มีบัญชีอยู่แล้ว?
สิ่งที่คนทำงานไม่รู้ 10 อย่าง
วันนี้มีโอกาสเข้าดูช่อง YouTube Abdulthaitube - อับดุลย์เอ๊ย ถามไรตอบได้! แล้วเห็นว่าเป็นข้อมูลที่น่าเอามาเผยแพร่ต่อ เพราะเรื่องนี้เชื่อว่ามีน้อยคนที่จะรู้ ที่นำผลการสำรวจ ของ Harvard Business Review คนทำงานหรืออาจจะเรียกว่ามนุษย์เงินเดือนก็ได้ 10 อย่าง พอฟังดูแล้วก็เข้าเค้าเหมือนกันนะ
เรามาดูกันว่า 10 อย่างมีอะไรกันบ้าง
1. การออกกำลังกายทำให้ได้รับเงินเดือนสูงขึ้น แต่ผู้หญิงจะได้รับเงินเดือนสูงกว่าผู้ชาย เรื่องนี้เป็นผลงานวิจัยของ Cleveland State University พบว่าคนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะได้รับเงินเดือนสูงกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกาย โดยผู้หญิงที่ออกกำลังกายจะได้รับเงินเดือนสูงขึ้น 12% เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ออกกำลังกาย ส่วนผู้ชายที่ออกกำลังกายจะได้รับเงินเดือนสูงขึ้น 7% เมื่อเทียบเทียบกับผู้ชายที่ไม่ออกกำลังกาย
1
การวิจัยนี้ทำให้เห็นว่าบุคลิกภาพและภาพลักษฯภายนอกมีส่วนสำคัญในการพิจารณาในการปรับเงินเดือน เพราะทำให้เห็นว่าเขาคนนั้นใส่ใจตัวเอง ซึ่งมองว่าการทำงานเขาก็น่าจะใส่ใจเช่นกัน (เท่าที่เห็นมาก็เป็นเช่นนั้นเหมือนอย่างงานวิจัยเหมือนกัน)
ที่มา  Posttoday.com
2. การมองสีเขียวจะทำให้มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น จากการทดลองพบว่าคนที่มองเห็นภาพสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีเขียวประมาณ 2 วินาที ส่งผลให้มีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น 20% (ง่ายขนาดนั้นเชียว) ซึ่งทางทีมวิจัยได้สังเกตุเห็นว่าสีเขียวมีความเชื่อมโยงกับการเติบโตของหลายๆวัฒนธรรม เป็นสีที่ดูแล้วสบายตาทำให้จิตใจสงบลง สีเขียวจึงเป็นที่นิยมนำมาใช้ตกแต่งสถานที่ทำงาน
3. การรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับเพื่อนหรือคนจำนวนมาก จะทำให้มีพัฒนากการการทำงานได้ดีกว่า จากการรายงานของสำนักข่าว CNN สังเกตว่าพนักงานที่รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับเพื่อนๆ ประมาณ 10-12 คน จะทำงานได้ดีกว่าคนที่รับประทานร่วมกับเพื่อนๆ 3-4 คน อย่างชัดเจน ซึ่งอาจมาจากช่วงนั้นส่วนใหญ่บทสนทนาจะเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับงาน แม้ว่าเราจะฟังผ่านๆแต่สมองเรากลับจดจำได้เป็นอย่างดี ทำให้เราสามารถนำคำพูดที่ได้ยินมาปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานได้มากขึ้น
1
ที่มา GotoKnow
4. การสูดกลิ่นเปปเปอร์มินต์ (สระแหน่) จะทำให้ความคิดเฉียบคมและฉับไวขึ้น เป็นงานวิจัยจาก Wheeling Jesuit University ที่พบว่ากลิ่นของเปเปอร์มินต์ช่วยให้สมองคนเราตื่นตัวและจดจ่อได้มากขึ้น ซึ่งยังส่งผลดีต่อความจำและทำให้ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นด้วย ทั้งยังทำให้ร่างกายตื่นตัวไม่ง่วงนอน
