จิตสุดท้ายนั้นสำคัญมาก
3
เราฝึกมาทั้งชีวิต เพื่อจิตสุดท้ายเพียงเสี้ยววินาที
6
ไม่ว่าเราจะทำความดีหรือเลวมามากเท่าไร จิตสุดท้ายนี้แหล่ะจะเป็นตัวตัดสินว่าหลังจากที่ลมหายใจดับแล้วจะไปทางใดต่อ
1
และสำหรับใครที่คิดว่าก่อนตายก็คิดเอา คิดแต่เรื่องอันเป็นกุศลเข้าไว้ ขอให้ลองพิจารณา ว่าเราเคยจับจุดรู้ได้ไหมว่าเมื่อเรานอน เราจะหลับไปช่วงขณะไหน
1
อีกทั้งจิตก็ไม่รู้กาย ไม่สามารถสั่งกายได้ว่าให้ตายตอนจิตเราคิดดีเท่านั้น
เราเองยังสั่งจิตเราไม่ได้ นั่นเพราะจิตนี้ไม่ใช่ของเรา
จิตนี้ไปตามตัณหาความอยาก อันเกิดจากสิ่งที่ตัวเองได้สั่งสมมา
ถ้าสั่งสมฝั่งเลวไว้มากก็มีโอกาสไปทางเลว ฝั่งดีก็มีโอกาสไปทางดี
แต่แม้จะสั่งสมฝั่งดีไว้มาก ก็ไม่ได้แปลว่าตอนจะตายไม่มีโอกาสคิดเลวเลย ลองคิดแค่ว่าเรานั่งสมาธิ 30 นาที ได้คิดเรื่องไม่ดีไปบ้างหรือไม่
1
เมื่อเราบังคับจิตไม่ได้ เพราะจิตนั้นไม่ใช่ของเรา ก็จงทำจิตให้หลุดพ้นให้ได้
หากถอนอุปทานออกจากจิตได้ จิตจะไปตรงไหนก็ไม่มีผล เพราะจะรู้ดีว่าจิตไม่ใช่ของเรา มันมีผลก็ต่อเมื่อไปยึดว่าจิตเป็นของเรา
2
พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสว่า จิตไม่ใช่ของเธอ เธอจงละมันเสีย
2
เมื่อขณะเราได้นั่งสมาธิ แม้เราจะหลุดไปคิดเรื่องอื่น ก็ให้ดึงกลับมา คิดอีกก็ดึงกลับมา พอฝึกบ่อยเข้าจิตก็จะไม่ค่อยคิดไปทางอกุศล เพราะจะเริ่มขี้เกียจคิด เพราะรู้ว่าทุกอย่างนั้นไม่เที่ยง คิดไปก็เท่านั้น มาอยู่กับลมหายใจแทน แล้วเราก็จะอยู่กับลมหายใจได้นานขึ้น
1
นานๆสุขที ทุกข์ที อารมณ์สุขทุกข์ก็พลอยน้อยลง มันจะดับได้เร็วขึ้น ดังนั้นคนที่ฝึกก็จะทุกข์น้อย
1
ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าจะตายตอนไหน บางทีนั่งๆอยู่ก็ตาย ณ วินาทีนั้นเลย ฉะนั้นขณะนั้นจิตคิดอะไรอยู่ ก็จะไปตามความคิดทันที
2
จงเตรียมความพร้อมเอาไว้ เมื่อถึงเวลาก็จะไม่แตกตื่น มีสติสัมปชัญญะอยู่กับตัวเสมอ
1
ดังที่หลวงพ่อวิริยังค์ได้เคยกล่าวไว้ว่า “ร่างกายของเรานี้ ที่เราได้มานี้ มันเป็นสิ่งไม่เที่ยง เพราะมันจะต้องเกิดแล้วดับ รอว่าวันไหนจะตาย วันไหนจะดับจิต เวลาที่ยังไม่ตายก็มีเสียง เวลาที่ดับก็หมดเสียง คือหมายความว่าหมดชาติ เมื่อถึงเวลานั้นจะรู้ได้ว่าจิตที่เราทำสมาธิไว้นั้นมีประโยชน์เพียงใด”
3
  • 80

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา