7 พ.ค. 2022 เวลา 13:37 • อาหาร
“โรตีไม่สาย(ไหม?): โรตีมะม่วง - โรตีถั่วแดง”
ได้โรตีสายไหมมาจากอยุธยา 2-3 วันก่อน กินไปกินมามันก็ยังคงเป็นโรตี และความหวานของสายไหมก็เพิ่มขึ้นทุกที ลองกินกับนู่นนี่นั่น อะไรอยู่ใกล้มือกินหมด ปรากฏว่าของคาวใช้ได้เกือบทุกอย่าง ส่วนของหวานและผลไม้ ถั่วแดงเวิร์คสุด มะม่วงรองลงมา นอกนั้นต่างคนต่างกิน ต่างคนต่างอยู่สบายใจกว่า
แผ่นแป้งโรตีม้วนไส้ถั่วแดงกวนและมะม่วงแช่น้ำผึ้ง ความหนาของแผ่นแป้งสดทำให้รสถั่วแดงกวนและมะม่วงที่แช่น้ำผึ้งจนออกหวานเบาลง ไม่หวานแสบคออย่างที่คิด
ความรู้สึกตั้งแต่ตอนได้ไปเดินชอบความเป็น “ถนน(โรตี)สายไหม” เส้นนี้ของพระนครศรีอยุธยา ที่เต็มไปด้วยร้านขายขนมสายไหม มีความเป็น “ย่าน” ทำให้ทุกคนที่ต้องการของฝากจากอยุธยาเมืองเก่าต่างมุ่งมา คนขายแต่ละเจ้าตกแต่งร้าน โปรโมชั่นลดแลกแจกแถม และแข่งกันบริการว่าใครจะยิ้มแย้มเชื้อเชิญกว่ากัน ทั้งหมดนี้เป็นผลดีกับคนซื้อแน่นอน
ถนนอู่ทองต่อเนื่องกับถนนศรีสรรเพชญ์ ย่านโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เต็มไปด้วยร้านขายโรตีสายไหม จุดเด่นของมันคือ น้ำตาลสายไหมที่เส้นเล็กละเอียด หนาแน่นคล้ายขนแกะ ละลายในปาก แต่ไม่พองฟูกินพื้นที่เหมือนขนมปุยฝ้าย และแผ่นแป้งก็ละเลงกันด้วยมือบนเตาสด ๆ คล้ายสไตล์ร้านอาหารญี่ปุ่นเกาหลีที่ถือว่าการทำอาหารต่อหน้าลูกค้า เป็นศิลปะการขายที่เผยกรรมวิธีอย่างทะลุปรุโปร่ง เปิดเผย เบาใจเรื่องความสะอาด ที่สำคัญ เป็นการกระตุ้นความอยากอาหารได้ดีด้วย
ร้านโรตีหลายสิบร้านที่ว่าเหล่านี้ มีทั้งที่อยู่ในอาคารพาณิชย์ บ้านเดี่ยว แผงลอย และรถเข็น ชื่อร้านเหล่านี้ มักเป็นชื่อมุสลิม เช่น บังเปีย ลูกชายบังเปีย (ยาฟาส โรตีสายไหม) บังหมัด บังบี บังดิน บังสมาน บังฮารีม บังอิมรอน บังสมบุณ นาเดียร์ ชารีฟ และอาบีดีน เป็นต้น
ทำให้น่าสนใจขึ้นมาอีก ทำไมกิจการโรตีสายไหมที่พระนครศรีอยุธยาจึงถูกริเริ่มโดยชาวมุสลิม เหมือนกับปลาตะเพียนสานไม่มีผิด
ว่ากันว่า บังเปีย แสงอรุณ มุสลิมหนุ่มชาวพระนครศรีอยุธยาโดยกำเนิด คือผู้สร้างตำนานต้นกำเนิดให้กับโรตีสายไหม ตั้งแต่เมื่อราว 60 ปีก่อน
บังเปีย หรือ นายซาเล็ม แสงอรุณ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2489 ที่บ้านวงแหวน บางปะอิน คลอง 1 อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครอบครัวเป็นเกษตรกร ประกอบอาชีพทำนา และมีพี่น้องถึง 10 คน ด้วยฐานะยากจน เด็กชายเปียขณะอายุ 11 ขวบ จึงออกจากบ้านเร่ร่อนไปทำงานรับจ้างทั่วไป กระทั่งไปอาศัยอยู่กับอาที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งประกอบอาชีพขายขนมหวาน เช่น โรตีกรอบ โรตีใส่นม ก่อนนำไปขายที่บริเวณวัดหลวงพ่ออี๋
ในแต่ละวันหลังขายขนมเสร็จ เปียจะต้องกลับไปเคี่ยวน้ำตาลสำหรับหยอดลงบนแป้งกรอบ ครั้งหนึ่งเคี่ยวน้ำตาลนานเกินจนเกือบแข็ง เขาจึงทดลองดึงน้ำตาลให้ยืดออก เพื่อให้เกิดการอ่อนตัว และหยอดบนโรตีกรอบได้
ความผิดพลาดที่นำมาซึ่งการค้นพบครั้งใหม่นี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการทำโรตีสายไหม เปียฝึกหัดดึงน้ำตาลเคี่ยวให้เป็นเส้นไหมอยู่หลายปี จากเส้นขนาดใหญ่จนเส้นเล็กละเอียด กระทั่งเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะตัว
ปี พ.ศ. 2506 เปียอายุได้ 17 ปี เดินทางกลับบ้านวงแหวน โดยย้ายไปเช่าบ้านอยู่ข้างสุเหร่าวัฒนา อำเภอพระนครศรีอยุธยา เริ่มประกอบอาชีพทำโรตีสายไหมใส่กล่องไม้คล้องคอ ถีบจักรยานเร่ขายทั่วไป
วิธีการขายในสมัยนั้น คนซื้อจะนำเหรียญสลึงหย่อนลงในช่องที่เจาะไว้ เข็มบนหน้าปัดจะหมุนรอบ หากเข็มไปหยุดตรงกับตัวเลขใดที่เขียนไว้บนหน้าปัดก็จะได้โรตีจำนวนชิ้นเท่านั้น เป็นความสนุกสนานของคนซื้ออย่างหนึ่งนอกเหนือจากได้กินขนมอร่อย ๆ
บังเปียปั่นจักรยานขายโรตีสายไหมหลายปี กระทั่งปี พ.ศ. 2520 หลังแต่งงานและมีบุตร 5 คน จึงขยับขยายไปเช่าบ้านอยู่ในตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ริมถนนอู่ทอง ยังคงยึดอาชีพทำโรตีสายไหมขายเช่นเดิม แต่สมาชิกในครอบครัวช่วยกันลงแรงทำให้จำหน่ายได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ครอบครัวบังเปียจึงมีฐานะมั่นคงขึ้นตามลำดับ
บังเปียยังคงพัฒนารสชาติแป้งโรตีของตนอยู่เสมอ จากสูตรดั้งเดิมที่ส่วนผสมของตัวแป้งมีเพียงแป้งสาลี น้ำ และเกลือ ก็เพิ่มรสชาติด้วยการใส่นม กะทิ งา และธัญพืช โรตีของเขาจึงได้รับการบอกต่อ กิจการขยายตัวขึ้นเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเขตพื้นที่พระนครศรีอยุธยาและใกล้เคียง
บังเปียทำยอดขายต่อวันอยู่ที่ 200-300 กิโลกรัมในช่วงกิจการไปได้ดีในระยะแรก เขาจึงชักชวนพี่น้องอีก 6 คน มายึดอาชีพทำโรตีสายไหมขาย เป็นเหตุให้ตระกูล "แสงอรุณ" ขยายกิจการน้อยใหญ่กระจายทั่วถนนอู่ทองและเส้นทางเชื่อมสายเอเชีย และถนนมิตรภาพ แทบจะทุกช่วงเสาไฟ
