6 พ.ค. 2021 เวลา 06:44 • อาหาร
Chippubetsu Food Story
เรื่องที่ 1 ตอน ไดฟุกุหนุบหนับ
เจ้าของเรื่อง : คุณมิโนรุ โอคาดะ เจ้าของร้านขนมโมจิและคาเฟ่นิจินิจิ (餅菓子と喫茶日日 Nichinichi)
คุณมิโนรุมาเปิดร้านแต่เช้า
ณ เมืองลับแลแสนไกลโพ้นแห่งหนึ่งนามว่า “ชิปปุเบ็ตสึ”
ชาวเมืองมักจะเรียกชื่อเมืองตัวเองสั้นๆว่า “ชิปปุ”
ห่างจากใจกลางเมืองชิปปุออกไปไม่ไกล มีร้านขายขนมปังเล็กๆชื่อ “ร้านTABITA(ทาบิตะ)”
ที่นั่นมีคู่สามีภรรยาอายุน้อยคู่หนึ่งทำงานอยู่ สามีชื่อ “มิโนรุ” ส่วนภรรยาชื่อ “จิฮิโระ”
สองสามีภรรยาทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข มิโนรุสามีหนุ่มเป็นคนอบขนม ส่วนจิฮิโระภรรยาสาวยิ้มเก่งรับหน้าที่ดูแลหน้าร้านและต้อนรับลูกค้า มิโนรุเคยทำงานร้านขนมญี่ปุ่นมาก่อนจึงได้นำความรู้ที่มีมาทำไดฟุกุขายในร้านด้วย ช่วงไหนที่มีไดฟุกุสตรอว์เบอร์รี่ลูกค้าก็จะแวะเวียนมามากเป็นพิเศษ
ความอร่อยของขนมปังที่อบสดใหม่ทุกวันและไดฟุกุเนื้อนุ่มทำให้ร้านTABITAขายดีและมีชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักไปไกลถึงเมืองข้างเคียงกระทั่งบางวันสินค้าขายหมดตั้งแต่เปิดร้านได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง!
1
กราฟชีวิตของทั้งคู่ก็พุ่งทยานขึ้นฟ้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าปีที่ 7…
จู่ๆ มิโนรุและจิฮิโระก็ได้ตัดสินใจ……….“แยกตัวออกมาจากร้านTABITA”
ข่าวนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับลูกค้าไปทั่วหล้าเป็นอย่างมาก
ไม่มีชายหนุ่มผู้อบขนมปังหอมกรุ่นยามเช้าและรอยยิ้มแสนสดใสของหญิงสาวในเมืองชิปปุอีกต่อไป……
ทว่า……
แท้จริงแล้วนั้นพวกเขากำลังทำตามความฝันที่มีด้วยกันมานานแล้วต่างหาก!
เพราะแต่เดิมร้านTABITAเป็นร้านที่แม่ของจิฮิโระเป็นคนสร้างขึ้น สองสามีภรรยาเพียงเข้ามาช่วยดูแลเท่านั้น ความฝันของทั้งคู่จริงๆคือการมีร้านเป็นของตัวเอง เมื่อได้แยกตัวออกมาจากTABITAแล้วมิโนรุจึงผันตัวจากเชฟอบขนมปังมาเป็นเชฟทำขนมญี่ปุ่นเต็มตัวภายใต้ร้านใหม่ชื่อ ร้านขนมโมจิและคาเฟ่นิจินิจิ (餅菓子と喫茶日日 Nichinichi)
หน้าร้านนิจินิจิ
ที่เขาเปลี่ยนมาเดินทางสายนี้ก็เพราะมิโนรุไม่อยากให้ขนมดั้งเดิมเลือนหายไปจากญี่ปุ่น เขาสังเกตเห็นว่าของที่หากินได้ง่ายๆทั่วไปมันค่อยๆเลือนหายไปโดยที่ผู้คนไม่ทันได้สังเกตเห็น ซึ่งขนมโมจิและไดฟุกุก็เป็นหนึ่งในนั้น
จะตำโมจิจนกว่าจะได้เนื้อยืดแบบนี้
มิโนรุปั้นโมจิเองและใส่ใจรายละเอียดในขนมทุกๆชิ้นที่เขาสัมผัสจึงทำให้ร้านนิจินิจิได้รับความนิยมมากไม่แพ้กับสมัยที่ทำร้านTABITA อีกทั้งไส้ถั่วแดงกวนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของขนมญี่ปุ่นนั้นมิโนรุก็ลงมือทำด้วยตัวเองทั้งหมด
ผลงานขนมฝีมือคุณมิโนรุ
ถึงแม้จะเป็นธุรกิจเล็กๆที่ทำกันเองแต่เมนูของร้านนิจินิจิก็มีหลากหลาย เช่น ไดฟุกุถั่วดำไส้ถั่วแดง ดังโงะย่าง ไดฟุกุโยโมงิ และยังมีสินค้าที่ขายเฉพาะช่วงให้ลูกค้าได้ตื่นเต้นกันทั้งปีอีกมากมาย
แรกๆ สองสามีภรรยาช่วยกันดูแลร้านอย่างแข็งขัน แต่ไม่นานก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่…
…จิฮารุตั้งท้อง…
การดูแลร้านตั้งแต่ทำขนม เปิดร้าน ต้อนรับลูกค้าและทำความสะอาดทั้งหน้าร้านและหลังร้านจึงตกเป็นหน้าที่ของมิโนรุเพียงผู้เดียว แต่ถึงอย่างนั้นมิโนรุก็ไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด เขากลับมีความสุขมากที่ภรรยาได้ให้กำเนิดเด็กชายตัวน้อยและมอบหน้าที่ใหม่ให้เขาคือ “การเป็นพ่อคน”
และหนูน้อยคนนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นอีกหลายๆความฝันของมิโนรุ
เจ้าของร้านหนุ่มฝันไว้ว่าในอนาคตลูกชายตัวน้อยคนนี้จะชอบการทำขนมญี่ปุ่นเหมือนกันกับเขาและช่วยสานต่อร้านขนมเล็กๆแห่งนี้ให้อยู่คู่เมืองชิปปุต่อไป
เชฟขนมญี่ปุ่นตัวเล็กแต่ใจใหญ่คนนี้สัญญากับตัวเองไว้ว่าเขาจะมุ่งมั่นทำขนมญี่ปุ่นต่อไปจนกว่าเขาจะแก่เฒ่าเพื่อให้นักเดินทางจากทั่วทิศได้มาสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นผ่านทางขนมที่เขารังสรรค์ขึ้น
วันใดที่คุณเดินทางผ่านเมืองลับแลแห่งนี้แล้วได้กลิ่นหอมหวานของข้าวญี่ปุ่นและถั่วแดงก็อย่าลืมนึกถึงเรื่องราวของพ่อครัวขนมญี่ปุ่นคนนี้เสียล่ะ
นิทานอาหารเมืองชิปปุเบ็ตสึเรื่องที่ 1 ตอน ไดฟุกุหนุบหนับ (จบ)
บรรยากาศภายในร้าน
เสริม : การเป็นเจ้าของธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ คุณมิโนรุหลับตั้งแต่ 6 โมงเย็นเพื่อตื่นมาทำไส้ถั่วแดงตั้งแต่เที่ยงคืน ขนมบางอย่างตื่นมาทำตั้งแต่ตี 3 เมื่อก่อนร้านเปิด 9 โมง แต่พอมีโควิดลูกค้าน้อยลงเลยเปลี่ยนมาเปิดร้านตอน 10 โมง ขายเรื่อยๆจนสินค้าหมดค่อยปิดร้าน วนๆไปแบบนี้ทุกวัน(ร้านปิดวันอังคาร - พุธ) เมื่อก่อนเราคิดว่าขนมญี่ปุ่นแพง นานๆจะกินทีเพราะราคาเฉลี่ยอยู่ที่ชิ้นละ 200 เยน(60 บาท) แต่พอเราได้เห็นขั้นตอนต่างๆของร้านนิจินิจิแล้วมันก็ลบภาพความแพงนั้นไปเลยค่ะ
โควิดหมดแล้วแวะมาเยี่ยมร้านเล็กๆแห่งนี้กันได้นะคะ😁
📌 พิกัดร้าน https://goo.gl/maps/wWnSiKdiskFF4GCE9
🚌 วิธีการเดินทาง นั่งรถไฟมาลงที่สถานีJR Chippubetsu แล้วเดินต่อมาอีกประมาณ 15 นาทีหรือนั่งรถบัสจากซัปโปโรที่ชานชาลาหมายเลข 13 มาลงที่สถานี Chippubetsu interchange iriguchi ค่ะ
ขั้นตอนการทำดังโงะเสียบไม้

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา