มีบัญชีอยู่แล้ว?
[[ สร้างคลังความรู้ภาษาจีนส่วนตัวด้วยแอพ Notion | สร้างระบบเรียนภาษาด้วยตัวเอง ตอนที่ 3 用技术制造中文知识库 ]]
#เส้นทางเรียนภาษา #ทิปและเทคนิกเรียนภาษาจีน #Notion #ใช้Notionเรียนภาษาจีน #สร้างวิธีการเรียนภาษาจีนด้วยตัวเอง
มาแล้วกับตอนที่ 3 ของ สร้างระบบเรียนภาษาด้วยตัวเอง ในตอนที่แล้วเราพูดถึงการร่างระบบการเรียนรู้ของตัวเอง และ ที่แอดมินทำไว้ใช้ ตอนนี้เราจะมาเล่าถึงการใช้เทคโนโลยีมาช่วยให้การเรียนรู้ภาษาจีนให้ง่ายขึ้น อย่างเป็นระบบ และ เพิ่มกระบวนการจำได้ดีขึ้น
ในบทความนี้จะเน้นเล่าไปที่วิธีการใช้งาน Template ของ Notion ที่แอดมินสร้างขึ้นมาใช้เนื่องจากตัวโปรแกรมค่อนข้างทรงพลัง สามารถปรับ flow ได้ตามที่ต้องการ เลยทำให้ต้องอธิบายเยอะตามไปด้วย อาจจะมีพูดถึงการสร้างขั้นตอนการเรียนรู้และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องแบบไวๆ ถ้าหากอยากอ่านเพิ่มเติมจริงๆ อ่านได้ที่ ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 เลยครับ
บทความนี้อาจจะยาวและละเอียดหน่อย ยังไงเซฟเก็บไว้อ้างอิงได้นะครับ ในส่วนของการใช้งานโปรแกรม จะไม่ลงรายละเอียดเนื่องจากมี YouTuber หลายๆท่านเล่าไว้แล้ว เดี๋ยวจะแปะลิงค์วีดีโอไว้ให้ไปดูเรื่องการใช้งานเบื้องต้นกันนะครับ
ที่สำคัญ! แอดมินเอง Template ที่ใช้อยู่มาแจกด้วย ติดตามรายละเอียดในช่วงท้ายบทความได้เลย!
มา! เข้าเรื่องกัน
[[ เรียนเพื่อลืม ลืมเพื่อจำ เทคนิกเรียนจีนด้วย Spaced Repetition | สร้างระบบเรียนภาษาด้วยตัวเอง ตอนที่ 1 间隔重复 ]] https://www.blockdit.com/posts/60b28962154c770c5ed67cbd
[[ วิธีเรียนภาษาจีนแต่ละคนไม่เหมือนกัน ร่างมันออกมา | สร้างระบบเรียนภาษาด้วยตัวเอง ตอนที่ 2 制造自学的系统 ]] https://www.blockdit.com/posts/60cef12edea16d0c611bfd7b
[ Notion คืออะไร ทำไมถึงเลือกใช้ ]
มาทำความรู้จัก Notion กันดีกว่า Notion เป็นแอพหรือโปรแกรมที่มีจุดยืนว่า "All-in-one workspace" หรือแปลเป็นไทยได้ว่า พื้นที่ทำงานที่จบในที่เดียว ใช้ทั้งพิมพ์รายละเอียดต่างๆ และ เอาสื่อมาแปะเพื่อทำเป็นเหมือน โน๊ต หรือ Wiki อีกทั้งยังมีการสร้างฐานข้อมูล (Database) เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ได้อีกหลากหลาย เช่น การกำหนดเวลา การแยกประเภท การเลือกข้อมูลที่จะแสดงได้ตามเงื่อนไข สามารถนำไปใช้เป็นโปรแกรมบริหารจัดการงานของทีมได้เลย ที่สำคัญคือมีความอิสระเป็นอย่างมากในการปรับแต่งให้ได้ตามที่ต้องการ
โครงสร้างของ Notion หากจะอธิบายง่ายๆ จะสรุปได้ดังนี้
- Page หรือ หน้า เพื่อใส่ข้อมูลอะไรก็ได้ รวมไปถึง Database หรือฐานข้อมูลด้วย
- Database หรือ ฐานข้อมูล คือพื้นที่ที่ใช้กรอกข้อมูลเข้าไป ซึ่งจริงๆ มันก็คือตารางนั้นแหละ เราก็กำหนดช่องต่างๆ ได้เหมือน MS Excel ทีนี้ในตารางเนี่ย มันก็ยังสามารถเปิดออกมาเป็นหน้า เพื่อใส่ข้อมูลได้เหมือน Page หรือ หน้า อีก แถมตัวตารางเอง ก็ยังเปลี่ยนรูปร่างต่างๆ ได้อีก เรียกว่า View
- View หรือ มุมมอง ให้นึกถึงตารางข้อมูลที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอได้ ไม่ว่าจะเป็น ตาราง ปฎิทิน ทามไลน์ การ์ดเหมือน Trello หรือ เป็นแกลเลอรี่ เพื่อให้เหมาะสมกับข้อมูล แถมยังสามารถเขียนสูตรคล้าย MS Excel เพื่อให้ทำงานตามเงื่อนไขที่วางไว้
คนนิยมนำมาใช้กัน ตั้งแต่ทำเป็นแหล่งข้อมูลให้ทีมค้นคว้า เป็นบันทึกต่างๆ เป็นโปรแกรมเพื่อติดตามและบันทึกข้อมูลว่างานไปถึงไหนแล้ว
ล่าสุด Notion ได้ออก Notion API มาซึ่งทำให้สามารถเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆได้อีก เช่น Google Calendar เป็นต้น อาจจะได้เห็นความทรงพลังของโปรแกรมนี้ขึ้นไปอีกขั้น
Notion สามารถใช้ได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และ มือถือ
ส่วนตัวผมใช้บนคอมพิวเตอร์เป็นหลักเนื่องจากใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ก็จะใช้ร่วมกับ iPad เนื่องจาก iPad OS รองรับการเขียนด้วยปากกาเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีนแล้ว ช่วยให้การฝึกการเขียนทำแค่ครั้งเดียว ไม่ต้องเสียเวลาเพราะระบบเอาอักษรที่เราเขียนแปลงเป็นตัวพิมพ์ให้เรียบร้อยครับ
ใครที่ยังใช้ Notion ไม่เป็น แนะนำให้ดูวีดีโอสอนการใช้งานจาก เพจ DataRockie ก่อนนะครับ ในคลิปจะมาแนะนำการใช้งานเบื้องต้นอย่างละเอียด สามารถดูได้ที่ลิงค์นี้ครับ https://www.youtube.com/watch?v=OojeAl5hAeM
[ เรียนธรรมดาไม่ได้เหรอ ทำไมถึงต้องใช้แอพช่วย ]
ทำไมต้องใช้แอพช่วย? เราก็แค่เรียนแบบเดิมไม่ได้เหรอ? นี่น่าจะเป็นคำถามที่ผู้อ่านกำลังสงสัยกันอยู่แน่ๆ การเรียนภาษาเอาจริงๆ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่แต่ละคนถนัดครับ เราควรจัดให้เรียนรู้ตามแนวที่เราชอบเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับผม ผมเป็นคนถ้าเขียนในกระดาษอย่างเดียวแล้วจะค้นหาไม่เจอ ยิ่งบางทีความรู้บางอย่างนานๆ ไป จะกลับหามาอีก ก็ไม่รู้ว่าไปเก็บไว้ไหน การเรียนรู้ภาษาเองก็มีรายละเอียดหลายอย่างกระจัดกระจาย มีทั้งคำศัพท์ รายละเอียดไวยกรณ์ที่เราสนใจบางทีก็อยากจะบันทึกความเข้าใจของตัวเอง เลยเป็นที่มาของการที่เอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก แต่เมื่อใช้แล้วก็ยังเจออีกว่า เฮ้ย! มันทำได้มากกว่านั้นนะ เลยพัฒนามาถึงจุดนี้แหละ หากจะให้ไล่ข้อดีเป็นข้อๆ ก็ไล่ได้เลยตามนี้
1. เป็นคลังเก็บข้อมูลรวมทุกอย่างได้ในที่เดียว 
ไม่ว่าจะเป็นคลิปวีดีโอ คลิปเสียง บทความจากเน็ท รูปภาพ ส่วนอะไรที่เราเขียนอยู่ข้างนอกก็แสกนหรือถ่ายรูปมาเก็บได้ ในระยะยาว เราจะมีคลังข้อมูลขนาดใหญ่เป็นของตัวเองให้กลับมาค้นคว้าได้อย่างรวดเร็ว
2. มีระบบค้นหา สะดวก หาอะไรก็เจอ
อยากหาอะไรแค่เลือกช่องค้นหาก็ได้ข้อมูลที่เป็นของเราเองออกมา
3. เป็นเครื่องมือช่วยให้เราทำตามแผนการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น
อย่างที่ได้เล่าไปในตอนที่ 2 ผมร่างวิธีการเรียนรู้แบบต่างๆ และนำมาใช้ใน Notion ให้เราเรียนรู้ตามขั้นตอนที่เราวางไว้ ทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน
4. ให้โปรแกรมช่วยบอกเราว่าควรทบทวนอีกทีเมื่อไหร่
ตามที่เคยเล่าเรื่อง Spaced Repetion ไปในตอนที่ 1 แล้ว Notion สามารถเขียนสูตรเพื่อให้ทำกระบวนการบางอย่างได้ เลยนำมาปรับใช้ให้โชว์ในหน้ารวมว่าแต่ละวันควรทบทวนอะไรบ้าง และทบทวนอีกทีเมื่อไหร่
5. ช่วยให้ทบทวนสิ่งที่จำผิดหรือยังไม่เข้าใจได้อย่างตรงจุด
ปัญหานึงของการทบทวนแบบเดิมๆ คือการทวนทั้งหมดซึ่งเราต้องทวนทั้งสิ่งที่เราจำได้ดีและส่วนที่เราไม่เข้าใจ แต่การใช้ Spaced Repetition เพื่อแยกส่ิงเหล่านี้ออกจากกัน ช่วยให้ทบทวนเน้นส่วนที่ไม่เข้าจริงๆ มากขึ้น และ ใช้เวลาโดยรวมน้อยลง
จริงๆข้อดียังมีอีกเยอะครับ แต่นี่เป็นข้อดีใหญ่ๆที่เห็นได้ชัด ส่วนในเรื่องของข้อจำกัดเนี่ย คือ Notion ใช้เขียนไม่ได้ เลยอาจจะทำให้เป็นการกรอกข้อมูลซ้ำบ้างในบางกรณี แต่ถ้าแค่ต้องการเก็บข้อมูลไว้ก็ถ่ายรูปไว้ได้
[ กระบวนการเรียนรู้เดิม ปัญหาคือข้อมูลกระจัดกระจาย ]
การเรียนรู้จะมีทั้งส่วนที่นำความรู้เข้ามาและการนำความรู้ออกไปใช้ Template นี้ได้ออกแบบเพื่อให้กระบวนการทั้งสองอย่างทำได้อย่างเป็นระบบ เรามาเข้าส่วนที่นำความรู้เข้าก่อนกันดีกว่า จากนี้ไปจะขอเรียนกระบวนการนี้ว่า Input นะครับ
Input ที่ผมออกแบบเนี่ย ผมสังเกตจากการเรียนรู้ของตัวเองว่า การที่เราจะเรียนรู้อะไรสักอย่าง มันต้องมีสื่อมาให้เราเรียนรู้ เช่น หนังสือ, Video, Social Media Posts, Podcast เป็นต้น เราจะเรียนรู้เรื่องราวจากสิ่งนั้นๆ และค่อยย่อยรายละเอียดออกมาในกระบวนการเรียนภาษา ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายดังนี้
กระบวนการโดยไม่มี Notion
1. ผมไปเจอ YouTube วีดีโอนึงมาดูแล้วน่าเอามาฝึก ก็เปิดคลิปนั้นดู เปิดบ้าง หยุดบ้างเพื่อทำความเข้าใจเป็นระยะ
2. ระหว่างที่ผมดูไปผมก็จดประโยคที่สนใจ คำศัทพ์ที่ไม่เคยรู้
3. ดูจบก็ลองเขียนสรุปดูว่าเข้าใจอะไรบ้าง แล้วไปเปิดดิกชันนารี่หาควาหมาย
4. ดูซ้ำอีกรอบทำความเข้าใจ วนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ
จากกระบวนการนี้จะเห็นได้ชัดเลยว่า จากวีดีโอคลิปเดียวเราแตกข้อมูลออกมาเป็น คำศัพท์ ประโยคที่ชอบ ไวยกรณ์ และ ใจความสำคัญ ซึ่งผู้เรียนก็มักจะบันทึกไว้ในสมุดบ้าง แอพไหนบ้าง ปัญหาคือเมื่อเราอยากกลับมาดูวีดีโออีก แต่ไม่ได้เก็บไว้รวมกัน เราจะหาได้ที่ไหน แล้วพอนานๆไป ถ้าเราลืมคำศัพท์แล้วอยากเอามาทวน เราต้องยุ่งยากในการหาขนาดไหน จากปัญหาตรงนี้เลยเป็นที่มาของไอเดียที่จะเรียนรู้ทุกอย่างและรวมอยู่ในที่เดียว
[ 主页 หน้าแรก แหล่งรวมทุกอย่าง ]
มาถึงส่วนที่การใช้งาน Template ของ 图图是道 กัน เข้ามาถึงหน้าแรกจะเป็นหน้าที่เราใช้เวลาอยู่มากที่สุด หน้านี้ถูกออกแบบให้เป็นหน้าที่เห็นภาพรวมของทุกกิจกรรมที่เรากำลังทำอยู่และต้องทำ โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ส่วน หลักๆ ดังนี้
1. ส่วนอธิบาย
1. Pages - ในส่วนนี้ยังมีหน้าต่างๆ หากต้องการดูรายละเอียดของแต่ละตารางแบบเต็มหน้า หรือ อยากดูข้อมูลทั้งหมดที่เคยบันทึกมา ก็สามารคลิ๊กเลือกเข้าไปในแต่ละหน้าของส่วนนี้ได้เลย
2. 说明 | Instructions - ในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เขียนอธิบายเบื้องต้น ว่าแต่ละส่วนใช้ทำอะไรให้เข้าใจง่ายๆ เก็บไว้อ้างอิงได้ สามารถอ่านได้โดยกดลูกศรที่ "说明 | Instructions" เพื่ออ่านเพิ่มเติม
2. 仪表盘 | Dashboard - เป็นส่วนเพื่อ Output  
ส่วนนี้เป็นส่วนที่ใช้เช็กว่าวันนี้ต้องทำอะไร หรือวันไหนต้องทำอะไรบ้าง โดยแบ่งเป็น
1. 活动 | Activity เปิดเพื่อสร้าง หรือ เข้ากิจกรรมที่กำลังฝึกอยู่
2. 练习 | Exercises เปิดเพื่อเขียน แต่งประโยค และฝึก บันทึกข้อความ วีดีโอ และ รูปเข้าไปในหน้านั้นๆ โดยดูจากคำศัพท์ด้านล่างที่ต้องรีวิวก็ได้
3. 间隔重复 - 词语、词组、句子 เปิดเพื่อดูคำศัพท์ วลี หรือ ประโยคที่ต้องทวน ซึ่งใช้ Spaced Repetition ในการช่วยแนะนำ
4. 间隔重复 - 语法、词法、注意 เปิดเพื่อดูไวยกรณ์ที่ต้องทวน ซึ่งใช้ Spaced Repetition ในการช่วยแนะนำอีกเช่นกัน
5. 学中文的资料 | Resources รวมแหล่งข้อมูล หรือ สื่อไว้ให้เข้าไปดู หาเรื่องมาศึกษา เอาเว็บหรือช่อง YouTube มาไว้ตรงนี้ จะได้เข้าไปดูสะดวกๆ
วิธีการใช้งานแต่ละอันจะอธิบายต่อไปในช่วงต่อๆ ไป
3. 内容 / 复习 | Contents or Reviews - เป็นส่วนเพื่อ Input ส่วนนี้ไว้บันทึกเนื้อหาที่กำลังศึกษา, ดูปฏิทินว่าเนื้อไหนควรทวนอีกตามที่ตั้งไว้ใน spaced repetition หรืออยากเลือกมาจัดตารางเองก็ได้ จะเล่ารายละเอียดการใช้งานในช่วงต่อไป
[ เอา Notion มาใช้จัดการ Input ใหม่ให้ดียิ่งขึ้น ]
พอมาใช้ Notion กระบวนการ Input ก็เปลี่ยนมาเริ่มต้นโดย
1. ผมได้วีดีโอลิงค์มา
2. สร้างหน้าใหม่ที่ "内容 / 复习 | Contents or Reviews" โดยกดที่ลูกศรข้างปุ่ม "New" สีฟ้า เพื่อเลือก Template ที่เหมาะสม Template ที่ทำไว้แล้วจะมี
1. 听力/口语/模仿 | Listening, Speaking and Accent Study Template - เหมาะกับการเรียนรู้ด้วย Video และ Podcast สามารถเอามาแปะในนี้ได้
2. 阅读/写作 | Reading and Writing Template - เหมาะกับการเรียนรู้ด้วยการอ่าน หรือ ฝึกเขียน เราจะอ่านจากข้างนอกแล้วถ่าบรูปสิ่งที่เราอ่านมาแปะไว้ก็ได้ หรือ จะเอา blog มาแปะเพื่อไว้ฝึกอ่านก็ได้ ในส่วนของการเขียนก็ใช้ Template นี้
3. 通用学习 | General Template - คิดไม่ออกว่าใช้ Template ไหนก็ใช้ Template นี้แทน
3. หลังจากเลือก Template ได้แล้ว กรณีนี้เลือก "听力/口语/模仿 | Listening, Speaking and Accent Study Template" เพราะออกแบบขั้นตอนไว้เพื่อการนี้ เราก็ก็อบลิงค์มาวางที่ พื้นที่ว่างใต้หัวข้อ "内容 | Content"
4. ระบบจะมีกล่องขึ้นมาถามว่าจะทำอะไร เลือก Embed Video แล้วลิงค์ของเราก็จะกลายเป็นวีดีโอให้เราดูได้จากหน้านี้เลย
5. ที่นี้ก็เปิดหน้านี้ดูวีดีโอไปแหละ พิมพ์โน๊ตไว้พื้นที่ใต้วีดีโอระหว่างที่ดู หรือจะเขียนใส่สมุดแล้วถ่ายรูปมาแปะทีหลังก็ได้
6. เมื่อดูเสร็จแล้วก็ลองเขียนสรุปเนื้อหาที่เข้าใจก่อนที่ "注意 | Note"
7. เปิดดิกชันนารี หาศัพท์ที่ไม่รู้ และ ไวยกรณ์ที่ไม่รู้ ตรงบริเวณ "输入 | Input" ทั้ง 2 ตาราง หากต้องการจดรายละเอียดหรือคำอธิบายเพิ่มเติมก็สามารถเปิดเป็นหน้า เพื่อจดหรือแปะลิงค์ได้
8. เปิดวีดีโอดูอีกครั้ง แล้วลองเขียนสรุปอีกรอบ โดยลงมาที่ "内容摘要/写作" โดยกดลูกศรด้านล่างตรง YYYY MM DD อย่าลืมเปลี่ยน YYYY เป็นปี MM เป็นเดือน และ DD เป็นวันที่ด้วยนะ ถ้าจะเพิ่มรอบก็กดที่ "Add a new round" เพื่อเพิ่มวันที่ และเขียนสรุปเหมือนเดิม
9. ลองกลับไปเทียบดูกับสิ่งที่สรุปก่อนหน้านี้ว่าเข้าใจมากขึ้นใหม่ จะลองทำซ้ำกี่รอบก็ได้จนกว่าจะพอใจ
จากกระบวนการนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นนอกจากการเรียนรู้เลยคือ การเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ คำศัพท์และไวยกรณ์ที่บันทึกไว้จะไปรวมอยู่ใน database ส่วนกลางเพื่อให้เราทบทวนต่อได้ โดยหลักการ Spaced Repetition ต่อ และหากเนื้อหาในหน้าที่เราสรุปเป็นเนื้อหาสำคัญที่เราอยากทวนอีก เราก็สามารถทวนโดยใช้ Spaced Repetition ได้ด้วยเช่นกัน
[ การใช้ Spaced Repetition เพื่อช่วยจัดเวลาทบทวน ]
Spaced Repetition คือหนึ่งในหลักการที่เชื่อว่าหากเราทวนสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ในช่วงเวลาที่เราใกล้จะลืม จะได้ผลดีมากขึ้น และ ใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าการทวนทั้งหมด เราก็เลือกแค่ส่วนที่เราจำไม่ค่อยได้ก็พอ อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ในตอนที่ 1
ผมแบ่งการทวนออกเป็น 2 ระดับได้แก่
1. การทวนเนื้อหา - ส่วนนี้ไม่จำเป็นต้องทำกับทุกเนื้อหา เอาแค่เนื้อหาที่จำเป็นต้องทวนจริงๆ ถึงจะใช้ระบบนี้ และไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องตอบถูกหรือผิดก็ได้
หากต้องการให้เนื้อหาทั้งหน้าจัดเวลาและขึ้นปฎิทินให้ ให้กรอกและเลือกข้อมูลต่อไปนี้
1. กรอกวันที่ในส่วนด้านบนตรงช่อง "Latest Review" เป็นวันที่ที่สร้างหน้านี้ขึ้นมา
2. กดที่ด้านขวาของช่อง "Repetition Level" เลือกเป็น 1
3. ระบบจะบอกวันที่ต้องทวนคราวหน้าให้ที่ช่อง "Next Review" และขึ้นที่ปฏิทินหน้าแรกให้ด้วย
4. ต่อไปเมื่อทวนในแต่ละครั้ง ให้กดเปลี่ยนตัวเลข ในช่อง "Repetition Level" ให้สูงขึ้น ระบบจะคำนวนวันที่ให้ใหม่และปรากฎในปฎิทินให้ด้วย หากรู้สึกว่าทวนแล้วก็ยังไม่รู้เรื่อง จะกลับไปเริ่มที่ระดับที่ 1 ก็ได้ หากไม่อยากทวนแล้วลากไปไว้ที่ No status ได้เลย
2. การทวนคำศัพท์และไวยกรณ์ - จากที่เราได้ย่อยเนื้อหาออกมา ส่วนนี้จะช่วยเราได้อย่างมาก ระบบจะช่วยกำหนดวันที่ให้ว่าเราควรทวนวันไหน เริ่มโดยการทายแบบ Quiz ว่าถูกหรือผิด และอาจจะนำมาแต่งประโยคหรือบทความสั้นจากคำศัพท์และไวยกรณ์ที่ต้องทวนในวันนั้นก็ได้
วิธีการใช้ Function นี้ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. กรอกวันที่ในช่อง "Date Wrong" เป็นวันที่บันทึก
2. กดที่ช่อง "Repetition Level" เลือกเป็น 1
3. ระบบจะบอกวันที่ต้องทวนคราวหน้าให้ที่ช่อง "Next Review" และขึ้นที่ปฏิทินหน้าแรกให้ด้วย
4. ต่อไปเมื่อทวนในแต่ละครั้ง
1. [ถ้าตอบถูก] ให้กดเปลี่ยนตัวเลข ในช่อง "Repetition Level" หรือเลื่อนการ์ดให้ระดับสูงขึ้นทุกครั้งที่ตอบถูก ระบบจะคำนวนวันที่ให้ใหม่และปรากฎในปฎิทินให้ด้วย หากตอบถูกถึง Level 10 ให้ลากไปไว้ที่ No Status ได้เลย
2. [ถ้าตอบผิด] ให้กดเปลี่ยนตัวเลข ในช่อง "Repetition Level" หรือเลื่อนการ์ดกลับไปที่ 1 ทันที และ เปลี่ยนวันที่ในช่อง "Date Wrong" เป็นวันที่ที่ตอบผิด ระบบจะคำนวนวันที่ให้ใหม่และปรากฎในปฎิทินให้ด้วย
การตอบถูกและผิดเหล่านี้จะช่วยเราแบ่งแยกความรู้ที่เราจำได้จริงๆ กับ ยังจำไม่ได้ออกจากกัน ทำให้เราสามารถเจาะจงทบทวนส่วนที่เรายังไม่เข้าใจจริงๆ ได้อย่างตรงจุด
[ 主系统 ใช้งาน Dashboard ให้เป็น ช่วยให้สร้าง Output ง่ายขึ้น ]
มาถึงส่วนของการนำมาใช้รายวันบ้าง จะขอเรียกส่วนการนำมาใช้ว่า Main Output อย่างที่เคยได้เล่าไปในบทความ "10 เทคนิกพื้นฐานง่ายๆ ทำเป็นประจำ ภาษาจีนของคุณจะดีขึ้นได้อีกเยอะ" ว่าการเรียนภาษาที่ดีควรจัดเวลาให้ได้สัมผัสภาษาทุกวัน การทำ Main Output มีหน้าที่เพื่อช่วยเสริมจุดประสงค์นี้
[[ 10 เทคนิกพื้นฐานง่ายๆ ทำเป็นประจำ ภาษาจีนของคุณจะดีขึ้นได้อีกเยอะ ]] https://www.blockdit.com/posts/6057719ce226050c01d6057a
เมื่อเราเข้ามาที่หน้าแรกจะมีปุ่มให้กดเปิดปิด (Toggle) อย่างที่ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนที่แนะนำให้เข้ามาดูก่อนจะมีอยู่ 3 ส่วน ได้แก่
1. 间隔重复 - 词语、词组、句子 - ดูว่าวันนี้มี คำศัพท์ วลี หรือ ประโยคอะไรบ้างที่ต้องทวน
2. 间隔重复 - 语法、词法、注意 - ดูว่าวันนี้มีไวยกรณ์ไหนบ้างที่ต้องทวน
3. 内容 / 复习 - ดูว่ามีเนื้อหาไหนบ้างที่ต้องทวน
เราสามารเปลี่ยนมุมมองเพื่อให้เห็นภาพรวม หรือ อนาคตได้ด้วยโดยการกดที่ View ต่างๆ เพื่อเปลี่ยนมุมมอง โดยมี View ที่ใช้เพื่อดูดังนี้
1. 今天复习卡 | Today Review Cards - เมื่อเปิด View นี้ จะโชว์เฉพาะการ์ดที่ต้องทวนวันนี้ในแต่ระดับ
2. 所有复习卡 | All Review Cards - เมื่อเปิด View นี้ จะโชว์การทั้งหมดในแต่ละระดับ
3. 复习日历 | Review Calendar - เมื่อเปิด View นี้ จะเปลี่ยนมุมมองเป็นปฎิทินให้เราเห็นภาพรวมว่าวันไหนต้องทำอะไร และจะมีตัวเลขระดับเล็กๆ ไว้ให้เห็นด้วย
4. 内容版 | Content Board - มีเฉพาะที่ 内容 / 复习 เป็นบอร์ดเพื่อใช้ดูสถานะของการ์ดว่าอยู่ในสถานะไหน
1. คลัง (Storage)
2. กำลังดูอยู่ (In Progress)
3. ทบทวน (To Review)
4. เรียบร้อย (Complete)
5. ไว้ค่อยว่ากัน (Someday/Maybe)
5. 所有内容表格 | All Content Tables - มีเฉพาะที่ 内容 / 复习 เพื่อดูเนื้อหาทั้งหมดว่ามีอะไรบ้างที่เคยใส่ข้อมูลไว้ในรูปแบบตาราง สำหรับคำศัพท์ และ ไวยกรณ์หากอยากดูแบบนี้สามารถเข้าไปดูได้ที่หน้าตรงโซน Pages ด้านบนของหน้าหลัก
[ แนะนำวิธีการทวน Main Output รายวัน ]
เมื่อเรารู้แล้วว่าวันนี้จะทำอะไร ก็เริ่มทำการทวนได้โดยแนะนำการทวนดังนี้
1. สำหรับคำศัพท์ วลี ประโยค หรือ ไวยกรณ์ แนะนำให้ลองมาทายดูว่าเราเข้าใจความหมาย หน้าที่ของคำ และ พินยินถูกหรือไม่ โดยอาจจะเขียนลงกระดาษตรงนั้นเลยก็ได้ และแนะนำให้เอามาแต่งประโยคหรือเขียนบทความสั้นต่อได้
1. เฉลยจะถูกซ่อนไว้ไม่ให้เห็นหน้าการ์ด ต้องคลิกเข้าไป และกดที่ More Properties ถึงจะแสดงออกมา
2. หากแต่งประโยคหรือบทความและต้องการที่จะบันทึกไว้ ให้สร้างหน้าใหม่ที่ **练习 | Exercises** ได้ และ เลือก Template ที่เหมาะสม หรือจะเลือกหน้าเปล่าก็ได้ แนะนำให้แท็กคำศัพท์ ประโยค หรือ อย่างน้อยเขียนหัวข้อที่จะฝึก ในช่อง Name เพื่อจะได้ไม่งง
1. การแท็กทำได้โดยการพิมพ์เครื่องหมาย @ และตามด้วยคำคำศัพท์ ประโยค ระบบจะขึ้นมาให้เลือก แต่จะไม่ทำก็ได้ครับ แต่เขียนหัวข้อให้เข้าใจก็พอ
2. สำหรับเนื้อหาที่จะทวน รูปแบบนี้จะเหมาะกว่าในการฝึกการพูดแบบอัดวีดีโอ หรือ การเขียนที่ต้องการรายละเอียดที่ซับซ้อน การทบกวนไม่ยากเลยแค่ใส่ข้อมูลเพิ่มเข้าไปในหน้านั้นๆ ตามกระบวนการได้เลย
สำหรับการฝึกและการทวนแบบไหนควรทำอย่างไรแบบแยกประเภทอย่างละเอียด ไว้จะเขียนบทความแยกมาในโอกาสต่อไป
[ 补充系统 ฝึกฝนเฉพาะอย่าง ช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตั้ง 活动 ]
จากที่อธิบายเรื่อง Main Output ไปแล้ว บางทีเราก็เบื่อได้ที่ต้องทำแบบเดิมซ้ำๆ เรื่อยๆ การตั้งกิจกรรม หรือ challenge บ้างก็ช่วยให้เราแก้เบื่อได้ หรือ บางทีเรามีบางอย่างต้องทวนเป็นพิเศษในช่วงเวลาหนึ่ง เช่นเตรียมสอบพูดก็แนะนำให้ใช้การตั้งระบบเสริมได้ที่ **活动 | Activity** เพื่อสร้างเป็นหน้าเฉพาะในการทวนเป็นพิเศษ
กิจกรรมที่เหมาะกับการใช้ระบบเสริม คือกิจกรรมที่เราจะกำหนดเวลาในการฝึกแน่นอนในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และ มีรูปแบบการฝึกที่ชัดเจน เช่น เตรียมสอบ HSK หรือ HSKK, การฝึกการออกเสียง, การฝึกเขียนนิยายเป็นภาษาจีน เป็นต้น
การสร้างกิจกรรมใน 活动 | Activity
1. โดยกดที่ลูกศรข้างปุ่ม "New" สีฟ้า เพื่อเลือก 活动 Template
2. แก้ไขชื่อ เป็นชื่อที่บอกว่ากิจกรรมนี้คืออะไร
3. กำหนดช่วงเวลาของกิจกรรมว่าเริ่มเมื่อไหร่และจบเมื่อไหร่ที่ช่อง "日期 Period" เลือกวันที่เริ่มเรียบร้อยแล้ว ให้เลือกวันที่จบโดยกดเปิดที่ "End date" และเลือกวันในปฎิทิน
4. ตั้งเป้าหมายของกิจกรรม เพื่อจะได้ทำตามได้
5. ตั้งกฏและวิธีการทำกิจกรรม
6. เมื่อจบกิจกรรมให้ติ๊กที่ช่อง "Archived"
[ 活动 การใช้งานหน้ากิจกรรมที่สร้างขึ้นใหม่ ]
ในหน้านี้จริงๆ แล้วจะคล้ายกับการใช้งานหน้าหลัก เป็นหน้าที่ออกแบบให้เป็นหน้ารวมเนื้อหาที่เกี่ยวกับกิจกรรมนี้ และทุกอย่างที่สร้างในนี้ก็จะยังเชื่อมต่อกับ ตารางคำศัพท์ ตารางเนื้อหา และ ตารางไวยกรณ์ส่วนกลางอยู่ด้วย Template ก็จะมีเหมือนกับการสร้างจากหน้าจากบริเวณ 内容 / 复习 เลย
สิ่งที่แตกต่างคือจะแสดงข้อมูลที่เกิดขึ้นเฉพาะในกิจกรรมนี้ และเน้นเรื่องปฎิทินเป็นหลักเพื่อให้เห็นภาพว่าแต่ละวันเราทำอะไรไปบ้าง
แนะนำวิธีการใช้ดังนี้
1. สร้างเนื้อหาที่เราต้องการจะฝึก โดยกดที่ลูกศรข้างปุ่ม "New" สีฟ้า เพื่อเลือก Template ที่เหมาะสม Template ที่ทำไว้แล้วจะมี
1. 听力/口语/模仿 | Listening, Speaking and Accent Study Template - เหมาะกับการเรียนรู้ด้วย Video และ Podcast สามารถเอามาแปะในนี้ได้
2. 阅读/写作 | Reading and Writing Template - เหมาะกับการเรียนรู้ด้วยการอ่าน หรือ ฝึกเขียน เราจะอ่านจากข้างนอกแล้วถ่าบรูปสิ่งที่เราอ่านมาแปะไว้ก็ได้ หรือ จะเอา blog มาแปะเพื่อไว้ฝึกอ่านก็ได้ ในส่วนของการเขียนก็ใช้ Template นี้
3. 通用学习 | General Template - คิดไม่ออกว่าใช้ Template ไหนก็ใช้ Template นี้แทน
2. หลังจากเลือก Template ได้ แล้วก็ทำตามขั้นตอนใน Template นั้นได้เลย บันทึกคำศัพท์ ไวยกรณ์และเนื้อหาที่จะฝึกได้ในหน้านั้นๆ ได้เลย
3. การบันทึกเนื้อหา คำศัพท์และไวยกรณ์ทั้งหมดในนี้จะไปโชว์ที่หน้าหลักด้วย หากต้องการทวนไปพร้อมกับ Main output ก็สามารถทำได้
สุดท้ายนี้แอดมินจะมาแจก Notion Template นี้กันให้แบบฟรีๆ ไปใช้ช่วยเรียนภาษาจีนกัน ง่ายๆ เพียงแค่
1. แอด Line OA @tutustory มา หรือที่ลิงค์นี้ https://lin.ee/aZcB2Jo
2. พิมพ์คำว่า Notion ในแชท
3. ระบบจะส่งลิงค์ให้ก็อบไปใช้กันได้เลย
หวังว่าทุกคนจะนำ Notion Template ไปลองใช้ฝึกเรียนภาษาจีนกัน แรกๆ อาจจะยากหน่อย แต่จะช่วยให้ได้ผลดีขึ้นในระยะยาวเมื่อเรามีคลังข้อมูลที่ใหญ่พอ สำหรับใครที่เรียนมาถึงระดับสูงแล้ว การนำไปใช้อาจจะไม่แนะนำให้กรอกข้อมูลที่รู้ลงไปทั้งหมดทีเดียว แต่เน้นค่อยๆ สะสมจะดีกว่า สำหรับผู้เริ่มต้นถือว่าเป็นโอกาสดีเลยที่จะค่อยๆ สร้างคลังความรู้ให้เติบโตไปพร้อมกันกับเรา
รายละเอียดของบทความนี้ค่อนข้างยาว แต่พยายามอยากอธิบายรายละเอียดการใช้ Template ให้เข้าใจมากที่สุดเท่าที่ทำได้ หากใครสงสัยมาสอบถามได้ที่เพจเลยนะครับ หรือมีใครใช้โปรแกรมอะไรอีกบ้าง มาแชร์กันบ้าง เผื่อมาปรับใช้กันนะ
ติดตามเรื่องราวภาษาจีนย่อยง่ายๆ ด้วยภาพ หรือมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับภาษาจีน มาคุยกันได้ที่
    Korn
    ตามคนข้างล่างมาค่ะ เพจดีมากจริง ๆ 😍
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      📍สรุปยกเลิกขบวน "อัญเชิญพระเกี้ยว" และแถลงการณ์ที่เกี่ยวข้อง 📍"พระเกี้ยว" เป็นสัญลักษณ์ที่ชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต่างภูมิใจและเป็นของสูง ยังเป็นตราประจำพระองค์ของรัชกาลที่ 5
      [ #ห้องแต่งตัวสะเทือน ] ความปราชัยย่อยยับต่อลิเวอร์พูลล่าสุด ไม่มีทางเลยที่บอร์ดบริหารแมนฯยูไนเต็ดจะอยู่นิ่งเฉยทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไปได้อีกต่อไป
      ทำไม ราคาน้ำมันถึงแพงขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา? ราคาน้ำมันแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปีในช่วงไม่กี่วันมานี้ เนื่องจากมีความต้องการน้ำมันเพิ่มขึ้นมากทั่วโลกหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง และได้แรงหนุนจากโรงงานไฟฟ้าหลายแห่งที่เปลี่ยนจากการใช้ก๊าซและถ่านหินที่มีราคาแพงมาเป็นน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า ในขณะที่ปัญหาขาดแคลนพลังงานยังคงมีอยู่ทั่วโลก
      สรุปข่าว กระทรวงการต่างประเทศ ขัดขวางการนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นา ล็อตโปแลนด์บริจาคให้กับรพ.ธรรมศาสตร์
      ดูทั้งหมด