ตำนานเทพปกรณัมกรีก | ตอนที่ 1 กำเนิดเหล่าทวยเทพ และการชิงอำนาจระหว่างสายเลือด
เรื่องราวการกำเนิดเทพกรีก ตามตำนานเทพปกรณัมกรีกในบทความนี้ เนื้อหาส่วนใหญ่จะอ้างอิงจากบทกวีธีโอโกนี (Theogony) ในผลงานนิพนธ์ของมหาปราชญ์เฮเซียด (Hesiod) ราว 700 ปีก่อนคริสตกาล
การกำเนิดโลกและเหล่าทวยเทพนั้น เกิดจากบรรดาสสารทั้งปวงมาประกอบเข้าด้วยกัน ซึ่งองค์ประกอบสสารต้นกำเนิดของโลก ประกอบไปด้วย เคออส (Chaos) ไกอา (Gaia) ทาร์ทารัส (Tartarus) และอีรอส (Eros)
  • เคออส (Chaos) คือ สภาพแรกเริ่มของการมีอยู่ ก่อนการกำเนิดเหล่าทวยเทพรุ่นแรก หรืออีกนัยหนึ่งก็คือความว่างเปล่าอันมืดมิดของอวกาศ (ในบทกวีของเฮเซียดพรรณนาไว้ว่า เคออสมีบรรยากาศที่ต่ำกว่าโลก และบางทีเคออสนั้นอาจอยู่ระหว่างโลกและทาร์ทารัส ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหล่าไททันถูกเนรเทศ)
  • ไกอา (Gaia) หรือจีอา (Gaea) หรือที่เรียกว่าพระแม่ธรณี (Mother Earth) เทพีแห่งพื้นพิภพ (โลก) เป็นเทพีองค์แรกที่ถือกำเนิด
  • ทาร์ทารัส (Tartarus) เป็นห้วงอเวจี หรือหลุมลึกที่มืดหม่นไม่มีที่สิ้นสุด ถูกใช้เป็นสถานที่คุกมืดสำหรับทรมานสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง
  • อีรอส (Eros) เทพเจ้าแห่งความรัก
บทกวีธีโอโกนี (Theogony) ผลงานนิพนธ์ของมหาปราชญ์เฮเซียด (Hesiod)
  • กำเนิดเหล่าทวยเทพ และการแย่งชิงอำนาจระหว่างสายเลือด
ปฐมเหตุแห่งการอุบัติโลกตามตำนานปกรณัมกรีก กล่าวว่า ก่อนที่จะเกิดเหล่าทวยเทพรุ่นแรกนั้น มีเพียงความว่างเปล่าอันมืดมิดของอวกาศ เรียกว่า เคออส (Chaos) ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งความเวิ้งว้างปราศจากรูปร่างอันไร้ขอบเขต ก่อนจะหลอมรวมสสารบางส่วนในเคออส ถือกำเนิดเป็นโลกพิภพในเวลาต่อมา และพัฒนาเป็นตัวตนที่มีชีวิตจิตใจ ถือกำเนิดเป็นเทพีองค์แรกนามว่า ไกอา (Gaia) หรือจีอา (Gaea) เทพีแห่งพื้นพิภพ (โลก) หรือที่เรียกว่าพระแม่ธรณี (Mother Earth)
ไกอาเป็นจอมมารดาของทุกสรรพสิ่งบนโลก มีร่างกายคือพื้นพิภพ และทรงมีอิทธิฤทธิ์บันดาลให้เกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และทำให้เกิดพายุได้
ตามมาด้วย ห้วงอเวจีทาร์ทารัส (Tartarus) และอีรอส (Eros) เทพเจ้าแห่งความรัก ที่ถือกำเนิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
เคออส (Chaos) ได้อุบัติเทพีแห่งราตรี (Night) นามว่านิกซ์ (Nyx) และเทพแห่งความมืด (Darkness) นามว่าเอเรบัส (Erebus) ซึ่งเป็นหมอกแห่งความมืดที่ปกคลุมและเติมเต็มโพรงลึกของโลก ต่อมานิกซ์และเอเรบัส ก็ได้ให้กำเนิด อีเธอร์ (Aether) เทพแห่งแสงสว่าง (upper sky) และเฮเมรา (Hemera) เทพีแห่งกลางวัน (Day)
ส่วนไกอาได้อุบัติเทพเจ้าแห่งภูเขา นามว่าอูเรีย (Ourea) เทพเจ้าแห่งท้องทะเล นามว่าพอนทัส (Pontus) และเทพเจ้าแห่งท้องฟ้า นามว่าอูรานอส (Ouranos) ซึ่งอูรานอสทรงเป็นทั้งบุตรและสวามีของไกอา
แผนผังเหล่าทวยเทพรุ่นแรก
ไกอาและอูรานอสนั้นสมหวังกันเพราะอีรอส ด้วยเหตุผลที่ว่าพื้นดินนั้นมองท้องฟ้าทุกวัน ทำให้อีรอส เทพเจ้าแห่งความรักที่เฝ้าดูอยู่ ทนไม่ไหว จึงแผลงศรให้อูเรนอสและไกอานั้นรักกัน
อูรานอส (Ouranos)
ในเวลาต่อมาไกอาและอูรานอส ได้ให้กำเนิดเทพบุตร และเทพธิดาทั้งหมด 12 องค์ โดยแบ่งเป็นเทพบุตร 6 องค์ ตามลำดับได้แก่
  • โอเซียนัส (Oceanus)
  • ซีอัส (Coeus)
  • ครีอัส (Crius)
  • ไอเพอร์เรียน (Hyperion)
  • ไอแอพิทัส (Iapetus)
  • โครนัส หรือโครนอส (Cronus)
และเทพธิดาอีก 6 องค์ ได้แก่
  • เธีย (Thea)
  • รีอา (Rhea)
  • ธีมิส (Themis)
  • ธีทิส (Thetis)
  • ทีธิส (Tethys)
  • เนโมซินี (Nemosyne)
  • ฟีบี (Phoebe)
เทพและเทวีทั้ง 12 องค์รวมกันเป็นคณะ เรียกว่าไททัน (Titan) หรือ ไจแกนทีส (Gigantes) ซึ่งเหล่าไททันแต่ละองค์มีกายที่ใหญ่มหึมา
1
ไททัน (Titan) หรือ ไจแกนทีส (Gigantes)
ด้วยร่างกายที่ใหญ่และน่าเกรงขามของเหล่าไททันนี้เอง ทำให้อูรานอสไม่พอใจ และเกรงกลัวในความทรงพลังของเหล่าไททัน อูรานอสจึงจับบรรดาลูกๆของตน ไปซ่อนไว้ใต้พิภพ (หรือในตัวไกอา) และทรงไม่ปล่อยให้เหล่าไททันขึ้นมาพบแสงตะวันบนพื้นโลกอีกด้วย
หลังจากเหล่าไททันทั้ง 12 ถูกจองจำไม่ให้ขึ้นมายังพื้นโลก ต่อมาไกอาได้ให้กำเนิดเทพบุตรอีกครั้ง ซึ่งเป็นยักษ์ 50 หัว 100 แขน เรียกว่าเฮ็กคาทอนคีรีส (Hecatoncheires) ทั้งหมด 3 ตน มีนามว่า คอตทัส (Cottus) เบรียรูส (Briareus) และไกจีส (Gyges) และเหตุการณ์เดิมก็เกิดขึ้น เช่นเดียวกับเหล่าไททัน ความเกรงกลัวต่อบรรดาลูกๆของอูรานอสนั้น ทำให้พระองค์ทรงจับเหล่าเฮ็กคาทอนคีรีส ไปซ่อนทันทีหลังจากพวกเขาเกิด
เฮ็กคาทอนคีรีส (Hecatoncheires)
ในเวลาต่อมา ไกอาได้ให้กำเนิดเทพบุตรอีก 3 องค์ ซึ่งเป็นยักษ์ตาเดียว เรียกว่า ไซคลอปส์ (Cyclops) มีนามว่า บรอนทีส (Brontes) , สเทอโรพีส (Steropes) และ อาจีส (Arges) ตามลำดับ และเมื่อเหล่าไซคลอปส์ถือกำเนิดขึ้น อูรานอสก็ทรงจับเหล่าไซคลอปส์ ไปซ่อนอีกครั้ง เช่นเดียวกับเหล่าพี่น้องไททัน และเหล่าเฮ็กคาทอนคีรีส แต่เนื่องจาก บรอนทีส คือ ฟ้าลั่น (Thunder) สเทอโรพีส คือ ฟ้าแลบ (Lightning) และอาจีส คือ แสงสว่าง (Flash) จึงทำให้เกิดแสงสว่างไปทั่วใต้พื้นพิภพ ปลุกความกล้าให้กับเหล่าพี่น้องไททัน ที่จะแสวงหาความเป็นไท
ไซคลอปส์ (Cyclops)
การกระทำของอูรานอส สร้างความแค้นให้ไกอาเป็นอย่างยิ่ง พระองค์จึงคิดแผนกลอุบาย ยุยงปลุกปั่นบรรดาลูกๆของตน เพื่อหวังแย่งชิงอำนาจจากอูรานอส แต่ความกลัวได้ครอบงำพวกเขาทั้งหมด มีเพียงแต่ โคนัส (Cronus) น้องคนสุดท้องของเหล่าไททัน ได้รับปากว่าจะทำตามคำยุยงของผู้เป็นมารดา ไกอาจึงมอบอาวุธสังหารให้กับโครนัส ซึ่งเป็นเคียวขนาดใหญ่ที่ทำจากโลหะอาคามันเทียม เป็นแร่ที่ไกอาสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อสังหารอูรานอสโดยเฉพาะ
เมื่ออูรานอสมาหลับนอนกับไกอาในยามราตรี โครนัสที่ซ่อนตัวอยู่ก็เอื้อมมือซ้ายออกมา ในขณะที่มือขวาของพระองค์ แกว่งเคียวตัดอัณฑะของบิดาตนเองจนขาด ด้วยการโบกสะบัดเพียงครั้งเดียว ทำให้เลือดของอูรานอสไหลลงสู่แผ่นดิน และก่อเกิดกลายเป็นสิ่งมีชีวิตทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่
  • แอเรนเยส (Erinyes/Furies) เทพีแห่งการล้างแค้น *ตามตำนานไม่ได้ระบุจำนวนไว้ แต่บางตำนานก็ว่ามี 3 ตน นั่นคือ อเล็กโต (Alecto) ความอาฆาต เมกีร่า (Megaera) ความริษยา และ ติซิโฟเน่ (Tisiphone) การล้างแค้นให้ถึงตาย
  • ยักษ์ (Giants) เป็นยักษ์ขนาดใหญ่ในชุดเกราะ ในมือถือหอก
  • มีเลีย (Meliae) หรือนางไม้ต้นแอช (Ash Tree Nymphs)
สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก่อกำเนิดไปทั่วทั้งโลก และอัณฑะของอูรานอส ที่ถูกโครนัสตัดนั้น ได้ตกลงไปในทะเล และเกิดเป็นฟองขึ้นมากมาย ต่อมาก็ได้ก่อกำเนิดเป็นเทวี ผุดออกมาจากฟองทะเล ล่องลอยอยู่ในทะเลบริเวณใกล้ ๆ เกาะไซเธอรา (Cythera) และถูกคลื่นซัดจนไปติด ณ เกาะไซปรัส (Cyprus) เทวีองค์นี้จึงได้ชื่อว่า เทพีอะโฟร์ไดท์ (Aphrodite) ซึ่งมาจากคำว่า aphros แปลว่าเกิดจากฟอง
เทพีอะโฟร์ไดท์ (Aphrodite) เป็นเทพเจ้าแห่งความรัก ความปรารถนา และความงาม
เทพีอะโฟร์ไดท์ (Aphrodite)
หลังจากที่โครนัสสังหารอูเรนอส ผู้ที่เป็นพระบิดาได้สำเร็จ เหล่าบรรดาพี่น้องของโครนัส ต่างก็เชิดชู ยอมยกให้โครนัสขึ้นเป็นราชาไททันปกครองบัลลังก์
ต่อมาพระองค์ได้ทรงเลือก รีอา (Rhea) พี่น้องไททันของตนเอง มาเป็นคู่ครอง และแบ่งอำนาจให้เหล่าพี่น้องไททันของตนเอง แล้วทั้งอาณาจักรก็อยู่อย่างสงบสุข
หลังจากที่โครนัสชิงอำนาจจากบิดาและขึ้นครองบัลลังก์ได้สำเร็จ พระองค์ทรงดำรงความเป็นใหญ่เหนือเหล่าเทพทั้งปวง และดำรงความสงบสุขจนกระทั่งเกิดการโค่นบัลลังก์ของโครนัสขึ้นในเวลาต่อมา เพราะเหตุใดจึงมีการโค่นบังลังก์? แล้วใครเป็นผู้ที่โค่นล้มอำนาจของโครนัส?
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตำนานเทพปกรณัมกรีก | ตอนที่ 2 การโค่นเทพบัลลังก์
ตำนานเทพปกรณัมกรีกนั้น ถูกประพันธ์ขึ้นมามากมายในหลากหลายรูปแบบ หลายยุคสมัย ทำให้เรื่องราวในตำนานมีเนื้อหาที่แตกต่างกันไป ดังนั้นในบทความนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในตำนานทั้งหมด โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ที่ถูกรวบรวมมานั้น อ้างอิงจากบทกวีกวีธีโอโกนี (Theogony) ของมหาปราชญ์เฮเซียด (Hesiod) จึงอาจจะมีเนื้อหาบางส่วนที่แตกต่างจากที่ผู้อ่านทราบมา
เรียบเรียง : monogatari
  • 7

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา