14 ก.ค. 2021 เวลา 12:28 • หุ้น & เศรษฐกิจ
หุ้นวัฏจักรคืออะไร?
หุ้นวัฏจักร คือ หุ้นของบริษัทที่มีผลกำไร ผลประกอบการ และราคาหุ้น ขึ้นลงตามแนวโน้มของสภาพเศรษฐกิจ โดยช่วงที่เศรษฐกิจดีๆ หุ้นแบบนี้จะรุ่งเรืองมากๆ
แต่ในทางกลับกัน ในช่วงที่เศรษฐกิจย่ำแย่ หุ้นวัฏจักรก็จะดูร่อแร่ และมักจะตกต่ำสุดๆ เช่นเดียวกัน จึงเป็นที่มาของคำว่า “วัฏจักร” นั่นเองค่ะ
⛳ ประเภทของหุ้นวัฏจักร แบ่งเป็นสองกลุ่มหลักคือ
1.หุ้นสินค้าโภคภัณฑ์
เช่น น้ำมัน ปิโตรเคมี โรงกลั่น ถ่านหิน ยางมะตอย สายการบิน เรือ ขนส่ง เป็นต้น ซึ่งราคาจะเปลี่ยนแปลงไปตามอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลก ทำให้บริษัทแทบจะไม่มีความสามารถในการควบคุมราคาสินค้าได้เลย เช่น ราคาน้ำมันโลก จะกระทบต่อหุ้นขุดเจาะน้ำมัน เป็นต้น
1
หรือการเปลี่ยนแปลงไปตามอุปทานในอุตสาหกรรม เช่น การเพิ่มของจำนวนโรงกลั่นในธุรกิจปิโตรเคมี การเพิ่มขึ้นของจำนวนเรือในธุรกิจขนส่งทางทะเล เป็นต้น
โรงกลั่นปิโตรเคมี
2.หุ้นสินค้าหรือบริการที่มีความต้องการผันผวนตามสภาพเศรษกิจ
เช่น หุ้นกลุ่มธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง รถยนต์ อิเลคทรอนิกส์ รวมไปถึง บริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์ เป็นต้น
1
อุตสาหกรรมรถยนต์
เนื่องจากเป็นสินค้าที่แต่ละรายไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก ทำให้ช่วงตกต่ำที่ผู้ผลิตมีเยอะ แต่ผู้ต้องการสินค้ามีน้อย ทำให้มีการตัดราคากันได้ง่ายๆ
การจะเลือกหุ้นวัฏจักร ให้ดูที่อุตสาหกรรม ที่มีแนวโน้มกำลังจะรุ่งก่อน หลังจากนั้นให้เลือกบริษัทที่เด่นๆ ในอุตสาหกรรมนั้นๆ ที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันมากกว่าบริษัทอื่น หรือมีความโดดเด่นเฉพาะออกมา
จากนั้นให้สังเกตุค่า P/E ยิ่งถ้ามีค่าสูง มันบ่งบอกว่า ถึงจุดต่ำสุดของวงรอบธุรกิจแล้ว เพราะราคาหุ้นสูงแต่มีกำไรต่อหุ้นต่ำ แสดงว่าความสามารถในการทำกำไรมันน้อยลงแล้ว
1
เมื่อประกอบกับช่วงตกต่ำยาวนานและรุนแรง จะทำให้อุตสาหกรรมนั้นๆ มีกำไรน้อยลงเรื่อยๆ บริษัทที่ไม่มีความได้เปรียบในการแข่งขันเลย ก็จะอยู่ไม่ได้ และล้มหายตายจากไปบ้าง และหลังจากนั้นวงจรขาขึ้นก็จะเริ่มกลับมา
1
ในทางกลับกัน ถ้าค่า P/E ต่ำ จะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงจุดสิ้นสุดของช่วงขาขึ้น ธุรกิจกำลังอยู่ช่วง peak มักจะมีกำไรที่สูงมากทำให้ P/E ต่ำ
ในเมื่อธุรกิจมีกำไรสูง ก็เป็นธรรมดาที่จะมีบริษัทใหม่ๆ เปิดตัวเข้ามาชิงส่วนแบ่งเป็นจำนวนมาก หรือผลิตสินค้าหรือบริการออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้อุปทานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
และนำไปสู่จุดสิ้นสุดของช่วงขาขึ้นในที่สุด เช่น ช่วงปิโตรเคมีบูมก็สร้างโรงกลั่นกันเป็นการใหญ่ กว่าจะเสร็จก็ล้นตลาดกันพอดี หรือ เศรษกิจดีการส่งออกบูม เรือขนส่ง ไม่พอ ก็ลงทุนสั่งต่อเรือเพิ่มขึ้นอีก กว่าจะเสร็จได้ เรือก็ล้น เกินความต้องการไปแล้ว
จะเห็นได้ว่าจังหวะการลงทุนในหุ้นวัฏจักรเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าเข้าถูกจังหวะก็วิ่งฉิวฟันกำไรได้เหนาะๆ
แต่ถ้าพลาดล่ะก็ ต้องรอยาวกันเป็น 5-10 ปี กว่าที่ราคาหุ้นจะมาที่เดิม หุ้นวัฏจักรในตลาดหุ้นไทยก็มีให้เห็นอยู่หลายตัว ที่ชัดเจนก็หุ้นเดินเรือ อย่าง PSL และ TTA เป็นต้น
หุ้นวัฏจักร เป็นหุ้นที่ทำกำไรได้มากที่สุดชนิดหนึ่ง แต่เราต้องมอง cycle ของธุรกิจนั้นๆ ให้ขาดด้วย เพราะการขึ้นลงที่รุนแรงของมัน ถือเป็นดาบสองคมต่อนักลงทุนอย่างเราเช่นกันค่ะ
1
ถ้านักลงทุนเข้าใจในวงจรของธุรกิจนั้นเป็นอย่างดี และเข้าลงทุนได้ถูกจังหวะ ก็สามารถทำกำไรได้มากมายเลยทีเดียว แต่ก็อย่าลืมว่า เมื่อธุรกิจกำลังอยู่ช่วงพีคและขึ้นแรงแค่ไหน เมื่อธุรกิจเข้าสู่ขาลงก็จะลงแรงเช่นกัน
1
💥 ดังนั้น อย่าหลงหุ้น หรือติดหุ้น ต้องลงทุนอย่างระมัดระวังอยู่เสมอ
เพราะทุกสรรพสิ่งไม่มีอะไร จีรัง ยั่งยืน เข้าตามหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาเลยค่ะ เมื่อได้กำไรแล้วก็ออกมาก่อน ถึงหุ้นจะไปต่อก็ไม่เป็นไร เพราะเราได้กำไรไปแล้ว
1
💦.....และเมื่อออกมาแล้ว อย่าเข้าไปซื้ออีกจะดีกว่า เกิดหุ้นลงหนัก กำไรที่ได้มาก็จะคืนตลาดเขาไปหมด ดีไม่ดี ถ้าออกไม่ทัน อาจต้องรอวัฏจักรรอบใหม่ นานเป็น 5 ปี 10 ปี หรือนานกว่านั้นกันเลยทีเดียวค่ะ
2
โชคดีในการลงทุนทุกท่านค่ะ
เรียบเรียงโดย : ลงทุนในบัญชีและภาษี
สามารถเยี่ยมชมเราผ่านช่องทางอื่นตามลิ้งข้างล่างนี้ค่ะ :
ขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่มีให้กันเสมอค่ะ
🌷🌷❤❤🙏🙏🙏🙏❤❤🌷🌷

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา