20 มิ.ย. 2022 เวลา 03:32 • ปรัชญา
# INTHΣORY คืออะไร?
INTHEORY (อิน-ธี-โอ-รี่) คือ Blog post ที่รวบรวมปรัชญา และแนวทางการใช้ชีวิตให้โดดเดี่ยวอย่างผู้ชนะที่แข็งแกร่ง (Sigma)
INTHEORY
โควิด-19 เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้สังคมได้เปลี่ยนไป.. ผู้คนรวมถึงตัวผมได้เปลี่ยนไป.. 2 ปีที่ผ่านมา ชีวิตในรั้วมหา'ลัยของผมเกิดขึ้นที่ห้องนอนขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ของผมเพียงเท่านั้น ไม่เจอเพื่อน ไม่เจออาจารย์ ไม่เจอผู้คนใหม่ๆ
สำหรับ Introvert type INTJ อย่างผมคิดว่ามันไม่แย่เท่าไหร่ เนื่องจากตัวผมได้เปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงเวลานี้ ผมมีเวลาออกกำลังกาย และอ่านหนังสือ (ไม่ใช่หนังสือเรียน) หนังสือพวกนั้นให้แรงบันดาลใจ
แต่ว่านั่นมันก็แค่ตัว มันคือ*ตัวตน*ของผม ที่ค่อยๆ จางหายไป นอกจากจะไม่มีเพื่อนแล้ว สกิลการสื่อสารกับผู้คนนั้นก้าวถอยหลัง ผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าคำพูดของผมที่ไม่ดีพอนั้นทำให้คนอื่นๆนั้นเกลียดผมไปมากเท่าไหร่ อาจจะคิดไปเอง? เรื่องนั้นผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่หรอกนะ
กลับกัน ผมรู้สึกชอบตัวเองมากที่เป็นแบบนี้ หลายคนคิดว่าการอยู่คนเดียว (Being alone) คือสิ่งที่ต้องถูกแก้ไข หรืออาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นในชีวิตวัยรุ่น – นี่เป็น statement ที่แค่ได้ยินก็อยากจะวิงวอนขอให้เวลาที่เสียไปกับการคิดเรื่องไร้สาระพรรค์นี้กลับคืนมา
เพื่อนสนิทสมัยประถมที่พอย้ายไปคนละโรงเรียนแล้วมันกลับยากเหลือเกินที่จะทักไปถามว่า "เป็นไงบ้าง"..
เพื่อนมัธยมของผมที่กาลเวลาทำให้เราไม่สนิทกันมากเหมือนเมื่อวาน..
ร่วมด้วยการเลิกลาของผมกับแฟนที่คบกันมา 6 ปี..
เรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกินการควบคุมของผมที่จะโอบอุ้มและรักษาความสัมพันธ์เหล่านั้นไว้ ผมอยู่ตัวคนเดียว และพอกันทีกับความสัมพันธ์
ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองฉลาด หากคิดแบบนั้นแล้วล่ะก็ คนเราจะเลิกท้าทายตัวเอง ไม่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ และสุดท้ายจะจบลงที่ความรู้สึกพ่ายแพ้จากอีโก้ที่สูงลิ่วของตัวเอง แต่ลึกๆแล้วผมขอยอมรับอย่างไม่อายว่า แม้ผมจะรู้สึกว่าตัวเองห่วยหรือไร้ประโยชน์อยู่เป็นประจำ ผมก็ยังรู้สึกว่าผมมีดีกว่าคนอื่นๆที่ถูกกังขังในสังคมที่เป็นคุกเสมือนแห่งนี้อยู่ดี
ผมเลยสร้าง Blog post เพจนี้ขึ้นมาชื่อ INTHEORY (อิน-ธี-โอ-รี่) ที่ๆ รวบรวมปรัชญา และแนวทางการใช้ชีวิตให้โดดเดี่ยวแต่ไม่เดียวดาย (Alone but not lonely) อย่างมีความสุข รักตัวเองมากกว่าที่เคย
พวกคุณไม่จำเป็นต้องเชื่อปรัชญาของผมทุกอย่าง ผมอยากให้อ่านบทความแล้วตีความให้นำมาปรับใช้ในชีวิตอย่างเหมาะสมมากกว่า เพราะมนุษย์ก็เหมือนดินสอสีที่แต่ละคนก็มีสีของตัวเอง แม้จะเฉดสีเหมือนกัน แต่ลึกลงไประดับ Colour code พวกเรานั้นก็ต่างกันอยู่ดี ปรัชญาของผม ไม่ว่ามันจะเป็นของผมเอง หรือได้รับจากนักปราชญ์คนอื่นมา ยังไงผมก็ไม่สามารถเหมารวมมันมาตีความทุกๆคนได้อย่างเท่าเทียมอยู่แล้ว
เมื่อได้รับข้อคิดชีวิตดีๆ จงนำมาวิเคราะห์และปรับให้เป็นแบบของตัวเอง
Sigma INTHEORY Grindrule #1
หากผู้อ่านอ่านมาถึงจุดนี้แล้วรู้สึกเกลียดผมเข้าเสียแล้ว ผมขอแสดงความขอบคุณที่อ่านมาถึงจุดนี้ แต่เกรงว่าบทความที่ผมจะเขียนหลังจากนี้อาจจะไม่เหมาะให้คนแบบพวกคุณอ่านแล้วล่ะ
แต่ถ้าผู้อ่านไม่ได้คิดแบบนั้น และยังอยากติดตามบทความเสียดสีสังคมนี้อยู่ หากไม่เป็นการรบกวน ฝากกดไลค์ กดแชร์ และกดติดตามเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองแด่สังคมแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยความเลวร้าย

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา