันครับ
4. อย่าลงทุนในสิ่งที่เราไม่รู้ แม้คนอื่นเชียร์ว่ามันดี จงศึกษาหุ้นหรือกองทุนนั้นให้ดีด้วยตัวเองทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน Factsheet, Maximum drawdown, พิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น, ย้อนกลับไปดูข้อมูลกองทุนแม่หรือ Master funds ฯลฯ คิดเหมือนว่า เราซื้อรถ 1 คัน, โทรศัพท์ 1 เครื่อง เรายังเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ ดูรายละเอียดยิบเลยกว่าจะตัดสินใจซื้อแต่ละครั้ง หุ้นหรือกองทุนก็ใช้หลักการเดียวกันครับ
5. อย่าทุ่มซื้อ IPO ไปทั้งหมด การซื้อส่วนน้อยแล้วมาทยอยสะสมทีหลัง อาจทำให้เราเจ็บน้อยกว่า เพราะ IPO นั้นได้ส่วนลดค่าธรรมเนียมการซื้อไม่กี่ % เทียบไม่ได้เลยกับการที่กองทุนเราตกหนักมากในวันหุ้นขาลง
6. หุ้นหรือกองทุนที่ดี ต้องมีจังหวะที่ดีในการเข้าซื้อด้วย แต่ห้ามคาดหวังที่จะซื้อได้ราคาที่ต่ำที่สุด หรือ ขายได้แพงที่สุด เพราะมันไม่มีราคานั้นอยู่จริงๆ
7. พื้นฐานดี ข่าวดี แม้แนวต้านจะสูงแค่ไหน ก็ทะลุได้ แต่หากพื้นฐานไม่ดี ข่าวร้ายมา แนวรับแค่ไหนก็รับไม่อยู่เช่นเดียวกัน
8. ของร้อนๆ ต้องคู่กับ ของเย็นๆ เช่นเดียวกับหุ้นที่ขึ้นมาร้อนแรง เราคนซื้อต้องใจเย็นๆถือ ถึงจะไปด้วยกันได้
21
💵 "มีวิธีจัดการ พอร์ทติดลบมหาศาล...ยังไงดี"
โดยผมขอแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆครับ
1. คนเล่นสั้นรายวัน หรือ ถือกองทุนน้อยกว่า 1 ปี หรือ เล่นเก็งกำไร ใช้เงินร้อน หรือ กู้มาเล่น หรือต้องรีบใช้เงินที่ลงทุนมาแล้ว : กรณีนี้ขอให้ทบทวนเป้าหมายการซื้อขายของเราอีกครั้งว่า จุด Stop loss ของเราอยู่ที่กี่ % แต่ละคนจะมีจุด stop loss ที่ต่างกัน เช่น 3%, 5%, 7%, 10%, 15% เพราะตลาดหุ้นไม่มีอะไรแน่นอน เห็นว่าถูกแล้ว อาจมีถูกกว่าได้ครับ หากตลาดปรับฐานครั้งนี้ลงไปมากกว่าที่เราตั้งใจ เราจะเสียหายหนักมากๆ หากไม่ cut loss ตัดขาดทุน แล้วค่อยรอกลับมาซื้อใหม่เมื่อลมเปลี่ยนทิศอีกครั้ง หรือไปหากลุ่มใหม่ที่ตอนนี้ตลาดกำลังให้ความสนใจจากการเปิดเมืองก็ได้เช่นกันครับ (แต่ใครลงทุนกองทุน ผมไม่แนะนำให้เล่นสั้น เก็งกำไรนะครับ เพราะเสียค่าธรรมเนียมซื้อขายบ่อยครั้ง แต่ถ้าใครถนัดแนวนี้ ก็ไม่ว่ากันครับ)
8
2. คนตั้งใจลงทุนระยะยาว มากกว่า 3 ปีขึ้นไป และเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเราเองลงทุน เชื่อว่าเทคโนโลยี การแพทย์ พลังงานสะอาด ฯลฯ คือสิ่งจำเป็นที่เราทุกคนต้องใช้ การปรับฐานครั้งนี้จากปัจจัยหลายๆอย่าง ทำได้ 2 แนวทาง คือ
2.1 เชื่อมั่นอย่างสูงในสิ่งที่ลงทุน : แบบนี้ให้ถือแล้วรอซื้อสะสมเพิ่ม ตัวผมเองใช้วิธีนี้ครับ เนื่องจากก่อนการลงทุน ไม่มีใครรู้หรอกว่า หุ้น/กองทุนที่เราซื้อ ราคาจะอยู่ที่ตรงจุดไหน แม้คิดว่าเราซื้อได้ถูกตอนมันย่อแล้ว มันก็ดันมีถูกกว่า วิธีการก็คือจะเป็นการทยอยถัวขาลงแบบมีหลักการ (เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะลงอีกแค่ไหน) เช่น ลงทุกๆ 5-10% หรือ รอให้ลงจนสุดรอจนเริ่มฟื้นกลับมาค่อยกลับมาซื้อ หรือ DCA ตามแผนเดิมไปเรื่อยๆ ก็ได้เช่นกันครับ
2.2 เชื่อมั่นแต่หวั่นไหวกับความผันผวนในสิ่งที่ซื้อ : แบบนี้ขายออกบางส่วนเพื่อถือเงินสดแล้วรอซื้อกลับเวลาตลาดฟื้น หรือ ปรับสัดส่วนใหม่ ลดสัดส่วนการถือครองหุ้นเติบโตอย่างหุ้นเทคฯลงครับ ไปถือกลุ่มหุ้นเน้นคุณค่า หรือถืออะไรที่ความเสี่ยงต่ำกว่านี้ครับ
8
แต่ไม่ว่าจะทำวิธีการไหน ก็มีข้อดี-ข้อเสียด้วยกันทั้งนั้นครับ อาทิเช่น ตัดใจขายขาดทุน หุ้นดันขึ้นทันที จะทยอยถัวเพิ่ม หุ้นดันลงไปอีก ช้อนไปช้อนมา ช้อนหัก!!!
7
ก็ให้นับว่าเวลานี้เป็นเวลาที่ดี ที่เราได้คุยกับตัวเองอีกครั้ง อย่าลืมว่าการตัดสินใจทำในแบบไหน ไม่มีถูกไม่มีผิด ขึ้นกับจริตการลงทุนของแต่ละคนครับ
ลงทุนระยะยาว
อยากเห็นกำไร
ต้องไร้อารมณ์
12
ให้ซื้อเมื่อคนอื่นขาย
และขายเมื่อคนอื่นซื้อ
6
อยู่ให้เป็น
เย็นให้พอ
อดทนรอให้ได้
"กำไร"จะยั่งยืน
7
สุดท้ายนี้ ขออย่าให้ทุกคนอย่าเพิ่งท้อครับ ไม่ว่าจะขาดทุนกำไร หรือ ขาดทุนต้นทุน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ
5
💭เพราะการลงทุนนั้น ไม่ต้องซื้อให้ถูกที่สุด
แต่ขอให้ห่างจากจุดที่เรียกว่า "ดอย" ก็พอ
1
💭ใครชอบบทความดีๆแบบนี้ รบกวนกด Like เป็นกำลังใจให้แอดมิน
ใครคิดว่าบทความนี้ใช่ รบกวนกด share ให้เพื่อนๆมีความรู้เพิ่มในการลงทุน
หรือใครมีข้อเสนอแนะ ติชมอะไร พิมพ์ทิ้งไว้ได้เลยครับ
==================================
***การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนการลงทุนทุกครั้ง
==================================
💭หากใครอยากได้ข้อมูลการลงทุนแบบฉับไว
ไม่พลาดทุกการลงทุนในทุกสินทรัพย์
กด Follow Twitter "หนีดอย"
พร้อมกดกระดิ่งแจ้งเตือนได้ที่ www.twitter.com/needoykan
💭เผื่ออนาคตผมมีจัด Clubhouse ด้านการลงทุน ใครสนใจสามารถ follow @winneuro เพื่อติดตามกันได้เลยนะครับ...
Clubhouse
💭ช่องทาง Podcast ทั้งหมดของ "หนีดอย"
Apple Podcast : apple.co/3pC8Gwh
    jamessjamess
    สนับสนุน45 เพชร
    kathy
    เยี่ยมค่ะcsi300 ดูได้รึยังคะว่าปรับฐานเสร็จยัง
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      นักระบาดวิทยา เตือน สายพันธุ์ Omicron อาจเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ล่าสุด!! นักระบาดวิทยาชั้นนำของสหรัฐฯ กล่าวว่า "ไม่ใช่เรื่องแปลก" หากสายพันธุ์ Omicron ได้แพร่กระจายสู่สหรัฐฯ และแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังตัว
      เตือนโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" ชุดตรวจ PCR บางยี่ห้อ อาจตรวจไม่เจอ ให้ผลลวง ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี เตือน โควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" ที่ WHO ระบุเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล ชุดตรวจโควิด PCR บางยี่ห้อ อาจตรวจจับไม่ได้ หรือให้ผลลวง
      เคยได้ยินคำว่ายิ่งปิดเงียบ ยิ่งเสียงดังไหม ?? เพิ่งเห็นข่าวว่า 'หนังหอแต๋วแตก' ของคุณพชร์ อานนท์ ถูกกองเซ็นเซอร์สั่งให้ตัดฉากที่มีการพูดถึงนายกฯและประเด็นโควิดออก
      การขุด Crypto คืออะไร และมันทำงานอย่างไร !! เคยได้ยินไหมว่า CryptoCurrency สามารถหามาได้จากการขุด แล้วการขุดนั้นเขาทำกันอย่างไร มีหลักการเช่นไร เราจะมาอธิบายให้เข้าใจถึงแนวคิดของการขุดเหรียญแบบง่ายๆ https://crypto-land.co/cryptomining/
      ดูทั้งหมด