22 มี.ค. 2021 เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ทำกำไรด้วยกราฟเทคนิค EP.7
ทำกำไรด้วยหุ้นอาหารแห่งอนาคต✨
วันนี้ผมจะมาแชร์หุ้นที่ผมเข้าซื้อด้วยกราฟเทคนิค ว่าผมเข้าซื้อด้วยเหตุผลอะไรและผมจะขายมันตอนไหน โดยหุ้นที่ผมได้เข้าไปเก็งกำไรคือหุ้น NRF
NRF ผลิต จัดหา และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร อาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุงสำหรับประกอบอาหาร อาหารมังสวิรัตที่ไม่มีส่วนผสมของไข่และนม อาหารโปรตีนจากพืช และเครื่องดื่มสำเร็จรูปชนิดผงและน้ำ
1
โดยเฉพาะ Plant-Based Food นั้นหรืออาหารที่ทำจากพืช ที่น่าจะเป็น Trend ที่คนทั่วโลกหันมาสนใจมากขึ้น ซึ่ง NRF ได้ลงทุน 3 โครงการในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Plant-Based Food
2
1️⃣ ธุรกิจการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Logistic) เพื่อสนับสนุนธุรกิจ Plant-Based ซึ่งมีความต้องการในด้านการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ โดยมีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท ซึ่ง NRF ถือหุ้น 60%
2️⃣ ธุรกิจขายสินค้า Plant-Based เพื่อสนับสนุนให้สินค้าของบริษัทสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น โดยมีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ซึ่ง NRF ถือหุ้น 51%
3️⃣โครงการลงทุนในกองทุนสนับสนุนสตาร์ทอัพเกี่ยวกับโปรตีนทางเลือก โดยจะลงทุนในกองทุน Unovis ซึ่งเป็นกองทุนชั้นนำด้านโปรตีนเกษตรทางเลือก มูลค่าลงทุนราว 150 ล้านบาท
ซึ่งโดยส่วนตัวผมชอบหุ้น NRF มาก เพราะผมคาดว่าผลประกอบการน่าจะดีต่อเนื่องไปอีกหลายไตรมาส ด้วย Product อาหารที่ดีต่อสุขภาพ และยังมียอดขายที่ส่งออกไปทั่วโลก และทางกิจการก็ยังพยายามหาโครงการลงทุนใหม่ๆตลอดเวลา
ชอบขนาดนั้นจะมาเก็งกำไรด้วยกราฟทำไม❓
ไม่เอาเข้าพอร์ตถือยาวล่ะ❓
สำหรับผม P/E ในปัจจุบันของหุ้นตัวนี้อยู่ที่ 100 กว่าเท่า ซึ่งไม่เข้าเงื่อนไขพอร์ตถือยาวของผม ต่อให้กำไรปีนี้สามารถเติบโตเท่าตัวได้แต่ P/E ก็ยังจะอยู่ที่ 50 เท่าอยู่ดี ซึ่งสูงมากๆ
หากผมจะเอาเข้าพอร์ตระยะยาวผมต้องได้ต้นทุนที่ผมพอใจ ถ้ามันยังอยู่ในโซนที่ผมคิดว่ามีความเสี่ยง ผมจะเก็งกำไรด้วยจังหวะและโอกาสจากกราฟเทคนิคเท่านั้น
ราคาปิดวันที่มีเส้นปะลากผ่าน (8 มีนาคม 2564)
โดยผมได้เข้าซื้อหุ้นตัวนี้ที่ต้นทุนที่ 9.15 บาท หรือก็คือ ราคาปิดวันที่ 8 มีนาคม 2564 เนื่องจากจะเห็นกรอบแนวรับที่ผมตีไว้จากยอดของ High เดิมที่เป็นราคาเปิดของวันแรกสุด ซึ่งในอดีตเคยเป็นแนวต้านมาก่อน (ชนแล้วไม่ผ่าน) แต่เมื่อผ่านได้แล้วมันจะกลายเป็นแนวรับ
1
โดยพอมันเบรคแนวต้านนี้ที่ 9 บาทมาได้ ผมก็รอการ Pull back (การพักตัวของราคาที่เบรค) ซึ่งหากการ pull back ไม่หลุด 9 บาท ผมจะทำการ Follow buy ทันที
โดยวันที่ 8 มีนาคม 2564 ราคาลงไปต่ำถึง 8.95 บาทแต่ปิดวันมีแรงซื้อเข้ามาดึงราคาขึ้นให้ปิดที่ 9.15 บาท จึงทำให้เกิดไส้เทียนด้านล่างของวันตามภาพ และผมจึงทำการเคาะที่ ATC ทันที เพราะราคา Pull back ปิดวันไม่หลุด 9 บาทตามแนวรับที่ผมตีไว้
แล้วหลังจาก Pull back ไม่หลุดแนวรับ ธรรมชาติของหุ้นขาขึ้นมันก็มักจะเบรค High เดิมได้เสมอ หากมันเบรคไม่ได้ให้ระวังไว้ว่ามันอาจจะจบรอบหุ้นขาขึ้น
1
จะเห็นได้ว่าถึงแม้หุ้นตัวนี้จะมี P/E เป็น 100 เท่า และแพงมากๆในความคิดของใครหลายๆคนรวมถึงตัวผมเองด้วยแต่เราก็สามารถทำกำไรจากมันด้วยกราฟเทคนิคได้ เพราะหากผมไม่อาศัยกราฟเทคนิคที่มีจุดเข้าและจุดออกชัดเจนผมคงไม่กล้าเสี่ยงกับหุ้นที่ราคาขึ้นไปรับอนาคตขนาดนี้ ต่อให้อนาคตมันจะดีแค่ไหนก็เถอะ
1
โดยผมจะขายหุ้นตอนที่มีสัญญาณขายทางกราฟ เช่น Macd เกิดสัญญาณ Bearish Divergence หรือ ราคาไม่ทำ high ใหม่ และพักตัวหลุด low เดิม หรือไม่ก็วันไหนทำ High ใหม่ได้แต่เป็นแท่งเทียนสีแดงเต็มแท่งผมก็อาจจะเคาะขายทิ้ง เหลือไว้เพียง 100 หุ้นไว้ดูเล่นในพอร์ต
1
บทความนี้ไม่ได้เชียร์ซื้อหรือขายหุ้น แต่เป็นเพียงการแชร์มุมมองในการซื้อและขายหุ้นของตัวผมเองเท่านั้น
เขียนบทความโดย นักลงทุนตัวอ้วน
โฆษณา