9 ม.ค. 2022 เวลา 12:06 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
15 ปี รถไฟความเร็วสูงของจีน
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สักยี่สิบปี ประเทศจีนมีเพียงรถไฟที่ช้าและล้าสมัย แต่ทุกวันนี้จีนมีเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงเกือบ 40,000 กม. ครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว
1
เมือ 20 ปีที่แล้ว ระบบรถไฟของจีนในปี 2536 มีความเร็วเฉลี่ยเพียง 48 กม./ชม. และสูญเสียความสามารถในการแข่งขันกับระบบคมมาคมทางอากาศและถนนอย่างรวดเร็ว
หลังจากทางการจีนเร่งพัฒนาเครือข่ายทางหลวงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในรอบยี่สิบปีที่ผ่านมา
1
สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ในปี 1997 ถึง 2007 ฝ่ายบริหารการรถไฟของจีน ได้เริ่มการรณรงค์เพื่อเพิ่มความเร็วของรถไฟ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มความเร็วรถไฟเฉลี่ยเป็น 70 กม./ชม.
แต่ถ้าจะพูดถึงเฉพาะรถไฟความเร็วสูงแล้ว
รถไฟความเร็วสูงของจีนได้ถือกำเนิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2008 เมื่อทางรถไฟสายปักกิ่ง-เทียนจินเริ่มดำเนินการ
และใช้เวลาเพียง 15 ปีต่อมา เครือข่ายรถไฟความเร็วสูงได้เข้าถึงทุกจังหวัดในจีน
📌 ปัจจุบัน จีนมีเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเกือบ 40,000 กม. ที่แผ่กระจายไปทั่วประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงเมืองใหญ่ๆ ที่สำคัญทั้งหมด โดยครึ่งหนึ่งสร้างเสร็จภายใน 5 ปีที่ผ่านมา
1
ความยาวทั้งหมดของเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงคาดว่าจะเพิ่มเป็นสองเท่า หรือราว 70,000 กม. ภายในปี 2578
1
แต่หากนับรวมเส้นทางรถไฟทั้งหมดแล้ว จีนมีมากกว่า 110,000 กิโลเมตร และขยายตัวขึ้นเรื่อยค่ะ (..เพจ)
ซึ่งล่าสุดจีนได้ดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเพิ่มเติม
1
รถไฟความเร็วสูง เส้นทาง Changbaishan – Dunhua ระยะทาง 99 กม. เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของจีนตะวันออกเฉียงเหนือ 📷 weibo
สำหรับรัฐบาลจีนและประธานาธิบดีสีจิ้นผิงแล้ว รถไฟความเร็วสูงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการเชื่อมต่อทางสังคม และภูมิภาคที่มีวัฒนธรรมต่างกัน
2
เช่นเดียวกับระบบรถไฟชินคันเซ็นของญี่ปุ่นในทศวรรษ 1960 รถไฟความเร็วสูงของจีนจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศ ความทันสมัยอย่างรวดเร็ว การพัฒนาเทคโนโลยี และความเจริญรุ่งเรืองที่เพิ่มขึ้น
ด้วยวิสัยทัศน์นี้ ผู้สังเกตการณ์ประเมินว่า.. จีนกำลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการรถไฟของโลกอีกครั้ง
ซึ่งย้อนไปในยุคที่มีการสร้างเส้นทางรถไฟดั้งเดิมหลายสายในอเมริกาเหนือ ยุโรป และอาณานิคมของจักรวรรดิยุโรปด้วยจุดประสงค์ที่คล้ายกันกัน
อย่างไรก็ตาม ทวีปอเมริกาและยุโรปต้องใช้เวลาหลายสิบปีในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จนถึงต้นศตวรรษกว่าจะบรรลุเป้าหมายนั้น
** ในขณะที่จีนใช้เวลาเพียง 15 ปีในการสร้างเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงขนาดใหญ่ที่สุดโลก
ด้วยเส้นทางรถไฟหลายสายที่มีความเร็วสูงสุดถึง 350 กม./ชม. การเดินทางระหว่างจังหวัดต่างๆ ในจีนจึงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
จากการเดินทางด้วยเครื่องบินที่คับคั่ง และถือว่าดีที่สุด แต่ทราบไหมว่าในปี 2020 เมือง 75% ของจีนที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน ล้วนมีรถไฟความเร็วสูง
เมื่อเปรียบเทียบเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีนกับประเทศอื่นๆ
- สเปน ซึ่งเป็นเจ้าของเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ถือว่าเหนือกว่าโดยสิ้นเชิงด้วยเส้นทางรถไฟกว่า 3,200 กม. กับการวิ่งด้วยความเร็วที่สูงกว่า 250 กม./ชม.
- สหราชอาณาจักรมีระยะทางเพียง 107 กม. ในขณะที่สหรัฐฯ แทบไม่มีเส้นทางที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการให้รถไฟวิ่งด้วยความเร็วสูง
1
รถไฟความเร็วสูงสายเฉิงตู-กุ้ยหยางในมณฑลกุ้ยโจว ระยะทาง 650 กิโลเมตร ความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 📷 Flyoverchina
แต่การดำเนินการพัฒนาเส้นทางรถไฟความเร็วสูงนั้น วิศวกรชาวจีนต้องรับมือกับความท้าทายอย่างหนัก ไม่ว่าจากพื้นที่ของประเทศที่กว้างเกินไปและมีลักษณะภูมิประเทศ ธรณีวิทยา และภูมิอากาศที่หลากหลายมากตั้งแต่ภูมิภาคคอเคซัสไปจนถึงทะเลจีนใต้
รวมถึงปัญหาอื่นๆ เช่น การถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ใส่ใจชุมชนที่อาศัยอยู่ตามเส้นทางรถไฟอย่างเหมาะสม หรืออุบัติเหตุอันน่าสลดใจ
ย้อนกลับไปในเดือนกรกฎาคม 2011 รถไฟความเร็วสูง 2 ขบวนชนกัน ทำให้ตู้โดยสารสี่ขบวนตกรางและตกลงมา คร่าชีวิตผู้โดยสาร 40 คน และบาดเจ็บเกือบ 200 คน
อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนในรถไฟความเร็วสูงสั่นคลอนอย่างรุนแรง ส่งผลให้ขบวนรถไฟต้องชะลอความเร็วลง
รวมถึงเส้นทางรถไฟสายใหม่ยังต้องระงับการก่อสร้างระหว่างรอผลการสอบสวน
แต่ตั้งแต่นั้นมา ก็ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นอีก จำนวนผู้โดยสารก็เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณตั้งแต่มีการขยายเครือข่าย
ภาพถ่ายทางอากาศที่ถ่ายเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 แสดงทางรถไฟระหว่างเมืองหางโจว-เส้าซิง-ไท่โจว ในมณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน ซึ่งเป็นโครงการที่จีนดึงเอกชนมามีส่วนร่วม เพื่อเร่งการพัฒนารถไฟความเร็วสูง ภาพ: Xinhua  
ภายในสิ้นปี 2020 การรถไฟแห่งชาติจีนได้ให้บริการรถไฟความเร็วสูงมากกว่า 9,600 ขบวนต่อวัน ซึ่งรวมถึงตู้นอนค้างคืนความเร็วสูงเพียงแห่งเดียวในโลก
การเดินทางจากปักกิ่งไปยังฮาร์บินระยะทาง 1,700 กม. ปัจจุบันใช้เวลาเพียง 5 ชั่วโมง ด้วยความเร็วเฉลี่ย 340 กม./ชม.
