มันไม่ใช่ ขนมหวาน! เปิดตำนาน "จั้มบ๊ะ" งานวัด ในยุคคุณปู่ยังหนุ่มๆ
6
คนรุ่นนี้คงไม่คุ้นกับคำนี้และไม่เคยพบเจอแน่นอน ถ้าไปค้นหาคำว่า "จั้มบ๊ะ" ใน google ก็จะเจอสิ่งนี้แทน จั้มบ๊ะ รสนมเย็น คล้ายๆน้ำแข็งใส วัฒนธรรมการกินน้ำแข็งไสของคนไทย อะไรทำนองนี้
จั้มบ๊ะ รสนมเย็น คล้ายๆน้ำแข็งใสcr :https://www.wongnai.com
ความบันเทิง มหรสพ การแสดง ต่างๆ อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน เพื่อความผ่อนคลาย สร้างความสุข สดใส ร่าเริงทั้งกายและใจ ให้สารเอ็นโดรฟิน สารแห่งความสุขได้หลั่งออกมาลดโรคภัย อายุยืนไปได้
ยิ่งสำหรับชายหนุ่ม หนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ พลาดไม่ได้ ที่ต้องคู่กับสาวสวย ยิ่งนุ่งน้อยห่มน้อย มาอวดสายตา ยิ่งกระชุ่มกระชวย ซึ่งสิ่งหล่านี้มีนานกว่า 100 ปีแล้ว
กับ "จั้มบ๊ะ" หรือชื่อเต็มๆ ก็คือ "ระบำจ้ำบ๊ะ" เป็นจุดเริ่มต้นของมหรสพใหม่ ๆ ที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ ให้ชายหนุ่มยุคนั้นได้มากมาย เริ่มต้นด้วย “ระบำเปลือยกาย” หรือหรือ​ “ระบำโป๊” ในศวรรษที่ 2470-2480
นางระบำ ปี พ.ศ. 2474 cr: silpa-mag.com
โดยให้บรรดาผู้หญิงมาเปลือยกาย ทั้งเนื้อทั้งตัวนั้นจะปิดแค่ส่วนหัวนมและอวัยวะเพศ ซึ่งบางครั้งในส่วนอวัยวะเพศก็ใช้แค่ใบตองมาปิดแทน แล้วออกมาเต้นระบำ
ถัดมาในช่วง พ.ศ. 2476 เกิดระบำโป๊ในสังคมไทยที่ได้รับอิทธิพลของทางตะวันตก โดยจะมีระบำโป๊ของคณะนายหรั่ง คณะหนึ่ง ตั้งชื่อว่า “ระบำจ้ำบ๊ะ”
จะมีการแสดงอย่างหนึ่งเป็นที่นิยมกันแพร่หลาย เรียกกันสั้นๆ ว่า “จ้ำบ๊ะ” จะมีในงานวัดทั่วไปทุกงาน แม้แต่งานภูเขาทอง ซึ่งเป็นงานใหญ่ของปี ก็ยังมีจ้ำบ๊ะอยู่หลายโรง
ซึ่งเปิดแสดงเป็นครั้งแรกในงานออกร้านที่วัดชนะสงคราม เก็บค่าเข้าชมคนละ 1 บาท แต่ในที่สุดก็ต้องยุบหายไปเพราะโดนตำรวจจับ
การแสดงระบำแบบจ้ำบ๊ะ ไม่ต้องใช้ศิลปะใดๆ ผู้แสดงหน้าตาก็ดูจะหาสวยยาก นุ่งผ้าสั้นๆไม่ใส่ชั้นใน ออกมาเต้นหน้าเวทีให้คนดูที่นั่งต่ำกว่าเห็นวับๆแวมๆ พอได้จังหวะก็เปิดให้เห็นอย่างอล่างฉ่าง
ทำให้คนที่อยากเห็นของดีที่มีอยู่ทั่วไป แต่หาดูยาก พากันเฮกันลั่น แต่ที่เห็นกันอย่างเต็มตานั้น ก็ไม่ได้เห็นของจริงอย่างจะแจ้ง ส่วนมากจะพอกแป้งหรือดินสอพองไว้จนขาวโพลน แต่ก็พออาศัยทำให้ตื่นเต้นได้
โรงระบำจ้ำบ๊ะจึงมีแต่ผู้ชายเป็นคนดู และมี 2 เวที เวทีหนึ่งเป็นเวทีการแสดงอยู่ในโรง ที่ต้องเสียเงินเข้าไปดู มีเก้าอี้สำหรับคนดูตั้งเป็นแถวๆ บางโรงก็ไม่มีเก้าอี้ ให้ยืนดูกันก็ไม่มีใครรังเกียจ อีกเวทีหนึ่งอยู่หน้าโรง
สำหรับโฆษกออกไปประกาศเชิญชวนคนดู และพูดเหมือนนักเลือกตั้งสมัยนี้ไม่มีผิด โฆษณาว่าผู้หญิงที่จะมาเปิดให้ดูนั้นล้วนแต่สาว ขาว สวย อวบอั๋น ซึ่งเป็นรสนิยมของยุคนั้น แต่กลับหาความจริงไม่ได้ ส่วนใหญ่มักเป็นแม่ลูกอ่อนหรือเด็กๆ
คนที่ชอบดูจ้ำบ๊ะจะมีอาแป๊ะแก่ๆเป็นแฟนอยู่ไม่น้อย โฆษกจึงมักโฆษณาเป็นภาษาจีนด้วย ยังจำได้อยู่ประโยคหนึ่งที่ว่า“ชีชีแปะแป๊ะ เจ้กนั้งเจ้กพวด” และก่อนการแสดงแต่ละรอบ จะมีคนออกไปเต้นเป็นหนังตัวอย่างบนเวทีหน้าโรง
ทิ้งท้ายด้วยการ“เปิดหวอ”ล่อคนดู พอการโชว์ช่วงนี้จบ ตนดูก็จะตามเป็นขบวนเข้าไปในโรง การแสดงรอบนั้นจึงเริ่มขึ้น
ค่าดูจ้ำบ๊ะคนละ 1-2 บาท แม้ผู้หญิงที่แสดงจะหาหน้าตาสวยยาก แต่ก็มีคนนิยมดูกันไม่น้อย เพราะไม่ได้เข้าไปดูหน้า จ้ำบ๊ะจึงระบาดไปทั่วทั้งงานเล็กงานใหญ่ ตั้งแต่งานฉลองรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นงานใหญ่ที่สุดในรอบปี จนถึงงานวัดทั่วไปก็ต้องมีจ้ำบ๊ะ
ไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นคนริเริ่มจัดแสดงจ้ำบ๊ะขึ้นก่อน แต่ก็คาดว่าคงไม่พ้นไปจาก 2 คนนี้ คือ นายหรั่ง เรืองนาม ซึ่งเป็นเจ้าของคณะ “ระบำมหาเสน่ห์” ที่โด่งดังของยุคนั้น เปิดแสดงที่ 9 ชั้นเยาวราชก่อน
ตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงย้ายมาเปิดวิกที่ตลาดบำเพ็ญบุญ ตรงข้ามศาลาเฉลิมกรุง ส่วนอีกคนก็คือ นายเปรื่อง เรืองเดช ซึ่งเป็นราชาระบำโป๊ยุคนั้นเช่นกัน
นสพ.สยามนิกร ฉบับปี 2495 รายงานไว้ว่า ในงานฉลองรัฐธรรมนูญปีนั้นซึ่งจัดอย่างยิ่งใหญ่ที่สนามหลวง มีจ้ำบ๊ะถึง 4-5 โรง ส่วนใหญ่เป็นของนายเปรื่อง เรืองเดช เหมาเป็นราชาจ้ำบ๊ะ
จ้ำบ๊ะได้รับความนิยมมากในยุคนั้น แม้แต่โรงงิ้วเยาวราชก็หันมาเปิดแสดงจ้ำบ๊ะ งานวัดทั้งหลายก็ไม่ยอมขาดจ้ำบ๊ะ พระเณรพลอยได้เห็นหนังตัวอย่างที่เต้นล่อคนอยู่หน้าโรงไปด้วย
ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นทุกที สภาวัฒนธรรมได้ขอร้องให้สถานีวิทยุต่างๆนำเพลงที่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยมาเปิด เพื่อรณรงค์ต่อต้านจ้ำบ๊ะ ในที่สุดจ้ำบ๊ะก็เป็นของต้องห้าม ถูกสั่งให้เลิกโดยเด็ดขาด
จ้ำบ๊ะหายจากสังคมไทยไปนาน จนคนรุ่นใหม่ไม่รู้จักจ้ำบ๊ะ ปัจจุบันมีการแสดงในลีลาแปลกๆจากต่างประเทศเข้ามา เช่น ในชื่ออะโกโก้ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการเต้นในทศวรรษที่ 2500 หรือในสมัยสงครามเย็นและสงครามเวียดนาม
ถัดมาก็จะเป็น โคโยตี้ กับการเต้นประกอบเพลงแดนส์สุดเร้าใจ ด้วยลีลายั่วยวนใจ
อะโกโก้ cr: nationtv.tv/
ซึ่งมีเปิดแสดงกันหลายๆที่ ในเมืองท่องเที่ยวดั่งท่อนหนึ่งของเพลง คาราบาว "Tom Tom where you go last night? I love thailand I like Patpong."
มีการลักลอบเปิดบริการในลักษณะเต้นโชว์เปลือยแบบลามก โดยมีหญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี แน่นอนผิดกฎหมายหลายกระทง
1
ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่รู้จัก “จ้ำบ๊ะ” ในอีกรูปแบบ ที่เป็นของขนมหวานดับร้อนชื่นใจ ทำด้วยน้ำแข็งไส โปะไปบนขนมปังหรือปาท่องโก๋ที่หั่นเป็นชิ้นพอคำ แล้วราดด้วยน้ำหวาน

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
6ถูกใจ
6แชร์
5.3Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ไม่เคยคิดว่ารอยยิ้มของคนๆ หนึ่งจะสดใสได้ขนาดนี้จนกระทั่งได้มาเจอรอยยิ้มของ Jisoo เมื่อ Jisoo มางานนิทรรศการ Cartier ที่กรุงเทพฯ
      BG SHARE 🦚 วันนี้ขอเสนอ 🦚 รู้หรือไม่ว่า BGC ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 170 บริษัทรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” ประจำปี 2565 เป็นปีที่ 2 ต่อเนื่อง จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้วน้า
      TNN และ True แถลงแสดงความเสียใจกรณีพนักงานทำงานหนักจนเสียชีวิตคาโต๊ะ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา “เพจจอดับ” ได้มีการแชร์เรื่องราวของ คุณศราวุฒิ ศรีสวัสดิ์ (เบิร์ด) เจ้าหน้าที่จัดฝังรายการของสถานีโทรทัศน์ TNN ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือทรูวิชั่น ที่ทำงานหนักจนเสียชีวิตคาโต๊ะ
      ฌอน ไดซ์ กุนซือที่ทำให้โลกลูกหนังร่วมสมัยรู้ว่า ระบบ 4-4-2 บอลโยนไม่เคยสูญพันธุ์ เอฟเวอร์ตัน บรรลุข้อตกลงในการเซ็นสัญญากับ ฌอน ไดซ์ ให้มาคุมทีม ด้วยสัญญา 2 ปีครึ่งถึงสิ้นฤดูกาล 2024-25 ซึ่งเขาไม่ใช่คนอื่นไกลจากพรีเมียร์ลีก เพราะเป็นอดีตกุนซือระดับปู่โสมเฝ้าทรัพย์ของ เบิร์นลีย์ ที่ใช้ระยะเวลา 10 ปีในการคุมทัพ ก่อนแยกย้ายกันไปแบบมืออาชีพ หลังจาก เดอะ คลาเรตส์ ตกชั้นเมื่อฤดูกาล 2021-22
      ดูทั้งหมด