Nobody Knows - เพลงสากลเพลงใหม่ของ Stamp
เพลงที่เขาภูมิใจที่สุดในชีวิตการทำเพลง
เพลงจะว่าเศร้าก็ไม่เศร้า
เพราะมันทำให้เรา Move on
กดไปฟังกันก่อนนะคะ เพราะมาก 🥰
แล้วค่อยมาคุยการตีความเนื้อเพลงด้านล่างกันค่ะ👇
แสตมป์เล่าว่า เพลงนี้เป็นเพลงที่เขาภูมิใจที่สุดในชีวิตการทำเพลง ภูมิใจขนาดไหนน่ะเหรอคะ ก็ภูมิใจขั้นสุดขนาดที่ว่าทำเสร็จออกมาแล้วไม่ได้ต้องการโปรโมทมันสักเท่าไหร่ เพราะในใจรู้สึกเต็มอิ่มสมบูรณ์แล้ว ไม่ต้องการอะไรจากมันอีกแล้วน่ะสิคะ
ที่มาของเพลงนี้เกิดจากคุณบาส พูนพิริยะ ซึ่งเป็นเพื่อนของแสตมป์ กำลังมีโปรเจ็คทำหนังที่ หว่องกาไว เป็นโปรดิวเซอร์ ใช่แล้วค่ะ หว่องกาไว คนนั้นแหละค่ะที่ทำหนังอาร์ทในดวงใจใครต่อหลายคนมาหลายเรื่องแล้ว
ทีนี้คุณบาสและคุณหว่อง กำลังมองหาเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ทำอยู่ บาสก็เลยส่งอัลบั้มเพลงสากลที่แสตมป์เคยทำไว้เมื่อปี 2017 ไปให้กับคุณหว่องฟัง ทีนี้คุณหว่องฟังเพลง The Devil ที่แสตมป์เคยทำกับ Chistopher Chu แล้วเกิดชอบสไตล์นี้ บอกกับบาสว่า “I Think we found our guy” หลังจากนั้นก็เลยเคาะให้แสตมป์มาทำเพลงประกอบให้
แสตมป์ก็เลยเชิญ Chistopher Chu มาทำเพลงร่วมกันอีกครั้ง จึงออกมาเป็น Nobody Knows อย่างที่เราได้ฟังกันนี่แหละค่ะ
1
มาพูดถึงเนื้อเพลงกันบ้าง
โดยปกตินักประพันธ์วรรณกรรมส่วนใหญ่มักจะบอกว่า ไม่ต้องการอธิบายการตีความเนื้อเรื่องต่าง ๆ เพราะอยากให้ผู้อ่านเป็นคนตีความตามประสบการณ์ของตนเอง
บทเพลงก็คงไม่ต่างกัน
Nobody knows where all the years go
Our stories unfold
What a time, What a time,
What a time to be alive
5
นี่คือท่อนฮุกที่ไม่ใช่แค่ฟังติดหู
แต่ทะลวงเข้าไปติดในใจเลยทีเดียว
ขออนุญาตแปลแบบที่อาจจะไม่ตรงกับภาษาอังกฤษนัก
ไม่มีใครรู้ ไม่มีเลย ... ว่าแต่ละปีจะพัดพาเราไปที่ไหน
เรื่องราวชีวิตเราคือปริศนาและท้าทาย
ช่วงเวลาแบบนี้เลย ใช่แล้ว ช่วงเวลาแบบนี้
ที่ฉันอยากใช้ชีวิตและตื่นรู้
บทเพลงทั้งเพลงอาจจะพูดถึงการพบ การจาก ความเศร้า การเดินหน้าหรืออะไรก็แล้วแต่
แต่สำหรับท่อนฮุก ผู้เขียนฟังแล้วรู้สึกว่า
เฮ้ย!! ชีวิตมันก็แบบนี้จริง ๆ
เราแทบไม่รู้เลยว่าชีวิตจะพาเราไปที่ไหน
เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร
ซึ่งนี่แหละคือเหตุผลที่เราควรมีความสุขกับการใช้ชีวิต
เพราะมันคือความน่าตื่นเต้นและท้าทาย
ที่จะได้พบเห็นและเรียนรู้ว่า
อนาคตจะพาเราไปเจออะไรบ้าง
1
แล้วท่อนฮุกที่ร้องซ้ำ ๆ กันไปมาทั้งเพลงด้วยท่วงทำนองและเนื้อร้องที่จะว่าเร้าใจก็ไม่เชิง
แต่มันทำให้เรารู้สึกถึงแรงผลักให้ -ใช้ชีวิตไปสิ-
Live for today and own our mistake
Remember that all our cuts and scars
Revealed the way
5
มีชีวิตเพื่อวันนี้
และโอบกอดความผิดพลาดทุกอย่างเอาไว้
ทุกร่องรอยบาดแผล จะนำทางเราไปเอง
หลายครั้งที่มนุษย์ปฏิเสธที่จะยอมรับความผิดพลาดต่าง ๆ ในอดีต แต่ในความเป็นจริงแล้ว
สิ่งที่ทำให้เราเติบโตมากที่สุดก็คือความผิดพลาด เราอาจจะได้เรียนรู้จากความสำเร็จบ้าง
แต่ร่องรอยบาดแผลที่เกิดจากความผิดพลาดต่างหากที่จะฝังแน่นและทำให้เราหันกลับมามองตนเอง
อยู่เสมอ ๆ เพื่อจะสร้างตัวตนใหม่ไม่ให้ซ้ำรอยเดิม
ส่วนตัวรู้สึกว่าเพลงนี้ถ้าคนฟังอายุ 35 ขึ้นไปน่าจะฟังแล้วอินไปกันมันได้มากทีเดียว
ผู้แต่งน่าจะตกผลึกทางการใช้ชีวิตมาระดับหนึ่งแล้ว เนื้อเพลงเกือบทั้งหมดจึงแทบจะหมายถึง
การปลดปลง และ ปล่อยวาง
All the Faces flashing by
Said Hello we’ve said goodbye
May be we’ll meet up again in next life
No one said it’d be easy
เราต่างผ่านมาพบกันในระยะเวลาแสนสั้น
พบกันเพื่อ...จากลา
บางทีเราอาจจะได้พบกันใหม่ในชีวิตหน้า
นี่คือความจริง
ที่ไม่มีใครบอกว่าเราจะรับมือมันได้ง่าย ๆ
ฟังท่อนนี้แล้วนึกถึงเมื่อปีที่ผ่านมาของตัวเอง ความเศร้าที่เกิดจากการต้องเตรียมตัวบอกลาผู้ที่เป็นที่รัก
ที่เดินทางมาถึงช่วงปลายของชีวิต มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ต้องรับกับความจริงของชีวิตให้ได้
และคำปลอบใจที่ว่า May be we’ll meet up again in next life - เราอาจจะได้พบกันอีก
5
ไม่แปลกใจที่แสตมป์จะรู้สึกอิ่มเอมกับเพลงนี้เมื่อทำมันออกมาสำเร็จ เราซึ่งเป็นผู้ฟัง ก็อิ่มเอมเมื่อได้รับฟังเช่นกัน และก็ฟังซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบ มันช่วยให้เรารู้สึก Move on จากความรู้สึกต่าง ๆ ที่ Block เราไว้
เหมือนกับท่อนสุดท้ายของเพลง
Nobody knows
Where we’re heading to
Nobody knows
Who will win or lose
1
ไม่มีใครรู้ ... ว่าจุดจบของเราอยู่ตรงไหน
ไม่มีใครรู้ ... ว่าสุดท้ายใครจะชนะหรือแพ้พ่าย
ไม่มีใครรู้เลย
🔺เพลง Nobody knows ประกอบภาพยนตร์เรื่อง One for the road
Stamp - อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข
👉 นี่คือเพลง The Devil ที่พี่หว่องฟังแล้วชอบสไตล์ของ Stamp https://youtu.be/99ux7N2JZ8c
  • 25

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา