Review Portfolio Jitta Wealth by หนีดอย
หลัง 3 เดือนแรก : มกราคม 2022
3
📌สำหรับบทความนี้จะเป็นบทความแรกเลยก็ว่าได้ ที่ผมจะเขียนเป็นไดอารี่ รายงานการลงทุนหลังผ่านไปทุกๆ 3 เดือนว่า หน้าตาพอร์ทที่เราเลือกลงทุนผ่าน Thematic DIY : ETF ของ Jitta Wealth ผลจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง
1
📌หากใครอยากรู้ว่า ETF คืออะไร
ผมมีบทความที่เขียนไว้ก่อนหน้านี้
"รวมจุดเด่นของหุ้นและกองทุนรวม
กับการลงทุนผ่าน ETF By หนีดอย"
2
📌ในการลงทุนผ่าน Jitta Wealth นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายแบบ
ส่วนผมเลือกแบบ Thematic DIY โดยคัดมาทั้งหมด 4 ตีม (เราเลือกได้สูงสุด 5 ตีม) ประกอบด้วย
  • 1.
    IXJ : ลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น บริษัทยา และผู้ผลิตเครื่องมือการแพทย์ ผ่านกองทุน iShares Global Healthcare ETF
  • 2.
    IRBO : ลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของนวัตกรรมหุ่นยนต์และ AI ผ่านกองทุน iShares Robotics and Artificial Intelligence Multisector ETF
  • 3.
    FINX : ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเงินจากทั่วโลก ผ่านกองทุน Global X FinTech ETF
  • 4.
    KGRN : ลงทุนในหุ้นของบริษัทในประเทศจีน ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์หรือให้บริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานทางเลือก (Alternative Energy) การบริหารจัดการน้ำยั่งยืน (Sustainable Water) สิ่งปลูกสร้างประหยัดพลังงาน (Green Building) ผ่านกองทุน KraneShares MSCI China Clean Technology Index ETF
2
📌เหตุผลว่าทำไมเลือก 4 ตีมนี้
...ผมตั้งโจทย์ว่าการลงทุนต้องล้อไปกับ Megatrend ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ พลังงานสะอาด Fintech และ AI&Robotics แต่ก็อยากให้มีการกระจายในส่วนภูมิภาคและเชิงกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเลือก IXJ ซึ่งเป็นกลุ่ม Defensive ซึ่งไม่ค่อยผันผวนมากนักมาพยุงพอร์ท และ ส่วนที่ซิ่งๆ ที่เต็มไปด้วยความผันผวน แต่อนาคตกลุ่มนี้คงมาแน่ๆคือ IRBO กับ FINX
...ขณะที่เลือก KGRN เพราะหลังจากขายทิ้งกองทุนจีนที่เคยถือไว้ทั้งหมดหลังจากที่ทางการจีนประกาศห้ามให้มีโรงเรียนกวดวิชาเป็นธุรกิจหวังกำไร ประกอบกับการมีมาตรการคุมเข้มหุ้นบิ๊กเทคในจีน ก็มาพิจารณาดูว่า ยังมีกลุ่มไหนอีกบ้างที่หากเรายังอยากลงทุนในจีนแล้ว ทางการจีนดูจะยังสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล่านั้นอยู่ ไม่ถึงกับคุมเข้มงวดมากๆ ก็จะมีพลังงานสะอาด ที่พอเข้าเกณฑ์ เลยขอมีไว้เป็น 1 ใน 4 ขุนพลนี้ครับ
1
...ส่วนโควต้าอีกกองที่เลือกได้ตอนนี้ยังไม่มีครับ หากอนาคตมี ETF ใหม่ๆ เข้ามา หรือ ราคาบางกองย่อลงมาจนน่าสนใจ ก็อาจพิจารณาลงทุนเพิ่มอีกทีครับ
📌ผมมีทำรีวิวไว้ สำหรับ IXJ เผื่อใครสนใจอ่านเพิ่มเติม
กับ รีวิว ETF ตอนที่ 4 IXJ | by หนีดอย
2
📌สำหรับตีมอื่นๆ ผมจะทยอยเขียนบทความให้นะครับ มาดูในส่วนของพอร์ทผมต่อนะครับ โดยผมเข้าทางเวปไซต์ Jitta Wealth แล้ว Log in เข้าไปยังพอร์ทส่วนตัว ก็จะมีเมนูให้เลือก 3 หัวข้อ โดยส่วนแรกจะเป็น Overview ซึ่งจะบอกว่าตอนนี้ผลตอบแทนเป็นเท่าไหร่บ้าง มีให้เลือกตั้งแต่ 1 week, 1 month, 3 months, 6 months, 1 year, YTD และ เวลาก่อนหน้านี้ทั้งหมดที่ได้ลงทุนมา
📌ในส่วน All return = -15.24%
...ขณะที่ YTD return = -9.17%
NAV ณ 19 ม.ค. 2022 = 8.48 บาท
แรกเริ่มผมลงทุน 100,000 บาท และเห็นว่าราคาสินทรัพย์ปรับตัวลง
จึงโอนเงินเพิ่มอีก 10,000 บาท เข้าไปซื้อเพิ่ม (แต่เงินที่โอนไปยังไม่ได้ซื้อครับ)
ข้อมูล ณ วันที่ 20 ม.ค. 2022
📌 ส่วนถัดไปจะเป็น Asset Allocation
...โดยตอนแรกสินทรัพย์จะใกล้เคียงกันที่ราวๆ 25% ครับ ที่เริ่มลงทุน ต่อมาหลังจากนั้นจะเริ่มเห็นว่า กลุ่ม FINX ปรับตัวลงมาแรงที่สุด จาก 25% เหลือ 16.74% ในขณะที่ IXJ กับ KGRN ปรับตัวลงเล็กน้อยไม่ต่างจากทุนตั้งต้นเท่าไหร่ครับ
ข้อมูล ณ วันที่ 20 ม.ค. 2022
📌ส่วนสุดท้ายจะเป็น Timeline
...จาก Timeline จะเห็นว่า ตั้งแต่ Deposit เงินเข้าระบบนั้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค. และระบบทำการซื้อ ETF ให้ในวันที่ 19 ต.ค. และ 26 ต.ค. (ซื้อ 4 กอง ในวันที่ 19 ต.ค. และมาเก็บตกกองจีน อีกที 26 ต.ค.) ซึ่งถ้าดูจะเห็นช่วงเวลาที่ห่างกันราวๆ 1 สัปดาห์ ตั้งแต่ฝากเงินเข้า ยันซื้อจริงครับ ก่อนที่จะจบด้วยการ Sell จากระบบหรือ rebalance ด้วยการขาย IXJ กับ IRBO ออกมาบางส่วนเพื่อปรับสัดส่วน ต่อมาผมได้เติมเงินเข้าไปในระบบในวันที่ 17 ม.ค. 2022 เนื่องจากเห็นว่าตลาดมีการปรับฐานลงมา น่าทยอยเข้าเพิ่มนั่นเองครับ
ข้อมูล ณ วันที่ 20 ม.ค. 2022
📌มุมมองส่วนตัวในการลงทุนปีนี้กับทาง Jitta
...ปีนี้เปิดปีมา จะเห็นว่าเป็นปีที่มีความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจากทาง FED มากที่สุด สืบเนื่องจากรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสูงเป็นประวัติการณ์ เราเห็นหุ้นที่จะได้รับผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ย อย่างในกลุ่มหุ้นเติบโต โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ที่มีแรงเทขายออกมามาก ในขณะที่หุ้นเทคโนโลยีตัวใหญ่ๆชั้นนำ ยังคงถูกกดดันไม่มาก อาจจะเป็นเพราะบริษัทยักษ์ใหญ่นั้นมีกำไรแล้ว มีกระแสเงินสดมาก การขึ้นดอกเบี้ยแม้จะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นมา บริษัทก็ยังได้รับผลกระทบไม่มากเทียบกับบริษัทกลางหรือเล็กในตลาด
...ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้อยู่ ปีนี้อาจจะไม่ใช่ปีแห่งตลาดกระทิงในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ผมเลือกมา โดยเฉพาะ Fintech และ AI & Robotics กลับกันอาจจถูกกดดันจากการมีแรงเทขาย เพื่อสลับสินทรัพย์ (Asset allocation) ไปยังกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากภาวะเงินเฟ้อ หรือ ดอกเบี้ยขาขึ้น เช่น กลุ่ม Finance
...สำหรับในส่วนของ IXJ ก็จัดเป็นหุ้น Healthcare ที่อยู่ในกลุ่มหุ้น Defensive stocks โดยหุ้นกลุ่มนี้มักทำผลงานได้ดีในภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ช่วงก่อนหน้านี้เราเผชิญภาวะโควิด-19 ทำให้กลุ่มนี้ได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัคซีน หรือเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาด แต่สถานการณ์ในปีนี้ หากไม่มีอะไรเพิ่มเติม สถานการณ์ก็น่าจะคลี่คลาย ทำให้ราคาหุ้นไม่ร้อนแรงเหมือนก่อนหน้านี้แล้วก็เป็นได้ครับ
...ส่วน KGRN ที่เป็นกลุ่มพลังงานสะอาดในประเทศจีน หากเราพิจารณาดูจะเห็นว่านโยบายจากทางรัฐบาลค่อนข้างไปในแนวทางสนับสนุนมากกว่า มาตรการควบคุมเข้มงวดก็ยังมีไม่มากเท่าหุ้นเทคโนโลยี, อสังหาริมทรัพย์, และด้านสุขภาพ ผมคิดว่า KGRN จะถูกกดดันน้อยกว่าหุ้นเทคฝั่งอเมริกามาก และความสัมพันธ์กับนโนบายการขึ้นดอกเบี้ยของ FED น่าจะไม่กระทบเท่าไหร่
1
📌แผนการลงทุนใน Jitta Wealth
...เนื่องจากแผนการลงทุนของตัวผมเองเป็นการลงทุนระยะยาว ลงซื้อเพิ่ม ทยอยเติมตามการปรับฐานทุก 15-30% โดยประมาณ โดยวางแผนไว้ว่าจะเติมเงินครั้งละ 10,000 บาท ตามโควต้าขั้นต่ำ แต่หากสินทรัพย์มีการปรับตัวลงมามากๆ เช่น 40-60% อาจเพิ่มจำนวนเงินในแต่ละไม้ที่เติมเข้าไป เป็น 15,000-30,000 บาท โดยพยายามจะไม่ทุ่มเงินก้อนใหญ่ครับ เพราะอาจเงินหมดหน้าตักในวันที่สินทรัพย์ราคาลงไปอีก คงน่าเสียดายที่ไม่มีเงินเติมแล้ว อะไรแบบนั้นครับ
3
...ส่วนการเพิ่มหรือลด ETF ตอนนี้ยังไม่มีครับ รวมไปถึงการสลับกองอื่น ก็ยังไม่มีกองในใจ ไว้ติดตามนโยบายกับทางจีนอีกครั้ง ว่าแนวโน้มจะเป็นยังไงต่อไป หรือหากอินเดียกับเวียดนาม มีการปรับฐานครั้งใหญ่ ก็อาจพิจารณาเข้าลงทุนเพิ่มครับ
📌ดูกราฟและสถิติย้อนหลังของ 4 ETF ที่เลือกมา
จะเห็นว่า FINX กับ IRBO ปรับฐานเยอะที่สุด
ตามมาด้วย KGRN และ IXJ ตามลำดับ
3
กราฟรายสัปดาห์จาก Tradingview : FINX, IRBO, IXJ, และ KGRN ตามลำดับ : ข้อมูล ณ​ วันที่ 21 ม.ค. 2022
📌และนี่ก็เป็นการรีวิวพอร์ทครั้งแรกหลังการลงทุนมาได้ราวๆ 3 เดือนกับทาง Jitta Wealth ใน 3 เดือนถัดไป ช่วงเดือนเมษายนหน้านี้ ผมจะมารายงานพอร์ทอีกครั้งว่าผลตอบแทนจะเป็นอย่างไรบ้าง
💭หากใครสนใจลงทุนใน Jitta Wealth เพื่อรับโบนัสเครดิตค่าธรรมเนียม 100 บาท เพื่อนำมาเป็นส่วนลดค่าธรรมเนียม ไม่ว่าจะเป็น
1. ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการ 0.5% ต่อปี
2. ค่าธรรมเนียมตามผลกำไร 10% ของกำไร (เฉพาะโปรแกรม Jitta Ranking)
3. ค่าธรรมเนียมผู้รับฝากทรัพย์สิน 0.1% ต่อปี หรือ ขั้นต่ำ 80 บาทต่อเดือน
4. ไม่รวมค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ ค่าโอนเงินไปต่างประเทศ และ ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ถ้ามี
2
💭หมายเหตุ : เครดิตค่าธรรมเนียมสามารถใช้ได้จนครบมูลค่า ไม่มีวันหมดอายุ
คลิกได้เลยที่ Link : https://link.jittawealth.co/6votzlub7h
หรือคลิกที่รูปด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีลงทุน ก่อนวันที่ 25 ธ.ค. 2564
2
📌 ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน เป็นเพียงข้อมูลที่นำมาบอกเล่าเพื่อช่วยให้เห็นภาพการลงทุนเท่านั้น ในการลงทุนจริง ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดและความเสี่ยงต่างๆ เพื่อให้สามารถวางแผนการลงทุนได้บรรลุตามเป้าหมายของแต่ละคน
ติดตามหนีดอยได้ที่
📌Telegram - t.me/needoy
📌Line (openchat) - https://bit.ly/lineneedoy
📌Spotify : spoti.fi/2NLRVBK
📌Apple Podcast : apple.co/3pC8Gwh
โฆษณา