1 มี.ค. 2022 เวลา 04:14 • การเมือง
ทำไม วลาดิมีร์ ปูติน ถึงแพ้สงครามครั้งนี้ไปเรียบร้อยแล้ว?
3
โดย ยูวัล โนอาห์ แฮรารี, 28/02/2022
นักประวัติศาสตร์ ผู้เขียนเรื่อง Sapiens: A Brief History of Humankind (แปลไทยในชื่อ เซเปียนส์ ประวัติย่อมนุษยชาติ, สนพ.ยิปซี)
1
ที่มา https://en.wikipedia.org/wiki/Ukraine
แม้พวกรัสเซียอาจจะยังชนะยูเครนอยู่ก็ตาม แต่ชาวยูเครนได้แสดงให้เห็นในไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า พวกเขาจะไม่ยอมปล่อยให้พวกนั้นยึดครองได้
สงครามที่ผ่านมายังไม่ถึงสัปดาห์ดีนี้ ดูเหมือนจะมีความเป็นไปได้มากขึ้นว่า วลาดิมีร์ ปูตูน จะมุ่งหน้าสู่ความปราชัยทางประวัติศาสตร์ เขาอาจจะชนะทุกการสู้รบ แต่ยังจะคงต้องแพ้ในสงคราม
1
ความฝันของปูตินในการสร้างจักรวรรดิรัสเซียใช้คำโกหกที่ว่า ยูเครนหาใช้ประเทศที่แท้จริง ชาวยูเครนไม่ได้มีอยู่จริง และผู้อาศัยอยู่ในกรุงเคียฟ (Kyiv) คาร์คีฟ (Kharkiv) และแอลวีฟ (Lviv) ต้องการการปกครองโดยมอสโก ที่ว่ามานั้นเป็นคำโป้ปดทั้งสิ้น – ยูเครนเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี และเคียฟก็เป็นมหานครสำคัญ ตั้งแต่มอสโกยังไม่ได้เป็นแม้แต่หมูบ้านด้วยซ้ำ แต่ผู้กดขี่ชาวรัสเซียกล่าวเรื่องโป้ปดนี้บ่อยครั้งยิ่ง จนเห็นได้ชัดว่าเขาเองก็เริ่มเชื่อเรื่องโป้ปดนี้ไปแล้ว
ในการวางแผนรุกรานยูเครนนั้น ปูตินอาศัยข้อเท็จจริงที่รู้กันดีจำนวนมาก เขารู้ว่ากองทหารรัสเซียใหญ่โตกว่าของยูเครนมาก เขารู้ว่านาโต้จะไม่ส่งกองทหารเข้าไปช่วยยูเครนแน่ เขารู้ว่าพวกยุโรปต้องพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากรัสเซีย ซึ่งทำให้ประเทศต่างๆ ดังเช่น เยอรมนี ลังเลจะตั้งแง่เข้าแทรกแซงอย่างเฉียบขาด
ด้วยข้อเท็จจริงที่รู้กันดีเหล่านี้ แผนของเขาก็คือ การเข้าโจมตียูเครนอย่างหนักหน่วงและรวดเร็ว, ล้มล้างรัฐบาล, ตั้งระบอบหุ่นเชิดขึ้นในเคียฟ และรับมือการแทรกแซงจากชาติตะวันตก
1
แต่ยังมีเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งในแผนนี้ที่ไม่แน่ชัด แบบเดียวกับที่คนอเมริกันเรียนรู้จากกรณีอิรัก และโซเวียตเรียนรู้จากกรณีอัฟกานิสถาน นั่นคือ การต่อสู้ให้ได้ชัยชนะนั้นง่ายดายกว่าการยึดครองเอาไว้มาก
3
ปูตินรู้ดีว่าเขามีพลังอำนาจจะเอาชัยเหนือยูเครนได้ แต่ชาวยูเครนจะยอมรับระบอบหุ่นเชิดของมอสโกแน่หรือ?
1
ปูตินวางเดิมพันว่าชาวยูเครนจะยินยอม แต่เหนืออื่นใด เขาพร่ำอธิบายกับคนที่ยังคงยอมรับฟังเขาอยู่ว่า ยูเครนไม่ได้เป็นประเทศที่แท้จริง และชาวยูเครนก็ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง ในปี 2014 ผู้คนในไครเมียแทบจะไม่อาจต้านทานใดๆ กับผู้บุกรุกชาวรัสเซียได้เลย ทำไมการบุกรุกในปี 2022 จึงจะต่างออกไปล่ะ?
1
เมื่อแต่ละวันผ่านไป ก็ยิ่งเห็นได้ชัดขึ้นว่า การวางเดิมพันของปูตินผิดพลาด ชาวยูเครนต่อต้านจนสุดใจและได้รับความชื่นชมจากผู้คนทั่วโลก และกำลังได้ชัยในสงคราม มีวันเวลาอันมืดมนอีกมากที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า
2
แม้ชาวรัสเซียอาจจะเข้ายึดครองยูเครนทั้งประเทศได้สำเร็จได้ก็ตาม แต่การจะเอาชนะสงครามได้นั้น ชาวรัสเซียจะต้องยึดครองยูเครนเอาไว้ให้ได้ และพวกเขาจะทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อชาวยูเครนยอมให้ทำเช่นนั้นเท่านั้น
3
เรื่องนี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ
รถถังรัสเซียทุกคันที่โดนทำลาย และทหารรัสเซียทุกคนที่โดนสังหาร ช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจชาวยูเครนให้ต่อต้านมากยิ่งขึ้น ชาวยูเครนทุกคนที่โดนสังหารก็ทำให้ความเกลียดชังต่อผู้รุกรานเข้ากระดูกดำยิ่งขึ้น
4
ความเกลียดชังเป็นอารมณ์ที่อัปลักษณ์ที่สุด แต่สำหรับกับประเทศฝ่ายตรงข้ามแล้ว ความเกลียดชังเป็นสมบัติอันซ่อนเร้น เมื่อมันฝังลึกเข้าไปในหัวใจเสียแล้ว ก็ย่อมทำให้การต่อต้านดำรงอยู่นานนับชั่วรุ่น
6
การจะก่อตั้งจักรวรรดิรัสเซียขึ้นได้อีกครั้งนั้น ปูตินจำเป็นต้องได้ชัยชนะที่โดยเปรียบเทียบแล้วอาจจะถือว่าไร้การเลือดตกยางออก ซึ่งจะนำไปสู่การยึดครองที่โดยเปรียบเทียบแล้วถือว่าปราศจากความเกลียดชัง แต่การหลั่งเลือดของชาวยูเครนยิ่งเกิดขึ้นมากเท่าไหร่ ปูตินก็ยิ่งมั่นใจได้เลยว่า ความฝันของเขาจะไม่มีวันเป็นจริงได้
3
ชื่อที่จะเขียนบนมรณบัตรของจักรวรรดิรัสเซีย
จะไม่ใช่ มิคาอิล กอร์บาชอฟ แต่จะเป็น ปูติน
2
กอร์บาชอฟจากไป โดยชาวรัสเซียและชาวยูเครนรู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นดังพี่น้อง แต่ปูตินเปลี่ยนพวกเขาให้กลายมาเป็นศัตรู และแน่ใจได้เลยว่า นับจากนี้ชนชาติยูเครนจะนิยามตัวเองว่า เป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัสเซีย
ถึงที่สุดแล้ว ประเทศชาติสร้างขึ้นจากเรื่องราวเล่าขาน แต่ละวันที่ผ่านไป เพิ่มเติมเรื่องราวที่ชาวยูเครนจะเล่าขาน ไม่เพียงแต่วันอันมืดมนที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า แต่จะยังเล่าขานกันต่อไปนับทศวรรษและหลายชั่วรุ่นข้างหน้า
2
ประธานาธิบดีผู้ปฏิเสธจะบินหนีออกจากเมืองหลวง กล่าวกับสหรัฐว่าที่เขาต้องการคือ กระสุนที่จะใช้สู้รบ ไม่ใช่ยานพาหนะเพื่อหลบหนี; เหล่าทหารจากเกาะสเนกประกาศก้องในสงครามกับชาวรัสเซียว่า “พวกเอ็งจงไสหัวไป”; พลเรือนผู้พยายามหยุดรถดังรัสเซียด้วยการนั่งขวางทาง เรื่องพวกนี้นี่เองที่ใช้สร้างชาติขึ้นมา
5
ในระยะยาวแล้ว เรื่องราวเหล่านี้จะสำคัญยิ่งไปกว่ารถถัง
1
ชาวรัสเซียผู้กดขี่เองก็ควรจะรู้เรื่องราวเหล่านี้ดีไม่แพ้ผู้ใด พวกเขาเป็นเด็กที่โตขึ้นมากับการซึมซับเรื่องราวเกี่ยวกับความโหดร้ายของชาวเยอรมัน และความกล้าหาญของชาวรัสเซียในการสู้รบเพื่อยึดเมืองเลนินกราด
ถึงตอนนี้เขาเองก็กำลังสร้างเรื่องราวทำนองเดียวกันนี้
แต่กลับแสดงบทบาทเป็นฮิตเลอร์เสียเอง
1
เรื่องราวความกล้าหาญของชาวยูเครน ไม่เพียงแต่จะแสดงให้เห็นความแน่วแน่กับชาวยูเครนด้วยกันเท่านั้น แต่ยังแสดงให้โลกทั้งโลกเห็นด้วย พวกเขาได้มอบความกล้าหาญให้กับรัฐบาลของชาติยุโรปชาติต่างๆ, ให้กับการบริหารจัดการโดยสหรัฐ, และแม้แต่กับพลเมืองรัสเซียที่ไม่เห็นด้วย
1
หากชาวยูเครนกล้าที่จะหยุดรถถังด้วยเพียงมือเปล่าๆ รัฐบาลเยอรมันก็ควรกล้าหาญพอจะมอบจรวดต่อต้านรถดังให้กับพวกเขา, รัฐบาลสหรัฐก็ควรจะกล้าหาญพอจะตัดรัสเซียออกจากสวิฟต์ และพลเมืองชาวรัสเซียก็ควรจะกล้าหาญพอที่จะแสดงให้เห็นว่า พวกเขาไม่เห็นด้วยกับสงครามที่ไม่สมเหตุสมผลนี้
3
เราทุกคนได้รับแรงบันดาลในเรื่องความกล้าหาญจะทำอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน, การต้อนรับผู้อพยพ, หรือการช่วยเหลือการต่อสู้บนออนไลน์
สงครามในยูเครนจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของโลกโดยรวม
หากทรราชและความก้าวร้าวเป็นฝ่ายชนะ เราจะได้รับความทุกข์ยากเป็นผลลัพธ์ ไม่มีเหตุผลใดที่จะทำตัวเป็นแค่ผู้สังเกตการณ์ ถึงเวลาที่จะต้องยืนขึ้นและร่วมต่อต้าน
3
น่าเสียดายที่สงครามครั้งนี้ มีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อ โดยมีรูปแบบแตกต่างกัน ซึ่งอาจกินเวลายาวนานหลายปี แต่เรื่องสำคัญที่สุดได้ตัดสินกันไปเรียบร้อยแล้ว ไม่กี่วันที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้โลกทั้งดวงเห็นแล้วว่า ยูเครนเป็นประเทศอย่างจริงแท้แน่นอน ชาวยูเครนก็เป็นคนผู้มีตัวตนอย่างจริงแท้แน่นอน และพวกเขาก็ไม่ได้ต้องการจะใช้ชีวิตอยู่ภายใต้จักรวรรดิรัสเซียใหม่
3
คำถามสำคัญที่ยังไม่ได้ตอบก็คือ อีกนานเพียงใดที่ข้อความนี้จะทะลุผ่านกำแพงหนาของเครมลิน
บทความนี้แปลมาจาก Why Vladimir Putin has already lost this war by Yuval Noah Harari
2
สามารถอ่านต้นฉบับ และสนับสนุนสำนักข่าวได้ตาม link นี้

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา