มีบัญชีอยู่แล้ว?
รู้เรื่องสัตว์ ๆ ตอนที่ 9: "ม ม้า" 🐴คึกคัก ฮี่ๆ
🕛 ระยะเวลาการอ่าน 8-10 นาที
มาทำความรู้จักกับหนึ่งในสัตว์ที่แสนจะสง่างามซึ่งซ่อนอยู่ในตัวอักษรไทย สัตว์ตัวนี้นับเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาช้านานแต่ความจริงแล้วถิ่นกำเนิดของเค้าไม่ได้อยู่ในประเทศไทยแต่อย่างใด สัตว์ตัวนั้นก็คือ ม. ม้า คึกคัก🐎นั่นเอง
ม้าสีหมอกม้าคู่ใจของขุนแผน ม้านิลมังกรพาหนะสุดแฟนตาซีของสุดสาคร รวมถึงม้าที่เรามักเห็นปรากฎตัวในฉากต่อสู้ย้อนยุค ดังนั้นแม้ม้าจะไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในเมืองไทยแต่เราก็คุ้นเคยกับสัตว์ชนิดนี้มาช้านาน
ส่วนหนึ่งที่ประเทศไทยไม่มีม้าป่าในธรรมชาตินั้นก็เพราะลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศที่ไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของม้าตามธรรมชาติ
เพราะในอดีตพื้นที่ส่วนใหญ่ของไทยเป็นป่าทึบ จึงไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตของม้าตามธรรมชาติที่ชอบอยู่ในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ นอกจากนี้หญ้าที่เจริญเติบโตในพื้นที่เขตร้อนชื้นแบบประเทศไทยจะมีการสะสมแร่ธาตุเอาไว้ได้น้อยและแร่ธาตุที่มีก็ไม่เหมาะสมต่อร่างกายม้า
ดังนั้น ม้าในไทยจะมีก็เพียงแต่ม้าที่ถูกนำเข้ามาเพื่อเป็นยานพาหนะขนส่งสินค้า ใช้ในการศึกสงคราม ใช้เป็นเครื่องบรรณาการหรือนำมาขายให้ผู้คนได้นำไปใช้งานกันตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงการขนส่งซื้อขายม้าบินข้ามประเทศอย่างในปัจจุบัน
🤎🐴ม้าและการวิวัฒนาการกว่า 50 ล้านปี
หากศึกษาวิวัฒนาการม้าจะพบว่ากว่าจะเป็นม้าในปัจจุบันนั้นม้าได้ผ่านการวิวัฒนาการมากว่า 50 ล้านปี จากบรรพบุรุษที่มีนิ้วเท้าหน้า 4 นิ้ว นิ้วขาหลัง 3 นิ้ว ขนาดตัวเท่าหมาบางแก้วของไทย เงยหน้ากินพวกยอดไม้อ่อนๆ หรือที่เรียกว่า Browser กินอาหารแบบก้มกินที่พื้น (Grazer) เพราะในอดีตอาศัยอยู่ในพื้นที่พรุ
จนมาเป็นม้าปัจจุบันที่มีการวิวัฒนาการที่เหมาะสมต่อการใช้ชีวิตในพื้นที่โล่ง โดยม้าในปัจจุบันมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Equus caballus มีนิ้วเหลือเพียง 1 นิ้ว (กีบ) ขนาดตัวมีความหลากหลากทั้งม้าขนาดเล็ก (pony) ไปจนถึงม้าขนาดใหญ่ที่สูงกว่า 180 cm กินอาหารแบบก้มกินที่พื้น (Grazer) โดยมีหญ้าเป็นอาหารหลักตามรูปแบบการใช้ชีวิตอยู่ในสภาพภูมิประเทศที่เป็นทุ่งหญ้าเปิดโล่ง
วิวัฒนาการของม้าในช่วงเวลากว่า 50 ล้านปี via: https://zooonesiri.com/2018/03/18/horse-evolution/
สำหรับการนำม้ามาเลี้ยงเพื่อใช้งานเกิดขึ้นเมื่อ 5,000 ปีก่อน โดยชาวจีนเป็นชนชาติแรกของโลกที่นำม้ามาเลี้ยงเพื่อการใช้งานทั่วไป หลังจากนั้นด้วยความแข็งแกร่งของม้า จึงได้มีการพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ม้าศึก ม้าส่งข่าว ม้าพิธีการ รวมทั้งนำม้ามาใช้เพื่องานอเนกประสงค์ต่าง ๆ จนกระทั่งเป็นสัตว์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด กลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงในตำนาน ซึ่งมีความผูกพันกับชีวิตของมนุษย์มาตั้งแต่โบราณกาล
🤎🐴ม้าป่าที่ยังหลงเหลือในธรรมชาติ
ในปัจจุบันโลกของเรามีม้ามากกว่า 400 สายพันธุ์ ขนาดแตกต่างกันไป ตั้งแต่ม้าแคระ หรือที่เรียกกันว่า Miniature ที่มีขนาดเล็กกว่าหมาบางพันธุ์ จนถึงม้าในกลุ่ม Draft horse ที่สูงกว่า 180 เซนติเมตร หนักเป็นตันๆ
ซึ่งม้าส่วนใหญ่ที่เราคุ้นเคยนั้นเป็นม้าที่ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้ได้ม้าที่มีลักษณะตามความต้องการของมนุษย์ ดังนั้น % ม้าป่าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจึงมีอยู่น้อยมาก
โดยม้าตามธรรมชาติหรือม้าป่าที่ยังหลงเหลืออยู่ทั้งม้าพื้นเมืองตามถิ่นกำเนิดดั้งเดิมและม้าที่ถูกนำเข้าไปและยังรักษาสายพันธุ์ดั้งเดิมเอาไว้ได้ อาทิ
🐎ม้ามัสแตง (Mustang) เป็นสายพันธุ์ม้าป่าพื้นเมืองที่แข็งแกร่งและใช้ชีวิตอย่างอิสระอยู่ทางตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา ม้าที่ได้ชื่อว่าเคียงคู่ชาวคาวบอย (ม้าที่เป็นที่มาของรถหรูยี่ห้อ Mustang ซึ่งมีโลโก้เป็นรูปม้านั่นเอง) ซึ่งบรรพบุรุษของม้าพันธุ์นี้นั้นมาจากม้าพันธุ์สเปนที่ถูกนำเข้าไปยังอเมริกาโดยนักสำรวจชาวสเปนในศตวรรษที่ 16
🐴ม้าป่ามองโกลหรือม้าป่าเปรวาสกี (Przewalski) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในแอ่งจุ่นก๋าเอ่อร์ (Junggar) ของเขตปกครองตนเองซินเจียงทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนและฝั่งตะวันตกของมองโกเลีย แต่ม้าพันธุ์นี้ครั้งหนึ่งได้เคยสูญพันธุ์จากถิ่นกำเนิดไปแล้วเนื่องจากการถูกล่าโดยมนุษย์และปัจจัยอื่นๆ
ต่อมาจีนได้มีความพยายามที่จะอนุรักษ์และฟื้นฟูสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้อีกครั้งโดยความพยายามกว่า 20 ปี เริ่มจากการนำเข้าม้าป่าเปรวาสกี 11 ตัวจากต่างประเทศมาฟื้นฟูและใช้การผสมเทียมจนทำให้ประชากรม้าป่าชนิดนี้ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนสามารถปล่อยกลับคืนสู่ถิ่นกำเนิดและสามารถปรับตัวรวมทั้งขยายพันธุ์ตามธรรมชาติได้ จนใน ค.ศ. 2020 พบว่ามีจำนวนประชากรม้าป่าเปรวาสกีในธรรมชาติเพิ่มขึ้นมากถึง 274 ตัวแล้ว
🦓ม้าลาย (zebra) เป็นหนึ่งในสัตว์สัญลักษณ์ของทวีปแอฟริกาจัดเป็นม้าขนาดเล็กพบทั่วไปในทวีปแอฟริกาแถบที่ราบโล่งทางตอนใต้ของทะเลทรายสะฮารา เป็นสัตว์ที่ดื้อ ฝึกยากและมีอารมณ์ฉุนเฉียวรวมถึงมีขนาดตัวเล็กทำให้มนุษย์ไม่นิยมนำม้าลายมาใช้ประโยชน์เท่าไหร่
🤎🐴‘ม้าไทย’ (Thai pony) ผู้สืบทอด DNA ของม้าพื้นบ้านมองโกล
จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาประเทศไทยได้นำเข้าม้าเพื่อใช้ประโยชน์ต่าง ๆ มาเป็นเวลานานหลายศตวรรษดังนั้น “สายพันธุ์” ของม้าไทยที่มีอยู่ในปัจจุบันนอกจากจะมี "คุณค่า" ในแง่ของการเป็นม้าจากธรรมชาติแท้ๆ ซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์แล้วยังมีคุณค่าที่สามารถสะท้อนวิถีชีวิตของคนและม้าที่ผูกพันกันมายาวนานอีกด้วย
โดยจากการศึกษาที่สำคัญของมูลนิธิม้าลำปางพบว่า "ม้าไทย" ที่อยู่ตามชุมชนต่างๆ ของลำปาลหรืออาจเรียกว่า “ม้าลำปาง” (ชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ คือม้าเขลางค์นคร ม้าไทยเขลางค์) เป็นม้าพื้นเมืองไทยที่มี DNA อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับม้าพื้นบ้านมองโกล (Domestic Horses)
ซึ่งม้าสายพันธุ์มองโกเลียก็เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ม้าที่มีอิทธิพลต่อวิวัฒนาการของการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ม้าทั่วโลกดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน โดยมองโกเลียเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมการเลี้ยงม้ามาช้านาน ที่โดดเด่นก็ตั้งแต่ยุคสมัยเจงกิสข่านที่ใช้กองทัพทหารม้าในการแผ่ขยายอาณาเขต
โดยม้าในมองโกเลียมี 2 กลุ่ม คือกลุ่มม้าป่าเปรวาสกี (Przewalski) ที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้และกลุ่มม้าพื้นบ้านมองโกลซึ่งเป็นม้าบ้าน ซึ่งกลุ่มนี้เองเป็นกลุ่มที่นำมาเทียบ DNA กับม้าไทย
โดยจุดกำเนิดการค้นพบที่สำคัญนี้เริ่มจากทางทีมวิจัยมูลนิธิม้าลำปางสังเกตว่าลักษณะภายนอก (phenotype) ของม้าพื้นเมืองไทยในลำปางมีความใกล้เคียงกับม้ามองโกลเลีย ได้แก่ ความสูงซึ่งอยู่ระหว่าง 120-140 เซนติเมตร โครงสร้างที่แข็งแรง กล้ามเนื้อหนา กีบแข็ง ทนทาน และมีรูปร่างรวมถึงสีที่ตรงกับเอกลักษณ์ของม้าโบราณ
และเมื่อเก็บตัวอย่าง DNA เพื่อเทียบเคียงกับ DNA ของม้าสายพันธุ์ต่างๆ ทั่วโลก ปรากฎว่า DNA ของม้าที่เก็บจากตัวอย่างม้าในชุมชนจังหวัดลำปาง แตกต่างจากม้าที่ผสมพันธุ์โดยมนุษย์ และน่าจะเป็น DNA ของม้าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมากกว่า
อย่างไรก็ตาม DNA ที่ว่านั่นก็พบอยู่เพียง 20% ของม้าพื้นเมืองไทยเท่านั้นอันเนื่องจากความนิยมในการเอาม้าพื้นเมืองไปผสมข้ามสายพันธุ์เพื่อให้ได้ลักษณะและคุณสมบัติม้าที่ต้องการ ซึ่งเป็นการทำลาย DNA ตามธรรมชาติของม้าดั้งเดิมไป
🤎🐴ทำไมต้องรักษาสายพันธุ์ดั้งเดิมไว้ในเมื่อมนุษย์สามารถ breed สายพันธุ์ม้าได้เยอะแยะแล้ว
ธรรมชาติไม่ได้ออกแบบมาให้ม้าอยู่ในพื้นที่ใกล้เขตเส้นศูนย์สูตรอย่างไทย ดังนั้น ม้าส่วนใหญ่ที่นำเข้าม้ามานั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างมาก นอกจากการดูแลทั่วไป เช่น สถานที่เลี้ยง ชนิดอาหาร ที่เหมาะสมแล้ว ความแข็งแรงตามสายพันธุ์ของม้าก็มีส่วนสำคัญในการปรับตัวเพื่อการดำรงชีวิตของม้าด้วย
ปัจจุบันม้าแทบทุกชนิดในโลกที่เรารู้จักเป็นม้าสายพันธุ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการใช้งาน แต่ก็มีผลพวงตามมาต่อสุขภาพของม้า เช่น ความต้านทานโรคน้อย ติดลูกยาก
ในขณะที่ม้าพื้นเมืองหรือม้าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมีความสามารถในการปรับตัวให้อยู่รอดภายใต้ความท้าทายของภูมิอากาศและภูมิประเทศ
มีความแข็งแกร่งด้านสุขภาพร่างกาย มีโครงสร้างกล้ามเนื้อค่อนข้างแข็งแรงซึ่งทำให้มีกำลังที่จะลากสิ่งของได้ดีกว่าพันธุ์ลูกผสม มีโครงสร้างกีบที่ทนทานสามารถเดินขึ้นภูเขาหรือเหยียบพื้นที่แข็งมาก ๆ ได้ดีกว่าม้าเทศหรือม้าพันธุ์ผสม
ดังนั้น หนึ่งในวิธีการที่จะอนุรักษ์สายพันธุ์ม้าไทยเอาก็คือการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์พื้นเมืองไทย ซึ่งจากข้อมูลของสำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ นอกจากม้าลำปางแล้วยังมีม้าพื้นเมืองอื่น ๆ ได้ขอขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์พื้นเมืองไทย ได้แก่ ม้าไทย ม้าไทยเมืองแพร่และม้าไทยอยุธยา
ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนสัตว์พื้นเมืองประจำถิ่นเป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity: CBD) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรพันธุกรรมสัตว์ การเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมของทรัพยากรพันธุกรรมสัตว์
นอกจากการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์พื้นเมืองในระดับประเทศแล้วการศึกษาวิจัยเพื่อผลักดันให้มีการจดทะเบียนม้าไทยให้เป็นสายพันธุ์ในระดับสากลก็มีความสำคัญ
เพราะจะนำไปสู่การขยายผลในการเพาะขยายสายพันธุ์และกระตุ้นให้เกิดการเพิ่มจำนวนของกลุ่มผู้เลี้ยงในอนาคต ซึ่งการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเหมาะสมจะนำไปสู่การอนุรักษ์อย่างยั่งยืนเพื่อรักษามรดกทางธรรมชาติที่เหลืออยู่นี้เอาไว้
อ้างอิง
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      บทเรียนราคาแพงที่อาจต้องช้ำใจไปตลอด เมื่อไม่นานที่ผ่านมามีผู้ใช้งานfacebookรายหนึ่งโพสถึงเรื่องราวอันเหลือเชื่อจากการลงทุนของเขาที่สูญเสียเงินเพราะความประมาณของตัวเอง
      #ข่าวร้อนในญี่ปุ่น 🇯🇵 กันดั้มคาเฟ่ ประกาศปิดทุกสาขา ทั่วญี่ปุ่น สิ้นเดือน ม.ค. นี้ ปิดตำนานกว่า 20 ปี . 🇯🇵 กลายเป็นข่าวที่น่าตกใจสำหรับแฟน ๆ Gundam ทุกคน หลังจากกว่าสองทศวรรษแล้วที่ Gundam Café แห่งแรกได้เปิดขึ้นที่ Akihabara เป็นคาเฟ่ Gundam อย่างเป็นทางการ โดยทั้ง 4 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น มีกำหนดปิดถาวรสิ้นเดือน ม.ค.นี้ . 🇯🇵 โดย Gundam Square café ในโอซาก้าได้ปิดให้บริการในวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา ส่วนสาขาใน Odaiba ใกล้ๆกับหุ่น Unicorn Gundam และสาขาฟุกุโอกะ จะปิดตัวลงในวันที่ 30 ม.ค. นี้ ไม่มีการเอ่ยถึงหุ่น Unicorn Gundam ว่าจะยังอยู่หรือไม่ 🇯🇵 อย่างไรก็ตาม นอกจาก 4 สาขาดังกล่าวแล้ว ยังมี Gundam Café ชั่วคราวที่ Gundam Factory Yokohama ข่าวดี คือ เพื่อนๆ ยังมีโอกาสได้เพลิดเพลินกับรายการอาหารในธีม Gundam และหุ่น Gundam ที่ขยับได้สูง 18 ม. จนถึงสิ้นเดือน มี.ค. แต่ต้องมีตั๋วเข้าชม Gundam Factory เพื่อเข้าคาเฟ่ . 🇯🇵 แม้ว่า คาเฟ่ จะปิดตัวถาวรแล้ว บริษัทได้บอกให้แฟนๆ ว่า โปรดตั้งตารอโครงการต่อไป
      ปี 2020 ตำรวจญี่ปุ่นได้รับแจ้งเด็กหายสูงถึง 1,000 กว่าเคส 🥺 สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นได้เปิดเผยสถิติของปี 2020 ว่ามีการแจ้งความคนหาย 77,000 เคส ถ้าหารออกมาเป็นรายวัน จะเท่ากับมีคนหาย 200 กว่าคนต่อวันเลยทีเดียว 😭 นอกจากนี้ในจำนวน 77,000 เคสนี้ เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 9 ขวบมากถึง 1,000 กว่าเคสเลยค่ะ (มีการแจ้งเด็กหายวันละ 2-3 คน) สำหรับที่ญี่ปุ่น เมื่อครอบครัวหรือคนใกล้ชิดรู้ว่ามีคนหาย สามารถแจ้งความได้ทันทีด้วยการโทรไปที่หมายเลข 110 หรือไปแจ้งความที่สถานีตำรวจโดยตรงได้เลย ซึ่งถ้าจะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ สิ่งที่ควรเตรียมไปด้วยคือ - หลักฐานยืนยันตัวตนและตราประทับประจำตัวของผู้แจ้ง - รูปถ่ายของคนที่หายไป รวมถึงหลักฐานที่คนหายทิ้งเอาไว้ เช่น จดหมาย หรือกระดาษโน๊ตข้อความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไป เป็นต้น ตัวอย่างคำถามที่ตำรวจจะถามเกี่ยวกับคนหาย (คนหายภาษาญี่ปุ่นคือ 行方不明者 ゆくえふめいしゃ ยุคุเอะฟุเมชะ) เช่น ... ชื่อ (名前 なまえ นะมะเอะ) ที่อยู่ (住所 じゅうしょ จูโฉะ) วันเกิด (誕生日 たんじょうび ทันโจบิ) น้ำหนัก (体重 たいじゅう ไทจู) ส่วนสูง (身長 しんちょう ชินโจ) ตำหนิหรือจุดสังเกตเป็นพิเศษ (ルックスの特徴 るっくすのとくちょう รุกขุสุโนะ โทะคุโจ) วันเวลาที่หาย (行方不明になった日時 ゆくえふめいになったにちじ ยุคุเอะฟุเมนินัตตะ ฮินิจิ) เสื้อผ้าที่ใส่ (ตอนหายไป) (着ていた服 きていたふくคิเตะอิตะฟุขุ) ในอดีต (คนหาย) เคยใช้ยาหรือเปล่า (薬物利用の過去はあるか やくぶつりようのかこはあるか ยะขุบุสึริโยโนะคะโคะวะอารุคะ) (คนหาย) มีโรคอะไรหรือเปล่า (病気(びょうき)があるか เบียวคิกะอารุคะ) เป็นต้น ส่วนใหญ่ (เกินครึ่ง) ตำรวจจะใช้เวลาในการตามหาคนหายพบภายในวันที่ได้รับแจ้ง หรือไม่เกินหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ได้รับแจ้ง แต่บางเคสก็อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน เป็นปีสองปีขึ้นไป หรือแม้จนขณะนี้ก็ยังหาไม่พบเลยก็มี 😢 สำหรับสาเหตุและแรงจูงใจที่ทำให้มีคนหายนั้น สามารถแบ่งได้ ดังนี้ 1) อาการเจ็บป่วย ข้อนี้คิดเป็น 30% ของเคสทั้งหมด โดยใน 30% นี้มากกว่า 70% มาจากคนหายมีภาวะสมองเสื่อม 2) ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว 3) ปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจ / อาชีพ 4) ความสัมพันธ์กับคนต่างเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้เยาว์ตกเป็นเหยื่อ มักจะมีเรื่องการถูกลักพาตัวและการกักขังหน่วงเหนี่ยวร่วมด้วย * เพื่อนสนิทของผู้เขียนเคยไปแจ้งความลูกหายเหมือนกันค่ะ (ลูกแอบหนีไปบ้านเพื่อน) ตำรวจมาช่วยแป้บเดียวเจอเลย เก่งมาก ๆ 👍 แต่ถึงตำรวจจะเก่ง ก็ภาวนาอย่าให้มีเคสคนหายเลยจะดีกว่านะคะ 🙂 อ้างอิง https://www.keishicho.metro.tokyo.lg.jp/sodan/madoguchi/missing/info.html https://www.police-ch.jp/sousakunegai.html https://toyokeizai.net/articles/-/478383 เพื่อให้เข้ากับเรื่องคนหาย วันนี้เลยถ่ายบรรยากาศทางเดินลอดอุโมงค์แบบหลอน ๆ มาให้ดูค่ะ (ดูหลอนแต่ปลอดภัย สามารถใช้ได้ปกติค่ะ 😅) แล้วพบกันใหม่นะคะ 🥰🙏
      ซื้อของออนไลน์ สินค้าไม่ตรงปก ยื่นฟ้องศาลออนไลน์ได้แล้ว ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ต้องมีทนาย วันนี้ (27 มกราคม) สรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้ ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลฎีกา ได้เป็นประธานพิธีเปิด ‘แผนกคดีซื้อขายออนไลน์ในศาลแพ่ง’ ซึ่งวันนี้ถือเป็นการเปิดทำการแผนกอย่างเป็นทางการวันแรก โดยมี ภัฏ วิภูมิรพี ผู้พิพากษาศาลฎีกา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง จีระพัฒน์ พันธุ์ทวี เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และคณะผู้บริหารศาลแพ่ง ร่วมพิธีเปิดงาน
      ดูทั้งหมด