2
5. การทำงานที่บ้าน เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์แต่ไม่เหมาะกับงานที่ทำซ้ำๆ จากงานวิจัยพบว่าหากเป็นงานที่ไม่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานที่บ้านนานๆจะส่งผลให้การทำงานแย่ลงผลิตผลงานได้น้อยลง 6-10% ในทางกลับกันในงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ผลงานจะดีขึ้น 11-20% เพราะว่าอยู่ในพื้นที่เปิดกว้างและเป็นส่วนตัวสูง มีสมาธิมากขึ้นในการทำงาน
ที่มา  สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ - FTPI
6. ลดความเครียดได้ง่ายๆโดยการฝืนยิ้ม แม้จะเป็นการฝืนยิ้มก็ตาม แต่จะทำให้ได้รับพลังบวกกับคนรอบข้างจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น ที่แม้ว่าจะเป็นวันที่แย่ก็ตาม University of Kansas ระบุว่าการทดลองนี้อาจจะมีช่องโหว่อยู่บ้าง เพราะว่าเป็นการทดลองจากสถานการณ์สมมุติ เรื่องนี้จึงยังไม่น่าเชื่อถือมากนัก แต่ “ยุคใหม่ฯ” ลองทำดูแล้วนะในขณะที่มีความรู้สึกแย่กับเพื่อนร่วมงาน ปรากฏว่ารู้สึกดีขึ้นจริงๆ
7. น้ำตาลทำให้เรามุ่งมั่นและควบคุมตัวเองได้มากขึ้น หลายครั้งที่เราคิดงานไม่ออกแล้วลองมารับประทานอะไรหวานๆ หลังจากนั้นเราก็จะคิดอะไรใหม่ๆออก University of Georgia ระบุว่า น้ำตาลจะกระตุ้นสมองในส่วนที่ต้องการให้รางวัล ทำให้คนเรามุ่งมั่นสามารถควบคุมตัวเองได้มากขึ้น แม้วันนั้นจะเจอกับภาวะกดดันเราก็จะผ่านมันไปได้ไม่ยาก (ไม่รู้ว่ามุ่งมั่นแล้วคิดงานออกก่อนเป็นเบาหวานหรือปล่าวก็ไม่รู้)
ที่มา  WE VACATION CENTER
8. อยากเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานให้บอกว่าเขาอยู่อันดับที่เท่าไร เพราะการแข่งขันเป็นอีกเครื่องมือที่กระตุ้นให้คนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันตัวเองให้ก้าวหน้ามากกว่าเดิม จากการทดสอบของบริษัทในประเทศเยอรมัน ที่แจ้งพนักงานไปตรงๆว่าค่าจ้างและผลงานของพวกเขาอยู่อันดับที่เท่าไร เพื่อเปรียบเทียบว่าคนที่ในตำแหน่งเดียวกันอยู่อันดับไหน เป็นการกระตุ้นให้พวกเขามุ่งมั่นทำงานและพัฒนาตัวเองมากขึ้น พบว่าประสิทธิภาพของพนักงานเพิ่มขึ้น 7% และยังมีท่าทีว่าจะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ
9. พบว่าบริษัทที่มี CEO ในหน้ากว้างจะมีผลประกอบการที่ดีกว่า จากสถิติผลการสำรวจผลออกมาว่าบริษัทที่มี CEO ในหน้ากว้างจำทำให้ผลประกอบการดีกว่าที่อื่น University of Wisconsin-Milwaukee ระบุว่ายิ่งอัตราส่วนความกว้างของใบหน้าต่อความยาวของใบหน้าทีค่ามากเท่าไร ยิ่งจะทำให้รู้สึกถึงความดุดัน อำนาจและความไม่น่าไว้วางใจ โดยเฉลี่ย CEO ที่มีใบหน้ากว้างจะมีผลประกอบการที่ดีว่า CEO ที่มีใบหน้าเรียวประมาณ 15 ล้านดอลล่าร์ (ประมาณ 495 ล้านบาท) เรื่องนี้น่าจะจริงเพราะเราสามารถดูได้จาก CEO ดังของโลกและของไทยได้
ที่มา  South China Morning Post
10. เรื่องนี้ต้องลุ้นกันหนักเพราะพบว่าเงินเดือนของพนักงานจะขึ้น เมื่อภรรยาของ CEO คลอดลูกคนแรกเป็นผู้หญิง (แล้วถ้า CEO เป็นผู้หญิงจะเป็นอย่างไรนะ) เรื่องนี้เป็นผลงานวิจัยของประเทศเดนมาร์ก ที่ลงไว้ใน The Wallstreet Journal สอดคล้องกับงานวิจัยในอดีตที่พบว่าผู้ชายจะใส่ใจผู้อื่นมากขึ้นเมื่อมีลูกสาว เพราะถ้า CEOได้ลูกชายคนแรกพนักงานจะได้เงินเดือนน้อยลง 0.4% แต่การได้ลูกผู้หญิงคนแรกจะทำให้พนักงานผู้หญิงจะได้ปรับเงินเดือนสูงขึ้น 1.1% ส่วนพนักงานผู้ชายจะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น 0.6% ที่เป็นอย่างนี้เพราะมาจากการเอ็นดูเด็กผู้หญิงจึงใส่ใจพนักงานผู้หญิงมากกว่านั่นเอง งานนี้ไม่ได้บอกว่าเพศทางเลือกจะมีผลอย่างไรนะครับ
ที่มา  หวยออนไลน์
ต้องบอกว่าทั้ง 10 เรื่องข้างต้น “ยุคใหม่ฯ” ก็ไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งบางข้อก็ยังไม่ชัดเจนเท่าไรนัก แต่ก็ดูสนุกๆเป็นแนวทางได้นะครับ บางครั้งที่ทำงานของเราอาจจะตรงกับสถิติข้างต้นทั้งหมดก็ได้นะ
อ้างอิง:
สามารถติดตามข้อมูลแนวคิดทางการตลาดยุคใหม่ได้ที่
Instagram: Modernization Marketing (ยุคใหม่การตลาดของไทย)
Face Book Page: Thailand Modern Marketing
YouTube Channel: Modernization marketing (ยุคใหม่การตลาดของไทย)
ท่านที่สนใจลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ตู้กาแฟหยอดเหรียญ ที่สามารถขายแฟรนไชส์และมีรายได้จากการขยาย
สามารถสร้างรายได้ทั้งรายวันและรายสัปดาห์และรายเดือนได้
ติดต่อได้ที่

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    MomNoi♥️
    ทำงานที่บ้านนี่ต้องมีสมาธินะคะ อิอิ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      “เจ้าตัวขรุขระ” ที่ท้ายขวดมีไว้เพื่ออะไรกันนะ🤨??? เคยไหมอยากจะกินซอสมะเขือเทศ แต่เทยังไง๊ยังไงก็ไม่ออก😫
      บูสต์โพสต์ใน Blockdit ฉบับเข้าใจง่ายเริ่มบูสต์ได้ทันที บูสต์โพสต์คืออะไร?
      สึกแล้วไม่บวชอีก! 'มหาไพรวัลย์ วรรณบุตร' หรือ อดีตพระมหาไพรวัลย์ ยืนยันไม่หวนกลับวงการสงฆ์ ย้ำยึดถือคำสอนพระพุทธเจ้า เคารพครูบาอาจารย์ แต่หมดศรัทธากับพระผู้ใหญ่บางรูป จากนี้จะรับงานรีวิวสินค้า ร่วมงานกับพระมหาสมปอง, หมอปลา เดินหน้าเป็นกระบอกเสียงให้สังคม แต่จะไม่ลงเล่นการเมือง วันที่ 3 ธ.ค. 2564 มหาไพรวัลย์ ให้สัมภาษณ์เปิดใจหลังลาสิกขาบทเมื่อช่วงเช้า โดยระบุว่า หลังสึกอยากกอดแม่ แต่ก็ยังไม่ได้กอด เนื่องจากหมอสั่งห้าม แม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่ก็ได้ยิ้มให้กัน โดยก่อนสึกแม่ได้โทรมาบอกว่า “อยู่เป็นพระต่ออีกหน่อยได้ไหม ยังอยากเห็นมหาไพรวัลย์นุ่งจีวร” แต่ได้บอกแม่ไปว่า “ตัดสินใจแล้ว”
      เคยมั้ย เจอคนวิจารณ์ แล้วเขาบอก “Don’t take it personally” (ถามจริง ทำได้หรือ?) คำชม ใคร ๆ ก็อยากได้ ส่วนคำติเตียน ใคร ๆ ก็ไม่อยากฟัง
      ดูทั้งหมด