ตำนานเทพปกรณัมกรีก | ตอนที่ 2 การโค่นเทพบัลลังก์
ตำนานเทพปกรณัมกรีก | ตอนที่ 2 การโค่นเทพบัลลังก์
หลังจากที่โครนัสชิงอำนาจจากอูรานอส และขึ้นครองเทพบัลลังก์ พระองค์ก็ได้ดำรงความเป็นใหญ่เหนือเหล่าเทพทั้งปวง และดำรงความสงบสุขจนกระทั่งพระองค์ถูกโค่นเทพบัลลังก์ในเวลาต่อมา แล้วเพราะเหตุใดโครนัสจึงถูกโค่นบังลังก์? แล้วใครเป็นผู้ที่โค่นอำนาจ? วันนี้แอดมินได้รวบรวมข้อมูลมาให้ผู้อ่านทุกคนแล้วค่ะ シ
เมื่อโครนัสชิงอำนาจจากอูรานอส ผู้เป็นพระบิดาของพระองค์ได้สำเร็จ พระองค์ก็ได้ขึ้นปกครองเทพบัลลังก์ มีอำนาจเหนือบรรดาทวยเทพทั้งปวง และพระองค์ทรงจัดแจงแบ่งอำนาจหน้าที่ให้กับเหล่าพี่ๆไททันของตนเอง ดังนี้
เทพบุตร 5 องค์
  • โอเซียนัส (Oceanus) เป็นเทพไททันแห่งท้องทะเลและน่านน้ำ
  • ซีอัส (Coeus) เป็นเทพไททันแห่งสติปัญญา
  • ครีอัส (Crius) เป็นเทพไททันแห่งนักษัตร
  • ไฮเพอร์เรียน (Hyperion) เป็นเทพไททันแห่งแสง ไฟ พระอาทิตย์ พระจันทร์ และรุ่งอรุณ
  • ไอแอพิทัส (Iapetus) เป็นเทพไททันแห่งความตาย
และเทพธิดาอีก 6 องค์
  • เธีย (Thea) เป็นเทพีไททันแห่งการมองเห็นและการส่องแสง
  • รีอา (Rhea) เป็นเทพีไททันแห่งการแต่งงาน ภาวะการเจริญพันธุ์
  • ธีมิส (Themis) เป็นเทพีไททันแห่งความยุติธรรม
  • ทีธิส (Tethys) เป็นเทพีไททันแห่งน้ำจืด
  • เนโมซินี (Nemosyne) เป็นเทพีไททันแห่งความทรงจำ
  • ฟีบี (Phoebe) เป็นเทพีไททันแห่งความฉลาด
ส่วนโครนัสเป็นเทพแห่งการเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ ในบรรดาเหล่าพี่น้องไททันก็ต่างมีคู่ครอง แต่เนื่องจากสวรรค์เองยังมีเทพจำนวนน้อย เหล่าเทพไททันส่วนใหญ่จึงจับคู่แต่งงานระหว่างสายเลือดด้วยกันเอง ได้แก่
  • ไททันโอเซียนัส (Oceanus) ครองคู่กับไททันทีธิส (Tethys) มีบุตรธิดาสองกลุ่ม บุตรกลุ่มแรก คือ โพทามอย (Potamoi) เป็นเทพผู้รักษาแม่น้ำทั้งหมด 3,000 ตน รวมทั้งนิลุส (Nilus) แอลฟีอัส (Alpheus) และสคามันเดอร์ (Scamander) และบุตรกลุ่มที่สอง คือ โอเซียนัด (Oceanids) หรือธิดาแห่งมหาสมุทรทั้งหมด 3,000 ตน รวมทั้ง คลีมีน (Clymene) มีทิส (Metis) และยูริโนม (Eurynome)
  • ไททันซีอัส (Coeus) ครองคู่กับไททันฟีบี (Phoebe) มีบุตรธิดา 2 พระองค์ ซึ่งองค์แรก คือ เทพีเอสเทอเรีย (Asteria) เป็นเทพธิดาแห่งดวงดาว มีบุตรเทพธิดาเพียงองค์เดียวนามว่าเฮคาเต้ (Hecate) และองค์ที่สอง คือ เทพีเลโต (Leto) เทพีแห่งพระมารดา เป็นพระมารดาของเทพอพอลโล (Apollo) และเทพีอาร์เทมิส (Artemis)
  • ไททันครีอัส (Crius) ครองคู่กับเทพียูรีเบีย (Eurybia) เทพีแห่งท้องทะเล ที่ซึ่งเป็นบุตรธิดาของพอนทัส (Pontus) และไกอา (Gaia) เทพครีอัสและเทพียูรีเบีย มีบุตรทั้งหมด 3 องค์ ได้แก่ เพอร์สเซส (Perses) เทพเจ้าแห่งราตรี พอลลัส (Pallas) และแอสตราเอียส (Astraeus)
  • ไททันไฮเพอร์เรียน (Hyperion) ครองคู่กับไททันเธีย (Thea) มีบุตรธิดา 3 พระองค์ ได้แก่ ฮีเลียส (Helios) คือ พระอาทิตย์ ซีลีน (Selene) คือ พระจันทร์ และอีออส (Eos) คือ รุ่งอรุณ
  • ไททันไอแอพิทัส (Iapetus) ครองคู่กับคลีมีน (Clymene) มีเทพบุตรและเทพธิดาทั้งหมด 4 พระองค์ ได้แก่ แอตลาส (Atlas) โปรมิธิอุส (Prometheus) เอปิธิอุส (Epimetheus) และเมโนธีอัส (Menoetius)
ส่วนโครนัสนั้นได้ครองคู่กับเทพธิดาที่สวยที่สุด “รีอา (Rhea)” พี่น้องเหล่าไททันของตนเอง
แผนผังเหล่าทายาทของอูรานอสและไกอา
  • การโค่นเทพบัลลังก์
หลังจากที่โครนัสขึ้นปกครองบัลลังก์ บรรดาทวยเทพทั้งปวงต่างดำรงความสงบสุขเรื่อยมา นับเป็นยุคทอง ยุคสมัยความยิ่งใหญ่ของเหล่าไททัน
จนกระทั่งรีอาได้ให้กำเนิดบุตรองค์แรก โครนัสก็ได้นึกถึงคำพยากรณ์ของอูรานอส ที่ได้กล่าวไว้ก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ว่าจะมีหนึ่งในบรรดาพระบุตรของโครนัส จะมาโค่นล้มอำนาจเหมือนกับที่โครนัสได้กระทำกับพระองค์ เมื่อนึกได้เช่นนั้น โครนัสจึงรีบไปหารีอา และจับเทพกุมารของตนกลืนลงท้อง และต่อมา ไม่ว่าพระนางรีอาจะกำเนิดพระบุตรสักกี่อีกพระองค์ โครนัสก็จับกลืนกินทุกพระองค์ ซึ่งรวมทั้งหมด 5 พระองค์
โครนัสจับพระกุมารกลืนกินลงท้อง เนื่องจากเกรงกลัวว่าบุตรของตนจะมาโค่นล้มอำนาจ เหมือนกับที่พระองค์เคยโค้นล่มอูรานอส ผู้เป็นพระบิดาของพระองค์เอง
ต่อมารีอาได้ให้กำเนิดเทพบุตรองค์ที่ 6 นามว่า ซูส (Zeus) ในเมือง Lyctus ครั้งนี้พระนางรีอาไม่ยอมให้โครนัสกระทำเช่นเดียวกับบุตรองค์ก่อนๆ จึงนำซูสไปซ่อนไว้ในถ้ำศักดิ์สิทธ์ ณ ภูเขาอีเจียน (Mount Aegaeon) และก่อนที่โครนัสจะมาถึง พระนางก็ได้นำก้อนหินมาห่อผ้าไว้ ทำทีว่าเป็นเด็กเกิดใหม่
เมื่อโครนัสทราบข่าวเทพบุตรองค์ใหม่ จึงไม่รีรอรีบตรงมาหา หวังจะกลืนทิ้งเสีย และเมื่อโครนัสมาถึง พระนางรีอาก็ได้ใช้อุบาย แสร้งทำเป็นอ้อนวอนขอชีวิตพระบุตร แต่โครนัสก็ยังทรงไม่สนใจใยดีเช่นเดิม และรีบแย่งผ้าห่อก้อนหินกลืนลงท้องก่อนจะเดินกลับบไป โดยที่ก็ไม่ทันได้สังเกตเสียก่อนว่าในผ้าที่ห่อนั้นไม่ใช่เด็ก
หลังจากที่โครนัสกลับไป พระนางรีอาจึงนำซูสไปฝากฝังไว้กับนางอัปสรนีเรียด (Nereids) ธิดาของเทพนีรูส (Nereus)
**นีรูส (Nereus) เป็นเทพเจ้าแห่งทะเลทะเลอีเจียน หรือในบทกวีอีเลียดของโฮเมอร์ เรียกว่าผู้เฒ่าแห่งทะเล (Old Man of the Sea) ซึ่งเป็นเทพโอรสของไกอา และเป็นเทพโอรสของพอนตัส (Pontus) เทพเจ้าแห่งท้องทะเล มีพระชายาคือ โดริส (Doris) เทพนีรูสและพระนางรีอา ได้ให้กำเนิดเทพบุตรนามว่าเนไรต์ (Nerites) และเทพธิดาเป็นนางอัปสรแห่งทะเลจำนวน 50 นาง โดยบรรดานางอัปสรทั้งหมดถูกเรียกว่า นีเรียด(Nereids)
อัปสรนีเรียด (Nereids)
ต่อมานางอัปสรอีเรียดได้พาซูสไปไว้ในถ้ำบนยอดเขาไอดา (Mount Ida) บนเกาะครีต (Crete) โดยมีเทพีแอมัลเธีย (Amalthea) กับเทพีมีลิสสา (Melissa) สองธิดาของท้าวมีลิสซัส (Melissus) ผู้ซึ่งเป็นเจ้าเกาะครีต คอยเฝ้าเลี้ยงดูเทพกุมารด้วยนมแพะ และยังมีเหล่าคิวรีทีส (Curetes) ซึ่งเป็นชาวเกาะครีตรับหน้าที่เป็นอาจารย์คอยสอนวิชาให้กับซูส
ซูสถูกเลี้ยงดูโดยเทพีแอมัลเธีย  กับเทพีมีลิสสาบนเกาะครีต ด้วยนมแพะ
ด้วยเหตุที่นางอัปสรต้องหาวิธีป้องกันไม่ให้โครนัสรู้ว่าซูสยังมีขีวิตอยู่ นางอัปสรจึงผูกเปลให้ซูสนอน โดยผูกไว้ระหว่างพื้นดิน และสวรรค์ เนื่องจากโครนัสเป็นเทพที่ปกครองทั้งสวรรค์ และพื้นดิน ถ้าหากเลี้ยงไว้ที่ใดที่หนึ่งก็อาจจะถูกจับได้
นอกจากนี้ เหล่าคิวรีทีสก็จะช่วยกันเต้นรำทำเพลง ใช้เสียงประสานของอาวุธดังกึกก้องสนั่นถึงสวรรค์ เพื่อกลบเสียงร้องของซูส และโครนัสที่ได้ยินก็มิได้แยแส ไม่เฉลียวใจเพราะคิดว่าคำพยากรณ์ของอูรานอสนั้น ไม่เป็นผล
เหล่าคิวรีทีสเต้นรำ ใช้เสียงประสานของอาวุธดังกึกก้องกลบเสียงร้องของซูส
จนเวลาล่วงเลยไป ในที่สุดซูสก็ได้เติบใหญ่เป็นเทพบุตรหนุ่ม และกลับมารบกับโครนัสผู้เป็นบิดาของตนเอง และในที่สุดโครนัสก็พ่ายแพ้ให้กับซูส ซูสจึงเข้ายึดอำนาจและจับพระบิดาไว้ ก่อนจะไปปรึกษากับพระนางรีอาผู้เป็นพระมารดาว่าจะทำอย่างไรกับโครนัสดี
พระนางรีอาได้แนะนำให้มีทิส (Metis) นางนิมฟ์ที่ดูแลซูส ปรุงน้ำสำรอกขึ้น และทรงบังคับให้โครนัสดื่ม หลังจากที่โครนัสดื่ม ก็ได้สำรอกเทพบุตรและเทพธิดาที่กลืนลงท้องไปออกมาหมดทุกพระองค์ ได้แก่
- เฮสเทีย (Hestia)
- ดีมิเตอร์ (Demeter)
- เฮรา (Hera)
- ฮาเดส (Hades)
- โพไซดอน (Poseidon)
ตามลำดับ รวมทั้งก้อนหินที่โครนัสสำรอกออกมาเป็นสิ่งแรก
เมื่อเหล่าพี่น้องของซูสออกมาจากท้องอันมืดมิดของพระบิดา เหล่าเทพและเทพีก็เติบใหญ่ขึ้นในทันทีทันใด และทันทีที่ซูสช่วยพี่น้องของตนเองได้สำเร็จ เขาก็ได้เข้าจู่โจมโครนัสอย่างไม่รีรอ ด้วยฤทธิ์ยา ทำให้โครนัสอ่อนแรง สู้ซูสไม่ไหว โครนัสจึงต้องจำใจทิ้งบัลลังก์และหนีไป
(ภายหลัง หินก้อนนี้ถูกเรียกว่า Omphalos (สะดือ) หรือที่รู้จักกันในชื่อสะดือของโลก และถูกนำไปเก็บรักษาไว้เป็นที่เคารพบูชาแทนองค์ซูส ณ วิหารเดลฟี (Delphi) บริเวณเชิงเขา Parnassus ประเทศกรีซ)
Omphalos
(ตามตำนานกรีกในกอร์จิอัส ผลงานของเพลโตนั้น กล่าวว่าซูสใช้เคียวของโครนัส สับโครนัสผู้เป็นพระบิดาของตนเป็นพันชิ้น แล้วโปรยลงไปในขุมนรกทาร์ทารัส)
เมื่อซูสยึดอำนาจจากโครนัสได้สำเร็จ ซูสก็ได้ขึ้นครองเทพบัลลังก์แทน และเลือกเฮรา (Hera) ธิดาองค์ใหญ่ของเทพไททัน (โครนัสและเทพมารดารีอา) มาเป็นคู่ครอง และเฮราก็ได้ขึ้นเป็นราชินีของเทพธิดาทั้งปวง
นอกจากนี้ ซูสได้จัดแจงแบ่งสันปันส่วนอาณาเขตให้เหล่าเทพภราดรปกครองทั่วทุกองค์ เหล่าเทพและเทพีอย่างเนโมซินี โอเชียนัส และไฮเพอร์ ต่างก็ยอมอยู่ในอำนาจของซูส เว้นแต่เพียงเทพไททันองค์อื่นๆ ไม่ยอมอ่อนน้อมด้วย คิดก่อกบฎ จึงเป็นเหตุให้เกิดศึกใหญ่ขึ้น
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตำนานเทพปกรณัมกรีก | ตอนที่ 3 มหาสงครามไททันส์ (Titanomachy)
ตำนานเทพปกรณัมกรีกนั้น ถูกประพันธ์ขึ้นมามากมายในหลากหลายรูปแบบ หลายยุคสมัย ทำให้เรื่องราวในตำนานมีเนื้อหาที่แตกต่างกันไป ดังนั้นในบทความนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในตำนานทั้งหมด โดยเนื้อหาส่วนใหญ่อ้างอิงจากบทกวี กวีธีโอโกนี (Theogony) ของมหาปราชญ์เฮเซียด (Hesiod) จึงอาจจะมีเนื้อหาบางส่วนที่แตกต่างจากที่ผู้อ่านทราบมา
เรียบเรียง : monogatari
  • 5

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา