16 ส.ค. 2021 เวลา 03:02 • หนังสือ
#56 เล่ม 3 บทที่ 12 หน้า 276 — 280
...
ก็อย่างที่เธอบอกนั่นล่ะ ความกลัว
💢ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของความกลัว
...
...
...
N : ครับ แต่ความกลัวพวกนี้มันก็มีเหตุผลมั้ยครับ❓ ข้อห้ามและข้อจำกัดพวกนี้น่าจะเหมาะสมแล้วหรือเปล่าเมื่อดูจากพฤติกรรมของเผ่าพันธุ์มนุษย์❓
อย่างเช่น ผู้ชายได้รู้จักกับหญิงสาวคนหนึ่ง จากนั้นเขาก็ตกหลุมรักเธอ (หรือ “เกิดอารมณ์ทางเพศ” กับเธอ) แล้วเขาก็ทิ้งภรรยาไป ส่วนภรรยาที่ถูกทิ้งอยู่กับลูกๆและไม่มีทักษะที่จะเข้าทำงานที่ไหนในวัย 39 หรือ 43 หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือ ถูกทิ้งแบบไม่มีทางไปตอนอายุ 64 โดยสามีวัย 68 ที่ไปหลงสาวที่อายุน้อยกว่าลูกสาวของตัวเอง (นี่ผมแค่ยกตัวอย่างเพียงตัวอย่างเดียวเท่านั้นนะ)
G : เธอกำลังคิดว่าชายคนที่เธอพูดถึงนั้นหมดรักภรรยาที่อายุ 64 ของตัวเองแล้วอย่างนั้นใช่ไหม❓
N : ก็...พฤติกรรมของเขาสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าเป็นอย่างนั้น
G : ไม่ใช่เลย ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักภรรยาแล้วหาทางตีจาก 🔸เพียงแต่เขารู้สึกว่าเขากำลังถูกบีบจากข้อจำกัดต่างๆ (เขาก็เลยหาทางออกจากการถูกจำกัดนั้น)🔸
N : ไม่จริงหรอกครับ ก็แค่ความหื่นเท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรมาก ก็แค่คนแก่ที่อยากกลับมารู้สึกกระชุ่มกระชวยแบบหนุ่มๆอีก อยากอยู่กับสาวเอ๊าะๆ แล้วก็ไม่อาจข่มกลั้นความกระหายในวัยหนุ่มและรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้กับคู่ชีวิตที่ผ่านช่วงเวลาทั้งดีและร้ายร่วมกันมาได้
G : แน่นอน เธออธิบายได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทว่ามันก็ไม่อาจเปลี่ยนสิ่งที่ฉันได้พูดไป
ในความเป็นจริงแล้วชายคนนี้ไม่ได้หมดรักภรรยาหรอก 🔸แต่ "ข้อจำกัด" ที่ภรรยาสร้างขึ้นนี้เอง (หรือไม่ก็ข้อจำกัดจากผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าผู้ไม่เกี่ยวอะไรกับชายคนนี้เลยหากเขายังอยู่กับภรรยา) ได้สร้างพฤติกรรมที่ต่อต้านขึ้น🔸
💥ประเด็นที่ฉันพยายามจะสื่อก็คือ : วิญญาณจะต่อต้านหรือขบถต่อการถูกจำกัดเสมอ “ต่อการจำกัดทุกชนิด”💥
นี่คือสิ่งที่จุดประกายการปฏิวัติ ‘ทุกครั้ง’ ไปในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ไม่ใช่แค่การปฏิวัติที่เป็นเหตุให้ผู้ชายทิ้งภรรยาของตนไป หรือภรรยาที่อยู่ๆก็ทิ้งสามีไป (ซึ่งก็เกิดขึ้นเหมือนกัน)
N : แน่นอนว่าพระองค์ไม่ได้สนับสนุนให้เลิกล้มกฏเกณฑ์หรือข้อจำกัดทางพฤติกรรมทุกอย่างให้หมด❗ เพราะนั่นต้องเป็นอนาธิปไตยทางพฤติกรรมแน่ ๆ★ ซึ่งจะทำให้สังคมเกิดความวุ่นวาย และแน่นอนว่าพระองค์ก็ไม่ได้สนับสนุนให้ผู้คน “นอกใจกัน” — หรือให้มี ‘การแต่งงานแบบเปิด❗’★★
★อนาธิปไตยทางพฤติกรรม คือ ใครอยากจะทำอะไรก็ทำไม่สนกฏเกณฑ์หรือข้อจำกัดใดๆทั้งนั้น — แอดมิน
★★การแต่งการแบบเปิด (open marriage) การแต่งงานที่ยอมให้คู่ครองไปมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ — ผู้แปล
G : 🔸ฉันไม่สนับสนุนหรือต่อต้านอะไรทั้งนั้น🔸
เผ่าพันธุ์มนุษย์พยายามยัดเยียดให้ฉันเป็นพระเจ้าประเภทที่ต้อง “สนับสนุน” หรือไม่ก็ต้อง “ต่อต้าน” สิ่งต่างๆอยู่ตลอดเวลา 💢ซึ่งฉันไม่ได้เป็น💢
📌 ฉันเพียงแค่สังเกตสิ่งที่เป็นเช่นนั้น เพียงเฝ้ามองพวกเธอ ‘สร้างระบบถูกผิดของตัวเอง’ ขึ้นมา — แล้วฉันก็พยายามดูว่าแนวคิดเรื่องนั้นๆของพวกเธอในปัจจุบันเป็นประโยชน์ต่อพวกเธอไหม เมื่อดูจากสิ่งที่พวกเธอบอกว่าพวกเธอจะ "เลือก" และสิ่งที่พวกเธอ "ปรารถนา" ในฐานะเผ่าพันธุ์มนุษย์ และในฐานะปัจเจก
สำหรับคำถามเรื่อง “การแต่งงานแบบเปิด”
ฉันก็ไม่ได้สนับสนุนหรือต่อต้าน “การแต่งงานแบบเปิด” ไม่ว่าเธอจะสนับสนุนหรือต่อต้านก็ขึ้นอยู่กับว่าเธอตัดสินใจว่าต้องการอะไรใน (และจาก) การแต่งงาน
และการตัดสินใจนั้นก็จะไปกำหนดว่าเธอคือใครในประสบการณ์ที่เธอเรียกว่า “การแต่งงาน” เพราะอย่างที่ฉันได้บอกเธอไปแล้วว่า : ✨การกระทำทุกอย่างคือการให้นิยามตัวเอง✨
เมื่อกำลังทำการตัดสินใจในเรื่องใดๆก็ตาม 🔸สิ่งสำคัญคือเธอต้องแน่ใจว่าได้ถามคำถามที่ถูกต้อง🔸
เช่น คำถามที่เกี่ยวข้องกับ ‘การแต่งงานแบบเปิด’ นั้นไม่ใช่ “เราจะมีการแต่งงานแบบเปิดที่ยอมให้คู่ครองมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้อื่นได้หรือไม่❓”
แต่คำถามคือ “ฉันคือใคร — และเราทั้งสองคนคือใคร —ในประสบการณ์ที่เรียกว่า ‘การแต่งงาน’ ”
📌 เราจะพบคำตอบของคำถามนั้นได้ในคำตอบของคำถามที่ใหญ่ที่สุดของชีวิตคือ :
✴️ ฉันคือใคร❓ (ในเวลานี้) ในความข้องเกี่ยวกับอะไรก็ตาม ในความสัมพันธ์ต่อสิ่งใดก็ตาม
▶️ ฉันคือใคร❓ และ
▶️ ฉันเลือกจะเป็นใคร❓
อย่างที่ฉันพูดซ้ำๆมาตลอดการพูดคุยกันนี้ นั่นคือ : 💥คำตอบของคำถามนี้คือคำตอบของทุกคำถามในชีวิต💥
N : พระเจ้า นี่มันทำให้ผมรู้สึกอึดอัด เพราะคำตอบของคำถามนั้นมันกว้างและเหวี่ยงแหมากซะจนไม่ได้ตอบคำถามอะไรเลย
G : โอ้ งั้นเหรอ❓ ถ้าอย่างนั้นเธอจะตอบคำถามนั้นอย่างไร❓
N : ถ้าตอบตามแนวทางของหนังสือชุดนี้ (ตามที่ดูเหมือนพระองค์จะตอบในการพูดคุยกันนี้) ผมคือ “รัก” นั่นคือตัวตนที่แท้จริงของผม
G : เยี่ยมมาก❗ เธอเข้าใจแล้ว❗
💖ถูกต้อง เธอคือรัก รักเท่านั้นคือทั้งหมดที่มี — ฉะนั้นเธอคือรัก ฉันคือรัก และไม่มีอะไรที่ไม่ใช่รัก💖
N : แล้วความกลัวละครับ❓
G : ความกลัวคือสิ่งที่เธอไม่ได้เป็น ความกลัวคือสิ่งจอมปลอมที่ดูเหมือนว่าเป็นความจริง ความกลัวคือด้านตรงข้ามของความรัก 🔹ซึ่งเธอได้สร้างขึ้นในโลกความจริงเพื่อจะสามารถรู้จักตัวเองได้ในเชิงประสบการณ์🔹
และนี่ก็เป็นความจริงใน "โลกสัมพัทธ์ที่เธอดำรงอยู่" ซึ่งก็คือ 🔹หากไม่มีสิ่งที่เธอไม่ได้เป็นสิ่งที่เธอเป็นก็ไม่มี — หากขาดสิ่งที่ไม่ใช่เธอ สิ่งที่เป็นเธอก็ไม่ปรากฏ🔹
N : ใช่ครับ ใช่ เราพูดเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้ว แต่ผมรู้สึกว่าพระองค์กำลังหลบเลี่ยงประเด็นของผม ผมบอกว่าคำตอบของคำถามว่าเราคือใคร (ซึ่งก็คือรัก) นั้นกว้างมากเสียจนไม่ได้ตอบอะไรเลย มันแทบไม่ได้ตอบคำถามอะไรเลยสักข้อ
พระองค์บอกว่ามันคือคำตอบของ‘ทุก’คำถาม แต่ผมบอกว่ามันไม่ได้ตอบคำถามไหนเลย ยังไม่ต้องพูดถึงคำถามที่เฉพาะเจาะจงเช่นว่า “การแต่งงานของพวกเราควรเป็นแบบเปิดหรือเปล่า❓”
G : ถ้าเธอคิดว่ามันเป็นอย่างนั้น นั่นก็เพราะเธอยังไม่รู้ว่า : 🔸รักคืออะไร🔸
...
...
...

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา