20 ก.ค. 2021 เวลา 08:16 • นิยาย เรื่องสั้น
นิวยอร์ก ห อกหัก
25 วาเลนไทน์
“เฮ้ย ไอ้อาร์ม มึงอยู่ไหนเนี่ย”
“อยู่บ้าน มีอะไร”
“เดี๋ยวมึงทำอะไรรึเปล่า”
“กูนัดวิวที่สยามตอนเย็น”
“เยี่ยมเลย งั้นมึงช่วยอะไรกูหน่อย”
เป็นไอ้หนึ่ง เพื่อนของผมที่โทรเข้ามา มันบอกว่าเย็นนี้ มันกับน้องชายจะเอาดอกกุหลาบไปขายที่สยามสแควร์ และมันขอให้ผมช่วยขนดอกกุหลาบไปให้หน่อย
“แล้วทำไมมึงไม่มาขนไปเองวะ” ผมถามหนึ่ง
“ร้านเค้าใกล้บ้านมึง มึงก็แวะไปเอาให้หน่อยเด่ะ ค่าส่งมันแพง” อ๋อ ที่แท้อย่างนี้นี่เอง
“งั้นกูคิดค่าส่งบ้างละกัน”
“เฮ้ย ช่วยหน่อยดิ ยังไงมึงก็ต้องมาหาวิวที่สยามอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ นะ นะ”
“กูเปลี่ยนที่นัดกับวิวก็ได้” ผมแกล้งมัน
“เออๆ เอาอย่างนี้ ถ้าขายหมด เดี๋ยวกูพามึงไปเลี้ยงเบียร์” หนึ่งยื่นขอเสนอ
“อย่างนี้ค่อยน่าสน” ผมเริ่มคล้อยตาม
“ขวดเดียวนะ”
“ขวดเดียวมึงมาเอาเองละกัน”
“เออๆๆ สามขวด สามขวด มึงเอามาให้กูหน่อยนะ”
หนึ่งวางสาย ผมมองไปที่นาฬิกา เวลาตอนนี้สี่โมงเย็น อีกสองชั่วโมงข้างหน้า คือเวลาที่ผมนัดกับวิวที่สยามสแควร์ เพื่อฉลองวันวาเลนไทน์ครั้งแรกของเรา
...
“รถมันติดอะไรนักหนาเนี่ย”
ผมอยู่บนรถแท็กซี่ ที่กำลังมุ่งตรงไปสู่สยามสแควร์ เวลาขณะนี้หกโมงครึ่ง ซึ่งเลยเวลาที่นัดกับวิวไปครึ่งชั่วโมงแล้ว ใครจะคาดคิดว่าการจราจรวันนี้จะติดขัดขนาดนี้ ผมอุตส่าห์ออกจากบ้านมาตั้งแต่สี่โมงต้นๆ นี่ถ้าไม่ติดต้องไปรอดอกกุหลาบของไอ้หนึ่ง ป่านนี้ผมน่าจะถึงที่หมายไปนานแล้ว
“ซื้อดอกกุหลาบเยอะขนาดนี้เอาไปให้แฟนเหรอ” ลุงคนขับแท็กซี่ชวนผมคุย
“เปล่าครับ ของเพื่อน” ผมตอบกลับไป
“แหม ไม่ต้องมาเขิน แฟนก็บอกแฟน มาเพื่อนอะไรกัน” ลุงคนขับแซวแล้วยิ้ม
“ของเพื่อนจริงๆ ครับ”
ก็จริงนะครับ ดอกกุหลาบประมาณแปดสิบดอก ที่อยู่รอบตัวผมตอนนี้ เป็นดอกกุหลาบที่ผมขนไปให้ไอ้หนึ่งล้วนๆ ไม่มีดอกไหนที่เป็นของวิวเลย
ที่ไม่มีดอกกุหลาบให้วิว ไม่ใช่ว่าผมไม่ใส่ใจนะครับ จริงๆ ผมเตรียมของพิเศษไว้ให้เธอแล้ว ซึ่งมันอยู่ในกล่องของขวัญใบนี้
“มันจะอะไรกันนักหนา แค่วันวาเลนไทน์ ประเพณีไทยก็ไม่ใช่” ลุงคนขับแท็กซี่บ่น คงเป็นผลมาจากการจราจรที่ติดขัดอยู่ตอนนี้ “ตอนนี้ก็รักกันดี แต่เดี๋ยวก็เลิกกัน เห็นมาไม่รู้กี่รายแล้ว” คนขับหันมามองผม
“ครับ” ผมตอบยิ้มๆ ไม่รู้จะพูดยังไง
“พี่ไม่ได้ว่าน้องนะ แต่น้องว่าจริงมั้ย เห็นรักกันแทบจะกลืนกิน แต่พอกินกันเบื่อแล้วก็เลิก ยิ่งพวกดารานี่เยอะเลย น้องว่าจริงมั้ย”
