“David Geffen” แม้ไร้ใบปริญญา ก็สร้าง DreamWorks ได้
6
“DreamWorks” ถือเป็นหนึ่งในค่ายอนิเมชั่นยักษ์ใหญ่ของโลก ที่ผลิตผลงานขึ้นชื่อมากมายสู่หน้าจอภาพยนตร์ ซึ่งหลายคนก็มักจะทราบกันว่า ผู้ก่อตั้งของค่ายนี้ คือ ผู้กำกับชื่อดังอย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg)
แต่แท้จริงแล้ว ค่ายอนิเมชั่นยักษ์ใหญ่นี้ ยังมีผู้ร่วมก่อตั้งอีกถึงสองคน และหนึ่งคนในนั้น ก็คือ คนที่เป็นต้นเรื่องของบทความนี้ คนๆ นั้น คือ “เดวิด เกฟเฟน (David Geffen)”
1
ที่ต้องบอกว่า ชีวิตของคุณเกฟเฟนนั้นน่าสนใจอย่างยิ่ง ตั้งแต่ก่อนตอนจะมาก่อตั้งบริษัทอนิเมชั่นชื่อดังแห่งนี้แล้ว และเขายังเป็นอีกหนึ่งมหาเศรษฐีที่เรียนไม่จบระดับวิทยาลัยด้วย
1
📌 ชีวิตวัยเด็ก
พ่อแม่ของคุณเกฟเฟนทั้งคู่เป็นชาวยิวซึ่งพบกันที่ปาเลสไตน์ ก่อนจะตัดสินใจอพยพมาสู่สหรัฐอเมริกา
1
ซึ่งเส้นเรื่องนี้ช่างละม้าย คล้ายกับมหาเศรษฐีของสหรัฐฯ จำนวนมาก ที่บรรพบุรุษไม่กี่รุ่นหน้า อพยพมาก่อร่างสร้างตัวที่ดินแดนนี้
โดยคุณแม่ของเกฟเฟนมีร้านเสื้อผ้าอยู่ร้านหนึ่งในเมืองบรู๊คลิน ที่มีชื่อว่า “Chic Corsets by Geffen”
ชีวิตการเรียนในระบบของเขาไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก โดยหลังจากที่เรียนจบจากโรงเรียนมัธยมด้วยคะแนนเฉลี่ยที่ผ่านอย่างฉิวเฉียด คุณเกฟเฟนพยายามที่จะเรียนต่อที่ University of Texas at Austin
แม้จะเข้าไปเรียนได้ แต่สุดท้าย ก็ต้องดรอปเรียนออกมาก่อนที่จะเรียนจบ โดยคุณเกฟเฟนเคยบอกว่า เหตุผลที่ทำให้เขาไม่สามารถเรียนหนังสือในระบบปกติได้ดี เป็นเพราะ “ปัญหาการอ่านที่ทำได้ช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน (Dyslexia)”
2
หลังจากลาออกมา ก็มาถึงบทใหม่ของชีวิต เมื่อตัวคุณเกฟเฟนได้เดินทางสู่ฮอลลีวูด เพื่อเข้ามาหาโอกาสในวงการบันเทิง
ซึ่งที่นี่เขาก็ได้ลองพยายามจะเรียนในวิทยาลัยอีกครั้ง แต่ก็ต้องดรอปเรียนออกมา ทำให้สุดท้าย ตัดสินใจที่จะหางานในวงการบันเทิงทำเลยดีกว่า ไม่ศึกษาต่อแล้ว
📌 ก้าวเข้าสู่วงการจัดหางานให้ดาราและต่อยอดมาสู่ค่ายเพลง
3
แต่วงการบันเทิงของสหรัฐฯ มีการแข่งขันอย่างเข้มข้น งานแรกที่เดวิด เกฟเฟนได้รับจึงเป็นเสมียนในห้องจดหมายของบริษัทจัดหาดาราและศิลปิน (Talent agency) ที่มีชื่อว่า “William Morris Agency (WMA)”
1
แต่ตัวเขาก็ไม่หยุดนิ่ง พยายามไต่เต้าจนได้ทำงานเป็น ผู้จัดการที่คอยดูแล กลุ่มดาราศิลปินด้วย ซึ่งเกฟเฟนก็ทำงานในบริษัทนี้ต่อเนื่อง 4 ปี
ก่อนจะย้ายงานไปและก็สามารถไต่เต้าจนได้เป็นรองประธานกรรมการบริหารที่ Creative Management Associates
และด้วยความสามารถในการปั้นและดูแลศิลปินที่โดดเด่น จนทำให้ต่อมา เกฟเฟนตัดสินใจที่จะเปิดค่ายเพลงของตัวเองร่วมกับ Elliot Roberts ในชื่อ “Asylum Records”
ซึ่งคำว่า “Asylum” แท้จริงแปลว่า “ค่ายรับผู้พักพิง” หลายคนก็อาจสงสัยว่า ทำไมถึงต้องตั้งชื่อนี้?
1
คำตอบที่อยู่เบื้องหลังชื่อนี้ เป็นเพราะว่า ค่ายมักจะรับศิลปินที่ค่ายอื่นไม่ยอมเซ็นสัญญาด้วยเข้ามาจึงเปรียบเสมือน “ค่ายรับผู้พักพิง” นั่นเอง
1
และต่อมาเขาก็ยังได้ร่วมก่อตั้งค่ายเพลงอีกสองค่าย คือ Geffen Records และ DGC Records ซึ่งตลอดชีวิตการดูแลค่ายเพลงก็มีส่วนกับความสำเร็จของศิลปินมากมาย อาทิ John Lennon, The Eagles และ Nirvana
2
และเกฟเฟนยังมีโอกาสได้เข้าไปนั่งเป็นรองประธานของบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ Warner Bro.
และก็ยังได้มีส่วนสร้างละครเวทีชื่อดังอีกหลายเรื่อง อาทิ Dreamgirls Cats
และ Little Shop of Horrors
1
และเขาก็ได้มาร่วมสร้างค่ายหนังอนิเมชั่นชื่อดังอย่าง “DreamWorks” ต่อมานั่นเอง
📌 เหรียญสองด้าน
มีส่วนสำคัญในชีวิตของเกฟเฟนที่เราตั้งใจไม่กล่าวถึงด้านบน และยกมาเล่าตรงนี้แทน เรื่องนั้นก็คือ “รายละเอียดการสมัครงานที่ William Morris Agency (WMA)”
1
ที่แท้จริงแล้ว เกฟเฟนต้องจบการศึกษาระดับวิทยาลัยเสียก่อนจึงจะสมัครเป็นผู้จัดการดาราศิลปินได้ แต่เราทราบกันดีว่า เกฟเฟนไม่มีใบปริญญา เนื่องมาจากปัญหาความสามารถในการอ่านที่ไม่ดีพอ
แต่สิ่งที่เขาทำเพื่อให้ได้เข้าทำงาน ก็คือ การทำการปรับเอกสารที่ส่งมาจากทางมหาลัยที่จะบอกว่า เกฟเฟนไม่ได้จบปริญญาจริงๆ ซึ่งที่เขาทำได้ ก็เพราะว่า ทำงานเป็นเสมียนในห้องจดหมายของบริษัทอยู่ก่อนนั่นเอง
ถึงจะมีจุดเริ่มต้นแบบนี้ แต่เมื่อเขาได้รับโอกาสทำงาน ก็สามารถทำได้อย่างโดดเด่น และก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าของวงการ เข้าไปเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบันเทิงในหลายภาคส่วน จนได้รับการยอมรับจากทุกคน
ตอนนี้คุณเกฟเฟนมีสินทรัพย์ตามการประเมินของ Forbes อยู่สูงถึง 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และก็ได้คะแนนการก่อร่างสร้างตัวด้วยตัวเอง 9 เต็ม 10 คะแนน
ซึ่งหมายความว่า เขาเป็นเศรษฐีที่ร่ำรวยจากความสามารถของตัวเองเกือบจะทั้งหมด แทบจะไม่มีส่วนที่รับมรดกมาจากพ่อแม่เลย
1
เรื่องนี้ก็เป็นดังเหรียญสองด้านที่แล้วแต่คนจะตัดสิน บางคนจะมองว่า เกฟเฟนไม่ควรได้รับโอกาสแต่แรก หรือบางคนมองว่า สุดท้ายเกฟเฟนก็พิสูจน์ความสามารถของตัวเองได้ ปริญญาก็อาจจะไม่จำเป็นก็ได้…
📌 เกร็ดเล็กน้อย
เดวิด เกฟเฟน เป็นอีกหนึ่งคนที่เปิดเผยว่า เขาเป็นเกย์ มีหนึ่งในคำพูดที่เคยกล่าวไว้ ในความเชื่อมั่นในตัวตนว่า
2
ฉันตั้งใจจะเป็นตัวฉันนี่แหละ ไม่ว่าตัวตนนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม
(I intend to be me. Whatever that is)
David Geffen
2
ผู้เขียน : ณัฐนันท์ รำเพย Economist, Bnomics
ภาพประกอบ : จินดาวรรณ อรรถมานะ Graphic Designer, Bnomics
▶️ ติดตามช่องทางของ Bnomics ได้ที่
Line OA : @Bnomics https://bit.ly/3eYkTJC
Bnomics - Bangkok Bank Economics
'Be an Economist for Everyone'
วิเคราะห์ เจาะทุกประเด็นเศรษฐกิจ ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
References :
6.5K รับชม
    คนธรรมดา
    ชาวยิวส่วนใหญ่จะเป็น คนมีชื่อเสียง คนมั่งคั่ง คนฉลาด คนเก่งธุรกิจ เท่าที่สังเกต เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นคนเชื้อ... ดูเพิ่มเติม
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      อีลอน เผย เคลียใจกับทิม คุกแล้ว หลังมีข่าว Apple อาจถอด Twitter ออก พร้อมขอบคุณทิม ที่ให้เยี่ยมชมสำนักงาน Apple ล่าสุดอีลอน มัสก์ ได้ทวีตว่า ตัวเขาได้มีการพูดคุยกับ ทิม คุก CEO ของ Apple แล้ว หลังก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Apple ขู่ว่าอาจถอด Twitter ออกจาก App Store แบบไม่บอกสาเหตุ
      BGC Oppday Q3/2022 มุ่งพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ก้าวสู่ผู้นำบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร คณะบริหาร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC ได้เข้าร่วม “BGC Opportunity Day Q3/2022” โดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในรูปแบบออนไลน์ โดยมี นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นายอดิศักดิ์ บัวประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ร่วมให้ข้อมูลกับนักลงทุน
      ธานินทร์ vs Hatari กับตัวอย่าง case study ของ DNA ที่ไร้ซึ่งความชาตินิยมของคนไทย ส่วนตัวผมเป็นคนหนึ่งที่ค่อนข้างสนใจกับการพัฒนาชาติอย่างรวดเร็วในหลาย ๆ ชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งเวียดนามเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเรา
      เหรียญทุกเหรียญมีสองด้านเสมอ เรื่องทุกเรื่องมีอย่างน้อยสองมุม เราจะเลือกมองด้านไหน?... การไม่ซื้อหวยก็คือการถูกหวยอย่างหนึ่ง
      ดูทั้งหมด