มีบัญชีอยู่แล้ว?
• ชีวิตที่ไม่ค่อยมีใครรู้ของลุดมีล่า ปูติน่า อดีตภรรยาของประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซีย
ในบรรดาผู้นำผู้ยิ่งใหญ่ของโลกมักจะมีภรรยาอยู่เบื้องหลัง ผู้นำของรัสเซียที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนานคือวลาดิเมียร์ ปูติน ก็มีภรรยาอยู่เบื้องหลังเช่นเดียวกัน เธอคือ ลุดมีล่า ปูติน่า แต่ตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษที่แต่งงานกับปูตินมา(ก่อนที่จะหย่า) แทบไม่มีใครรู้รายละเอียดเกี่ยวกับภรรยาของปูตินสักเท่าใด ยิ่งคนบ้านเราไม่ค่อยรู้จักเรื่องราวของอดีตภรรยาของประธานาธิบดีปูตินคนนี้เลย เพราะเธอเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่ตามหาตัวยากมาก ในขณะที่ฝ่ายสามีนั้นจัดได้ว่าเป็นผู้นำระดับโลกที่ “ฮ็อต” เป็นลำดับต้น ๆ
วันนี้จึงนำเรื่องของลุดมีล่า ปูติน่า มาเล่าสู่กันอ่าน
ลุดมีล่ากับปูตินเมื่อครั้งเดินทางไปเยือนทัชมาฮาลแห่งอินเดียเมื่อปี 2000 (Image: RT)
• ชีวิตก่อนพบปูติน
ลุดมีล่า อเล็กซานโดรฟน่า ชเครบเนว่า (Lyudmila Aleksandrovna Shkrebneva) เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม ปี 1958 ที่เมืองคาลินินกราด (Kaliningrad) ในประเทศสหภาพโซเวียต
ครอบครัวของลุดมีล่าเป็นชนชั้นแรงงาน อเล็กซานเดอร์ อับราโมวิช (Alexander Avramovich) พ่อของเธอทำงานในโรงงานเครื่องจักรกลที่เมืองคาลินินกราด ส่วนแม่ของเธอชื่อว่าเอกาเตริน่า ทิโคนอฟนา (Ekaterina Tikhonovna) ทำงานเป็นพนักงานเก็บเงิน
ฐานะครอบครัวของลุดมีล่าไม่ได้ร่ำรวย พวกเขาอาศัยอยู่ในแฟลตเล็ก ๆ ในละแวกคนทำงานของเมือง ลุดมีล่าจึงเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เรียบง่ายไม่หวือหวา เธอถูกพ่อแม่เลี้ยงดูมาอย่างเข้มงวด เธอจึงเติบโตขึ้นมาโดยถูกสอนให้มีระเบียบวินัยและรู้จักทำงานบ้าน และลุดมีล่าเป็นเด็กดีของพ่อแม่
ตอนที่เรียนมัธยม ครูที่โรงเรียนบอกว่าลุดมีล่าเป็นเด็กนักเรียนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ด้วยความที่เธอมีความสนใจพิเศษต่อวรรณคดีและบทกวี เธอจึงโดดเด่นในด้านศิลปะคือรักการร้องรำทำเพลงและอ่านบทกวี ซึ่งทุกครั้งจะเป็นที่ตรึงตราตรึงใจแก่คนที่ได้ดูและได้ฟังมาก แต่อีกบางข้อมูลระบุว่าครูที่เคยสอนลุดมีล่าบอกว่าเธอนั้นเป็นนักเรียนที่ฉลาด ขยันขันแข็ง ทะเยอทะยาน และมีความสามารถ อีกทั้งยังเป็นเด็กที่กระตือรือร้นและเข้าสังคมได้
1
พอเรียนมัธยมจบ ช่วงปี 1975 ลุดมีล่าก็ได้งานทำเป็นพนักงานไปรษณีย์ประจำสำนักงานไปรษณีย์แถวบ้าน แล้วก็เปลี่ยนไปทำงานโรงงาน แล้วก็ไปทำงานเป็นนางพยาบาลที่โรงพยาบาล จนกระทั่งปี 1980 เธอก็ทำงานเป็นพนักงานบนเครื่องบินของบริษัท Aeroflot และทำอาชีพเป็นนางบนฟ้านี้อยู่ 2 ปี
1