“เออ...ครับ” ผมสงสัยว่า...ลุงเขาคิดยังไงใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า พี่
“เออนี่ น้องเป็นดารารึเปล่า”
อย่าบอกนะว่า ลุงเค้าเคยดูผลงานของผม...นี่หรือ คือกลุ่มแฟนคลับของเรา
“ไม่ใช่ครับ” ผมเลือกตอบอย่างนี้ดีกว่า
“เหรอ ว่าแล้วเชียว”
ว่าแล้วเชียว... ว่าแล้วเชียว แล้วลุงถามทำไมล่ะครับ เล่นเอาผมเกร็งหมดเลย
และเมื่อหันไปมองเวลา ตอนนี้ผมยิ่งตัวเกร็งกว่าเดิม เพราะมันใกล้ทุ่มเต็มที หมายความว่านี่ผมสายไปหนึ่งชั่วโมงแล้วสิ เพียงแวบความคิดนั้น เสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น ไม่ต้องทายเลยครับว่าใคร
“เฮ้ย ไอ้อาร์ม มึงอยู่ไหนแล้ววะเนี่ย” เป็นไอ้หนึ่งที่โทรเข้ามา
“กำลังไป รถติดอยู่อ่อนนุช” ผมตอบมันไป
“อ่อนนุช” ไอ้หนึ่งตะโกนใส่หูโทรศัพท์ “ทำไมมึงเพิ่งถึงอ่อนนุช นี่กูบอกมึงตั้งแต่สี่โมงเย็นแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ก็เพราะไปเอากุหลาบให้มึงน่ะสิ ช้าฉิบหายเลย กูไปถึงเค้ายังจัดช่อให้มึงไม่เสร็จเลย” ผมตะโกนกลับไปบ้าง
“มึงรีบหน่อยนะ เดี๋ยวตลาดวายพอดี...” มีเสียงสัญญาณดังแทรกระหว่างที่หนึ่งกำลังพูด มันเป็นสายซ้อนจากวิว
“เออๆ กูก็รีบอยู่” ผมตอบกลับไป สายเรียกซ้อนยังดังอย่างต่อเนื่อง
“ถ้ามึงมาช้า มันไม่มีใครซื้อนะโว้ย” ไอ้หนึ่งยังโวยวายไม่เลิก สายเรียกซ้อนยังรออยู่
“เออๆ รู้แล้ว แค่นี้นะ” ผมตัดบท
“มึงนั่งรถไฟฟ้ามาเลย นั่งรถไฟฟ้ามา”
“เออ !”
“กูรอหน้าลิโด้นะโว้ย รีบมา”
“เออ ! แค่นี้นะโว้ย” ผมตะคอกใส่ พร้อมวางสายจากหนึ่ง สายเรียกซ้อนหลุดไปแล้ว และเมื่อผมโทรกลับไปหาวิวก็เหมือนโชคชะตาจะตามมากลั่นแกล้ง...แบตหมด
ทำไมทุกอย่างช่างเป็นใจไปทางด้านร้ายอย่างนี้ ผมพยายามเปิดเครื่องใหม่แต่ก็ไม่ติด
“พูดกับแฟนไม่เพราะเลยนะน้อง” ลุงคนขับหันมาถาม แต่ผมไม่อยู่ในอารมณ์ที่อยากตอบ
“เปล่าครับ เพื่อน” ผมตอบกลับไป
“แหม ไม่ต้องมาเขิน แฟนก็บอกแฟน จะมาเพื่อนอะไรกัน” ลุงคนขับยิ้ม แต่ตอนนี้ผมยิ้มไม่ออกแล้ว
“ลุงครับ สถานีรถไฟฟ้านี่อีกไกลมั้ยครับ” ที่ผมถาม
“ถามพี่เหรอ” ลุงยังยืนยันว่าตัวเองเป็นพี่ “ก็ไม่ไกลนะ นั่นไง สถานีอ่อนนุชอยู่ข้างหน้านั่นไง”
“งั้นผมขอลงตรงนี้เลยละกัน ไม่ต้องทอนนะครับ” ผมยื่นค่าโดยสารให้ลุงคนขับ แล้วแบกดอกกุหลาบทั้งแปดสิบดอกลงไปด้วย
“โชคดีนะน้อง” เสียงของลุงคนขับแท็กซี่ดังไล่หลังผมมา
...
มันกลายเป็นช่วงเวลาที่ดูน่าอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก บนรถไฟฟ้าที่มีผู้โดยสารหนาตา และมีชายคนหนึ่งผู้ถือช่อดอกกุหลาบแปดสิบดอก ยืนอยู่บนรถไฟฟ้าขบวนนั้น
บางคนทำเป็นไม่สนใจ บางสายตาทำเป็นมองไม่เห็น แต่ก็แอบชำเลืองมาบ่อยๆ ผมสัมผัสได้ถึงพลังงานอะไรบางอย่างที่แต่ละคนส่งมา
สงสัยมันอยากประกาศให้โลกรู้ว่ามีแฟน...
ท่าทางแฟนมันจะสวยมาก...
แต่ถ้าไม่สวยนี่ กูอายแทนเลยนะเนี่ย...
กุหลาบตั้งเยอะแยะ จะแบกกลับยังไง ไม่สงสารคนรับเลย...
ไอ้ชั่ว นี่มันการสังหารหมู่ดอกกุหลาบชัดๆ...
มวลบรรยากาศโดยรอบทำให้ผมสามารถรับรู้ได้ ถึงข้อความต่างๆ ที่ถูกส่งมา แม้ไม่ใช่ทุกประโยค แต่ก็น่าจะใกล้เคียง
ผมนึกแค้นใจไอ้หนึ่งอยู่ไม่น้อย หากไม่ใช่เพราะมันผมคงไม่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ แค้นนี้ต้องชำระให้สาสม เบียร์สามขวดคงไม่พอเพียงแล้ว
ความแค้นระดับนี้ต้องลังขึ้นเท่านั้น
เวลาทุ่มกว่า ในที่สุดรถไฟฟ้าก็มาถึงที่สถานีสยามสแควร์ ผมแหวกฝูงชน ฝ่าดงคู่รักตรงไปที่หน้าโรงหนังลิโด้ ที่ที่ไอ้หนึ่งได้บอกไว้ก่อนที่แบตโทรศัพท์ของผมจะหมด
เจอมันกับน้องชายของมันยืนรอผมอยู่ แล้วก็ไม่รอช้าผมขอยืมโทรศัพท์ของมันโทรหาวิวทันที
“วิว นี่อาร์มนะ”
“แล้วนี่เบอร์ใคร”
“เบอร์ไอ้หนึ่งมัน เบอร์เราแบตหมด แล้วตอนนี้วิวอยู่ไหน”
“กลับบ้านไปแล้ว” วิวตอบห้วนๆ กลับมา ฟังดูก็รู้ทันทีว่าเธอกำลังงอนผมอยู่
“โทษทีจริงๆ วิว นี่เรารีบมาแล้ว แต่ว่าเราต้องแวะไปเอาดอกกุหลาบมา แล้วรถก็ติดด้วย” ผมพยายามอธิบาย
“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย” เธอยังงอนอยู่
“วิว ไอ้อาร์มมันไปเอาดอกกุหลาบจริงๆ” ไอ้หนึ่งอยู่ข้างๆ พยายามตะโกนช่วยอธิบาย
“นะวิว นะ กลับมาก่อน มาเจอกันก่อนนะ จะได้คุยกัน” ผมบอกกับวิว
“ใช่ วิวมาเจอมันเหอะ คุยนาน เปลืองค่าโทรศัพท์” ไอ้หนึ่งคอยช่วยพูด
“เออ ก็ได้ แล้วตอนนี้เธออยู่ไหน” ในที่สุดวิวก็ยอมมาหาผม
...
