18 มิ.ย. 2022 เวลา 01:00 • สิ่งแวดล้อม
แลมป์เพรย์ดูดเลือด กาฝากนักดูดเลือดกำลังรุกรานเกรตเลกส์
‘ปลาแลมป์เพรย์’ จัดเป็นสัตว์ปรสิตประเภทหนึ่งที่พบได้ท้ังในน้ำจืดและน้ำเค็ม เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในมหาสมุทรและทะเลสาบหลายแห่ง
โดย ‘ปลาแลมป์เพรย์’ จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ ปลาแลมป์เพรย์น้ำจืด และปลาแลมป์เพรย์ทะเล พบกระจายพันธุ์อยู่ทั่วโลก ทั้งยุโรปตอนบน อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ แอฟริกาตะวันตก ญี่ปุ่น เกาหลี ชิลี ออสเตรเลีย และเกาะแทสมาเนีย
รูปร่างหน้าตาดูผิดเผินมีลักษณะคล้ายกับปลาไหล ปากอยู่ค่อนลงมาทางด้านท้อง ไม่มีขากรรไกร แต่จะมีลักษณะเป็นวงกลมใช้สำหรับดูด มีฟันแหลมคมจำนวนมากอยู่ในปาก
คล้ายๆ กับตัวหนอนในภาพยนตร์เรื่อง DUNE
เมื่อดูดเลือดของเหยื่อจนตัวเหยื่อแห้งตายแล้วก็จะปล่อยทิ้งแล้วหาเหยื่อใหม่ต่อไป ซึ่งเหยื่อของมันจะเป็นพวกสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีขนาดใหญ่กว่า เช่น ปลาขนาดใหญ่ชนิดต่างๆ ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม
แม้ปลาปรสิตชนิดนี้จะคอยไล่ล่าเหยื่อไปเรื่อยๆ แต่ตัวพวกมันเองก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งอาหารให้แก่ ปลา นก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม ในความเป็นไปของปัจจุบัน การเปลี่ยนสภาพพื้นที่ การขุดลอกคูคลองกำลังทำให้ ‘ปลาแลมป์เพรย์’ ค่อยๆ กระจายไปยังถิ่นฐานต่างๆ เพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะในที่ที่พวกมันไม่มีศัตรูตามธรรมชาติ
‘เกรตเลกส์’ หรือทะเลสาบทั้ง 5 อันได้แก่ สุพีเรีย มิชิแกน ฮูรอน อิรี และออนแทรีโอ กลุ่มของทะเลสาบน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือสถานที่ที่หนึ่งที่ถูก ‘ปลาแลมป์เพรย์’ รุกรานอย่างสาหัสมาแล้วหลายครั้งหลายครา
ตามปกติ ปลาแลมป์เพรย์ทะเล จะเกิดและเจริญเติบโตในแหล่งน้ำจืด แต่เมื่อโตเต็มวัยก็จะอพยพคืนถิ่นสู่ทะเล ใช้ชีวิตดูดเลือดปลาทะเลต่างๆ
ปลาทะเลที่ถูกดูดเลือดส่วนใหญ่จะไม่ตาย เพราะปลาทะเลมีขนาดใหญ่ แตกต่างกับปลาน้ำจืดที่มีขนาดเล็กกว่า
พอเมื่อพวกมันหลงทางอยู่กับคูคลองในแหล่งน้ำจืด การโจมตีปลาน้ำจืดจนถึงแก่ความตายจึงเกิดขึ้น
ความที่ปลาแลมป์เพรย์ทะเลวางไข่คราวละ 50,000-120,000 ฟอง ก็ย่อมหมายถึงการหายไปของปลาน้ำจืดในหลักแสนเช่นเดียวกัน
ที่ผ่านมาเคยมีบทเรียนเกิดขึ้น ในระหว่าง ค.ศ. 1940-1960 ที่จำนวนปลาเทราท์ใน ‘เกรตเลกส์’ ลดลงอย่างต่อเนื่อง
ในช่วง 20 ปี การจับปลาจาก 100 เปอร์เซ็นต์ ลดเหลือเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ของที่เคยจับได้
ด้วยปัญหาที่เคยมี จึงเกิดความพยายามขจัดปัญหาการรุกรานของปลาแลมป์เพรย์ทะเลในทะเลสาบต่างๆ ด้วยการสร้างเขื่อนกักขังในฤดูวางไข่ มีการใช้สารเคมีที่ไม่เป็นอันตรายต่อปลาชนิดอื่นๆ พ่นลงไปทำลายไข่ปลา
ซึ่งสามารถกำจัดได้ราวๆ 98 เปอร์เซ็นต์
มนุษย์เราทำแบบนี้เรื่อยมา ยอมจ่ายราคาที่ไม่จำเป็น เพื่อกำจัดข้อผิดพลาดที่เราทำในอดีต
กระทั่งโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก หน้าที่การงานหลายอย่างต้องชะงักงัน งานกำจัดไข่ปลาแลมป์เพรย์ทะเลก็ต้องหยุดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้
ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปลาแลมป์เพรย์ทะเลสามารถวางไข่ได้อย่างปลอดภัย
แต่เพราะระยะฟักตัวของปลาชนิดนี้จะใช้เวลาราวๆ 3-4 ปี ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา จึงยังไม่เกิดผลกระทบใดๆ
แต่หลังจากสิ้นปีนี้เป็นต้นไป คาดว่าไข่จะค่อยๆ ฟักตัว และปลาแลมป์เพรย์ทะเลก็จะกระจายตัวรุกรานไปทั่ว ‘เกรตเลกส์’
หลังจากนั้นจะเกิดผลกระทบกับปลาในทะเลสาบมากน้อยแค่ไหน ก็คงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป
#IsLIFE #Invasion #GreatLakes #Sealampreys
อ้างอิง
Nature World News : https://shorturl.asia/lH6Tn
Photo : Paul Wilson / High Country News
โฆษณา