20 มี.ค. 2021 เวลา 07:12 • ปรัชญา
เขมานันทะวาที(๓)
บันทึกและรวบรวม : นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว
หมวดที่ ๒
มนุษย์-ชีวิต-โลก
-ปรากฏการณ์ของชีวิต เป็นการเต็มเปี่ยมอยู่ในตัวมันเอง ไม่ต้องแสวงหาการเพิ่มหรือการลดแต่ประการใด
-รถยนต์ต้องเติมน้ำมันเพราะมันพร่องเสมอ ชีวิตเติมเต็มได้ในตัวมันเอง
-เป้าหมายชีวิตอยู่ที่ความเต็ม
-ความเต็มหมายถึงไม่ปรารถนาอะไรอื่นอีกแล้ว นอกจากที่เป็นแล้ว
-คำพูดสร้างอารมณ์ได้แต่เป็นของชั่วคราว แต่เมื่อสิ้นถ้อยคำแล้วจะรู้ซึ้งถึงที่สุดของสภาวะ
-สภาพแจ้งฉานในชีวิตอันเป็นไปในกรุณา คือค่าแท้ของความเป็นมนุษย์(แจ้งฉานแล้วจะเมตตากรุณาเอง)
-เมื่อแจ้งฉานแล้วก็จะประสบธาตุเมตตากรุณา(ความลับของเวลา)
-ในเมืองคนเดินหัวหก ก็ย่อมเห็นผู้อื่นเดินเอาตีนชี้ฟ้าเป็นธรรมดา
-เมื่อใดคุณคิดว่าคุณล้มเหลวในทุกทาง คิดใหม่ว่าคุณยังอาจเมตตาผู้อื่นได้ คุณยังไม่ล้มเพราะช่วยค้ำจุนผู้อื่นอยู่ ไม่มีการล้มเหลวในเมตตากรุณา
-คุณจะไม่ล้ม ตราบใดที่ยังค้ำจุนคนอื่นอยู่
-พอเราสื่อกับตัวเองได้ จะพบความสุขในตัวเอง
-การพูดไปเรื่อยๆ เป็นการปลดปล่อยผู้ฟังออกจากข้อสงสัย
-ถ้าไม่ถูกเบียดเบียน ใส่ความ นินทาว่าร้ายเอาเลย คุณก็ยังไม่ได้ทำอะไรตรงไปตรงมาตามที่รู้สึก
-ไม่ว่าจะมีคนล้อมหน้าล้อมหลัง โด่งดังเพียงใด คุณก็จะอยู่กับความจริงของความโดดเดี่ยวเสมอไป
-อย่าโกรธเมื่อเดินมาถึงทางทึบตัน เพราะการปรับเปลี่ยนกำลังจะเริ่ม ประตูไม่มีถ้าไม่มีกำแพง
-ได้สิ่งหนึ่งก็ต้องเสียสิ่งหนึ่งเป็นธรรมดา ไม่ได้ไม่เสียก็ธรรมดาเช่นกัน
-คนรักกับคนชังนั้นหนักพอกัน ทั้งผืนหนังและผืนเสื่อ
-ชุติมันโต(awakening) การโพลงตัว
-มรรคาที่ถูกย่ำเรื่อยๆคือการเดินทาง
-วัยต้นเป็นวัยของความประทับใจในหลายๆ สิ่ง ทั้งดอกไม้ เพลง กามารมณ์
วัยกลางเป็นวัยของวิริยภาพในการดำรงชีวิต ต้องทุ่มเทในกิจการงาน ศิลปศาสตร์ การหาสารัตถะทางสังคม
วัยปลายเป็นวัยวิปัสสนา เรื่องของปัญญา
-การศึกษาคือการปลดปล่อยตนออกจากอำนาจมืดจนเหลือแต่ของดั้งเดิมจริงๆ
-เอาแต่โกรธ หลง เกลียด แบ่งแยกมึงๆกูๆ หายนะอยู่ตรงนี้
-การพักที่แทัจริงคือการเข้าสู่กระบวนการ function ตามธรรมชาติของชีวิต
-ทางสายกลางคือการบรรลุถึงความงามของชีวิต
-เมื่อสัญชาตญาณนำทางเทคนิค กลายเป็นปาฏิหาริย์ ปาฏิหาริย์ไม่ใช่สิ่งเหลือเชื่อ เกิดได้เมื่อสัญชาตญาณเอาชนะเทคโนโลยีได้
-มนุษย์เป็นปัจเจกสุดโต่งไม่ได้ มนุษย์เป็นสัตว์สังคมอยู่ร่วมกัน
-สายสัมพันธ์ของครู อาจารย์ ศิษย์ เป็นรากฐานของการภาวนา
-พูดไม่รู้หยุดแสดงความตื้น ที่ลึกสุดของมนุษย์คือเวลาหยุดพูด
-โวหารเรียบง่ายที่สุด เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของนักอ่าน เพราะเป็นpure information
-ธรรมชาติใจไร้ขอบเขต ไม่มีที่สิ้นสุดในตัวมันเอง
-เราจะเจอวิกฤตในชีวิตเรื่อยไป จนกว่าธาตุทรหดจะปรากฏขึ้นรองรับ
-เมื่อธาตุทรหดเกิด ชีวิตด้านในเริ่มเผยความแกร่งกล้า
-การตกเป็นทาสอารมณ์ ไม่พึงปรารถนาทุกกรณี
-โอกาสที่เราได้เปรียบเป็นอันตรายที่สุดของจิตใจ ที่จะทำให้ชีวิตด้านในมัวหมอง
-เรียนรู้ให้ลึกเพื่อความบริสุทธิ์ของชีวิตด้านใน
-เมื่อชัดเจนว่าไม่ได้กระทำกรรมอันเป็นบาป ปีติจะเกิด ความบริสุทธิ์ทำให้จิตมีกำลัง
-เมื่อคุณประสบความสำเร็จในสังคมบริโภค คุณไม่อาจเข้าใจความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์อีกเลย
-ก่อนจะกำจัด “ตัวแสบ” ทั้งหลายต้องพิจารณาก่อนว่าเราเองเป็นตัวแสบของคนอื่นหรือไม่
-ตัวเราเป็นผลพลอยได้ของสิ่งที่เราเสพ
-ละครน้ำเน่าหลังข่าวสอนดีเหมือนกัน คือสอนความจริงที่แสนทุเรศของชีวิต
-ถ่อมมากๆเป็นวิธีโม้ที่น่าเกลียดวิธีหนึ่ง
-รากฐานความก้าวหน้าคือการไว้ใจกันและกัน
-ไม่ใช่เพียงเศรษฐกิจเท่านั้นที่ล่มจม จริยธรรมนั้นล่มจมไปแล้ว
-คำมั่นสัญญาจะเป็นสิ่งเผยความชั่วของตัวเองออกมาเมื่อทำไม่ได้
-ไม่สมควรให้คำมั่นสัญญากับใครง่ายนัก
-หากสงสัยว่าการกระทำนั้นถูกหรือผิด ต้องไม่ทำ
-สงครามการทะเลาะวิวาทระดับชาติหรือระดับปัจเจก เกิดจากการรับรู้โลกและปัญหา เป็นฝักฝ่ายขึ้นมา
-เมื่อรู้จักพอแล้ว ความสุขก็จะเกิดขึ้นเอง เหมือนพระจันทร์ข้างขึ้น
-เซ็นช่วยลัดวิถีทางไปหลายคุ้ง
-ฝีพู่กันกับการลงดาบของซามูไรนั้นเหมือนกัน
-น้ำผึ้งกินพอดีนั้นหอมหวาน แต่สวาปามเข้าไปทั้งขวด มันบ้า
-ตอนกินเป็นเรียก “มธุรส” กินไม่เป็น “ทุรรส”
-โครงสร้างของนิทานแก้วหน้าม้าก็เหมือนกับเจ๋งบ่เอี่ยม(นางพญาหน้าด่าง) บอกเราว่า สิ่งงามและดีที่สุดซ่อนอยู่ในสิ่งดูน่าชัง เทียบกับเซ็นว่า จุดเย็นที่สุดอยู่ในเตาหลอมเหล็ก, ความดับสนิทแห่งทุกข์อยู่ในชาติทุกข์นั่นเอง
-ในขณะท่ามกลางของความกังวลกระวนกระวายนั่นเองที่ความสิ้นกังวลปรากฏ ความไร้กังวลก็คือความกังวลสิ้นสุดลงด้วยอริยมรรคญาณ
-สภาวะชีวิตไม่ได้เป็นทุกข์ แต่เพราะการไขว่คว้าอยากยึดสิ่งต่างๆ อย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงทุกข์ เมื่อเห็นเหตุและดับเหตุเสียได้ก็สิ้นสุดทุกข์ในตัวการดำรงอยู่
-ความสำเร็จในกระแสบริโภคยิ่งมาก ความเป็นมนุษย์(ใจสูง)ยิ่งน้อยลง ความเป็นมิตรแท้, รักแท้, ความซื่อสัตย์สุจริตน้อยลงๆ ไม่เว้นแม้พระสงฆ์,บาทหลวง ฤษี หรือโยคี เกลื่อนไปด้วยคุณค่าเท็จเทียม
-อำนาจในสังคมบริโภคยิ่งทวีความเสื่อมของความเป็นมนุษย์ยิ่งขึ้น นั่นคือผู้คนยิ่งมีหน้ามีตา แต่จิตใจทรามยิ่งขึ้น
-ไม่ผิดเพี้ยนฝูงไฮยีน่ารุมแทะคุณในงานกินเลี้ยงร่วมรุ่น โดยเขาคิดว่าคุณเป็นเหยื่อ ข้อควรสังวรคือ คุณอย่าได้กลายเป็นไฮยีน่ามาเดี่ยวก็แล้วกัน
-ดีแต่สะสมทั้งทรัพย์ทั้งความรู้จนขาดเมตตา ลืมความเป็นมนุษย์ไป
-ทำอย่างไรกับชีวิตที่เหลือ ? ใช้ชีวิตหมดสิ้นในวันหนึ่งๆ คำถามนั้นไม่เกิดเลย
คำตอบ: ไม่ต้องทำอะไรเลย!
-เอาแต่เลี่ยงหนีความจริง จึงไม่รู้จักความจริงเสียที
-ไม่จำเป็นต้องออกเดินทางไกลเพียงเพื่อชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลก แต่สิ่งมหัศจรรย์จะแสดงตัวให้เรารู้เราเห็นทั้งหมด! ไม่ใช่บางส่วน
-เพียงดำรงตนในฐานะวิญญาณบริสุทธิ์ ตราบวาระสุดท้าย
-การุณยธรรมบนรากฐานแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันของชีวิต
-มหาสมุทรแห่งสันติธรรมอยู่ในเราทุกคน
คำบรรยายภาพ
อ.เขมานันทะกับหมอนุ้ย แพทย์หญิงพรพิศ ตรีบุพชาติสกุล รพ.พุทธชินราชพิษณุโลก ศิษย์ก้นกุฏิผู้ดูแล อ.เขมานันทะมาตลอดหลายปีในช่วงบั้นปลายของชีวิตท่าน (นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว ถ่ายภาพที่บ้านบัวขาว มีนบุรี ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๓)

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา