7 พ.ย. 2021 เวลา 14:05 • หนังสือ
คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า...เป้าหมายที่คุณเคยตั้งไว้ ทำไมวันนี้ถึงยังทำไม่สำเร็จ? แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า...จริงๆ แล้วการตั้งเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนชีวิตนั้นมีขั้นตอนย่อยๆ และรายละเอียดที่ลึกซึ้งขนาดไหน?
1
สรุปหนังสือ 7 Strategies for Wealth and Happiness ตอนที่ 3
บทที่ 1: คุณได้รู้จักความหมายของ 5 คำสำคัญไปแล้ว นั่นคือ ความพื้นฐาน ความมั่งคั่ง ความสุข ความมีวินัย และความสำเร็จ
บทที่ 2: คุณรู้แล้วว่า “อะไรคือสิ่งกระตุ้นอย่างรุนแรง” หรือ “เหตุผลสำคัญ” ที่เป็นแรงผลักดันให้ชีวิตของคุณต้องมีบัญชีรายการเป้าหมาย
ในบทนี้แอดก็จะพูดถึง “วิธีการตั้งเป้าหมายระยะยาว” เป็นหลัก รวมไปถึงความหมายที่แท้จริงของ “เป้าหมายระยะสั้น” ค่ะ
3
Jim Rohn ได้แชร์วิธีการตั้งเป้าหมายระยะยาวของเขาเอาไว้ในหนังสือเล่มนี้โดย มี 5 ขั้นตอนด้วยกัน เราไปติดตามกันได้เลยค่ะ!!!
1
จิมแนะนำให้เราหากระดาษมา 1 แผ่น เขียนหัวข้อว่า “เป้าหมายระยะยาวของฉัน” จากนั้นใช้เวลาให้สั้นที่สุดเขียนเป้าหมายออกมาให้เยอะที่สุดโดยให้ถามคำถามนำด้วยคำถามนี้ว่า...
“ในระยะ 1-10 ปีต่อจากนี้ฉันต้องการอะไรบ้างในชีวิต ฉันอยากได้ อยากไป อยากเป็น อยากเห็น อยากมี อยากแบ่งปันอะไรบ้าง”
จากนั้นก็เขียนเลย เขียนแบบยังไม่ต้องอธิบายรายละเอียดให้ชัดเจน
แอดแนะนำให้เขียนเป้าหมายออกมาประมาณ 20 ข้อ ใช้เวลา 15 - 20 นาทีค่ะ
1
เมื่อเขียนเสร็จแล้วให้ตรวจดูเป้าหมายที่เราเขียน จากนั้นก็ “ให้ใส่ตัวเลขจำนวนปีที่เราคิดว่าเป้าหมายนี้น่าจะสำเร็จ”
เขียนเลข “1” ไว้ข้างรายการที่คิดว่าจะไปถึงมันได้ในหนึ่งปี หรือประมาณนั้น เขียนเลข “3” ไว้ข้างเป้าหมายที่เชื่อว่าจำเป็นจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปีในการทำให้สำเร็จ เขียนเลข “5” ไว้ข้างรายการทั้งหลายที่คิดว่าจะต้องใช้เวลา 5 ปี และท้ายที่สุด เขียนเลข “10” ไว้ข้างรายการทั้งหลายที่คาดการณ์ว่าจะต้องใช้เวลา 10 ปีในการบรรลุเป้าหมาย
1
เช่น สมมติว่าเป้าหมายคือมีบ้านเป็นของตัวเองและเราคิดว่าในอีก 1 ปีเราซื้อได้แน่ๆ เราก็เขียนเลข 1 ลงไปท้ายเป้าหมายนี้ จากนั้นก็ทำให้ครบทุกเป้าหมาย
ตอนนี้ตรวจสอบดูว่าเป้าหมายของคุณสมดุลหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณพบว่าคุณมีเป้าหมาย 10 ปีเป็นจำนวนมาก แต่มีเป้าหมาย 1 ปีน้อยมาก สิ่งนี้อาจหมายถึงว่า คุณกำลังเลื่อนสิ่งที่ต้องทำเดี๋ยวนี้ออกไป โดยการเลื่อนวันกำหนดแล้วเสร็จ
ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณมีเป้าหมายระยะยาวน้อยมาก บางทีคุณอาจยังไม่ได้ตัดสินใจว่าชีวิตแบบไหนที่คุณต้องการสร้างตลอดไปในระยะยาว
ประเด็นสำคัญในที่นี้คือ การพัฒนาความสมดุลระหว่างเป้าหมายระยะสั้นและเป้าหมายระยะยาว เราควรจะมีเป้าหมายที่คละกันอย่างสมดุล หมายถึงว่ามีทั้งเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
แบ่งเป้าหมายด้วยระยะเวลาที่คาดว่าน่าจะสำเร็จออกเป็น 4 ช่วงเวลาก็คือ เป้าหมายที่สำเร็จใน “1 ปี 3 ปี 5 ปี และ 10 ปี” และเลือกมาอย่างละ 4 เป้าหมาย
จากนั้น ให้เอา 16 เป้าหมายนี้มาเขียนบรรยายให้ละเอียด เช่น สมมติว่าเป้าหมายเราคืออยากมีบ้านเป็นของตัวเอง ก็ให้บรรยายเลยว่า “บ้านที่อยากได้เป็นแบบไหน พร้อมเหตุผลประกอบว่าแล้วทำไมเราต้องทำเป้าหมายนั้นให้สำเร็จให้ได้ ทำไมเราต้องมีบ้านเป็นของตัวเอง”
จิมย้ำว่า...สิ่งที่เราต้องการเป็นตัวกระตุ้นอันทรงพลังก็ต่อเมื่อมีเหตุผลที่ดีสนับสนุนมันเท่านั้น คุณอาจจะพบว่าเป้าหมายบางอย่างที่ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าสำคัญ ไม่ได้ดึงดูดใจอีกต่อไปเพราะเหตุผลง่ายๆ ว่าคุณไม่สามารถหาเหตุผลที่ดีพอสำหรับความต้องการมัน นั่นเป็นสิ่งที่ดี
การทำแบบฝึกหัดนี้ คือการทำให้เราคิดอย่างหนัก กลั่นกรอง และแก้ไข และนั่นคือจุดประสงค์ทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังการให้ทำแบบฝึกหัดนี้ ก็เพื่อที่จะช่วยเราวางแผนอนาคตของเรานั่นเอง
จากนั้น จิมบอกว่าให้เราคัดลอกเป้าหมายทั้ง 16 นี้ใส่ลงในสมุดที่เราพกติดตัวได้ หรือว่าถ้าเป็นยุคนี้อาจจะเขียนเอาไว้ในมือถือก็ได้ คราวนี้ไม่ต้องเขียนรายละเอียดหรือว่าเหตุผลเอาเป็นเป้าหมายอย่างเดียว 16 เป้าหมาย พกติดตัวเอาไว้
2
“และเมื่อมีโอกาสให้หยิบออกมาทบทวนดูว่าเรายังอยากได้เป้าหมายนั้นอยู่หรือเปล่า” เพราะเรื่องของการตั้งเป้าหมายมันไม่ใช่เป็นอะไรที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่ว่าเรายังต้องทบทวน ประเมิน แล้วก็ปรับปรุงอยู่ตลอด
สุดท้ายเมื่อมีเป้าหมายแล้วจะต้องมีแผนการ “Action plan หรือ แผนการลงมือทำด้วย” อย่าหวังว่าแค่ตั้งเป้าหมายแล้วสวรรค์จะบันดาลให้ทุกอย่างเป็นจริง เราต้องมีแผนการ ต้องพร้อมทำงานหนัก ต้องทำเต็มที่ แต่ไม่ต้องซีเรียส
ซึ่งรับรองว่าเมื่อตั้งเป้าหมายแบบนี้ เราจะรู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง อยากพัฒนาตัวเอง ไม่อยากจะเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่นำไปสู่เป้าหมาย อยากจะใช้เวลาให้คุ้มค่า นั่นแหละแปลว่า...เป้าหมายกำลังเปลี่ยนแปลงเราเรียบร้อยแล้วค่ะ
จิมให้คำจำกัดความ เป้าหมายระยะสั้น ว่าเป็นเป้าหมายซึ่งทำที่ไหนก็ได้ โดยใช้เวลาจาก 1 วันถึง 1 ปีในการบรรลุเป้าหมาย และเป้าหมายเหล่านี้เป็นเป้าหมายที่มีความสำคัญเท่าๆ กับเป้าหมายระยะยาว
เขาเปรียบเทียบว่า...กัปตันเรืออาจจะกำหนดเส้นทางระยะยาวของเขาเพื่อมุ่งไปสู่จุดหมายปลายทางสุดท้าย แต่กระนั้นในระหว่างทางก็มีสถานที่ของการมาถึงระยะสั้นมากมาย ซึ่งต้องมาถึงเพื่อการเดินทางที่ประสบความสำเร็จ
ดังนั้น เป้าหมายระยะสั้นต้องสัมพันธ์กับการบรรลุเป้าหมายระยะยาวของคุณ เขาเรียกเป้าหมายระยะสั้นในอีกชื่อหนึ่งคือ “ผู้สร้างความมั่นใจ” เพราะว่าความสำเร็จของมันให้มั่นใจแก่คุณในการทำต่อไป
ดังนั้น เมื่อคุณทำงานหนักจนดึกดื่นและทำงานระยะสั้นอย่างหนึ่งเสร็จสมบูรณ์แล้ว คุณก็สามารถสนุกกับ “ชัยชนะ” ของคุณและถูกกระตุ้นใหม่อีกครั้งเพื่อให้การเดินทางของคุณดำเนินต่อไป
จิมบอกว่านี่คือเหตุผลที่เขาอยากให้เราเขียนโครงการระยะสั้นของเราลงในสมุดโน้ต หรือสมุดบันทึกรายวันด้วย โดยจะกลุ่มสิ่งนี้อย่างไรขึ้นอยู่กับเราเลย ยกตัวอย่างเช่น จัดเป็นวัน เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน หรืออาจจะจัดวางตำแหน่งมันลงเป็นหมวดหมู่ย่อยของเป้าหมายระยะยาวก็ได้
1
ส่วนหนึ่งของความสนุกในการมีบัญชีรายการเป้าหมายคือ ความสามารถในการใส่เครื่องหมายถูกข้างรายการในบัญชีเพื่อแสดงว่ารายการนั้นได้ทำเสร็จสิ้นลงแล้ว และเมื่อคุณใส่เครื่องหมายถูกข้างรายการบางอย่างที่ได้ทำเสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้ใช้เวลาในการฉลองความสำเร็จของคุณ
การฉลองในครั้งนี้อาจจะเป็นช่วงเวลาของการสะท้อนความพึงพอใจเมื่อคุณทำงานเล็กๆ เสร็จ หรืออาจเป็นรางวัลใหญ่เมื่อประสบความสำเร็จในสิ่งที่สมควรได้รับมัน จงใช้เวลาเพื่อที่จะสนุกกับชัยชนะของคุณ โดยไม่ต้องคำนึงถึงสิ่งใดทั้งสิ้น มันจะกระตุ้นให้คุณทำมากขึ้นได้อย่างยอดเยี่ยม
แต่นอกจากจิมจะแนะนำให้เราฉลองเมื่อทำเป้าหมายระยะสั้นได้สำเร็จ เขายังมีคำแนะนำอีกด้านคือ จงทำให้ความพ่ายแพ้เป็นความเจ็บปวด
1
จิมบอกว่า เราเติบโตมาจากประสบการณ์ 2 ชนิด ได้แก่
1.ความสุขจากชัยชนะ
2.ความเจ็บปวดจากความพ่ายแพ้
2
ดังนั้น ถ้าคุณตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะทำโครงการหนึ่งให้เสร็จสมบูรณ์แล้วคุณเตร่ไปเตร่มาแทน ให้หาทางที่จะรับโทษสำหรับความเกียจคร้านของคุณ จงมีความรับผิดชอบต่อพฤติกรรมทั้งด้านบวกและด้านลบ
อ่านมาจนถึงตรงนี้แล้ว เป็นยังไงกันบ้างคะ?
สำหรับแอดคิดว่า...ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะใหญ่แค่ไหน ขอให้แบ่งมันเป็นชิ้นเล็กๆ เสมอ
1
และที่สำคัญที่สุด!!! อย่าลืมฉลองให้กับความสำเร็จเล็กๆ ก้าวเล็กๆ ของตัวเองบ้าง อนุญาตให้ตัวเองมีความสุขบ้าง เพราะเราจะทำทั้งหมดนี้ไปทำไมหากปราศจากความสุข จริงไหมคะ?
โฆษณา