Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนังสือสนทนากับพระเจ้า
•
ติดตาม
19 ส.ค. 2021 เวลา 02:55 • หนังสือ
#59 เล่ม 3 บทที่ 13 หน้า 292 ~ 296
...
N : พระองค์หมายความว่าผมไม่มีสิทธิคาดหวัง (หรืออย่างน้อยก็หวัง) ให้คนอื่นรักษาสัญญาอย่างนั้นหรือครับ❓
...
...
...
G : ทำไมเธอถึงต้องการสิทธิอะไรแบบนั้น❓
เหตุผลเดียวที่ทำให้คนอื่นไม่รักษาสัญญากับเธอก็เพราะพวกเขาไม่อยากรักษา ...หรือไม่ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ ซึ่งก็ไม่ต่างกัน
และหากคนอื่นไม่ต้องการที่จะรักษาสัญญากับเธอหรือมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ แล้วทำไมเธอถึงต้องการให้พวกเขาทำในสิ่งที่พวกเขาทำไม่ได้ด้วยล่ะ❓
ทำไมเธอถึงต้องต้องการอะไรแบบนั้น❓
เธอต้องการให้คนอื่นทำตามสัญญาที่พวกเขาไม่ต้องการทำจริงๆหรือ❓
เธอรู้สึกจริงๆใช่ไหมว่าเราต้องบังคับให้คนอื่นทำสิ่งที่ตัวเขาเองรู้สึกว่าทำไม่ได้❓
1
ทำไมเธอถึงต้องการบังคับให้ใครต้องทำอะไรที่พวกเขาไม่เต็มใจที่จะทำ❓
N : แล้วถ้าเป็นเหตุผลนี้ล่ะ ...เพราะถ้ายอมให้พวกเขา ‘ไม่ต้อง’ ทำตามสัญญา (หรือคำพูด) ที่พวกเขาได้ให้เอาไว้ มันก็จะเป็นการทำร้ายผมหรือครอบครัวของผม
G : ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย เธอก็เลยพร้อมที่จะก่อความเสียหายให้คนอื่นแทน
N : ผมไม่เห็นว่ามันจะทำให้คนอื่นเสียหายตรงไหนที่แค่ขอให้พวกเขารักษาคำพูด
G : ทว่า ‘ตัวเขา’ ต้องเห็นว่านั่นล่ะคือความเสียหาย ไม่อย่างนั้นเขาก็ต้องเต็มใจทำไปแล้ว
N : ผมต้องเป็นฝ่ายที่เจ็บปวดเอง หรือไม่ก็ต้องนั่งมองลูกๆและครอบครัวของผมรับความเจ็บปวดนั้นไป แทนที่จะไป “สร้างความเสียหาย” ให้กับคนที่ให้คำสัญญา ด้วยการแค่บอกให้เขารักษาสัญญาอย่างนั้นใช่ไหม❓
G : เธอคิดจริงๆใช่ไหมว่าหากเธอบีบบังคับให้อีกฝ่ายทำตามสัญญาที่ให้ไว้ได้แล้วเธอจะไม่เสียหาย❓
📌 ฉันจะบอกกับเธอว่า : ความเสียหายที่เธอจะได้รับจากคนที่มีชีวิตอย่างสิ้นหวังอยู่เงียบๆ (นั่นคือ คนที่ทำในสิ่งที่พวกเขารู้สึกว่า “จำต้อง” ทำ) นั้นมากกว่าที่เธอจะได้รับจากการปล่อยให้พวกเขาทำอย่างที่อยากจะทำได้อย่างอิสระ
✴️ เมื่อเธอให้อิสระกับใครสักคน เธอได้ ‘ขจัด’ ภัยอันตรายทิ้งไป ไม่ใช่เพิ่มขึ้นอย่างที่เธอเข้าใจ
ใช่ การปล่อยให้ใครบางคน “เป็นอิสระ” จากคำสัญญาหรือข้อผูกมัดที่ให้ไว้กับเธออาจ ‘ดูเหมือน’ ทำร้ายเธอในระยะสั้น — แต่มันจะไม่ก่อความเสียหายให้แก่เธอในระยะยาว 🔸เพราะเมื่อเธอให้อิสรภาพแก่คนอื่นเธอก็ได้ให้อิสรภาพแก่ตัวเอง🔸
ดังนั้นเธอจึงเป็นอิสระจากความทุกข์และความเศร้าโศกเสียใจ ความรู้สึกถึงเกียรติยศศักดิ์ศรีและคุณค่าในตัวเองก็จะไม่ถูกโจมตีอย่างเลี่ยงไม่ได้จากการบีบบังคับให้คนอื่นต้องรักษาสัญญาที่พวกเขาไม่ต้องการรักษา
📌 “ความเสียหายในระยะยาวจะมากกว่าในระยะสั้น” ดังที่แทบทุกคนที่เคยพยายามบีบคออีกฝ่ายให้รักษาสัญญาได้ค้นพบ
N : แนวคิดเดียวกันนี้ยังเป็นจริงอยู่มั้ยในโลกธุรกิจ❓ หากเป็นอย่างนั้นแล้วโลกใบนี้จะทำธุรกิจกันได้ยังไง❓
G : จริงๆแล้วนี่คือ : 🔸วิธีเดียวที่เป็นเหตุผลในการทำธุรกิจ🔸
ในเวลานี้ปัญหาทางสังคมทั้งหมดของพวกเธออยู่บนรากฐานของการใช้กำลัง การใช้กำลังทางกฎหมาย (ที่ซึ่งพวกเธอเรียกมันว่า “อำนาจตามกฎหมาย”) และที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ การใช้กำลังทางกายภาพ (ที่ซึ่งพวกเธอเรียกมันว่า “กองกำลังติดอาวุธ”)
🔸พวกเธอยังไม่ได้เรียนรู้ที่จะใช้ศิลปะแห่งการโน้มน้าวเลย🔸
N : ถ้าไม่ใช้กำลังทางกฎหมาย (อำนาจตามกฎหมายผ่านทางศาล) แล้วเราจะ “โน้มน้าว” ให้ธุรกิจต่างๆทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ได้ยังไงละครับ❓
G : เมื่อดูจากระดับจริยธรรมทางวัฒนธรรมของพวกเธอในปัจจุบัน มันอาจไม่มีทางเลือกอื่นอีก แต่ทว่าหากจริยธรรมทางวัฒนธรรมนี้ ‘เปลี่ยนแปลงไป’ วิถีทางที่พวกเธอพยายามใช้ในตอนนี้เพื่อไม่ให้ภาคธุรกิจ (และบุคคลทั่วไป) เบี้ยวสัญญา ก็จะดูเป็นเรื่องที่ล้าหลังและป่าเถื่อนเอามากๆ
N : อธิบายให้ฟังหน่อยครับ
G : พวกเธอในปัจจุบันใช้กำลังเพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะรักษาสัญญา
เมื่อระบบจริยธรรมทางวัฒนธรรมยกระดับขึ้นจนถึงระดับของความเข้าใจที่ว่า 🔸พวกเธอทั้งหมดล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน🔸
📌 เมื่อนั้นพวกเธอจะไม่มีวันใช้กำลังอีก เพราะนั่นรังแต่จะสร้างความเสียหายให้กับตัวของพวกเธอเอง พวกเธอจะไม่เอามือขวาไปตบมือซ้าย
N : แม้ว่ามือซ้ายกำลังบีบคอตัวเองอยู่อย่างนั้นหรือครับ❓
G : 💥 นั่นก็เป็นอีกเรื่องที่จะไม่มีวันเกิดขึ้น พวกเธอจะหยุดบีบคอตัวเอง พวกเธอจะหยุดกัดจมูกเพื่อมุ่งร้ายต่อใบหน้าของตัวเอง พวกเธอจะหยุดละเมิดข้อตกลง และแน่นอนว่าข้อตกลงของพวกเธอจะแตกต่างไปจากเดิมมาก
💥 พวกเธอจะให้ของมีค่ากับคนอื่นไม่แต่เฉพาะเวลาที่คนอื่นต้องมีของมีค่าตอบแทนกลับมาเท่านั้น และพวกเธอจะไม่มีวันยับยั้งการให้หรือการแบ่งปันบางสิ่งแม้จะไม่ได้รับในสิ่งที่พวกเธอเรียกมันว่า ‘ของที่สมน้ำสมเนื้อกัน’ กลับคืน
💥 พวกเธอจะให้และแบ่งปันด้วยตนเอง (โดยไม่ต้องการอะไรตอบแทน) ดังนั้นการละเมิดสัญญาจึงมีน้อยมากๆ (หรือแทบจะไม่มีเลย) เพราะการทำสัญญาเป็นเรื่องของ ‘การแลกเปลี่ยน’ (ซื้อขาย) สินค้าและบริการ 🔸ในขณะที่ชีวิตเป็นเรื่องของการ "ให้" สินค้าและบริการ ไม่ว่าจะเกิดการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายขึ้นหรือไม่🔸
และการให้แบบทางเดียวในลักษณะนี้นี่แหละที่พวกเธอจะพบทางรอด เพราะพวกเธอจะค้นพบในสิ่งที่พระเจ้ากำลังมีประสบการณ์ นั่นคือ :
🌟สิ่งใดที่เธอให้คนอื่นเธอก็ได้ให้สิ่งนั้นกับตัวเอง — เธอทำสิ่งใดไว้เธอก็จะได้รับสิ่งนั้นตอบแทน🌟
N : ทุกอย่างที่ออกจากตัวเราก็จะย้อนกลับมาหาเรา
G : 🔸เจ็ดเท่า🔸...เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับอะไร “กลับคืน”
มีเรื่องเดียวที่ต้องกังวลก็คือ :
✨เธอจะให้อะไร “ออกไป”✨
✴️ ชีวิตเป็นเรื่องของการสร้างสรรค์ "การให้" ให้มีคุณภาพสูงสุด
✴️ ไม่ใช่การสร้างสรรค์ "การรับ" ให้มีคุณภาพสูงสุด
เป็นเพราะพวกเธอลืมเรื่องนี้อยู่ตลอด (keep forgetting)
💥 ลืมว่าชีวิตไม่ใช่เรื่องของการได้มา (for getting) — แต่เป็นเรื่องของการให้ออกไป (for giving) 💥
💥 และเพื่อจะทำอย่างนั้นได้ พวกเธอจำเป็นต้องให้อภัย (forgiving) ผู้อื่นเสียก่อน โดยเฉพาะกับคนที่ ‘ไม่ได้ให้’ ในสิ่งที่พวกเธอคิดว่า ‘จะได้รับ❗’★
★หรือก็คือ ให้อภัยคนที่ไม่รักษาคำพูดหรือไม่รักษาสัญญานั่นเอง - แอดมิน
การสลับสับเปลี่ยนนี้จะก่อให้เกิดการ "ยกระดับ" ความเป็นไปของวัฒนธรรมอย่างสิ้นเชิง
💢 ทุกวันนี้สิ่งที่พวกเธอเรียกว่า “ความสำเร็จ” ในวัฒนธรรมของพวกเธอนั้น วัดจากปริมาณของสิ่งที่ตัวเอง “ได้รับ” เป็นหลัก วัดจากเกียรติยศชื่อเสียง เงินทอง อำนาจ และทรัพย์สินที่ตัวเอง “ได้ครอบครอง”
📌 แต่ในวัฒนธรรมใหม่นั้น “ความสำเร็จ” จะวัดจากว่าตัวเธอ ‘เป็นเหตุให้ผู้อื่น’ มีทรัพย์สินได้มากแค่ไหนเป็นสำคัญ
💥 ความยอกย้อนอยู่ตรงที่ว่า ยิ่งพวกเธอเป็นเหตุให้ผู้อื่นมีทรัพย์สินได้มากเท่าไหร่ พวกเธอก็จะยิ่งมีทรัพย์สินได้มากเท่านั้น...โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม โดยไม่ต้องมี “เอกสารสัญญา” “ข้อตกลง” “การเจรจาต่อรอง” หรือ “การฟ้องร้อง” หรือ “ศาล” ที่บังคับให้พวกเธอต้องทำตาม “สัญญา” ที่เคยให้ไว้ต่อกัน
💥 ในเศรษฐกิจแห่งอนาคต พวกเธอจะไม่ทำสิ่งต่างๆเพื่อผลกำไรส่วนตัว แต่จะทำเพื่อ "การเติบโตส่วนตัว" แทน
💥 ซึ่งสิ่งนี้ต่างหากที่เป็นผลกำไรที่แท้จริงของพวกเธอ และ “ผลกำไร” ที่อยู่ในรูปของทรัพย์สินเงินทองจะเข้าสู่ชีวิตของพวกเธอเมื่อตัวตนที่แท้จริงของพวกเธอเติบใหญ่ขึ้นและสง่างามยิ่งขึ้น
📌 ในช่วงเวลานั้น การใช้กำลังบังคับให้ใครต้องมอบบางสิ่งแก่เธอเพราะเขา “เคยบอกว่า” จะให้นั้น จะดูเป็นเรื่องที่ล้าหลังและป่าเถื่อนเป็นอย่างมาก
📌 ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมทำตามที่ตกลงกันไว้ เธอก็แค่ปล่อยพวกเขาไปตามทางของตัวเอง ปล่อยให้พวกเขาได้เลือกทางเดินและสร้างประสบการณ์ของตนขึ้นมาเอง
📌 ไม่ว่าอะไรก็ตามที่พวกเขาไม่ได้ให้เธอ เธอจะไม่มีทางพลาดจากมัน เพราะเธอรู้ว่าเธอสามารถได้รับสิ่งเหล่านั้นจากหนทางอื่นได้อีก (ไม่จำเป็นต้องได้รับจากพวกเขาเท่านั้น) เพราะรู้ว่าพวกเขาไม่ใช่ต้นกำเนิดของสิ่งเหล่านั้น 🔸แต่ตัวเธอเองนั่นแหละที่เป็นต้นกำเนิดของสิ่งเหล่านั้น🔸
1
...
...
...
บันทึก
2
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
หนังสือสนทนากับพระเจ้า เล่ม 3
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย