22 ส.ค. 2021 เวลา 14:02 • หนังสือ
ถ้าก่อนเดินทางต้องเตรียมจัดกระเป๋า แล้วก่อนเริ่มลงมือทำเรื่องสำคัญๆล่ะ ต้องเตรียมอะไรบ้าง ?
สรุปหนังสือ Flight plan ตอนที่ 5
บทที่ 1 ทำให้คุณได้ destination แล้ว
บทที่ 2 ทำให้คุณได้รวบรวมเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางได้แล้ว
บทที่ 3 ทำให้คุณมีแผนการหรือแผนที่ที่ใช้ในการเดินทางแล้ว
สำหรับบทนี้ก็ถึงเวลาแล้วล่ะค่ะ ที่ต้องมาเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางกัน
คนที่ประสบความสำเร็จก่อนคนอื่นนั้น พวกเขาเป็นนักเตรียมพร้อมที่ดี เขาเตรียมพร้อมกับทุกเรื่องแม้แต่เรื่องของการจัดกระเป๋าเดินทาง เขาก็ยังเตรียมตัวอย่างดีเพราะมันกลายเป็นนิสัยของเขาไปแล้ว
Brian Tracy บอกว่า การเตรียมความพร้อมคือสัญลักษณ์ของมืออาชีพ นอกจากนี้การเตรียมความพร้อมยังเป็นสัญลักษณ์ของผู้ประสบความสำเร็จในทุกวงการอีกด้วยค่ะ บรรดาคนที่ประสบความสำเร็จขั้นสูงสุดนั้นจะใช้เวลาในการเตรียมความพร้อมมากกว่าคนทั่วไป
เขายังบอกอีกว่า จะมีคนแค่ 10% ในระดับสูงสุดเท่านั้นที่เตรียมความพร้อมในทุกรายละเอียดมากกว่าคนอื่นๆ ในสาขาอาชีพเดียวกัน
ไม่ว่าตอนนี้คุณกำลังคิดอยู่ ลังเลอยู่ หรือกำลังจะเริ่มตัดสินใจลงมือทำบางสิ่งบางอย่างอยู่ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นโปรเจ็คใหม่ ธุรกิจใหม่ หรือแม้กระทั่งตัดสินใจเริ่มลงทุน
2
แอดอยากให้ลองถามคำถาม 3 ข้อนี้ดูค่ะ เพื่อประเมินว่าคุณพร้อมหรือยังที่จะเริ่มทำสิ่งๆนั้น
มาเริ่มกันเลยค่ะ !!!
Brian Tracy เล่าให้เราฟังถึง “กฎของเมอร์ฟีย์” คือ...
1.สิ่งใดก็ตามที่อาจผิดพลาดได้จะผิดพลาดอย่างแน่นอน
2.สิ่งเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด
3.สิ่งเลวร้ายที่สุดที่อาจสร้างความเสียหายมากที่สุดจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเลวร้ายที่สุด
ดังนั้น เขาก็เลยบอกกับเราว่า จงใช้เวลาส่วนนี้ให้เยอะก่อนออกเดินทาง หมายถึงการเตรียมตัว โดยเฉพาะการถามตัวเองด้วยคำถามนี้ว่า “อะไรคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้นได้สำหรับการเดินทางไปสู่จุดหมายของฉันในครั้งนี้”
การที่เราถามคำถามนี้ ก็เพื่อเตรียมตัวรับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้านั่นเอง เพราะถ้าเราไปคิดตอนที่เกิดเรื่องร้ายๆขึ้นแล้ว ตอนนั้นสมองมันจะมึนไปหมดคิดอะไรก็ไม่ออก
ลองพยายามจินตนาการถึงความผิดพลาดทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งอาจทำให้ไปถึงจุดหมายปลายทางล่าช้าหรือไปไม่ถึงเลย คิดล่วงหน้าและเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อย่าเชื่อในเรื่องโชคชะตาหรือหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เราวางแผนไว้ตั้งแต่ทีแรก
ศึกษาข้อมูลของคนที่เคยทำสิ่งที่คุณกำลังจะทำ อ่านทุกสิ่งทุกอย่างที่มีคนเขียนไว้เกี่ยวกับเส้นทางและจุดหมายปลายทางที่เรากำลังจะเดินทางไป บางครั้งแง่มุมบางอย่างจากใครบางคนก็อาจตัดสินความสำเร็จกับความล้มเหลวของเราได้เลยทีเดียว
ยิ่งเป้าหมายหรือจุดหมายปลายทางของคุณมีความสำคัญกับตัวคุณ ครอบครัวของคุณ และอนาคตของคุณมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งต้องใช้เวลาเตรียมพร้อมก่อนที่คุณจะให้คำมั่นสัญญาที่ไม่อาจถอนคืนได้มากขึ้นเท่านั้น คำว่า “เตรียมพร้อมมากเกินไป” ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จ
เพราะเรื่องที่เราคาดคิดว่ามันอาจจะเกิดเรื่องร้ายๆมันมักจะเกิดขึ้นจริง และมักจะเกิดในเวลาที่เราไม่อยากให้มันเกิด แถมยังสร้างความเสียหายเกินกว่าที่เราคิดเอาไว้ เพราะฉะนั้นการมีแผนสำรองจะช่วยลดแรงกระแทกตรงนี้ได้มาก
ในด้านธุรกิจ คุณควรระบุตัวบุคคล ลูกค้า แหล่งเงินทุน ช่องทางการขายและการตลาด รวมไปถึงปัจจัยอื่นๆ ที่สำคัญต่อการเริ่มต้นและการดำเนินธุรกิจของคุณให้ประสบผลสำเร็จ
ในด้านชีวิตส่วนตัว คุณก็ควรนึกถึงสิ่งเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นและทำให้แผนการของคุณผิดพลาดหรือหยุดชะงักได้ จงทำแผนสำรองเผื่อไว้ด้วย
คำแนะนำของ Brian Tracy
ขอให้เตรียมแผนสำรองเอาไว้เสมอ
แต่จงหาทางแก้ไขทันที อย่ายอมรับกับสถานการณ์ปัจจุบันหากมันมันไม่น่าพึงพอใจ อย่ามัวแต่รอให้สถานการณ์ดีขึ้นเอง จงลงมือทำให้มันเกิดขึ้นแทน
นักบินจะตรวจสอบความพร้อมทุกจุดก่อนขึ้นบินทุกครั้ง แม้ว่าพวกเขาจะผ่านการบินมาหลายพันชั่วโมงและทำการบินอย่างสม่ำเสมอมาตลอดยี่สิบปี แต่พวกเขาก็ยังคงตรวจสอบความพร้อมทุกจุดก่อนขึ้นบินทุกครั้ง
คุณเองก็ควรทำรายการสำหรับตรวจสอบด้วยเช่นกัน ไม่ว่าคุณจะเดินทางแบบเดิมมากี่ครั้งแล้วก็ตาม คุณควรตรวจสอบกับรายการคุณอีกครั้ง อย่ามั่นใจในความจำของตัวเอง หากคุณละเลยการตรวจสอบรายละเอียดสำคัญไปเพียงจุดเดียว คุณก็อาจตกที่นั่งลำบากหรือแม้แต่ทำให้คุณไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางได้
อ่านจบแล้วเป็นยังไงบ้างคะ ตอนนี้คุณพอจะนึกออกแล้วหรือยังว่า….
“อะไรคือสิ่งเลวร้ายสุดที่อาจเกิดขึ้นได้สำหรับการเดินทางไปสู่จุดหมายของคุณในครั้งนี้”
แล้วคุณเตรียมแผนรับมือแล้วหรือยัง?
โฆษณา