19 มิ.ย. 2022 เวลา 12:19 • ธุรกิจ
“David Geffen” แม้ไร้ใบปริญญา ก็สร้าง DreamWorks ได้
6
“DreamWorks” ถือเป็นหนึ่งในค่ายอนิเมชั่นยักษ์ใหญ่ของโลก ที่ผลิตผลงานขึ้นชื่อมากมายสู่หน้าจอภาพยนตร์ ซึ่งหลายคนก็มักจะทราบกันว่า ผู้ก่อตั้งของค่ายนี้ คือ ผู้กำกับชื่อดังอย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg)
แต่แท้จริงแล้ว ค่ายอนิเมชั่นยักษ์ใหญ่นี้ ยังมีผู้ร่วมก่อตั้งอีกถึงสองคน และหนึ่งคนในนั้น ก็คือ คนที่เป็นต้นเรื่องของบทความนี้ คนๆ นั้น คือ “เดวิด เกฟเฟน (David Geffen)”
1
ที่ต้องบอกว่า ชีวิตของคุณเกฟเฟนนั้นน่าสนใจอย่างยิ่ง ตั้งแต่ก่อนตอนจะมาก่อตั้งบริษัทอนิเมชั่นชื่อดังแห่งนี้แล้ว และเขายังเป็นอีกหนึ่งมหาเศรษฐีที่เรียนไม่จบระดับวิทยาลัยด้วย
1
📌 ชีวิตวัยเด็ก
พ่อแม่ของคุณเกฟเฟนทั้งคู่เป็นชาวยิวซึ่งพบกันที่ปาเลสไตน์ ก่อนจะตัดสินใจอพยพมาสู่สหรัฐอเมริกา
1
ซึ่งเส้นเรื่องนี้ช่างละม้าย คล้ายกับมหาเศรษฐีของสหรัฐฯ จำนวนมาก ที่บรรพบุรุษไม่กี่รุ่นหน้า อพยพมาก่อร่างสร้างตัวที่ดินแดนนี้
โดยคุณแม่ของเกฟเฟนมีร้านเสื้อผ้าอยู่ร้านหนึ่งในเมืองบรู๊คลิน ที่มีชื่อว่า “Chic Corsets by Geffen”
ชีวิตการเรียนในระบบของเขาไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก โดยหลังจากที่เรียนจบจากโรงเรียนมัธยมด้วยคะแนนเฉลี่ยที่ผ่านอย่างฉิวเฉียด คุณเกฟเฟนพยายามที่จะเรียนต่อที่ University of Texas at Austin
แม้จะเข้าไปเรียนได้ แต่สุดท้าย ก็ต้องดรอปเรียนออกมาก่อนที่จะเรียนจบ โดยคุณเกฟเฟนเคยบอกว่า เหตุผลที่ทำให้เขาไม่สามารถเรียนหนังสือในระบบปกติได้ดี เป็นเพราะ “ปัญหาการอ่านที่ทำได้ช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน (Dyslexia)”
2
หลังจากลาออกมา ก็มาถึงบทใหม่ของชีวิต เมื่อตัวคุณเกฟเฟนได้เดินทางสู่ฮอลลีวูด เพื่อเข้ามาหาโอกาสในวงการบันเทิง
ซึ่งที่นี่เขาก็ได้ลองพยายามจะเรียนในวิทยาลัยอีกครั้ง แต่ก็ต้องดรอปเรียนออกมา ทำให้สุดท้าย ตัดสินใจที่จะหางานในวงการบันเทิงทำเลยดีกว่า ไม่ศึกษาต่อแล้ว
📌 ก้าวเข้าสู่วงการจัดหางานให้ดาราและต่อยอดมาสู่ค่ายเพลง
3
แต่วงการบันเทิงของสหรัฐฯ มีการแข่งขันอย่างเข้มข้น งานแรกที่เดวิด เกฟเฟนได้รับจึงเป็นเสมียนในห้องจดหมายของบริษัทจัดหาดาราและศิลปิน (Talent agency) ที่มีชื่อว่า “William Morris Agency (WMA)”
1
แต่ตัวเขาก็ไม่หยุดนิ่ง พยายามไต่เต้าจนได้ทำงานเป็น ผู้จัดการที่คอยดูแล กลุ่มดาราศิลปินด้วย ซึ่งเกฟเฟนก็ทำงานในบริษัทนี้ต่อเนื่อง 4 ปี
ก่อนจะย้ายงานไปและก็สามารถไต่เต้าจนได้เป็นรองประธานกรรมการบริหารที่ Creative Management Associates
และด้วยความสามารถในการปั้นและดูแลศิลปินที่โดดเด่น จนทำให้ต่อมา เกฟเฟนตัดสินใจที่จะเปิดค่ายเพลงของตัวเองร่วมกับ Elliot Roberts ในชื่อ “Asylum Records”
ซึ่งคำว่า “Asylum” แท้จริงแปลว่า “ค่ายรับผู้พักพิง” หลายคนก็อาจสงสัยว่า ทำไมถึงต้องตั้งชื่อนี้?
1
คำตอบที่อยู่เบื้องหลังชื่อนี้ เป็นเพราะว่า ค่ายมักจะรับศิลปินที่ค่ายอื่นไม่ยอมเซ็นสัญญาด้วยเข้ามาจึงเปรียบเสมือน “ค่ายรับผู้พักพิง” นั่นเอง
1
และต่อมาเขาก็ยังได้ร่วมก่อตั้งค่ายเพลงอีกสองค่าย คือ Geffen Records และ DGC Records ซึ่งตลอดชีวิตการดูแลค่ายเพลงก็มีส่วนกับความสำเร็จของศิลปินมากมาย อาทิ John Lennon, The Eagles และ Nirvana
2
และเกฟเฟนยังมีโอกาสได้เข้าไปนั่งเป็นรองประธานของบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ Warner Bro.
และก็ยังได้มีส่วนสร้างละครเวทีชื่อดังอีกหลายเรื่อง อาทิ Dreamgirls Cats
และ Little Shop of Horrors
1
และเขาก็ได้มาร่วมสร้างค่ายหนังอนิเมชั่นชื่อดังอย่าง “DreamWorks” ต่อมานั่นเอง
📌 เหรียญสองด้าน
มีส่วนสำคัญในชีวิตของเกฟเฟนที่เราตั้งใจไม่กล่าวถึงด้านบน และยกมาเล่าตรงนี้แทน เรื่องนั้นก็คือ “รายละเอียดการสมัครงานที่ William Morris Agency (WMA)”
1
ที่แท้จริงแล้ว เกฟเฟนต้องจบการศึกษาระดับวิทยาลัยเสียก่อนจึงจะสมัครเป็นผู้จัดการดาราศิลปินได้ แต่เราทราบกันดีว่า เกฟเฟนไม่มีใบปริญญา เนื่องมาจากปัญหาความสามารถในการอ่านที่ไม่ดีพอ
แต่สิ่งที่เขาทำเพื่อให้ได้เข้าทำงาน ก็คือ การทำการปรับเอกสารที่ส่งมาจากทางมหาลัยที่จะบอกว่า เกฟเฟนไม่ได้จบปริญญาจริงๆ ซึ่งที่เขาทำได้ ก็เพราะว่า ทำงานเป็นเสมียนในห้องจดหมายของบริษัทอยู่ก่อนนั่นเอง
ถึงจะมีจุดเริ่มต้นแบบนี้ แต่เมื่อเขาได้รับโอกาสทำงาน ก็สามารถทำได้อย่างโดดเด่น และก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าของวงการ เข้าไปเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบันเทิงในหลายภาคส่วน จนได้รับการยอมรับจากทุกคน
ตอนนี้คุณเกฟเฟนมีสินทรัพย์ตามการประเมินของ Forbes อยู่สูงถึง 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และก็ได้คะแนนการก่อร่างสร้างตัวด้วยตัวเอง 9 เต็ม 10 คะแนน
ซึ่งหมายความว่า เขาเป็นเศรษฐีที่ร่ำรวยจากความสามารถของตัวเองเกือบจะทั้งหมด แทบจะไม่มีส่วนที่รับมรดกมาจากพ่อแม่เลย
1
เรื่องนี้ก็เป็นดังเหรียญสองด้านที่แล้วแต่คนจะตัดสิน บางคนจะมองว่า เกฟเฟนไม่ควรได้รับโอกาสแต่แรก หรือบางคนมองว่า สุดท้ายเกฟเฟนก็พิสูจน์ความสามารถของตัวเองได้ ปริญญาก็อาจจะไม่จำเป็นก็ได้…
📌 เกร็ดเล็กน้อย
เดวิด เกฟเฟน เป็นอีกหนึ่งคนที่เปิดเผยว่า เขาเป็นเกย์ มีหนึ่งในคำพูดที่เคยกล่าวไว้ ในความเชื่อมั่นในตัวตนว่า
2
ฉันตั้งใจจะเป็นตัวฉันนี่แหละ ไม่ว่าตัวตนนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม
(I intend to be me. Whatever that is)
David Geffen
2
ผู้เขียน : ณัฐนันท์ รำเพย Economist, Bnomics
ภาพประกอบ : จินดาวรรณ อรรถมานะ Graphic Designer, Bnomics
▶️ ติดตามช่องทางของ Bnomics ได้ที่
Line OA : @Bnomics https://bit.ly/3eYkTJC
Bnomics - Bangkok Bank Economics
'Be an Economist for Everyone'
วิเคราะห์ เจาะทุกประเด็นเศรษฐกิจ ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
References :
โฆษณา