1
แต่ความก้าวหน้าไม่ได้หยุดแค่ ความก้าวหน้าในด้านความเร็ว ความทนทาน และเทคนิคการก่อสร้าง
บริษัทจีนยังเป็นผู้บุกเบิกการแนะนำเทคโนโลยีใหม่ เช่น การทำงานของรถไฟอัตโนมัติ หรือเทคโนโลยีควบคุมสัญญาณที่ทันสมัย "รถไฟหัวกระสุน" ที่เชื่อมระหว่างปักกิ่งและเมืองจางเจียโข่ว มณฑลเหอเป่ย สามารถเข้าถึงได้ด้วยความเร็วสูงถึง 350 กม./ชม. ทำให้เป็นรถไฟที่ขับเคลื่อนด้วยตนเองได้เร็วที่สุดในโลก
เส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่เริ่มในเดือนธันวาคม 2019 ใช้เวลาก่อสร้างสี่ปีเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมการสำหรับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2022
โดยลดเวลาเดินทาง 174 ไมล์ กม. จากสามชั่วโมงเหลือน้อยกว่า 60 นาที และถ้าจะให้เร่งความเร็วสูงสุด ก็สามารถใช้เวลาเพียง 45 นาที
3
เทคโนโลยี่ชั้นสูงต่างๆล้วนถูกนำมาใช้ติดตั้งในรถไฟความเร็วสูง ไม่ว่าจะเป็นห้องเก็บของส่วนบุคคลที่รองรับอุปกรณ์กีฬาฤดูหนาว ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับเส้นทาง ซึ่งสามารถมองเห็นเส้นทางล่วงหน้าได้ถึง 14 กิโลเมตร
ระบบที่นั่ง ที่มีแผงควบคุมระบบสัมผัส 5G ระบบไฟอัจฉริยะ เซ็นเซอร์หลายพันตัว อุปกรณ์ความปลอดภัยและที่นั่งแบบถอดได้สำหรับผู้โดยสารที่ใช้เก้าอี้รถเข็น เทคโนโลยีการจดจำใบหน้า รวมถึงหุ่นยนต์นำทางที่ถูกนำมาใช้ในอาคารผู้โดยสารเพื่อความช่วยเหลือด้านต่างๆ
1
อาคารผู้โดยสารใหม่ในเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงในเมืองใหญ่ของจีนนั้นสะอาดและทันสมัยพอๆ กับสนามบิน โดยมีหน้าจอแสดงข้อมูลความเคลื่อนไหวขนาดใหญ่และห้องรับรองผู้โดยสารที่เทียบเท่าสนามบินชั้นหนึ่ง
1
ในอนาคตอันใกล้ จีนวางแผนสร้างต้นแบบของรถไฟฟ้าที่มีความเร็วถึง 400 กม./ชม. เพื่อรวมเข้ากับเส้นทางรถไฟระหว่างประเทศ
1
ในเดือนตุลาคม รถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมระหว่างจีนกับลาวระยะทาง 414 กม. ได้เปิดให้บริการแล้ว ซึ่งเป็นโครงการแรกภายใต้โครงการ Belt and Road Initiative (BRI) ของจีนที่แล้วเสร็จในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากใช้เวลาก่อสร้างถึง 5 ปี
1
ภายใต้แผนงานการสร้างรถไฟสายทรานส์เอเซียเส้นนี้จะมีระยะทาง 5,5000 กิโลเมตร เส้นทางจากลาว - ไทย - มาเลเซีย และสิ้นสุดปลายทางที่สิงคโปร์
1
ซึ่งเส้นทางนี้ยัง อาจต้องอาศัยการเจรจา แต่คาดว่าจะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ในเร็วๆนี้ เนื่องจากรัฐบาลทุกประเทศบนเส้นทางล้วนมีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับรัฐบาลจีน
มีรายงานว่า..ปักกิ่งต้องการใช้เส้นทางรถไฟขยายอิทธิพลไปทั่วเอเชีย ยุโรป และแอฟริกาผ่านโครงการริเริ่ม BRI ระบบรถไฟจึงดูเหมือนเป็นรากฐานสำหรับประเทศในการจัดตั้ง "เส้นทางสายไหมยุคใหม่" ที่พวกเขาต้องการ
1
เส้นทางรถไฟระหว่างประเทศ มีเป้าหมายไปยังอินเดีย ปากีสถาน รัสเซีย และเอเชียกลาง ซึ่งจะไม่เพียงแต่สร้างเส้นทางการค้าเพื่อการส่งออกของจีนเท่านั้น
2
แต่ยังจะนำมาซึ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่า เหล็ก และวิศวกรรมโยธา เคลื่อนย้ายทรัพยากรระหว่างกัน พร้อมประสานจุดยืนของปักกิ่งในฐานะมหาอำนาจระดับภูมิภาค และดึงดูดประเทศกำลังพัฒนา
และสิ่งที่สำคัญที่สุดในอนาคตคือ การที่จีนร่วมมทอกับภาคเอกชนในการพัฒนาการเชื่อมโยงเครือข่ายรถไฟภายในประเทศกับโครงการ BRI อย่างเป็นระบบ"
เรียบเรียงโดย
สาระอัปเดต
9 มกราคม 2565
📌 ติดตาม สาระอัปเดต เพิ่มเติมได้ทาง
➡️ Twitter
➡️ Facebook
➡️ Youtube
➡️ Instagram
➡️ Blockdit
➡️ Minds
➡️ Tik Tok
...
หรือช่องทาง line open chat
เพื่อการรับทุกข่าวสารล่าสุด
➡️ Line
...
🙇🙇 ขอบคุณทุกช่องทางการติดตาม🙇🙇
โฆษณา