12 ก.ย. 2021 เวลา 13:52 • หนังสือ
มีการประมาณการไว้ว่า ทุกวันนี้บุคคลทั่วไปจะประสบภาวะวิกฤติทุก 2-3 เดือน [ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ การเงิน ครอบครัวหรือสุขภาพ รวมไปถึงภาวะวิกฤติในเรื่องส่วนตัว]…คำถามคือคุณพร้อมรับมือแค่ไหน?
2
สรุปหนังสือ Flight plan ตอนที่ 8
บทที่ 1 คุณได้ destination แล้ว
บทที่ 2 คุณได้รวบรวมเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางได้แล้ว
บทที่ 3 คุณมีแผนการหรือแผนที่ที่ใช้ในการเดินทางแล้ว
บทที่ 4 คุณเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้ว และคุณรู้แล้วว่า “อะไรคือสิ่งเลวร้ายสุดที่อาจเกิดขึ้นได้สำหรับการเดินทางไปสู่จุดหมายในครั้งนี้”
บทที่ 5 คุณได้เริ่มต้นลงมือทำบางสิ่งบางอย่างนั้นแล้ว
บทที่ 6 คุณได้เตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนแล้ว
บทนี้แอดจะมาเล่าต่อว่า ถ้าหากเส้นทางที่คุณก้าวเดินอยู่ขณะนี้กำลังเจอกับวิกฤติ หรือเส้นทางที่คุณบินอยู่กำลังปะทะกับพายุเข้าอย่างจัง คุณจะรับมืออย่างไรได้บ้าง?
ชีวิตก็เหมือนการขับเครื่องบิน คนที่เป็นนักบินต้องคอยปรับเส้นทางอยู่เสมอ เพราะระหว่างทางจะต้องเจอกับลมพายุที่พัดพาเราออกนอกเส้นทาง
ภาวะวิกฤตเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเอง เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์ไว้แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย และเนื่องจากคุณไม่สามารถทำนายได้ว่าภาวะวิกฤติจะเกิดขึ้นเมื่อใด สิ่งเดียวที่คุณทำได้เมื่อมันเกิดขึ้นก็คือ การตอบสนองให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
Brian Tracy เล่าว่า...ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาได้ทำงานกับประธานบริษัทและผู้บริหารระดับสูงสุดของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง ได้ฝึกสอน ให้คำปรึกษา และให้คำแนะนำกับเศรษฐี มหาเศรษฐี หรือแม้แต่อภิมหาเศรษฐีพันล้าน ได้มีโอกาสเฝ้าดูพวกเขาอย่างใกล้ชิดและเป็นการส่วนตัว
คุณสมบัติหนึ่งที่พวกเขาทั้งหมดจะแสดงออกมาเหมือนกันก็คือ...ความสามารถในการรับมือกับภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แอดคิดเราสามารถเรียนรู้วิธีการรับมือกับภาวะวิกฤติจากผู้นำที่เก่งๆเหล่านี้ และเอามาปรับใช้ในชีวิตของเรากันต่อไปได้ค่ะ มาเริ่มกันเลยค่ะ
Brian Tracy เล่าว่า...บรรดาผู้บริหารระดับสูงที่เขาได้คลุกคลีด้วย ไม่เคยโกรธหรืออารมณ์เสียเลย เวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหา แต่กลับแสดงออกในทางตรงกันข้ามมากกว่าคือ พวกเขาผ่อนจังหวะให้ช้าลง สุภาพและนอบน้อมขึ้น พวกเขากล่าวคำว่า “ได้โปรด” และ “ขอบคุณ” พวกเขาตั้งคำถามและรวบรวมข้อมูลก่อนที่จะโต้ตอบอะไรออกมา
คุณเคยสังเกตตัวเองเหมือนแอดไหมคะว่า เวลาเจอกับปัญหาหรืออะไรที่ไม่ได้ดั่งใจเรา เรามักจะรู้สึกหงุดหงิดหรืออารมณ์เสีย คำพูดสีหน้าท่าทางของเราหลังจากนั้นก็จะแสดงออกไปในลักษณะของการโกรธ หัวร้อน เป็นต้น
แต่เหมือนคำแนะนำนี้จะบอกกับเราว่า...เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหา ให้เราลองนิ่ง ตั้งสติ ผ่อนจังหวะให้ช้าลง อย่าเพิ่งอารมณ์เสียออกไป ให้ลองตั้งคำถามและหาข้อมูลก่อน ก่อนที่จะพูดตอบโต้อะไรออกไปนั่นเองค่ะ
1
เมื่อใดก็ตามที่เผชิญกับปัญหา ถามตัวเองก่อนว่า “ความจริงคืออะไร” ไม่ว่าความจริงนั้นจะดีหรือร้ายก็ตาม จงสืบให้รู้ถึงความจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่
ยิ่งคุณรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้มองเห็นทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาได้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น ทางออกของปัญหาจะปรากฏขึ้นได้ด้วยการเจาะลึกลงไปสู่แก่นกลางของปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ
1
คุณเคยสังเกตไหมคะว่า เวลาที่ตัวเราเองเจอกับปัญหา เรามักจะทำอะไรไม่ค่อยถูก คิดอะไรไม่ค่อยออก รู้สึกเครียด ผิดหวัง เสียใจ อารณม์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่ในทางกลับกันเมื่อปัญหาเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับเพื่อนของเรา เรากลับเป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำกับเพื่อนได้ต่างๆ นานา
ดังนั้นเวลาเจอกับปัญหา ก็ลองจินตนาการว่าตัวเราเองคือที่ปรึกษาจากภายนอกที่เข้ามาเพื่อวิเคราะห์และให้คำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาหรือภาวะวิกฤตินี้กับตัวเอง ต้องรักษาระยะห่างขณะที่กำลังตรวจสอบสถานการณ์ ต้องไม่นำอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องขณะที่กำลังรวบรวมข้อมูล เมื่อรู้สึกว่าได้เรียนรู้เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างครบถ้วนแล้วเท่านั้น จึงจะให้คำแนะนำและตัดสินใจได้
Keyword ก็คือ…การดึงตัวเองให้ออกห่างจากสถานการณ์ขณะกำลังรับมือกับความพลิกผันที่จู่โจมเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัวนั่นเองค่ะ
1
หนึ่งในทักษะสำคัญที่สุดที่คุณสามารถพัฒนาได้ก็คือการคาดการณ์ถึงภาวะวิกฤติ ในการฝึกฝนทักษะนี้ คุณต้องมองเส้นทางชีวิตไปยังอนาคตข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ และถามตัวเองว่าสิ่งเลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้นได้คืออะไร สิ่งใดที่อาจทำให้แผนการของฉันหยุดชะงักหรือกีดขวางไม่ให้ฉันบรรลุเป้าหมายได้
จากนั้นให้คุณกลับมามองสถานการณ์ปัจจุบันและถามตนเองว่า หากสถานการณ์เช่นนั้นจะเกิดขึ้นในอนาคต ฉันจะทำอย่างไรเพื่อรับมือกับมันได้ในทันที
ยิ่งคุณคิดล่วงหน้าถึงปัญหา ความท้าทาย และภาวะวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งสุขุมและมั่นใจมากยิ่งขึ้นเมื่อมันเกิดขึ้นจริงๆ
1
Brian Tracy บอกว่าแม้แต่คนที่เป็นผู้นำก็มีสิทธิ์ที่จะทำผิดพลาดได้ เพราะฉะนั้นเมื่อรู้ว่ากำลังไปในเส้นทางที่ไม่ถูกต้องเหมือนที่คิดเอาไว้ เราต้องกล้ายอมรับ ขอโทษ แล้วปรับเปลี่ยนเส้นทาง พูดง่ายๆ คือทนสู้แต่อย่าทู่ซี้
บางคนคิดว่าการยอมรับผิดและลงมือปรับเปลี่ยนทิศทางคือสัญลักษณ์ของความอ่อนแอหรือไร้นำ้ยา แต่ในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพร้อมที่จะยอมรับว่าคุณไม่ได้สมบูรณ์แบบ ว่ามีข้อมูลใหม่ที่ทำให้คุณต้องปรับเปลี่ยนเส้นทาง คือสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ความโดดเด่น และความเข็มแข็งของคุณ
1
คนอ่อนแอจะพยายามปกปิดความผิดพลาดของตัวเองเสมอแต่คนที่แข็งแกร่งจะยอมรับมันอย่างรวดเร็วและปรับเปลี่ยนเส้นทางของตนทันที
1
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆอย่างนิสัยเดิมๆ ที่จะพาเรากลับไปทำพฤติกรรมเดิมอีกครั้ง หรือจะเป็นเรื่องที่ยากขึ้นอย่างเรื่องของศักดิ์ศรีที่บางครั้งเห็นอยู่ตำตาว่าปัญหากำลังเกิดขึ้น มันไม่เวิร์คแล้ว แต่เรากลับไม่ยอมเปลี่ยนใจยึดติดกับคำพูดที่เคยพูดไว้ว่าฉันจะต้องทำให้ได้ ก็เลยกลัวเสียหน้าไม่กล้าเปลี่ยนใจ
2
เรื่องพวกนี้ที่ BRIAN TRACY บอกว่า อย่าได้เอามันมาทำให้เราไปไม่ถึงจุดหมายเพราะเป็นคนที่ขาดความยืดหยุ่นไม่ยอมปรับตัว
1
คุณมีอิสระที่จะปรับเปลี่ยนความคิดของตัวเองได้ เมื่อคุณพูดหรือตัดสินใจอะไรออกไปแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องยึดติดกับสิ่งนั้นไปตลอดกาล
2
กุญแจสำคัญของการประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่คุณปรารถนาคือ การปรับเปลี่ยนเส้นทางไปตลอดทั้งชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณ และอย่าลืมว่า...คุณสามารถเปลี่ยนความคิดของตัวเองได้เสมอ
หลังอ่านจบแล้ว เป็นยังไงกันบ้างคะ แอดหวังว่ามันจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆบ้างไม่มากก็น้อยค่ะ
สำหรับตัวแอดนั้นคิดว่า…ไม่ว่าเรากำลังเจอเรื่องเลวร้ายแค่ไหน กำลังรู้สึกเครียด ท้อแท้ แต่อย่างน้อยวันนี้เราก็ยังมีชีวิตอยู่นะคะ
1
แอดเชื่อว่าชีวิตคนเราเริ่มใหม่ได้เสมอ ล้มได้ก็ลุกได้เช่นกันค่ะ ขอเพียงแค่ใจเราสู้ แอดก็ขอให้ลูกเพจของแอดที่กำลังเผชิญกับปัญหาหรือวิกฤติอยู่ในขณะนี้ ผ่านพ้นมันไปให้ได้นะคะ
โฆษณา