เรื่องของคำว่า ชีวิตต้องการอะไร เราต้องใคร่ครวญ ปลงทำความเข้าใจ ว่าเรามาเพียงจิต มาอาศัยกายชั่วขณะหนึ่ง ที่กายนี้เปลี่ยนแปลงไปไม่หยุดนิ่งเฉย เราทำความเข้าใจเรื่องของกายให้เด่นชัด ในคำว่าเกิดแก่เจ็บตาย กายเด็ก กายหนุ่มสาว กายที่เจ็บป่วย กายแก่ เฒ่าชรา เมื่อกายที่แข็งแรงเราก็สามารถทำอะไรได้ ตามที่อารมณ์นั้นปรุงแต่งให้เราทำได้ เมื่อถึงคราวที่เจ็บป่วย รักษาหายก็ยังดี แต่เกิดเป็นการเจ็บป่วยเรื้อรัง คนที่นั้นก็ต้องทุกข์ทรมาน ยอมรับในสภาพของกายที่ป่วยนั้น เรื่องของการเจ็บป่วย เค้าเป็นการเตือนว่า ความตายนั้นจะต้องใกล้เข้ามาหากายนี้แน่นอน ให้รีบสร้างบุญกุศล แต่ส่วนมากคนก็ไม่สนใจกัน ไม่เห็นความสำคัญของการสร้างบุญกุศลให้แก่จิตตน มัวแต่หวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ปฏิหาริย์ เรื่องราวไสยศาสตร์ จึงจมอยู่กับกรรม (แม้แต่หมอบางคน ก็ยังมีผ้ายันต์ นางกวัก เหมือนเรียกร้องให้มีคนป่วยมากๆ จะมีเงินมีทอง)
บางโรคก็รักษาหาย บางโรคก็ไม่หาย บางครั้งก็ต้องให้หมอเอามีดมาเฉือนตรงนั้นตรงนี้ออก กายที่เคยมีอาการครบสามสิบสอง ก็กลายเป็นไม่ครบสามสิบสอง นั้นก็เป็นเรื่องของการทำความเข้าใจเรื่องของกายที่เรามาอาศัย บางคนก็ใช้กายนี้ไปทะเลาะเบาะแว้ง เกิดมีการทำร้าย อุบัติเหตุ กายบกพร่องเกิดขึ้น ไม่สมประกอบเสียแล้ว หรือ ว่าต้องถูกเค้านำกายนี้ไปขังคุก ก็ต้องไปอยูในสภาพที่เค้าจำกัดพื้นที่ เรื่องราวเหล่านี้เราก็ไม่รู้ว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตที่มีกายให้อาศัย มีวิญญาณหกเป็นปกติ ได้นานแค่ไหน เค้าก็เลยมีการสอนให้เรา ไม่ประมาทในอารมณ์กรรม ที่ปรุงแต่งขึ้นที่กายนี้ เพื่อให้เรามีความคิดที่ดีๆเกิดขึ้น
กายนี้มีพระคุณ เราได้มาก็ใช้ไปในทางที่เกิดคุณประโยชน์ กตัญญูรู้คุณของกาย นำเรือนกายสร้างทานกุศล สะสมให้แก่กาย เมื่อกายนี้มีบุญกุศล จิตอาศัยในเรือนกายนี้ก็พลอยมีความสุขไปด้วย กายของบุญก็เป็นกายที่แข็งแรง สามารถช่วยเหลือจิต ช่วยให้จิตนี้ นำกายไปกระทำในสิ่งที่ดีงามเกิดขึ้น จิตก็ได้สะสมบุญกุศลสะสมบันทึกติดไปกับจิต
เมื่อจิตออกจากสังขารก็มีบุญกุศลบารมี หนุนนำไปสู่สถานที่ดี ไม่ต้องทุกข์ทรมานเหมือนจิตที่ไม่สะสมบุญกุศลบารมี ที่จะเป็นจิตมีแต่กรรม สังขารสัตว์ นรกเปรต อสุรกาย เป็นอยู่อาศัยยาวนานของจิตผู้ที่มีกรรม เทียนไม่ได้กับเวลาอาศัยกายมนุษย์ แปดสิบปีร้อยปีให้อาศัย เมื่อเราได้ศึกษาเรื่องราวของจิตมาอาศัยกายมนุษย์ให้เด่นชัด ก็จะพบว่า เค้าให้เรามาแก้ไข สร้างคุณความดีให้แก่จิต ให้ใช้กายนี้ ไปสร้างบุญกุศลบารมีเกิดขึ้น เพื่อช่วยเหลือจิตของตนที่จะต้องออกจากสังขาร ไปหาสังขารที่ดีๆเกิดขึ้น ก็วนเวียนเกิดอยู่กับสังขารนั้นสังขารนี้ ไปจนกว่าจะหมดกรรม ไม่มีกรรมต้องเกิดอีก ก็ต้องใคร่ ทบทวน พิจารณา เหตุผล ในการเกิดมามีกายที่มีสติปัญญา พิจารณาเรื่องราวการมาอาศัยกายชั่วขณะหนึ่ง ว่าเรามาทำอะไร แล้วจะเอาอะไรไปกับจิตเมื่อออกจากสังขารนี้
เรื่องการสร้างสิ่งที่ดีงาม บุญกุศลบารมี ต้องทำในขณะที่ร่างกายนี้แข็งแรง ร่างกายอ่อนแอก็ทำไม่ได้แล้ว หมดโอกาส สะสมบุญกุศลบารมี เมื่อมีชีวิตแข็งแรงไม่เคยสนใจศึกษา สร้างบุญกุศลบารมี มัวเมาสร้างแต่กรรมโดยไม่รู้ตัวว่านั่นคือกรรม หลงสร้างกันไปตามอารมณ์กรรมที่ปรุงแต่งจิตในกายนี้ ถึงสุดท้าย น้ำตาหางช้าง ก็ไหลออกมา เมื่อเค้าถ่ายทอดกรรมที่หลงกระทำมาทั้งชีวิต เค้าปิดหูปิดปาก ด้วยภาพเสียงที่ตนเองกระทำบันทึกด้วยตาหูของตนเองเป็นประจักษ์พยานว่าจิตนี้สะสมอะไรไว้ ต้องเดินทางอยู่ในสังขารที่ไม่รู้จักดีชั่วอะไร สัตว์อบายภูมิเป็นที่สิงสถิตของจิตผู้มีกรรมแน่นอน การมีชีวิตอาศัยกาย ผู้ที่รู้จักพระคุณของกาย ก็เลือกที่จะกระทำในสิ่งที่เป็นคุณให้แก่จิตของตน
โฆษณา