ไม่นานหลังจากวางสายวิวก็เดินมา เธอมาในชุดเสื้อยืดสีขาว กระโปรงสีชมพู สะพายกระเป๋าใบเล็กๆ รองเท้าผ้าใบสีแดง องค์ประกอบเพียงไม่กี่อย่าง แต่มันดูลงตัว และประสิทธิภาพในการดึงดูดได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“วิว เรา...” ผมเริ่มเปิดประโยคสนทนา
“ไม่ต้องพูดเลย เราหิวแล้ว” วิวพูดสวนมาทันที
“ได้สิ ไปหาอะไรกินกัน” ผมจูงมือเธอ แต่เธอฝืนไว้ไม่ยอมเดินตาม
“เดี๋ยวก่อน” เธอยื่นมือออกมา “แล้วไหน ดอกกุหลาบของเรา”
“ดอกกุหลาบ...” กุหลายอะไร...
“ที่เธอบอกว่าแวะไปเอามาน่ะ”
“อ๋อ นั่นไม่ใช่ดอกกุหลาบของเธอ ของไอ้หนึ่ง มันให้เราไปเอามาขาย”
ถ้าคนฉลาดเค้าคงไม่พูดประโยคนี้ออกมา
และเพียงสิ้นประโยค หน้าของวิวก็แดงขึ้นทันที แน่นอนว่าไม่ใช่หน้าแดงที่มาจากอาการเขิน
ไอ้หนึ่งผู้เห็นเหตุการณ์ พยายามแอบยื่นดอกกุหลาบให้ผมหนึ่งดอก เพื่อให้แก่วิว แต่ผมไม่ได้รับไว้
“วิว อย่าเพิ่งโกรธนะ ที่เราไม่มีดอกกุหลาบให้เธอ เพราะเรามีนี่ให้...” อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าผมมีของที่พิเศษกว่าดอกกุหลาบเตรียมไว้ให้...ให้.. เอ๊ะ เดี๋ยวนะ...
ตายห่า!! ของขวัญที่เตรียมไว้มันหายไปไหนวะ อย่าบอกนะว่า ผมลืมมัน ใช่แน่ๆ มันต้องไว้ในรถแท็กซี่ของพี่ลุงแน่ๆ
“ไหนล่ะ” วิวยังคงยื่นมือค้างไว้
“คือ...มันหายไปแล้ว” ผมยิ้มแห้งๆ
ไม่มีคำพูดอะไรจากวิวอีก หน้าของเธอแดงขึ้นอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ ยืนยันว่าไม่ใช่เพราะเขินอายจริงๆ
“โอเค ไม่มีไม่เป็นไร เราเข้าใจ ของอย่างนี้มันหายกันได้ ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไรจริงๆ”
วิวพยายามย้ำว่าเธอไม่เป็นไร ซึ่งตามหลักสตรีสากล การที่ผู้หญิงพูดว่าเธอไม่เป็นไร นั่นหมายความว่าเธอไม่เป็นไรจริงๆ แต่คนที่จะเป็นไร มันคือเรา
“ขอโทษนะ สงสัยเราลืมไว้ในรถแท็กซี่” ในสถานการณ์อย่างนี้ คนฉลาดจะอยู่เงียบๆ เห็นอยู่ว่าเธอพยายามจะปรับอารมณ์ แต่ผมก็เสือกไปย้ำ “งั้น เราไปกินข้าวกันนะ”
“ไม่กิน” วิวตอบกลับเสียงนิ่งๆ
“อ้าว เมื่อกี้เธอบอกว่าหิวไม่ใช่เหรอ”
“อาร์ม เรามีอะไรจะบอก” วิวค่อยๆ ยื่นหน้าเข้ามาหาผม...
“ตอนนี้เรา...ไม่หิวแล้วโว้ย!!!”
เธอตะโกนกรอกใส่หูของผม แล้วหันหลังเดินไป ผมได้แต่ยืนดูงงงง ทำอะไรไม่ถูก มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เห็นเธอกำลังเดินขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้าน โดยไม่หันกลับมามองผมเลยแม้แต่น้อย
...
(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา