Asset Plus Weekly Invest: 7 June 2021 :"Higher / Lower"
• สัปดาห์ที่ผ่านมา Fed มีการประกาศเป้าหมายขายการ Corporate Bond และ ETF ที่เข้าซื้อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในช่วง COVID-19 ระบาด ผ่านโครงการ SMCCF โดยกำหนดเป้าหมายจะขายออกทั้งหมดภายในสิ้นปี โดยระบุว่า การขายดังกล่าว ไม่ได้เป็นมีควมเกี่ยวข้องกับแนวทางการดำเนินนโยบายการเงิน
• ชุดตัวเลขเศรษฐกิจ ยังคงออกมาร้อนแรงต่อเนื่อง ตัวเลขแรงงานยังคงสะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้ความกังวลเรื่องของเศรษฐกิจ overheat และเงินเฟ้อเร่งตัวกลับมาอีกครั้ง
• อย่างไรก็ตาม inflation expectation ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดยังคง wait and see ตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ ซึ่งนับเป้นตัวเลขที่สำคัญที่จะบ่งชี้แนวโน้มของตลาดในระยะข้าวหน้าได้
• ถึงแม้ UK จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่เร่งขึ้นบ้างหลังทยอยคลายการ Lockdown แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตเลยตลอดเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมาแสดงว่าวัคซีนสามารถลดความรุนแรงของโรคได้เป็นอย่างดี
• แม้ญี่ปุ่นจะมีโครงการ Mass Vaccination เพื่อเข้ามาเร่งอัตราการฉีดวัคซีน แต่การฉีดกลับยังล่าช้าในสัปดาห์ที่ผ่านมา
• ประเด็นระหว่าง สหรัฐ และ จีน ยังคงเป็นประเด็นยืดเยื้อ แม้จะมีการเปลี่ยนผ่านจากยุคสมัยของ Trump มาสู่ โจ ไบเดน โดยล่าสุด นาย โจ ไบเดน ใช้คำสั่ง executive order ห้ามนักลงทุนลงทุนในบริษัทจีน 59 บริษัท ที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทางการทหาร โดยมีการขยายความจากส่วนของรายชื่อในยุคทรัมป์ รวมไปถึงบริษัทที่มีการใช้เทคโนโลยีในการตรวจตรา หรือช่วยในการตรวจตรา และละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งหลายบริษัทในรายการเป็นบริษัทที่มี SOE ถือครอง หรือมีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลทั้งสิ้น โดยประกาศจะมีผลตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม โดยให้เวลา 1 ปี สำหรับนักลงทุนที่มีการลงทุนอยู่แล้ว
• ซึ่งเรามองว่าปัจจุบันตลาดได้ Priced-In ไปในทิศทางที่เป็นบวกกับตลาดหุ้นไปแล้ว 2 ประเด็น คือ เงินเฟ้อเป็นปัจจัยชั่วคราว และ FOMC ยังไม่น่ารีบเร่งทำ QE Tapering
• แต่อย่างไรก็ตามให้จับตาดูเลข CPI ที่จะออกในวันที่ 10/6/2021 ว่าถ้าออกมามากกว่าที่ตลาดประเมินไว้มากๆ อาจจะทำให้ตลาดเกิดความผันผวนได้ รวมถึงประเด็นเรื่อง Unemployment Benefit ที่เดิมที่จะหมดลงในช่วงต้นเดือนกันยายน แต่ล่าสุดมี 25 รัฐ ที่เริ่มทยอยประกาศยุติโครงการดังกล่าวแล้วซึ่งมีนัยสำคัญต่อตลาดแรงงานและตัวเลข
การจ้างงานในระยะข้างหน้าที่จะเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้นและเร่งให้ FOMC เริ่มใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงกรอบเวลาที่ทำให้เรื่องเหล่านี้สั้นลงเหลือ 1-2 เดือนจากเดิมทีที่มองว่า 2-3 เดือน
• ดังนั้นในระยะสั้น (1-3 เดือน) เรามองว่าตลาดอาจจะ Rally ต่อได้แต่ Upside เริ่มจำกัดหลังจากตลาด Priced In ในเชิงบวกไปมากพอสมควรแต่ความเสี่ยงยังคงมีอยู่ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงและลดน้ำหนักในหุ้นกลุ่มที่เป็น Low Quality & Super Growth Stock ที่มี Valuation ตึงตัวและมองหา High Quality Stock.
• ส่วนนักลงทุนระยะยาว (6-12 เดือน ขึ้นไป) อาศัยจังหวะที่มีความผันผวนจาก 3 ประเด็นข้างต้นทยอยสะสม Late Cycle Play เช่นกลุ่ม Defensive Growth เช่นกลุ่ม Healthcare
——————————
ติดตามข้อมูลข่าวสารจาก บลจ.แอสเซท พลัส
Customer Care : 02-672-1111
Application ASP FUND : http://bit.ly/2MFVx6z
“การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน” ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลงานในอนาคต
#AssetPlus #ASP #Investment #ASPFUND #Weekly

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์