หลังจากที่ค้นหาตัวเองด้วยการทำงานมาหลากหลายอาชีพพอสมควรแล้ว ลุดมีล่าจึงรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ในปี 1981 ลุดมีล่าก็เข้าเรียนที่ภาควิชานิรุกติศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยเลนินกราด สเตท (Leningrad State University) โดยเล่าเรียนเขียนอ่านภาษาต่างประเทศหลายภาษา เมื่อเรียบจบเธอจึงเชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศทั้งภาษาสเปน เยอรมัน และฝรั่งเศส
ลุดมีล่าเมื่อตอนยังเป็นเด็กและเมื่อโตเป็นสาว (Image: 24Celebs.com)
ภาพถ่ายงานแต่งงานของลุดมีล่ากับปูติน (Image: 24Celebs.com)
• พบปูตินและแต่งงาน
ในปี 1980 ชีวิตของลุดมีล่าก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล เมื่อเธอได้พบกับปูตินที่มีอายุแก่กว่าเธอ 5 ปี ทั้งคู่ไม่ได้ตกหลุมรักกันทันทีตั้งแต่แรกพบ แต่เริ่มความสัมพันธ์โดยการเริ่มคุ้นเคยและกลายเป็นเพื่อนกันก่อน จากนั้นก็กลายเป็นความรักในที่สุด
ลุดมีล่าได้พบกับปูตินที่ช่องขายตั๋วงานแสดงคอนเสิร์ตที่สภาเมืองเลนินกราด แต่ความสัมพันธ์ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น ลุดมีล่ารู้สึกว่าเธอถูกปูตินทดสอบอยู่ตลอดเวลาที่คบกันและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และถูกปูตินจับตามองตลอดไม่ว่าจะเป็นการกระทำและการตัดสินใจต่าง ๆ เพื่อดูว่าเธอนั้นทนทานต่อการทดสอบของเขาหรือไม่และไว้ใจได้หรือเปล่า (อาจจะเพราะเป็นพฤติกรรมของสายลับ KGB อยู่แล้ว)
2
แต่เว็บไซต์ทางการของประธานาธิบดีรัสเซียระบุว่าฝ่ายลุดมีล่ากับปูตินรู้จักกันผ่านเพื่อนของทั้งคู่ โดยเพื่อนคนนี้โทรมาชวนปูตินไปดูคอนเสิร์ตที่ Arkady Raikin theatre เขามีตั๋วอยู่แล้ว และบอกปูตินว่าจะมีสาวสองคนมาดูด้วย ปูตินตอบรับและได้รู้จักกับผู้หญิงทั้งสองคน ในวันต่อมาพวกเขาไปดูการแสดงอีก แต่ในคราวนี้ปูตินเป็นฝ่ายซื้อตั๋ว วันที่สามพวกเขาก็ไปดูการแสดงอีก ต่อมาปูตินก็เริ่มคบหาและกลายเป็นเพื่อนกับสาวคนหนึ่งในนั้น ซึ่งก็คือลุดมีล่าที่ต่อมากลายเป็นภรรยาของปูติน
มีบางสิ่งในตัวปูตินที่ดึงดูดใจลุดมีล่า พอรู้จักกันไปได้สัก 3-4 เดือนต่อมาลุดมีล่าก็รู้ใจตัวเองว่าปูตินคือผู้ชายที่เธอต้องการ ซึ่งในตอนแรกลุดมีล่าไม่เคยล่วงรู้มาก่อนว่าปูตินทำงานเป็น KGB เธอรู้เรื่องนี้หลังจากที่คบกันไปได้ 18 เดือนแล้ว และเมื่อวันที่ 28 เดือนกรกฎาคม ปี 1983 หลังจากที่รู้จักกันมาได้ 3 ปี ทั้งคู่ก็เข้าสู่ประตูวิวาห์แล้วใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
2
หลังจากนั้นไม่นาน ลุดมีล่าก็ย้ายตามสามีไปอยู่ที่เยอรมนีเป็นเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 1985-1990 เพราะปูตินปฏิบัติหน้าที่เป็นสายลับ KGB ที่เมืองเดรสเดน (Dresden) ในประเทศเยอรมนีตะวันออก โดยพรางตัวว่าเป็นล่ามแปลภาษา ที่เยอรมนีลุดมีล่าอาศัยอยู่กับปูตินในแฟลต
1
ลุดมีล่ากับปูตินมีลูกสาวสองคน ลูกคนแรกชื่อมาเรียเกิดเมื่อปี 1985 ลูกคนที่สองชื่อว่ากาเตริน่าเกิดเมื่อปี 1986 ชื่อเล่นลูกสาวทั้งสองเรียกว่ามาช่ากับแคทย่า (Masha, Katya) ปูตินเป็นพ่อที่รักลูกสาวมาก คอยตามใจลูกตลอด ในขณะที่ลุดมีล่าเป็นฝ่ายที่เข้มงวดและฝึกระเบียบวินัยให้แก่ลูก ๆ
1
ชีวิตของลุดมีล่าและลูก ๆ จึงขึ้นอยู่กับอาชีพของผู้นำครอบครัวคือปูติน แต่ด้วยอาชีพที่ปูตินทำจึงส่งผลให้เขาไม่ค่อยได้มาใส่ใจดูแลครอบครัวมากนัก เพราะเขาทำแต่งาน ลุดมีล่าคลอดลูกโดยไม่มีสามีอยู่เคียงข้าง เธอเรียกแท็กซี่เพื่อไปโรงพยาบาลเองในขณะที่ปูตินเดินทางไปทำธุระที่อื่น พอกลับมาปูตินก็ประกาศว่าจะตั้งชื่อลูกสาวคนแรกว่ามาช่าตามชื่อแม่ของเขาถึงแม้ว่าลุดมีล่าอยากจะตั้งชื่อลูกว่านาตาสชา (Natascha) ก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ลุดมีล่ามีน้ำหูน้ำตา แต่ก็ต้องยินยอมไปตามนั้น
6
ลุดมีล่าต้องเลี้ยงลูกตามลำพังคนเดียว เธอต้องไปจ่ายตลาดซื้อของเองและเลี้ยงลูกเอง ตอนที่ท้องลูกคนที่ 2 อยู่นั้นเธอต้องอุ้มลูกสาวคนแรกไปจ่ายตลาดด้วย แล้วตอนเดินขึ้นบันไดหลายชั้นเพื่อขึ้นแฟลตนั้นมือข้างหนึ่งต้องอุ้มลูกไป ส่วนมืออีกข้างต้องเดินหอบของพะรุงพะรัง มีแค่ไม่กี่ครั้งที่เจอเพื่อนบ้านแล้วจึงมาช่วยหอบของให้ แต่ส่วนใหญ่เธอทำเองตามลำพัง
2
เท่านั้นไม่พอ ปูตินมีนิสัยชอบมาสายและทำให้ลุดมีล่าต้องอับอายอยู่ตลอด และมีข้อมูลที่ไม่ทราบว่าเท็จจริงหรือไม่ (ซึ่งอาจจะเป็นการกล่าวหาเพื่อดิสเครดิตปูติน) โดยเล่าว่า มีสายลับเยอรมันมาตีสนิทและกลายเป็นเพื่อนกับลุดมีล่า ซึ่งลุดมีล่าเคยเล่าให้เพื่อนที่เป็นสายลับปลอมตัวมาฟังว่าปูตินนั้นชอบใช้ความรุนแรงกับเธอและไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นอีกด้วย
2
พอกลับรัสเซีย ลุดมีล่าทำงานสอนภาษาเยอรมันที่มหาวิทยาลัยเลนินกราด สเตท อยู่ในช่วงปี 1990-1994 จากนั้นก็ทำงานเป็นผู้จัดการห้องเสื้อแฟชั่น สุดท้ายในช่วงปี 1998-1999 ก็ทำงานเป็นตัวแทนของบริษัท Telecominvest ประจำสำนักงานในกรุงมอสโก โดยทำหน้าที่รับโทรศัพท์และคอยจัดการประชุม
1
ภาพถ่ายเมื่อปี 1985 ลุดมีล่ากับลูกสาวคนแรกในอ้อมกอดพร้อมกับสามีคือปูติน (Financial Times)
รูปลูกสาวสองคนของปูตินกับลุดมีล่า (Image: Reuters/Bussiness Insider)
• สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของรัสเซีย
เมื่อลุดมีล่าทราบว่าสามีของเธอได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เธอก็ตระหนักทันทีว่าชีวิตของเธอและลูก ๆ นับจากนี้ต่อไปจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างเข้มงวดแน่นอน การเป็นภริยาประธานาธิบดีของประเทศเป็นสิ่งที่หล่นมาใส่ตัวเธอโดยไม่คาดคิดมาก่อน เธอไม่ชอบเดินทางบ่อย ๆ และไม่ชอบออกงานท่ามกลางสายตาจากผู้คนที่คอยจับจ้องดูตลอด
1
วลาดิเมียร์ ปูติน ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีรัสเซียเมื่อปี 2000 ลุดมีล่ามีทางเลือก 2 ทาง ทางเลือกแรกคือดำรงบทบาทเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแบบเต็มตัวเหมือนที่ดั่งที่ภริยาของผู้นำชาติตะวันตกเขาทำกัน ส่วนทางเลือกที่สองคือการปรากฏตัวแบบไม่บ่อยนัก ทำตัวสงบเสงี่ยมคอยอยู่เบื้องหลังเหมือนอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียตเคยทำ (ยกเว้นรายเดียวคือภริยาของกอร์บาชอฟ) ซึ่งลุดมีล่าเลือกแบบที่สอง เพราะเธอไม่ชอบหน้าที่นี้สักเท่าใดนัก
2
แต่ไม่ได้หมายความว่าการที่ลุดมีล่าเลือกแบบที่สองแล้วเธอไม่ต้องทำอะไร เมื่อกลายเป็นภรรยาของประธานาธิบดีเธอก็ต้องทำงานทางสังคมและการเมืองอยู่ดี โดยเฉพาะงานการกุศลกับงานทางการ ลุดมีล่าจึงต้องทำหน้าที่ตามบทบาทของภริยาผู้นำประเทศแบบสงบเสงี่ยมไม่เป็นข่าว เธอทำงานเช่นการก่อตั้งมูลนิธิต่าง ๆ ที่สำคัญก็เช่นส่งเสริมการก่อตั้งศูนย์การพัฒนาแห่งภาษารัสเซียเพื่อช่วยเหลือด้านการศึกษาและการอ่านออกเขียนได้ ซึ่งหน้าที่ภริยาผู้นำประเทศนี้ค่อนข้างหนักและไม่ได้รับค่าจ้างใด ๆ
1
บทบาทด้านอื่น ๆ ในฐานะภริยาของผู้นำประเทศรัสเซียที่ลุดมีล่าต้องทำมีทั้งการเป็นตัวแทนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับประเทศต่าง ๆ กับเพื่อนบ้านอย่างเยอรมนี การทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่เป็นตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ เมื่อเดินทางมาเยือนรัสเซีย รวมถึงการเดินทางไปเยือนประเทศต่าง ๆ พร้อมสามี
ลุดมีล่าได้ทำหน้าที่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งอย่าง “โลว์ โปรไฟล์” เงียบ ๆ เบื้องหลังสามี ไม่ทำตัวโดดเด่นหรือเป็นข่าว เวลาออกงานทางการเธอต้องยิ้มอยู่เสมอ และแต่งกายให้เรียบร้อยดูดี ส่วนชีวิตนอกบทบาทสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งรัสเซียลุดมีล่าพยายามใช้ชีวิตให้เงียบเชียบมากที่สุด เคยมีคนเห็นลุดมีล่าโดยสารเครื่องบินพาณิชย์เส้นทางจากมอสโกไปยังยุโรปโดยนั่งชั้นประหยัด ใส่แว่นตาดำและพยายามพรางตัวไม่ให้ใครจำเธอได้
1
ฝ่ายประธานาธิบดีปูตินแทบจะไม่เอ่ยถึงลุดมีล่าภรรยาของเขากับบรรดานักข่าวเลย ซึ่งสื่อต่างก็เข้าใจว่าปูตินต้องการความเป็นส่วนตัวเรื่องชีวิตในบ้าน ซึ่งจะต่างจากผู้นำฝั่งสหรัฐฯ ที่ชีวิตส่วนตัวในด้านต่าง ๆ ถูกนำมาเผยแพร่สู่สาธารณชนแทบจะทุกซอกทุกมุมจนไม่เหลือความเป็นส่วนตัวใด ๆ
ภาพครอบครัวของลุดมีล่ากับปูติน (Image: 24Celebs.com)
ต้อนรับครอบครัวบุชที่กรุงมอสโก ปี 2006 (Image: Itar Tass/Reuters)
• การแยกทางเดินของชีวิต
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2013 ลุดมีล่ากับปูตินไปออกงานชมบัลเล่ต์ที่จัดแสดงในพระราชวังเครมลินด้วยกัน จากนั้นก็ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่ถามว่าทำไมแทบไม่ค่อยเห็นทั้งคู่ออกงานสาธารณะร่วมกันเลย ทั้งคู่จึงอธิบายว่าพวกเขาตัดสินใจยุติชีวิตคู่ลง ใบหน้าของลุดมีล่านั้นแย้มยิ้มราวกับว่ากำลังประกาศการแต่งงาน ส่วนสาเหตุนั้นมาจากหน้าที่การเป็นผู้นำประเทศนั้นมีภาระมหาศาลจึงไม่เหลือพื้นที่ให้แก่ความสัมพันธ์ในครอบครัว ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วทั้งสองแทบไม่ได้เจอกันเลย ต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเอง การแยกทางนี้เป็นการตัดสินใจร่วมกัน
1
ในการประกาศนี้ ปูตินยังบอกว่าเขากับลุดมีล่าจะยังคงเป็นคนที่ใกล้ชิดกันต่อไป ส่วนลุดมีล่าเอ่ยปากขอบคุณปูตินที่คอยสนับสนุนเธอ ส่วนลูก ๆ นั้นโตแล้วและมีชีวิตเป็นของตัวเอง เธอไม่ชอบการตกเป็นเป้าสนใจของสื่อและสาธารณชน อีกทั้งการเดินทางโดยสารเครื่องบินนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับเธอ (เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ผู้อ่านคงจะงวยงงว่าในเมื่อลุดมีล่าเคยเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินแต่กลับไม่ชอบขึ้นเครื่องบินนั้นฟังดูแปลก ๆ แต่แหล่งข้อมูลที่บอกเรื่องนี้คือ Foreign Policy อธิบายในเชิงเหน็บแนมว่าเรื่องนี้เข้าใจได้เพราะเธอทำงานกับสายการบิน Aeroflot)
2
ถึงแม้ว่าการแยกทางครั้งนี้ลุดมีล่าและปูตินจะดำเนินการให้เป็นไปอย่างสงบมากที่สุดอย่างไรก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องที่สาธารณชนพูดถึงกันอย่างกว้างขวางเพราะไม่คุ้นชินกับการที่ผู้นำประเทศรัสเซียหย่าขาดกับภรรยา (ผู้นำประเทศนี้ไม่เคยหย่ากับภรรยา ถึงแม้ว่าบางคนจะมีภรรยาน้อย เช่น เลนิน) จึงเกิดการคาดการณ์และข่าวลือมากมายถึงสาเหตุของการเลิกกันนี้ ซึ่งก่อนหน้าที่จะประกาศการแยกทางกันอย่างเป็นทางการก็มีข่าวลือที่มาก่อนกาลและกลายเป็นความจริงในภายหลังว่าทั้งคู่น่าจะแยกทางกัน เหตุเพราะพักหลัง ๆ ไม่เห็นลุดมีล่าออกงานกับสามีเลย ครั้งสุดท้ายที่สาธารณชนเห็นทั้งคู่ออกงานร่วมกันคือพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีวาระที่ 3 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ปี 2012
1
ข่าวลือของการแยกทางนั้นส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปว่ามีสาเหตุมาจากฝ่ายประธานาธิบดีปูติน เหตุเพราะมีข่าวว่าเขาพัวพันกับผู้หญิงมากหน้าหลายตา ข่าวหนึ่งก็คือประธานาธิบดีปูตินไปมีความสัมพันธ์กับอดีตนักยิมนาสติกสาวชื่อว่าอะลิน่า คาบาเอว่า (Alina Kabaeva) ซึ่งอ่อนวัยกว่าลุดมีล่านับ 25 ปี แถมยังมีข่าวว่าแอบมีลูกด้วยกัน และสาวคนนี้เป็นคนที่ลุดมีล่ารู้จักเป็นการส่วนตัวอีกด้วย ซึ่งลุดมีล่าไม่เคยออกมาชี้แจงเรื่องข่าวลือใด ๆ เกี่ยวกับการนอกใจของปูติน เธอใช้ความเงียบสงบสยบทุกข่าวลือไป
2
ข่าวลือเกี่ยวกับฝ่ายลุดมีล่าก็มีไม่น้อย บ้างก็ว่าด้วยความที่ลุดมีล่าเป็นคนเคร่งศาสนา พอหย่าเธอเลยเข้าสำนักนางชีไป (แต่อีกด้านก็ลือกันว่าปูตินสั่งให้เธอเข้าไปอยู่สำนักนางชีเอง) แต่บางข่าวลือก็ว่าเธอแต่งงานใหม่ไปกับนักดนตรีผู้หนึ่งที่ปรากฏตัวในงานสังคมเดียวกับงานที่ลุดมีล่าไปร่วมงานอยู่บ่อย ๆ
ไม่ว่าข่าวลือจะมากมายขนาดไหนทั้งลุดมีล่าและปูตินหลังจากได้ประกาศข่าวแยกทางแล้วก็ไม่เคยออกมาพูดเรื่องส่วนตัวแม้แต่สักครั้งเดียว และทั้งคู่จรดปากกาหย่ากันอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายน ปี 2014
มีผู้ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีปูตินซึ่งไม่ประสงค์ออกนามแต่ประสงค์จะออกมาอธิบายบอกว่า ชีวิตคู่ของลุดมีล่ากับประธานาธิบดีปูตินนั้นแตกแยกกันมาได้ 5-7 ปีแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากตารางชีวิตการทำงานอันแน่นเอี๊ยดของปูตินกับการที่ปูตินรู้สึกไม่สะดวกใจที่สื่อเรียกร้องและให้ความสนใจต่อสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งมากจนเกินไป และมีภรรยาม่ายของอดีตที่ปรึกษาคนแรกของประธานาธิบดีปูตินที่เสียชีวิตไปแล้วออกมาให้ข่าวกับสำนักข่าวของรัสเซียว่าการหย่าครั้งนี้คนที่เป็นฝ่ายริเริ่มก่อนคือตัวลุดมีล่าเอง
2
ปูตินกับลุดมีล่าเดินเคียงคู่อย่างใกล้ชิดกันต่อหน้าสื่อ (Image: INF News)
ลุดมีล่ากับปูตินออกงานร่วมกันเมื่อครั้งยังไม่แยกทางกัน (Image: 24Celebs.com)
• ชีวิตหลังหย่า
หากมองด้วยสายตาของคนทั่วไปโดยมิต้องคำนึงถึงสถานะทางสังคมแล้ว การหย่าสำหรับคนรัสเซียเป็นเรื่องปกติ เพราะรัสเซียนั้นเคยได้อันดับหนึ่งเรื่องประเทศที่มีอัตราการหย่าร้างกันสูงที่สุดในโลก ถึงปีไหนไม่ได้อันดับหนึ่งก็ยังอยู่ลำดับต้น ๆ ของโลก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าลุดมีล่ากับปูตินจะหย่ากัน
หลังจากหย่ากันไปแล้วลุดมีล่าก็พยายามกลับไปใช้ชีวิตแบบคนปกติอย่างที่เธอปรารถนามาโดยตลอด คือใช้ชีวิตเงียบ ๆ แบบส่วนตัว ฝ่ายประธานาธิบดีปูตินเคยกล่าวว่าเขาจะไม่แต่งงานใหม่จนกว่าลุดมีล่าจะหมั้นหมาย
3
แต่ถึงกระนั้น ข่าวลือเกี่ยวกับคู่รักคนใหม่ของทั้งลุดมีล่าและปูตินก็ยังมีมาเรื่อย ๆ ไม่เคยหยุดหย่อน ในฝ่ายของลุดมีล่านั้นมีข่าวลือว่าเธอมีคนรักใหม่แล้ว เพราะมีคนเห็นลุดมีล่าอยู่ที่สนามบินในกรุงลอนดอนคู่กับประธานบริหารศูนย์ที่ชื่อว่า Development of Interpersonal Communications ซึ่งลุดมีล่าเป็นผู้อุปถัมภ์อยู่ และก็เห็นทั้งคู่ขึ้นรถไปด้วยกัน จึงเกิดข่าวลือนี้ขึ้น
ในปี 2016 สำนักข่าวหลายแห่งได้รายงานว่าลุดมีล่าแต่งงานใหม่ตั้งแต่ปี 2015 ชายที่เธอแต่งงานใหม่ด้วยก็คือชายที่มีข่าวว่าขึ้นรถไปด้วยกันกับเธอนั่นเอง ชายคนนั้นชื่อว่าอาร์เธอร์ โอเชอร์เร็ตนี (Artur Ocheretny) ซึ่งมีอายุน้อยกว่าเธอร่วม 20 ปี ลุดมีล่าน่าจะรู้จักกับสามีคนใหม่มาตั้งแต่ก่อนปี 2008 แม้จะไม่มีรายงานยืนยันว่าทั้งคู่แต่งงานกันจริง แต่ในเอกสารเป็นทางการบ่งชี้ชัดว่าลุดมีล่าเปลี่ยนนามสกุลใหม่ตามสามีใหม่ เป็นลุดมีล่า อเล็กซานโดรฟน่า โอเชอร์เร็ตนาย่า (Lyudmila Aleksandrovna Ocheretnaya)
1
ส่วนชีวิตลูกสาวของลุดมีล่ากับปูตินนั้นมาเรียเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยการแพทย์ พบจบมาก็ทำงานที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ส่วนกาเตริน่าเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมอสโก สเตท (Moscow State University) พอจบมาก็ทำงานเป็นหัวหน้าศูนย์ส่งเสริมทางปัญญาแห่งชาติของมหาวิทยาลัยที่เธอเรียน สมัยเรียนลูกสาวของทั้งคู่ใช้ชื่อปลอมเพื่อไม่ให้ใครรู้ตัวตนที่แท้จริง
ทุกวันนี้ลูกสาวสองคนมีอายุ 30 กว่าปีกันทั้งคู่และมีครอบครัวแล้ว ส่วนลุดมีล่ามีข่าวว่าเธอกับสามีใหม่ซื้อคฤหาสน์หรูราคา 7 ล้านปอนด์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสเป็นที่พำนัก ซึ่งทำให้คนยิ่งสงสัยถึงสถานะการเงินของครอบครัวปูตินว่าแท้จริงแล้วมั่งคั่งขนาดไหน
ภาพสามีใหม่ของลุดมีล่า (Image: Daily Mail)
ภาพที่พำนักของลุดมีล่ากับสามีคนใหม่ที่ฝรั่งเศส (Image: Organized Crime and Corruption Reporting Project)
อ้างอิง:

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      • Histofun Podcast | คำว่า 'บอยคอต' มีที่มาจากอะไร? ----- พบกับที่มาที่ไปของคำว่า 'บอยคอต' (Boycott). ที่มีความหมายว่าการคว่ำบาตร หรือต่อต้านไม่คบค้าสมาคม
      PRODUCT INSIDE by KTAM เจาะลึกกองทุน : กองทุนเปิดเคแทม อินคัม แอนด์ โกรท ฟันด์ (KT-IGF) เน้นเติบโต พร้อมสร้างรายได้ ลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย อ่านบทความคลิก https://bit.ly/3nw720r
      [PODCAST] รู้จัก ผู้ทรงอิทธิพล ในวงการคริปโทเคอร์เรนซี ที่อายุเพียง 29 ปี “แซม แบงก์แมน-ฟรายด์” มีทรัพย์สินเกือบ 3 แสนล้านบาท ทำไมถึงทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลในวงการคริปโทเคอร์เรนซี ? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง References: -https://www.forbes.com/sites/bdoherty/2021/05/16/icon-the-untold-story-of-crypto-billionaire-sam-bankman-fried/?sh=6c66ed6e5dcf -https://www.janestreet.com/ -https://www.alameda-research.com/ -https://ftx.com/en -https://www.linkedin.com/in/sam-bankman-fried-8367a346/?originalSubdomain=hk -https://www.forbes.com/profile/sam-bankman-fried/?sh=6117c4244449 -https://www.nasdaq.com/articles/crypto-exchange-ftx-reaches-%2418-billion-valuation-after-raising-%24900-million-2021-07-21 -https://coinmarketcap.com/rankings/exchanges/derivatives/ -https://help.ftx.com/hc/en-us/articles/360052410392-FTT-Staking
      -- สิ่งที่ร้านอาหารต้องเจอแน่ๆ ในปี 2022 เตรียมวางแผนรับมือแต่เนิ่นๆ ไว้เลย -- จากผลกระทบของสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เห็นเลยว่าการทำธุรกิจร้านอาหารนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก รูปแบบการทำธุรกิจแบบเดิมๆ ที่เคยใช้ในปีนี้ อาจใช้ไม่ได้แล้วในปีหน้า เราเลยจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจกับพฤติกรรมใหม่ ๆ บริบทใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ซึ่งจะมีอะไรบ้าง ผมจะมาสรุปให้ฟังกันครับ
      ดูทั้งหมด