6 เม.ย. เวลา 21:00 • นิยาย เรื่องสั้น
นิยาย 20 ตอน เรื่อง
"See you at the finish line - พบกันที่เส้นชัย"
ตอนที่ 17 - คู่แข่ง
“สวัสดีครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน สวัสดีนักวิ่ง สวัสดีผู้ชมทางบ้านที่ดูไลฟ์ตอนนี้ อีกไม่กี่นาทีเราจะได้ร่วมเชียร์ร่วมเป็นกำลังใจให้กับนักวิ่งอีลิทของเรา โดยมีกัปตันเปอร์เป็นผู้นำทีมชาย และกัปตันดรีมเป็นผู้นำทีมหญิง ไฮท์ไลท์ของงานก็คงหนีไม่พ้นทีมชายที่มีโค้ชนักวิ่งชื่อดังมาร่วมทีมถึงสองคนนะครับ”
เสียงนักบรรยายที่มีชื่อเสียงในการบรรยายงานวิ่งแข่งเจื้อยแจ้วมาตามลำโพงที่ติดไว้บริเวณรอบ ๆ งาน
พรีเซนเตอร์ทั้งทีมหญิงและทีมชายยืนรอกันพร้อมหน้าที่อยู่ที่จุดเริ่มต้น ปล่อยให้ช่างภาพและกล้องวิดีโอได้คอยจับอิริยาบถทั้งหมู่และเดี่ยว
กัปตันของทีมหญิงและทีมชายจะใส่เสื้อสีแดงสดสกรีนสัญลักษณ์รูปดาวสีทองเด่นที่กลางหน้าอก ส่วนสมาชิกพรีเซนเตอร์คนอื่น ๆ ใส่เสื้อสีขาวรูปดาวสีทองเหมือนกัน จึงทำให้ทั้งโค้ชเปอร์และดรีมดูโดดเด่นทั้งรูปร่างลักษณะท่าทางและสีเสื้อ
“โอ้โห ดูนั่นครับมากันแล้วทีมอีลิท ตอนนี้ยืดเส้นยืดสายกันพร้อมที่จุดสตาร์ทแล้วคับ แม๊ กัปตันของทั้งสองทีมวันนี้ทั้งสวยทั้งหล่อ เหมาะสมตำแหน่งคู่จิ้นแห่งสตาร์สปอร์ตที่เหล่าโซเชียลตั้งให้จริง ๆ ครับ"
ภาพที่จอสกรีนขนาดใหญ่ปรากฏรูปของกัปตันทั้งสองที่ตอนนี้ยืนเคียงคู่กัน และหันมาสบตายิ้มให้กันพอดี ฝ่ายกราฟฟิคตัดภาพฉับแล้วกดค้างขยายใหญ่ ใส่การ์ตูนรูปแมวน้อยหัวชนกันมีหัวใจสีแดงขึ้นมาเป็นสาย เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดของผู้ชมรอบ ๆ งานได้เป็นอย่างดี ฝนยกนิ้วโป้งให้กับทีมฝ่ายกราฟฟิคที่หันมาสบตาถามความเห็นกลาย ๆ
“ทีมตัดต่อทำงานสดได้ดีจริง ๆ ว่ามั้ย” เสียงเจตนิพัทธ์ดังขึ้นข้าง ๆ ฝนหันไปมองสบตานิ่ง เธอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร
“พี่เจ๋ง” ฝนถอนหายใจ “ทุกคนเค้าโฟกัสที่งานและหน้าที่กันทั้งนั้นเหลือแต่พี่นี่แหละ เลิกตอแยฝนได้ละ เหลือเรื่องดี ๆ ให้ฝนได้นึกถึงพี่บ้างเหอะ” น้ำเสียงจริงจังของฝนทำให้เขารู้สึกตัวเล็กลง
“ก็พี่ยังห่วงเรนนี่" เขาตอบกลับเสียงอ่อน
“อย่ามาปากดี” เธอแหวกลับ “นิสัยชอบเอาชนะยังรักษาไม่หายน่ะสิไม่ว่า บอกให้เลยนะว่าพี่ลงผิดสนาม” เธอพยักหน้าไปยังจอภาพใหญ่ด้านหน้า ซึ่งตอนนี้จับชัดอยู่ที่หน้าคมเข้มของโค้ชเปอร์พอดี
“คนนั้นน่ะนักแข่งอาชีพ ส่วนพี่น่ะมือสมัครเล่น เลิกวุ่นวายกับฝนซะทีเหอะ” ปิดประโยคด้วยเสียงอ่อนอกอ่อนใจ
“โธ่เรนนี่ ไปจริงจังอะไรกับนักวิ่ง เดี๋ยวก็หมดอายุวิ่งในวงการแล้ว ทีนี้จะเอาอะไรกิน หาเลี้ยงใครได้” น้ำเสียงสบประมาทของเขาทำเอาฝนเริ่มเดือด
“ทำไมฝนต้องให้ใครมาหาเลี้ยง” เธอตอบเสียงสะบัดใส่
1
“เรนนี่น่ะไม่ต้องให้ใครหาเลี้ยงหรอก พี่กลัวแต่ว่าจะต้องไปหาเลี้ยงอีกคนน่ะสิไม่ว่า” จบด้วยเสียงหัวเราะหึหึ แล้วเดินจากมา รู้ตัวว่าได้วางระเบิดเวลาเรียบร้อยแล้ว
“เหลืออีกห้านาทีเท่านั้นนะครับ นักวิ่งอีลิททุกคนดูเหมือนว่าจะวอร์มอัพติดเครื่องกันพร้อมแล้ว เราจะปล่อยตัวทั้งทีมหญิงและทีมชายพร้อมกัน อยากให้ทุกคนจับตาทีมชายที่มีกัปตันเปอร์ และโค้ชเด่นไว้ให้ดี ๆ นะครับ” ผู้บรรยายส่งเสียงเร่งเร้า
“นี่คือโค้ชนักวิ่งแนวหน้าของบ้านเรา ทั้งยังเป็นนักวิ่งสายอัลตร้าที่แข่งกันมาเกือบทุกสนามหลักในประเทศ สถิติผลัดกันแพ้ชนะคู่คี่สูสีมาตลอด แต่วันนี้ซึ่งจะเป็นการวิ่งระยะสั้น แค่ห้ากิโลเมตรเท่านั้น ค่อนข้างท้าทายทั้งคู่มาก ๆ ล่ะครับ” เขาหยุดกระแอมแล้วร่ายต่อ
“แต่ผมไปค้นคว้าข้อมูลมาแล้ว ในสมัยมหาวิทยาลัย ทั้งคู่เข้าเรียนด้วยโควตานักวิ่งเหมือนกัน และยังลงวิ่งในสนามระยะสั้นทั้งหนึ่งร้อยเมตร และสี่ร้อยเมตรมาก่อน แล้วจึงค่อยขยับมาเป็น ห้ากิโลเมตร สิบกิโลเมตรในภายหลัง แต่พอเข้าสู่อายุยี่สิบห้าก็ผันมาเป็นนักวิ่งอัลตร้า และวิ่งเทรลที่ระยะเกินห้าสิบกิโลเมตรขึ้นไป ไม่น่าเชื่อล่ะครับว่า ทั้งคู่ตามไปแข่งกันทุกที่ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมานี้ ถ้าไม่เรียกว่าเพื่อนรัก ก็เรียกคู่แข่งที่รักได้ล่ะครับ”
ช่างภาพวิดีโอจับภาพ โค้ชเปอร์และโค้ชเด่นคนละช็อตทีมกราฟฟิคตัดต่อสองภาพประจันหน้ากัน พร้อมการ์ตูนทอมแอนด์เจอรี่ ผู้ชมรอบ ๆ ส่งเสียงเฮรับภาพนี้
“เอาล่ะครับ มานับถอยหลังไปพร้อม ๆ กัน 5 … 4…" เสียงผู้บรรยายและผู้ชมนับเลขถอยหลังดังกระหึ่ม
“3…2…1 ปัง" เสียงสัญญาณปล่อยตัวดังขึ้น นักวิ่งอีลิทหญิงชายทั้งสิบถีบตัวควงขาออกจากจุดเริ่มต้น โดรนที่จับภาพอยู่ด้านบนส่งภาพขึ้นจอใหญ่ เห็นแนวนักวิ่งด้วยเสื้อสีขาวตามกันไปเป็นแผง โดยมีจุดสีแดงสองจุดนำอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อแนวสีขาวเริ่มแตกเพราะมีคนฉีกนำขึ้นมา ฝนก็ส่งสัญญาณให้สลับกับมาที่กล้องอีกตัว
“โอ้ว มาแล้วครับโค้ชเด่นฉีกออกจากกลุ่มเสื้อขาว แซงกัปตันดรีมขึ้นไปวิ่งเคียงข้างกัปตันเปอร์แล้วตอนนี้ ดูรอยยิ้มนั่นสิครับ" ภาพจากกล้องวิดีโอที่ช่างภาพซ้อนจักรยานที่ปั่นตามนักวิ่งจับไปที่รอยยิ้มมุมปากของโค้ชเด่น
“เพิ่งเริ่มต้นห้าร้อยเมตรแรกก็สนุกแล้วครับ ช่วงขาของกัปตันเปอร์สวยงามจริง ๆ แต่รอบขาของโค้ชเด่นก็ไม่ธรรมดา โอ้โห วิ่งเคียงกันไปด้วยความเร็วแบบนี้ แต่ทั้งคู่ดูเหมือนยังสบาย ๆ อยู่นะครับ”
“สถิติโลก การวิ่งห้าพันเมตรของนักวิ่งชายจะอยู่ที่ 12 นาที 35 วินาที แปลง่าย ๆ ก็คือผมอาบน้ำยังไม่ทันเสร็จ นักวิ่งก็เข้าเส้นชัยแล้วน่ะครับ เร็วขนาดนั้น”
“ส่วนสถิติประเทศไทย เป็นของบุญถึง ศรีสังข์ ทำไว้ที่ 14 นาที 10 วินาทีครับ ความเร็วเพซสองปลาย ๆ ครับ โอ้!! นั่นอะไรครับ!! โค้ชเด่นเริ่มแซงเมื่อผ่านกิโลเมตรที่สองแล้วครับ"
เสียงตื่นเต้นของผู้บรรยาย ทำเอาฝนใจเต้นรัวตาม แม้เธอจะบอกตัวเองว่า โค้ชเปอร์มีสิทธิแพ้หรือชนะได้เท่า ๆ กัน แต่ก็อดจะลุ้นให้เขาชนะไม่ได้ สองมือจับกันแน่นจนชื้น อีกไม่กี่นาทีสองคนก็จะวิ่งวนกลับมาเข้าเส้นชัยแล้ว
“โค้ชเปอร์ตามหลังอยู่เพียงสองก้าวเท่านั้น อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ เราไม่รู้เลยว่าเทคนิคการวิ่งของทั้งคู่เป็นอย่างไร จะแผ่วปลาย หรือจะเร่งเครื่องตอนท้าย เพราะทั้งคู่คือนักวิ่งระยะไกล แหม ลุ้นจริง ๆ ครับ"
“เอ้านั่น!! กัปตันดรีมตามขึ้นมาจ่อชิดทั้งคู่ได้ยังไงครับเนี่ย โอ้โห ไม่น่าเชื่อ”
“สถิติประเทศไทยสำหรับนักวิ่งหญิงห้าพันเมตร เป็นของพัชรี ไชยทองศรี ทำไว้ที่ 17นาที 9 วินาที คิดเป็นความเร็วต่อกิโลเมตรก็คือ 3 นาที 40 วินาที มาดูกันนะครับว่างานนี้กัปตันทีมหญิงของเราจะใช้เวลาไปกี่นาทีในการวิ่งห้ากิโลในครั้งนี้”
“รู้กันอยู่แล้วนะครับว่า กัปตันดรีมนี่เป็นนางฟ้าประจำโพเดี้ยม ด้วยขาที่ยาวเป็นทุนเดิม พอได้ฝึกฝนความแข็งแกร่งให้เหมาะสมเป็นนักวิ่ง เธอก็กวาดถ้วยเป็นว่าเล่นล่ะครับ สถิติล่าสุดของกัปตันดรีมคือวิ่ง 10 กิโลเมตรด้วยเวลา 42 นาที นั่นก็แปลว่าถ้าเธอวิ่งความเร็วเท่ากับวิ่งสิบกิโลเมตร เธอจะใช้เวลา 21 นาที ในการวิ่งครึ่งเดียวคือ 5 กิโลเมตร”
“แต่วันนี้ฟอร์มเธอดีแบบนี้ อาจจะต่ำกว่า 21 นาทีได้เลยครับ โอ้ ดูการควงขาแต่ละก้าวสิครับ สวยงามจริง ๆ”
“ไปแล้วครับ หนีออกไปแล้ว ทั้งโค้ชเด่นและกัปตันเปอร์ ท่านผู้ชมครับ นี่ไม่ใช่กัปตันดรีมแผ่วปลายนะครับ เธอยังควงขาด้วยความเร็วเท่าเดิม แต่สองคนนั่นเร่งสปีดไปแล้วครับ เข้าสู่กิโลเมตรที่สามแล้ว โอ๊ย หัวใจจะวายครับ สูสีมาก สูสีจริง ๆ”
ฝนจิกเล็บเข้ากับมือตัวเองไม่รู้ตัว ตาเธอจ้องมองภาพในจอใหญ่ หูคอยฟังผู้บรรยาย เธอไม่รู้มาก่อนจริง ๆ ว่าโค้ชเด่นจะสามารถแซงโค้ชเปอร์ได้ ด้วยช่วงขาที่สั้นกว่าแบบนั้น ไม่น่าเชื่อเลย โอ๊ยยยย อยากมีมนต์วิเศษหยิบพี่เปอร์มาวางไว้ที่เส้นชัยจะได้จบ ๆ ไป ให้มายืนลุ้นแบบนี้ไม่ไหวจริง ๆ หัวใจมันหวิว
“โอ๊ะ นั่น!! นั่น!! มาแล้วครับ!! กัปตันของเรา กัปตันเร่งเครื่องขึ้นมาแล้วครับ จะเข้ากิโลเมตรที่สี่แล้ว มาแล้ว!! มาแล้วครับ!! ขึ้นนำแล้วครับ!!! กัปตันเปอร์”
“เอ้า!! โค้ชเด่นไม่ยอมครับ ถีบตัวเอง ควงเร็วขึ้นมาคู่กันแล้วครับ โอ๊ย ยังไงครับ ยังไงกันนี่!!”
ฝนเผลอกระโดดดีใจเมื่อกัปตันทีมชายแซงนำมาได้ แต่แล้วก็ต้องเหี่ยวลงเหมือนลูกโป่งโดนเจาะ เมื่อโค้ชเด่นไม่ยอมรามือ ควงขาจนกลับมาวิ่งคู่บี้เบียดกันต่อ
“โค้ชเด่นกัดกรามแน่นแล้วครับ ส่วนกัปตันเราก็เหมือนจะเค้นพลังในห้าร้อยเมตรสุดท้ายนี้ ใครกันครับ จะเป็นผู้เข้าเส้นชัย ห้าร้อยเมตรสุดท้ายแล้วครับ!! อย่าเผลอกะพริบตาเชียวครับ!! โอ้ววว นั่นครับ ดูนั่น!! กัปตันของเราค่อย ๆ ฉีกขึ้นมาแล้ว”
“ดูรอยยิ้มนั่นของกัปตันสิครับ เอ๊ะ!!! อ้าว!! โค้ชเด่นฆ่าไม่ตายครับ สปีดเร่งตามมาแล้วครับ สายตาเด็ดเดี่ยวมาก โอ๊ะ!! จะแซงแล้วครับ จะแซงได้มั้ย!? ได้มั้ย?! โอ้ววว!! ใกล้จะแซงครับ!! ใกล้แล้ว!!”
“หนึ่งร้อยเมตรสุดท้ายแล้วครับทุกคน!! โอ๊ย หัวใจผม หัวใจผมใกล้จะระเบิดแล้วครับ ใครจะเข้าเส้นชัยกันแน่ครับ ทายไม่ได้เลย สูสี บี้เบียดมากครับ!! มาแล้วครับ มาแล้ว!!”
ฝนเดินมายืนรออยู่ที่หลังเส้นชัย ปะปนไปกับทีมงานที่เตรียมน้ำและผ้าไว้รอนักกีฬา เธอมองตรงไปข้างหน้า เห็นนักวิ่งสองคนเสื้อแดงและเสื้อขาว กำลังห้ำหั่นกันด้วยฝีเท้าที่บอกได้ยากว่าใครเหนือกว่าใคร อีกเพียงไม่กี่วินาทีก็จะรู้แล้วว่าใครจะเป็นผู้เข้าเส้นชัย แต่เธอลุ้นจนไม่กล้าจะเปิดตามอง จึงยืนหลับตาปี๋ฟังเสียงผู้บรรยายที่ตอนนี้อารมณ์ตื่นเต้นรุนแรงจนใกล้จะลุกขึ้นเต้น
“ห้าสิบเมตรสุดท้าย โอ้!! มาแล้วครับกัปตันของเรา ดึงพลังเฮือกสุดท้ายควงขาด้วยความเร็วที่มากขึ้น นำโค้ชเด่นขึ้นมาแล้วสองก้าว ยิ้มอีกแล้วครับ!! กัปตันยิ้มอีกแล้ว!! เหมือนรู้ว่าคราวนี้โค้ชเด่นตามมาไม่ทันแน่ เพราะเส้นชัยอยู่ข้างหน้าแล้วครับ!! อีกนิดเดียว!! โอ้วว กัปตันเปอร์ชูแขนแล้วครับ อีกไม่กี่ก้าวครับ!! มาแล้วครับ!! เข้าเส้นชัยไปแล้ว!!!! กัปตันทีมชายของเรา”
ฝนเปิดตามองทันเห็นโค้ชหนุ่มร่างสูงวิ่งผ่านริบบิ้นที่กั้นเส้นชัยเข้ามาพอดี สายตาเค้าจ้องมองตรงมาที่เธอ แววตามุ่งมั่น เหงื่อที่พราวเต็มหน้า เธอใจเต้นโครมใหญ่เก็บยิ้มแทบไม่อยู่เมื่อเขาขยิบตาซ้ายให้หนึ่งที ทีมงานเข้าไปรุมนักวิ่งทั้งสองที่ตอนนี้โผเข้ากอดกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ตบหลังตบไหล่ของกันและกัน ฝนขมวดคิ้วเมื่อเห็นภาพนั้น ไม่แพ้กับเจตนิพัทธ์ที่ยืนอยู่ไม่ไกล - สองคนนั้นกอดกันด้วยความดีใจงั้นเหรอ? -
“เป็นไงคะหงายเงิบไปเลย” ดรีมหัวเราะเมื่อเห็นเจ๋งนั่งทำหน้าซึมอยู่หลังพวงมาลัย เขาอาสาจะไปส่งเธอที่บ้านหลังจากจบงาน แต่ตอนนี้ก็ไม่ยอมสตาร์ทรถเสียที
“ผมนี่เป็นตัวร้ายไม่ขึ้นจริง ๆ” เจ๋งถอนหายใจ
“ก็คุณไม่สืบข้อมูลมาให้ดีก่อนนี่นา” นักวิ่งสาวสวยพูดเสียงกลั้วหัวเราะ
“ใครจะไปรู้ล่ะครับว่าเป็นเพื่อนรักกัน ไม่เคยเห็นออกข่าวเล่าประวัติอะไรเลย มีแต่ข่าวว่าเป็นคู่แข่งกันมาทุกสนาม” เจ๋งพูดด้วยอารมณ์เริ่มคุกรุ่น
“แต่ที่จริงก็ไม่เกี่ยวนะคะ ถึงยังไงโค้ชเปอร์ก็ชนะด้วยความสามารถตัวเองล้วน ๆ น่าจะเพราะมีคนพิเศษรออยู่ที่เส้นชัย” ดรีมพูดยิ้ม ๆ
“อีกละ คุณดรีมซ้ำเติมผมตลอด” บ่นหน้างอ
“คุณเจ๋ง ถ้ายังรักคุณฝนอยู่ก็ต้องอวยพรให้เธอได้มีความสุขกับคนใหม่ที่เธอเลือกสิคะ เลิกงี่เง่าเถอะ” ดรีมพูดเสียงนิ่ม ๆ แต่จริงจัง
“เลิกก็ได้ครับ” เจ๋งถอนหายใจ
ดรีมระบายยิ้มทั่วใบหน้าเมื่อได้ยิน “ดีค่ะ แสดงว่าเริ่มเข้าสู่ Stage สุดท้ายละ”
“คืออะไรครับ” เลิกคิ้วถาม
“นักจิตวิทยาเค้าจะแบ่งระยะของความเศร้าเป็นห้าระดับ เริ่มจากปฏิเสธหรือหนีความจริง แล้วมาจบที่ยอมรับความจริงค่ะ จากนั้นก็จะค่อย ๆ คลายเศร้าแล้วก็ดำเนินชีวิตต่อได้” ดรีมอธิบาย
“คุณดรีมนี่มีความรู้อะไรพวกนี้เยอะนะครับ” เสียงทึ่ง
“จากประสบการณ์ตรงค่ะ” เธอยิ้มอ่อน
“ขอบคุณที่คอยเป็นพี่เลี้ยงให้ผมนะครับ อย่าเพิ่งทิ้งกันล่ะครับ” เจ๋งหันมาสบตา ส่งความหมายที่ลึกซึ้งกว่าปกติ
“อย่าเพิ่งค่ะ ยังไม่พ้น Stage ที่ห้า อย่าเพิ่งริไปจีบใครใหม่” เธอส่ายหัว มองตาดุกลับไป
“แล้วกัน ปิดโอกาสกันดื้อ ๆ เลยใช่มั้ยครับ”
เจ๋งตอบยิ้ม ๆ เขาเองก็ยังไม่พร้อมเร่งรัดอะไรในตอนนี้ เพียงแค่รู้สึกอบอุ่นที่มีผู้หญิงคนนี้คอยดึงสติ ให้กำลังใจ และชี้ทางสว่างให้อยู่เสมอ เมื่อสำรวจดูจิตใจของตัวเองก็พบว่า ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรกับการแพ้ชนะของโค้ชเปอร์ที่เข้ามากุมหัวใจคนรักเก่าสักเท่าไหร่
แค่ออกไปวิ่งกับหญิงสาวข้าง ๆ เพียงสี่ห้าครั้ง ก็ดูเหมือนจะซึมซับความคิดและการมองโลกของเธอเข้ามาโดยไม่รู้ตัว เขาอาจจะเริ่มเข้าใจคำว่าน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะขึ้นบ้างแล้วก็เป็นได้
“ยังไงกันคะพี่เปอร์ เรื่องโค้ชเด่นกับพี่ ทำไมเรื่องมันกลับตาลปัตรแบบนี้ ฝนก็นึกว่าเป็นคู่แข่งที่คอยจะขย้ำกันซะอีก" ฝนนั่งอิงแอบโค้ชขายาวที่โซฟาตัวเดิมในห้องพักของเธอ
“มันก็เริ่มจากเป็นคู่แข่งกันนั่นแหละ” เขาเฉลยเรื่องที่เธอคาใจ พลันนึกไปถึงเรื่องในอดีตที่ยังชัดอยู่ในความทรงจำ
เรื่องมันเกิดขึ้นในเย็นวันหนึ่งที่เขาบังเอิญได้ยินแม่ของเด่นคุยกับผอ.โรงเรียนเพื่อขอผัดผ่อนค่าใช้จ่ายบางส่วน ทั้งยังได้รู้ว่าเด่นต้องไปทำงานพิเศษในร้านอาหารหลังเลิกซ้อมจากกีฬาทุกวัน เขาแอบตามไปดูก็เห็นเด่นขมีขมันช่วยงานในร้านอาหารเล็ก ๆ นั้นทุกหน้าที่
เท่านั้นเองเขาก็เริ่มใจอ่อน และหลายครั้งก็ออมมือให้เด่นได้ชนะคัดตัวบ้าง แต่ดูเหมือนเด่นจะรู้ว่าเขาออมมือ พอรู้ว่าเขาทำไปเพราะความสงสารก็โมโหมากปฏิเสธความเห็นใจใด ๆ ทั้งสิ้น ขอร้องให้สู้กันแบบลูกผู้ชาย เขาจึงเปลี่ยนมาเป็นคู่ซ้อมให้แทน ช่วยแก้จุดด้อย ดึงจุดเด่นขึ้นมา จนเด่นสามารถพัฒนาตัวเองทลายข้อจำกัดทุกอย่าง ตั้งแต่นั้นทั้งคู่ก็กลายเป็นเพื่อนรักที่ร่วมซ้อมร่วมแข่งกันมาจนทุกวันนี้ และยังยึดมั่นสัญญาที่ไม่ต้องเอ่ยว่า ในทุกการแข่งขันจะสู้กันด้วยความสามารถทั้งหมดที่มี
“อ๋อ เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง ทำไมฝนไม่เคยได้ยินพี่เปอร์พูดถึงโค้ชเด่นเลยล่ะคะ” เธอยังสงสัย
“ทางสปอนเซอร์ของเด่นขอไว้น่ะ อยากให้มีลุคของคู่แข่ง มันช่วยเสริมภาพลักษณ์” ฝนพยักหน้าหงึกหงัก จะอ้าปากถามเรื่องอื่น ก็โดนคนตัวสูงก้มหน้าลงมาปิดปากเธอไว้ซะก่อน
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไร หลังจากที่ต้องห่างกันเป็นเวลานานร่วมเดือน การที่เขานั่งให้เธอสอบถามเรื่องโค้ชเด่นก็ถือว่าเขาอดทนอดกลั้นมากพอแล้ว เธอเองมัวแต่ตื่นเต้นไปหมดทุกเรื่อง ทั้งการแข่ง ทั้งเรื่องของเพื่อนรักอย่างโค้ชเด่น
ฝนจูบตอบเขาตามอารมณ์ที่เริ่มถูกปลุกขึ้นช้า ๆ โค้ชเปอร์ยังเป็นคนเดิมที่จูบได้ชัดเจนกับอารมณ์ปรารถนา เธอรู้ว่าครั้งนี้เขาจะไม่รามือถ้ายังพาเธอไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง เธอดันหน้าอกเขาออกช้า ๆ เพื่อขอเวลานอก
“อุปกรณ์พร้อมนะคะคราวนี้” เธอถามอมยิ้ม เขาพยักหน้า
“แล้วพี่เปอร์ไม่เหนื่อยเหรอคะวันนี้ พักก่อนมั้ยคะ” ถามออกไปแบบนั้น แต่ประกายตาระยิบ
“รู้ใช่มั้ยว่าปกติพี่วิ่งอัลตร้า วันนี้เพิ่งวิ่งไปแค่ห้าโล ยังวิ่งได้อีกเป็นร้อย” เขายิ้มกรุ้มกริ่มบอกความนัยแฝง ฝนหน้าแดงเมื่อถอดรหัสคำว่า -อีกเป็นร้อย- ออก
“พี่เปอร์” เธอลากเสียงด้วยความเขิน
“ไม่เชื่อ?” เขาหรี่ตา
“ไม่เชื่อค่ะ” ฝนพูดหัวเราะคิกคัก เมื่อเขาดึงเธอเข้าไปกอด แล้วกดจมูกซุกไซร้ไปทั่ว
เธอดึงเสื้อยืดของเขาขึ้นจนพ้นศีรษะ เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นแผงอกเปลือยเปล่าชัดเต็มตา ค่อย ๆ ลูบไล้หน้าอกแน่นที่นูนสวยทั้งสองข้างแบบคนออกกำลังกายช่วงหน้าอกมาอย่างหนัก ลูบเลยลงมายังกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เห็นเป็นลอน ๆ เธอบรรจงจูบไล่ละไปตั้งแต่หัวไหล่แน่นตึงเห็นมัดกล้ามและเส้นเอ็นชัด หน้าอกทั้งสองข้าง จนเมื่อจูบที่ลอนหน้าท้อง เขาก็สะดุ้งเบา ๆ เธอหัวเราะกิ๊ก
“หัวเราะพี่อีกละ” เสียงตัดพ้อไม่จริงจัง เขาพลิกตัวเธอลงไปด้านล่าง บรรจงแกะกระดุมทีละเม็ด ฝนหลับตาพริ้มไม่กล้าสบตา โคมไฟในห้องยังส่องสว่างแม้จะเป็นแสงสลัวแต่ก็เห็นรายละเอียดทุกอย่างชัดเจน เขาค่อย ๆ ปลดทุกอย่างออกจากร่างกายเธอ ได้ยินเสียงเขาครางเบา ๆ
เมื่อเผยอตาขึ้น หน้าเธอก็ร้อนผ่าวเพราะเขากำลังสัมผัสเธอด้วยสายตาคู่นั้น ยังไม่ต้องโดนตัวกันก็ทำเธอสะท้านสะเทือนไหว เธอดึงเขาลงมากอด รู้สึกไร้เรี่ยวแรงเกินทนไหวที่จะให้เขายืนจ้องมองเธอแบบนั้น
เมื่อร่างเปลือยเปล่าของทั้งคู่สัมผัสกัน ก็สั่นสะท้าน ไฟรักที่คุกรุ่นรอเวลามาเนิ่นนาน บัดนี้ม้นถูกโหมจนลุกกระพือ ทั้งจูบที่ร้อนเร่า มือไม้ที่สัมผัสอย่างต้องการสำรวจซึ่งกันและกันเหมือนลมที่พัดกระหน่ำจนเกิดพายุ
โค้ชเปอร์เอ่ยขึ้นแผ่วเบาปลายเสียงสั่น “เป็นแฟนกันนะ”
ฝนครางตอบรับเสียงคล้ายจะขาดใจ “ค่ะ เป็นแฟนกัน”
เอื้อมมือไปปิดโคมไฟ หลับตาพริ้มแล้วปล่อยใจให้ล่องลอยตามที่เขาจะนำทางไป คืนนี้ทั้งสองคนจะได้เรียนรู้กันไปอีกขั้นหนึ่ง
❤️

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    Fin-is-her
    เปิดไฟต่อได้มั้ยยย