14 พ.ค. 2022 เวลา 06:51 • ไลฟ์สไตล์
เปิดใจ...แล้วตาจะเปิด...เผยให้เห็นความจริงอย่างที่เป็น ปราศจากอคติ "รัก"และเกลียด" พบกับ stoty ‘อคติ’ by Manya
คอลัมน์ : ถนนเทา ใน เงาอารมณ์
Story : ‘อคติ’
Written by : Manya
ภาพ: Twitter The ENSURE communication
‘อคติ’ คำนี้ดูเหมือนจะเป็น คำที่บ่งบอกถึงความรู้สึกของการไม่ชอบ หรือ ความเกลียดที่ไม่มีเหตุผล
หลายครั้ง เพียงแค่เราเห็นหน้าคนๆหนึ่ง เราก็รู้สึกไม่ชอบทั้งๆที่ไม่เคยรู้จัก
กันมาก่อน บางครั้งความรู้สึกเลยเถิดไปถึงขั้นเกลียดและเราก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
รู้แต่ว่าพอเกลียดไปแล้ว จะทำหรือไม่ต้องทำอะไรเขาก็ผิดไปแล้วในความคิดของเรา ดูจะเป็นความรู้สึกที่ไม่มีเหตุผล
แต่ผู้เขียนคิดเอาเองว่า คงมีเหตุที่ซ่อนอยู่ที่ไหนซักแห่งในจิตใต้สำนึกของเราที่เราเองก็ไม่รู้ตัว
• เขาอาจจะมีบางอย่างเหมือนคนที่เคยทำไม่ดีกับเราไว้
• บางทีคนๆนั้น อาจจะมีส่วนคล้ายผู้ร้ายหรือตัวอิจฉาในละครที่เราเคยดู
ในวัยเด็ก
• หรืออาจเป็นความรู้สึกที่ถูกปลูกฝังส่งต่อกันมาจากบรรพบุรุษอย่างยาวนาน
อคติ เป็นความรู้สึกที่ลึกลับ ไร้เหตุผล ดูไปก็คล้ายๆกับความรักแต่เป็นไปใน
ทิศทางตรงกันข้าม
ผู้เขียนเคยอ่านบทความทางจิตวิทยาที่พูดถึงความอคติอย่างหนึ่งที่ส่งผลต่อพฤติกรรมและการตอบสนองที่เรียกว่า ‘Cognitive Bias’ เกิดจากข้อจำกัดต่างๆที่ทำให้เรามีอคติ ความลำเอียง ทำให้เกิด ความผิดพลาดในกระบวนการคิด ที่ส่งผลต่อการรับรู้ การแยกแยะ และการตัดสินใจ เราจึงกระทำหรือคิดสิ่งต่างๆโดยไม่ได้เป็นไปตามสิ่งที่เหมาะสมอย่างที่ควรจะเป็นจริงๆ
และสร้างอุปสรรคที่ทำลายเหตุผลของเราอยู่บ่อยๆโดยที่เราไม่รู้ตัว เช่น เราจะเลือกรับข้อมูล แต่ในสิ่งที่ยังคงจะยืนยันความเชื่อเดิมของตัวเอง หรือ เรามักจะเออออไปกับคนส่วนมาก
หลายคนคงเคยมีประสบการณ์กับความอคติ
ทั้งเป็นคนที่มีอคติกับคนอื่น และเป็นคนที่ถูกอคติจากใครสักคน
เราคงจำได้ว่าเรารู้สึกแย่แค่ไหน เวลาที่เราถูกเกลียดโดยไม่มีสาเหตุ
ถ้าเราคือคนที่ถูกอคติ เราคงทำอะไรไม่ได้ นอกจากพยายามเลี่ยงอยู่ในที่ของเรา ทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพื่อให้เราปลอดภัยจากการถูกทำร้ายทั้งในความรู้สึก จากคำพูดหรือการกระทำของเขาเหล่านั้น
แต่ถ้าเราเป็นคนที่มีอคติ คงต้องหาทางที่จะไม่ให้ให้ความอคติครอบงำจนกลายเป็นทำร้าย ทำลายผู้อื่นอย่างไม่มีเหตุผล
ผู้เขียนได้ดูภาพยนตร์ที่พูดถึงเรื่องของความอคติความเกลียดแบบไม่มีเหตุผล
ที่ส่งผลให้คนบางคนหมดโอกาสในการใช้ชีวิตอย่างมีอิสระพลาดโอกาสในการรับสิ่งดีๆในชีวิต และบางคนไม่มีโอกาสที่จะมีชีวิตอีกต่อไป
‘ เพราะสีผิว ทำให้พวกเขาต้องโทษประหาร’
ภาพ: Google.com
ภาพ: Google.com
‘Just Mercy‘
ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริง เรื่องราวของทนายผิวสีไฟแรง ที่มุ่งมั่นจะช่วยนักโทษประหารผิวสีให้ได้รับความเมตตา ได้รับโอกาสที่จะมีชีวิตอีกครั้ง ท่ามกลางอุปสรรค มากมาย การขู่ การถูกทำร้าย ในรัฐที่มีอคติต่อคนผิวสีอย่างมาก
เขาได้ค้นพบว่ามีนักโทษประหารที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด
แต่เพียงเพราะว่าเป็นคนผิวสี คนแทบทั้งหมดในรัฐก็มั่นใจว่าเขาคือผู้กระทำผิดจริงแม้ไม่มีหลักฐาน เจ้าหน้าที่รัฐยังถึงกับสร้างพยานเท็จเพื่อให้เขาได้รับโทษ
ไม่เคยมีโอกาสแม้กระทั่งได้ขึ้นให้การ หรือมีทนายแก้ต่างให้
และต้องใช้ชีวิตอยู่ในแดนประหารอย่างสิ้นหวัง รอวันที่จะพบกับจุดจบของชีวิต
ความอคติในเรื่องนี้น่าเศร้าใจ แต่เป็นเรื่องจริง
อาจพูดได้ว่าความอคติทำลายชีวิตคนได้
สำหรับเรื่องนี้ ความเมตตาและความมุ่งมั่นของทนายหนุ่มช่วยชีวิตคนได้ แม้จะช่วยไม่ได้ทุกคน แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการกระตุ้นให้หลายคนได้หันมาสำรวจและตั้งสติที่จะไม่ให้ความอคติ ล้ำเส้นจนขาดความเมตตาในเพื่อนมนุษย์
ความจริงที่ท้ายเรื่องได้บอกไว้ เป็นข้อมูลทางสถิติที่น่าคิด
“ทุก ๆ 9 คนที่โดนโทษประหารชีวิตในอเมริกา
มีหนึ่งคนที่ได้รับการพิสูจน์ว่าบริสุทธิ์ และถูกปล่อยตัว”
ผู้เขียนได้ข้อคิดดีๆหลายประเด็น
⁃ ยึดมั่นในความจริง อย่าได้สิ้นหวัง
⁃ ความจริงอาจถูกบิดเบือนจากผู้ที่มีอำนาจได้ แต่เราต้องมีความเชื่อมั่นในหัวใจ
เพราะความจริงคือสิ่งเดียวที่จะทำให้เรายืนหยัดต่อสู้กับความอยุติธรรมได้
(สำหรับตัวผู้เขียนเองอาจจะหมดหวังแบบนักโทษในเรื่อง จะมีสักกี่คนที่ยืนหยัดต่อสู้ได้เหมือนทนายหนุ่มคนนี้)
⁃ สุดท้ายแล้ว‘ความเมตตา’คือสิ่งสำคัญที่ช่วยขจัดความเกลียดชังและทำให้โลกเราน่าอยู่ขึ้นได้
‘Just Mercy‘
………………………………………………….
ในพระคัมภีร์ไบเบิลกล่าวไว้ว่า
“มนุษย์เอ๋ย พระองค์ทรงสำแดงแก่เจ้าแล้วว่าอะไรดี และพระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรจากเจ้า นอกจากให้กระทำความยุติธรรมและรักสัจกรุณา และดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมใจไปกับพระเจ้าของเจ้า”
มีคาห์ 6:8
“He has shown you, O mortal, what is good. And what does the Lord require of you? To act justly and to love mercy and to walk humbly with your God.”
Micah 6:8
Written by : Manya
โฆษณา