มีบัญชีอยู่แล้ว?
EP. 12.2 - ตัวอย่างการวิเคราะห์เหรียญ luna ตอนที่ 2
1
ถ้ายังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 กลับไปอ่านก่อนนะครับ
2
หมายเหตุ- บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน แต่มีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ข้อมูลในบทความนี้ เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน อาจจะมีข้อมูลบางอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจะเกิดขึ้นได้จากความไม่เข้าใจของผู้เขียน หรือความผิดพลาดของผู้เขียน นักลงทุนต้องทำการบ้านด้วยตัวเอง ตัดสินใจด้วยตัวเอง
ตอนที่แล้วเราได้พูดถึง Terra chain กันไปแล้ว ซึ่ง Product หลักๆ ของ Terra มีอยู่ 3 ตัว และในอนาคตอันใกล้นี้น่าจะทยอยกันออกมาเรื่อยๆ ทั้ง app ใหม่ของ terra เองและก็ app ที่สร้างขึ้นจากคนอื่น
มีคนทำภาพรวม Terra ecosystem ในอนาคตอันใกล้นี้เอาไว้ (บางส่วนเกิดแล้ว และบางส่วนกำลังพัฒนาอยู่)
Terra ecosystem
ผมจะยกตัวอย่างบางส่วนที่น่าสนใจนะครับ
- Loop อันนี้จะเป็น DEX คล้ายๆ กับ Pancakeswap และ Uniswap + Payment gateway ในประเทศออสเตรเลีย คล้ายๆ กับ Chai ในเกาหลี คือสามารถแลกเปลี่ยนเหรียญใน app และสามารถเอาไปใช้จ่ายซื้อของในชีวิตจริงได้ด้วย
- LoTerra คือ Lottery ซึ่งคล้ายๆ กับ Lotto ใน Pancakeswap
- Marprotocol เป็น money market น่าจะคล้ายๆ compound aava
- Ozone insurance เป็นประกันแบบ Decentralized
- Nebula เป็น etf และ derivative
- Spar เป็น Decentralized Hedge fund
- App กลุ่ม Retail จะทำให้คนเปลี่ยนเงิน fiat เป็นคริปโตได้ง่ายๆ ซื้อหุ้นผ่าน App และฝากเงินกินดอก 20% แต่ละ App ก็ Target คนในแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกัน เช่น Alice (usa), Saturn (europe) Kash (Devoloped market) Loop (Australia) Iamport (Vietnam) Local Terra (P2P) Pay with Terra (Online payment) ฯลฯ
1
- NFT ยังไม่เปิดเผยชื่อ
มีอีก 1 Leading indicator ที่ผมติดตามดูอยู่ด้วย คือตัวเลข Download Tool สำหรับพัฒนา App บน Terra chain
https://www.npmjs.com/package/@terra-money/terra.js
ตัวเลขเยอะขึ้นบอกได้คร่าวๆ ว่า Developer Coder มีแนวโน้มที่จะสนใจพัฒนา app บน Terra chain มากขึ้น
1
ซึ่งตอนต้นปีตัวเลข download มีประมาณ 500-1000
เมื่อเดือนที่แล้วมีประมาณ 2500
ตัวเลขล่าสุดที่ผมดูเพิ่มขึ้นไปถึง 10000 download แล้ว
ก็คาดการณ์ได้คร่าวๆ ว่าหลังจากนี้ซัก 6-12 เดือน น่าจะมี app ใหม่ๆ เกิดบน Terra และจะทำให้ค่า fee ในระบบสูงขึ้นได้อีก
1
Tokenomic
เหรียญ Luna ตอนเริ่มต้นมีเหรียญออกมา 1000 ล้าน
ปัจจุบันมีจำนวนทั้งหมดประมาณ 960 ล้าน
อยู่ใน circulation ประมาณ 380 ล้าน
ซึ่งในการคิด Market cap ของเวปส่วนใหญ่ในวงการคริปโตเค้าจะใช้ตัวเลข 380 ล้านกัน
แต่ในมุมมองของผมแล้วการใช้ตัวเลข circulation supply มาคิด market cap มันไม่ค่อย make sense เท่าไหร่ เพราะอีก 590 นั้น บางส่วนเป็นเหรียญของบริษัท Terra บางส่วนเป็นเหรียญของ Partner ซึ่งในอนาคตเค้าอาจจะเอาออกมาขายเมื่อไหร่ก็ได้ มันเหมือนกับเราคิด marketcap ของหุ้นโดยไม่เอาหุ้นของเจ้าของมารวมด้วย ซึ่งประหลาดอยู่พอสมควร
1
ผมเลยมีการปรับตัวเลขเองใหม่ โดยใน 590 ล้านนั้น เท่าที่ผมเข้าใจมีอยู่ 2 ส่วนที่เป็นของส่วนกลางของผู้ถือเหรียญ Luna ทุกคน ซึ่งประกอบไปด้วย
1
- Community pool เป็นเงินกองกลางสำหรับเอาไปใช้ประโยชน์ส่วนรวมให้กับ Terra chain ซึ่งตอนนี้มีอยู่ประมาณ 57 ล้านเหรียญ
- Stability reserve เอาไว้ใช้เป็นเงินทุนสำรองเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบอีกประมาณ 200 ล้านเหรียญ
เพราะฉะนั้นตัวเลข Supply ที่ผมใช้จริงๆ คือ 380 + (590-57-200) = 713 ล้านเหรียญ
ที่ราคาปัจจุบันที่ 17.5 จะคิดเป็น Market cap ได้ประมาณ 12,300 ล้าน
ทีนี้เหรียญ Luna มันมีความพิเศษกว่าเหรียญอื่นๆ ในตลาดอยู่อย่างนึงก็คือ มันเป็นเหรียญที่ Supply ของเหรียญจะเพิ่มหรือลดไปตาม demand ของ terra stable coin
1
เมื่อไหร่ก็ตามที่ ust (หรือ stable coin อื่นๆ ของ terra) มี demand เพิ่มขึ้น ราคาของ ust จะสูงกว่า 1 usd สมมติว่าเป็น 1.03 ระบบอนุญาติให้คนสามารถเอา luna ที่มีมูลค่า 1 usd มาแลกได้เป็น 1 ust ก็จะเกิดการ arbitrage โดยเอา luna มูลค่า 1 us ไปแลกเป็น ust ได้ 1 เหรียญแล้วไปขายได้ 1.03 us ก็จะกำไร 0.03 us หักด้วยค่าธรรมเนียม
ในทางกลับกันเมื่อ demand ของ ust ลดลง ก็จะมีคนซื้อ ust ที่ราคาต่ำกว่า 1 us ไปแลกเป็น luna เพื่อทำกำไร
ระบบนี้จะช่วยให้ ust นั้นสามารถรักษาระดับราคาไว้ได้ใกล้เคียง 1 usd
2
ยิ่ง terra stable coin มีปริมาณมากขึ้นเท่าไหร่เหรียญ luna ก็จะถูก burn ทิ้งเพื่อสร้างเป็น stable coin มากขึ้นเท่านั้น
2
ลองมาเปรียบการ Burn เหรียญ bnb (เหรียญยอดฮิตในดวงใจใครหลายๆ คน) กับ luna ดู
2
bnb burn
bnb นั้นจะนำกำไร 20% จาก Binance ซึ่งเป็น Exchange crypto ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาซื้อเหรียญ bnb แล้ว burn ทิ้งเพื่อลด supply ไตรมาสละ 1 ครั้ง
ซึ่งถ้ามองจากตัวเลขคร่าวๆ แล้ว bnb burn เหรียญทิ้งได้ประมาณ 0.5-1.8% ต่อไตรมาส
Luna burn
Luna burn เหรียญจาก demand ของ ust ที่เพิ่มขึ้น เฉลี่ยวันละประมาณ 0.07% ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา หรือคิดเป็น 6.4% ต่อไตรมาส จะเห็นว่าการ burn เหรียญของ luna ในช่วงที่ผ่านมานั้นเร็วกว่า bnb มาก
(ยิ่งถ้าย้อนไปดูช่วงเดือน 2-3 ตอนที่ราคา luna ยังต่ำกว่าตอนนี้มาก luna ถูก burn วันละ 1-2 ล้านเหรียญซึ่งคิดเป็น 0.2% ต่อวัน 19% ต่อไตรมาส) O_O
ซึ่งตัวเลขนี้ในอนาคตก็อาจจะเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับปริมาณ ust ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง และราคา luna ด้วย ถ้า luna ราคาต่ำก็จะยิ่ง burn ได้เยอะ ถ้า luna ราคาขึ้นเร็วก็จะ burn ได้น้อยหน่อย
Valuation
ถ้าเราไปดู Staking reward ของ luna ณ ปัจจุบัน จาก terra station จะเห็นว่า Staking reward อยู่ที่ประมาณ 10%
ซึ่ง Staking reward ของ luna นั้นจะต่างจากเหรียญ atom ที่เคยเขียนไปแล้วตรงที่ reward ของ atom นั้นส่วใหญ่มาจากการผลิตเหรียญเพิ่มขึ้น ทำให้ real return นั้นต่ำกว่า staking reward ที่เห็นจริงอยู่พอสมควร (ไปย้อนอ่านกันอยู่ที่ใครยังไม่เคยดู)
ส่วน Staking reward ของ luna นั้นหลักๆ มาจากค่า Fee ในระบบและ Air drop จากเหรียญของ App ในระบบ Terra (ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 2 ตัวคือ mir และ anc)
สูตรจริงๆ จะหน้าตาเป็นแบบนี้
LUNA staking = Chai TX fees + “Seigniorage fees” + Swap fees (after Columbus-5) + MIR/Anchor Transaction fees + MIR airdrops + Anchor airdrops + More airdrops in future
1
แต่เนื่องจาก supply ของ luna จะลดลงเมื่อ demand terra stable coin เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ demand ust เพิ่มขึ้น จำนวน supply ของ luna ก็จะลดลงเรื่อยๆ ซึ่งจะไปทำให้ตัวหารค่า fee และ airdrop ในระบบนั้นลดลง return ที่จะได้จริงๆ จึงจะสูงกว่า 10%
แต่ถ้า demand ust ลดลง ตัวหารของ luna ก็จะเพิ่มขึ้น real return ก็จะต่ำกว่า 10%
ซึ่งการคำนวณราคาเป้าหมายก็จะต้องมาประมาณตัวเลขหลักๆ 2 ตัวนี้ให้ได้
- ค่า fee และ airdrop ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเราก็ต้องติดตามข่าวสารของ terra ecosystem ถ้ามี app เพิ่มมาเรื่อยๆ มีคนมาใช้ app มากขึ้น ค่า fee และ airdrop ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
- Demand ของ terra stablecoin ถ้า demand เพิ่ม จำนวนเหรียญ luna ก็จะลดลง ซึ่งยิ่ง demand มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเกิดใน terra chain เท่านั้น
Best case
ถ้าคิด staking return ที่ 10% และเราคาดหวัง return ที่ 7%
สมมติ 1 ปีหน้า ค่า fee และ airdrop ในระบบเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า
สมมติ demand ของ terra stablecoin เพิ่มขึ้นจนทำให้จำนวนเหรียญ luna ลดลงไป 25%
ราคาเป้าหมายของของ luna ก็จะได้ = (10%/7%)*3/(100%-25%) = 5.7 เท่า
Base case
ถ้าคิด staking return ที่ 10% และเราคาดหวัง return ที่ 7%
สมมติ 1 ปีหน้า ค่า fee และ airdrop ในระบบเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 เท่า
สมมติ demand ของ terra stablecoin เพิ่มขึ้นจนทำให้จำนวนเหรียญ luna ลดลงไป 10%
1
ราคาเป้าหมายของของ luna ก็จะได้ = (10%/7%)*1.5/(100%-10%) = 2.4 เท่า
1
Worst case
ถ้าคิด staking return ที่ 10% และเราคาดหวัง return ที่ 7%
สมมติ 1 ปีหน้า ค่า fee และ airdrop ในระบบไม่เพิ่มเลย
สมมติ demand ของ terra stablecoin ไม่เพิ่มเลย
ราคาเป้าหมายของของ luna ก็จะได้ = (10%/7%)*1/(100%) = 1.4 เท่า
ตรงนี้พวกเราต้องไปประมาณตัวเลขกันเอาเองนะครับ ตัวเลขที่ผมใช้เป็นเพียงตัวเลขสมมติให้เห็นถึงวิธีการคำนวณเฉยๆ
2
ถ้าเราไปดู Business model ของ chain อื่นๆ ส่วนใหญ่จะเห็นว่ามีลักษณะอย่างหนึ่งที่คล้ายกัน คือเค้าจะพยายามดึงคนให้เข้ามาอยู่ใน chain ให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้เกิดค่า fee ในระบบให้ได้เยอะ return ของเหรียญก็ได้จะสูง
ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือนกับการทำธุรกิจท่องเที่ยวคือดึงคนมาเที่ยวในประเทศเยอะๆ จะได้รายได้เยอะๆ
แต่ terra นั้นต่างจากคนอื่นตรงที่ terra ทำธุรกิจท่องเที่ยวดึงคนเข้ามาในระบบ terra ด้วยเพื่อให้ค่า fee เพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน terra ก็ทำธุรกิจส่งออกเหรียญ stable coin ด้วย ยิ่งมีคนใช้เหรียญ stable coin ของ terra มากขึ้นเท่าไหร่ เหรียญ luna ก็จะถูก burn เร็วขึ้น ตัวหารค่า fee ในระบบก็จะน้อยลง
terra จึงมีการสร้าง bridge ต่อเข้ากับ chain ใหญ่ๆ ทุก chain และส่ง mirror และ anchor ไปไว้ในทุกเชน เพื่อสร้าง demand ของ terra stable coin ให้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น ethereum bsc solana cosmos thorchain ฯลฯ ให้ได้มากที่สุด เรียกว่าใครเป็นผู้ชนะใน blockchain ก็ได้ ผมขอมีเอียวด้วยหมด
การมี business model อยู่ 2 แบบช่วยให้ความเสี่ยงนั้นลดลง เพราะสมมติว่า terra chain ไม่เป็นที่นิยมเท่าที่คิด แต่ stable สามารถไปโตที่เชนอื่นๆได้ หรือ ถ้า stable coin ไม่สามารถโตได้เท่าที่ควร แต่มีคนเข้ามาใช้ terra chain มากขึ้น มูลค่าของเหรียญก็ยังเพิ่มขึ้นไปได้
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ไม่มีคนใช้ terra chain และ terra stable coin ไม่เป็นที่นิยมขึ้นมา ก็ตัวใครตัวเผือกนะครับ
1
    Shinji
    สนับสนุน10 เพชร
    Sutthawee
    คำถามที่ 4 อันไหนถูกครับพี่ 1 ถ้าเรา stake luna ที่ anc เราจะได้ =0.16 anc *85/200 = 6.8% 2... ดูเพิ่มเติม
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ⚠️[BREAKING]⚠️ Bill Ackman ออกมาเตือนว่านักลงทุนส่วนใหญ่กำลังเข้าใจผิด ! ถ้าโอไมครอนระบาดเร็วขึ้น แต่อาการไม่รุนแรง จะยิ่งเป็นการดันให้ตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นไปอีก ! ไม่ใช่ปรับตัวลดลงอย่างที่ตลาดกังวล ! 📌 Bill Ackman นักลงทุนชื่อดังที่หลายคนยกให้เป็น Warren Buffett คนต่อไปได้ออกมาเตือนนักลงทุนทั้งโลกว่า...
      คุณคิดว่าตอนนี้ คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ น่าตื่นเต้นอยู่เสมอหรือไม่? หรือเพียงแค่ใช้ชีวิตให้ผ่านไปอีกหนึ่งวันเท่านั้น ถ้าคุณกำลังรู้สึกเบื่อ มาลองวิธีใช้ชีวิตให้น่าตื่นเต้นผ่านการฝึกฝนและพัฒนาตัวเองกันดีกว่าไหม? สรุปหนังสือ 7 Strategies for Wealth and Happiness ตอนที่ 5
      คนที่ดูเหมือนจะมั่นใจตลอดเวลา ก็คงมีเวลาที่หมดความมั่นใจบ้างเช่นกัน โดยเฉพาะกับการตั้งเป้าหมายไว้สูง ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือส่วนตัว เมื่อไรที่ตกลงมาก็ต้องเจ็บหนักเป็นธรรมดา . การจมอยู่กับความไม่มั่นใจอาจไม่ใช่คำตอบ เพราะชีวิตต้องเดินไปข้างหน้า ลองมาดูกันว่าในวันที่ชีวิตหมดความมั่นใจ เราจะผ่านสถานการณ์แบบนี้ไปอย่างไรดี? กับ อั้ม ศุภกร ใน MM Remaster EP.นี้ . #missiontothemoon #missiontothemoonpodcast #theremasterproject
      ประเด็นร้อนของฟุตบอลไทย ไม่มีอะไรจะเกิน เรื่องของพรรษา เหมวิบูลย์ กองหลังคนสำคัญของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถอนตัวจากทีมชาติ แต่กลับลงเล่นให้สโมสรได้เฉยเลย เรื่องนี้มีสตอรี่อย่างไร วิเคราะห์บอลจริงจังจะเล่าให้ฟัง จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ เริ่มจากมาโน่ โพลกิ้ง เฮดโค้ชทีมชาติไทย ประกาศชื่อ 30 ผู้เล่น ลงแข่งรายการซูซูกิคัพในเดือนธันวาคม โดยมีนักเตะถอนตัวไป 2 คน คนแรกคือพีระพัฒน์ โน้ตชัยยา จากทรู แบงค็อก โดยมาโน่เรียกสุริยา สิงห์มุ้ยเข้ามาแทน
      ดูทั้งหมด