27 ก.พ. 2022 เวลา 15:06 • หนังสือ
เคยเป็นไหม? อยู่ดีๆ ก็ปิ๊งไอเดียบางอย่างออกมา ถ้าคุณไม่ทำอะไรต่อมันก็จะหายไป แต่ถ้าทำให้มันเกิดขึ้นจริง ไอเดียก็อาจสร้างเงินทองให้คุณได้ ซึ่งเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนไอเดียให้เกิดผลในทางปฏิบัติ มันก็คือ “จินตนาการ” ของคุณนั่นเอง
1
สรุปหนังสือ Think & Grow Rich ตอนที่ 5
ในสัปดาห์ที่แล้วแอดได้เล่าถึงขั้นตอนที่ 4 สู่ความร่ำรวยไปแล้ว นั่นก็คือ “ความรู้เฉพาะทาง” วันนี้แอดก็จะมาเล่าต่อถึงขั้นตอนที่ 5 ว่าด้วยเรื่องของ “จินตนการ” ค่ะ
เริ่มสงสัยกันแล้วใช่ไหมคะว่า จินตนาการ มาเกี่ยวอะไรกับเงินทอง แล้วจะสร้างความร่ำรวยให้เราได้จริงๆ หรอ?
งั้นเราไปหาคำตอบกันเลยดีกว่าค่ะ!!!
ฮิลล์บอกว่า...
จินตนาการเป็นแหล่งสร้างแผนการทุกอย่างที่เราสร้างสรรค์ขึ้น ด้วยการสนับสนุนจากจินตนาการแห่งความคิด จะทำให้พลังความคิดและปณิธานแปรเปลี่ยนแล้วเกิดผลในทางปฏิบัติตามมา
จินตนาการทำหน้าที่ 2 อย่าง
1.จินตนาการสังเคราะห์ (Synthetic imagination)
2.จินตนาการสร้างสรรค์ (Creative imagination)
ทั้งจินตนาการสังเคราะห์และจินตนาการสร้างสรรค์ต้องพร้อมที่จะใช้งาน หากไม่ค่อยได้ใช้งาน ความสามารถในการจินตนาการของคุณจะอ่อนแอ เหมือนกล้ามเนื้อหรือบางอวัยวะของร่างกายที่จะพัฒนาก็ต่อเมื่อเราได้ใช้งานมันบ่อยๆ
เป็นการรวบรวมเอาแนวคิดและไอเดียเก่าๆ มาผสมผสานกับแผนการเท่านั้น จินตนาการสังเคราะห์ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ เลย มันจะทำงานกับประสบการณ์ การศึกษา และการสังเกตเท่านั้น นักประดิษฐ์ส่วนใหญ่มันใช้จินตนาการแบบนี้
จงใช้จินตนาการสังเคราะห์ของคุณ
ฮิลล์บอกว่า...
1
ขั้นแรก เราต้องทำความเข้าใจกับพัฒนาของจินตนาการสังเคราะห์ก่อน มันเป็นความสามารถที่คุณต้องใช้บ่อยๆ ในการแปรเปลี่ยนปณิธานเป็นเงินทอง
การแปรเปลี่ยนพลังแห่งปณิธานที่จับต้องไม่ได้ให้เป็นเงินทองที่จับต้องได้ต้องอาศัยการวางแผน ในการวางแผนคุณจะต้องใช้จินตนาการ ซึ่งคุณจำเป็นที่จะต้องใช้จินตนาการสังเคราะห์ โดยดึงประสบการณ์ การศึกษา และการสังเกตของคุณมาใช้
ปณิธานเป็นความคิดประเภทหนึ่ง จินตนาการสังเคราะห์ที่มาจากประสบการณ์ การศึกษา และการสังเกต จะทำให้มันเปลี่ยนรูปแบบและเริ่มทำงาน ขณะที่คุณทำตามคำแนะนำโดยเขียนปณิธานและแผนการ นั่นหมายความว่า คุณได้เริ่มก้าวแรกในการเปลี่ยนความคิดให้เกิดผลเป็นรูปธรรมแล้ว
จินตนาการสร้างสรรค์จะทำให้จิตใจของมนุษย์ที่มีความจำกัดสามารถสื่อสารกับอัจฉริยภาพแห่งจักรวาลได้ เราได้ความสามารถนี้ผ่านรูปแบบของความสังหรณ์ใจและแรงบันดาลใจ
ด้วยความสามารถนี้เอง ทำให้จิตใจเรามีไอเดียพื้นฐานหรือไอเดียใหม่เกิดขึ้น ความสามารถนี้ยังทำให้เราสามารถรับคลื่นความคิดจากผู้อื่น ด้วยวิธีนี้ทำให้ผู้ใดผู้หนึ่งสามารถปรับเข้าหาหรือสื่อสารกับจิตใต้สำนึกของผู้อื่นได้
จินตนาการสร้างสรรค์ทำงานแบบอัตโนมัติ เพียงแค่คุณต้องสร้างแรงจูงใจให้กับจิตสำนึก ให้พลัง และกระตุ้นให้มันทำงาน มันจะไวต่อการรับรู้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อจิตสำนึกถูกกระตุ้นด้วยอารมณ์แห่งปณิธานอันแรงกล้า
ผู้นำธุรกิจ นักอุตสาหกรรม นักการเงินผู้ยิ่งใหญ่ รวมไปถึงศิลปิน นักดนตรี กวี นักเขียน สร้างความยิ่งใหญ่ได้เพราะเขาได้พัฒนาความสามารถแห่งความคิดสร้างสรรค์
ฮิลล์บอกว่า...
โลกที่คุณอาศัยอยู่นี้ ตัวคุณเองและสิ่งต่างๆ รอบตัวล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากการวิวัฒนาการด้วยการเปลี่ยนแปลงตามลำดับขั้นทีละเล็กละน้อย
วงการวิทยาศาสตร์สามารถกำหนดว่า ทุกๆ สิ่งจักรวาลประกอบด้วย 4 สิ่งนี้เท่านั้นคือ เวลา อวกาศ สสาร และพลังงาน
ข้อความต่อไปนี้มีความสำคัญมากคือ...
โลกใบนี้และร่างกายของมนุษย์ทุกคนที่ประกอบด้วยเซลล์นับพันล้านเซลล์รวมไปถึงทุกอณูของสสารที่เล็กกว่าอะตอม ล้วนเริ่มต้นมาจากรูปแบบของพลังงานซึ่งจับต้องไม่ได้ มีการรวมตัวกันของพลังงานและสสาร จึงเกิดมีทุกๆ สิ่งที่เราจับต้องได้ ตั้งแต่ดวงดาวที่ใหญ่ที่สุดในอวกาศไปจนถึงตัวมนุษย์เราเอง
ปณิธานเป็นพลังความคิด พลังความคิดก็เป็นรูปแบบหนึ่งของพลังงาน เมื่อคุณเริ่มใช้พลังความคิดแห่งปณิธานเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทอง คุณกำลังทำเช่นเดียวกับที่ธรรมชาติสรรค์สร้างสรรพสิ่งบนโลก และเช่นเดียวกับทุกสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นในจักรวาลนี้ รวมไปถึงร่างกายและสมองของคุณซึ่งเป็นแหล่งของพลังงานความคิด
2
ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับไอเดียที่ได้สร้างความมั่งคั่งอันยิ่งใหญ่ ฮิลล์หวังว่าเรื่องราวนี้จะแสดงให้เราเห็นว่า จินตนาการมีบทบาทสำคัญอย่างไรในการเปลี่ยนไอเดียเป็นความสำเร็จ
ในปลายปี ค.ศ. 1880 หมอบ้านนอกวัยชราคนหนึ่งได้ขี่ม้าเข้าไปในเมืองแล้วเร่งรีบเข้าไปประตูหลังของร้านขายยา เพื่อต่อรองอะไรบางอย่างกับชายหนุ่มซึ่งเป็นคนขายยา
หมอชราใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงพูดคุยกับคนขายหลังเคาร์เตอร์ แล้วเขาก็ออกจากร้านไป และกลับมาพร้อมกับหม้อรุ่นโบราณใบใหญ่ มีไม้พายอันใหญ่สำหรับกวาดเอาสิ่งที่บรรจุไว้ออกจากหม้อ เขาฝากมันไว้ด้านหลังร้าน คนขายตรวจตราหม้ออีกครั้ง แล้วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหยิบเงินม้วนหนึ่งออกมาแล้วยื่นส่งให้หมอผู้นั้น เงินก้อนนั้นเป็นจำนวนเงินราว 500 ดอลลาร์ มันคือเงินออมทั้งหมดที่เขาสะสมไว้
หมอยื่นแผ่นกระดาษเล็กๆ ที่เขียนสูตรลับเอาไว้ ข้อความในเศษกระดาษนั้นมีค่ามหาศาล แต่ไม่ใช่สำหรับหมอคนนั้น ข้อความนั้นจำเป็นสำหรับการเริ่มต้นใช้หม้อต้มใบนั้น ทั้งหมอชราและคนขายยาหนุ่มน้อยต่างก็ไม่รู้ว่าความมั่งคั่งร่ำรวยมหาศาลกำลังจะหลั่งไหลออกมาจากหม้อใบนั้น
1
หมอชราดีใจที่สามารถขายของใช้ได้ราคาถึง 500 ดอลลาร์ คนขายยาได้ใช้เงินเก็บที่รวบรวมมาเกือบตลอดชีวิตเพียงเพื่อซื้อเศษกระดาษและหม้อเก่าๆ ใบหนึ่ง เขาไม่เคยคิดฝันว่าการลงทุนครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของหม้อใบหนึ่ง ซึ่งจะให้สินทรัพย์เป็นทองคำเหมือนกับตะเกียงของอาละดิน
สิ่งที่คนขายยาจ่ายไปก็คือไอเดียนั่นเอง!
หม้อเก่าๆ ไม้พาย ข้อความลับที่อยู่ในเศษกระดาษ ดูเป็นเรื่องธรรมดาๆ แต่ความมหัศจรรย์ของหม้อนั้น เริ่มต้นหลังจากที่เจ้าของคนใหม่ได้ผสมเคล็ดลับของส่วนผสมซึ่งหมอคนนั้นไม่รู้
โปรดสังเกตว่าไอเดียสามารถสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยได้ และมันได้จ่ายความมั่งคั่งร่ำรวยไปให้ผู้คนทั่วโลกนับล้านๆ คนที่เกี่ยวข้องกับหม้อใบนั้น
ปัจจุบันหม้อเก่าๆ ใบนั้นเป็นผู้บริโภคน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดของโลก สร้างงานปลูกอ้อยให้กับผู้คนนับพัน และเปิดตลาดน้ำตาลให้กว้างออกไป
หม้อเก่าๆ ใบนั้นใช้ขวดแก้วนับล้านใบต่อปี ทั้งขวดพลาสติกและกระป๋อง สร้างงานให้กับผู้คนมากมาย
หม้อเก่าๆ ใบนั้นยังสร้างงานให้กับพนักงาน เสมียนพิมพ์ดีด นักโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปทุกประเทศทั่วโลก มันสร้างชื่อเสียงและโชคลาภให้ศิลปินที่สร้างสรรค์ภาพโฆษณาผลิตภัณฑ์
หม้อเก่าๆ นี้เปลี่ยนแอตแลนตาซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ให้กลายเป็นเมืองธุรกิจชั้นนำ และสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจและผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้
ปัจจุบันอิทธิพลจากไอเดียนี้ได้สร้างผลกำไรให้แก่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทำให้กระแสแห่งเงินทองหลั่งไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ทองคำจากหม้อใบนี้ยังได้สนับสนุนวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางตอนใต้ ช่วยฝึกอบรมและสร้างความสำเร็จให้กับหนุ่มสาวนับพันคน
ถ้าผลิตภัณฑ์จากหม้อใบนี้พูดได้ มันจะบอกเล่าเรื่องราวด้วยทุกภาษา บอกเล่าเกี่ยวกับความรัก ธุรกิจ และอาชีพทั้งชายหญิงที่ได้รับแรงกระตุ้นจากมัน
นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวความรักโรแมนติกซ่อนอยู่ด้วย ฮิลล์บอกว่าเนื่องจากตัวเขาเองก็มีส่วนร่วมอยู่ด้วย เรื่องนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่นานนัก หลังจากที่คนขายยาได้จ่ายเงินซื้อหม้อเก่าๆ ใบนั้น ตอนนั้นฮิลล์บอกว่าเขาได้พับกับภรรยาของเขา และเธอเป็นคนเล่าเรื่องหม้อมหัศจรรย์นี้ให้เขาฟังเป็นครั้งแรก นอกจากนั้นวันที่ฮิลล์ขอเธอแต่งงาน เขาและภรรยาก็กำลังดื่มผลิตภัณฑ์จากหม้อนั้น
ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน หรือทำงานอะไร จงจำไว้ว่าทุกๆ ครั้งที่คุณเห็นคำว่า “โคคา-โคล่า” นั่นเป็นความมั่งค่ำร่ำรวยที่งอกงามมาจากไอเดียหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญที่คนขายขา เอซา แคนด์เลอร์ ได้ผสมลงไปในสูตรลับนั้น ก็คือ...จินตนาการนั่นเอง
โปรดนึกไว้เสมอว่า ขั้นตอนสู่ความร่ำรวยที่ได้อธิบายในหนังสือเล่มนี้คือหลักการเดียวกันกับที่โคคา-โคล่าใช้เพื่อขยายอิทธิพลไปสู่ทุกเมือง ทุกหมู่บ้านทั่วทุกมุมโลก
ถึงตรงนี้สิ่งสำคัญที่ต้องจดจำไว้ก็คือ ไอเดียที่คุณสร้างสรรค์ขึ้นมาก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้เหมือนเครื่องดื่มดับกระหายระดับโลกนี้เช่นเดียวกัน
ฮิลล์บอกกับเราว่า...
ถ้าคุณเป็นคนที่เชื่อว่า การทำงานหนักและซื่อสัตย์อย่างเดียวจะทำให้ร่ำรวยได้ล่ะก็ ลืมไปได้เลยเพราะมันไม่เป็นความจริง ความมั่งคั่งร่ำรวยไม่ได้มาจากการทำงานหนักเพียงอย่างเดียว ความมั่งคั่งรำ่รวยจะตอบสนองต่อความต้องการที่ชัดเจน ด้วยการนำหลักการไประยุกต์ใช้ ไม่ใช่เพราะความบังเอิญหรือเพราะโชคช่วย
กล่าวโดยทั่วๆ ไป ไอเดียคือ ความคิดชนิดหนึ่งที่พร้อมจะให้คุณนำไปลงมือปฏิบัติ เนื่องจากมันได้ดึงดูดจินตนาการของคุณเข้ามา
ไอเดียดีๆ ไม่มีราคาที่ตายตัว ผู้สร้างสรรค์ไอเดียต้องตั้งราคาด้วยตัวเองหากเขาเก่งพอก็จะได้มันมาเอง เรื่องราวแห่งความมั่งคั่งร่ำรวยมักเริ่มจากคนที่สร้างสรรค์ไอเดียขึ้นมาพบกับคนที่ขายไอเดีย แล้วทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ไอเดียเป็นพลังที่จับต้องไม่ได้ แต่ทรงพลังมากกว่าสมองซึ่งเป็นต้นกำเนิดของมันเสียอีก ไอเดียจะมีพลังเป็นอมตะนิรันดรกาล แม้ว่าสมองซึ่งสรรค์สร้างมันจะสูญสลายไปแล้ว
อ่านจบแล้วเป็นยังไงบ้างคะ?
หลังจากนี้ หากคุณบังเอิญปิ๊งไอเดียดีๆ ก็อย่าลืมจดไว้นะคะ
ใครจะรู้ว่าหากคุณได้วางแผน รวบรวบพลังความคิดและจินตนาการของคุณเข้าไป เปลี่ยนจากสิ่งที่จับต้องไม่ได้ให้มันเกิดเป็นสิ่งที่จับต้องขึ้นมาได้จริงๆ มันอาจสร้างรายได้ให้กับคุณก็ได้ค่ะ
โฆษณา