และโรตีสายไหมก็ไม่ได้เป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับคนในตระกูล "แสงอรุณ" เท่านั้น เพราะบังเปียไม่หวงวิชา เขาถ่ายทอดความรู้ในการทำโรตีสายไหมและช่องทางการค้าขายให้ทุกคนด้วยความเต็มใจ จึงมีลูกน้องและลูกศิษย์แยกตัวไปประกอบอาชีพขายโรตีสายไหมมากมายนับไม่ถ้วน
เล่าเรื่องมุสลิมกับโรตีสายไหม นอกจากนึกถึงปลาตะเพียนใบลานสานของชาวมุสลิมที่พระนครศรีอยุธยา ยังทำให้นึกถึง เฉกอะหมัด ต้นตระกูลบุนนาค มุสลิมจากเปอร์เซีย นิกายชีอะฮ์ ที่เข้ามาค้าขายกับชาวกรุงศรีอยุธยาเมื่อปลายแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ. 2133-2148) ก่อนจะเปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนาเมื่อรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พ.ศ. 2275-2301) อ้างว่าต้องการจะขึ้นไปไหว้พระพุทธบาทด้วย จะด้วยเหตุผลทางด้านสังคม การค้า หรือการเมืองก็ไม่อยากลงลึก
นึกต่อไปอีกว่า โรตีสายไหมมีขายที่เปอร์เซียไหม? ที่อินเดียมีไหม? แล้วที่ตุรกีล่ะ?...
แน่นอนว่า แผ่นแป้งโรตีที่ไหนก็คงจะมี น้ำตาลเส้นแบบนี้ก็เคยเห็นถมไป แต่ที่เอาโรตีมากินกับน้ำตาลสายไหมแบบนี้ไม่แน่ใจ ก็เดาว่าน่าจะเป็นนวัตกรรมขนมหวานที่มีที่มาจากภูมิปัญญาขนมหวานแบบมุสลิม ก่อนจะถูกต่อยอดพัฒนาสูตรและหน้าตาโดย "บังเปีย" อย่างที่เห็น
โรตีห่อไส้ถั่วแดงกวนกับโรตีห่อมะม่วงแช่น้ำผึ้ง กินคู่กาแฟหรือชานมแบบมาเลย์สักแก้วก็เข้ากันได้ดี
เพิ่งได้ข่าวว่า โรตีสายไหมของร้านอาบีดีน ซึ่งก็เป็นคนในตระกูล "แสงอรุณ" เช่นกัน เป็นหนึ่งใน 33 ร้านอาหารของไทยที่จะได้รับการประกาศรางวัล มิชลิน ไกด์ ไทยแลนด์ (Michelin Guide Thailand) ภายใต้ชื่อ “บิบ กูร์มองด์” ประจำปี 2565 แต่ไม่ว่าร้านไหนจะได้รับการประกาศก็ถือว่ามีจุดเริ่มต้นที่มาเดียวกัน เป็นการรับรางวัลที่ชาว "ถนนสายไหม" ควรจะรับเอาความภาคภูมิใจนี้ไว้ร่วมกัน
1
บรรณานุกรม
นายธนาวุธ จารุทัศน์. (2529). การถนอมอาหาร. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สมาคม
ส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น).
ประมวล สภาวสุ. (2524). มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม: น้ำตาลทราย. พิมพ์
ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: กระทรวงอุตสาหกรรม.
กระทรวงอุตสาหกรรม. (ม.ป.ป.). มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม: แป้งสาลีชนิด
อเนกประสงค์. กรุงเทพฯ: กระทรวงอุตสาหกรรม.
โฆษณา