มีบัญชีอยู่แล้ว?
“ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคตกต่ำ” ในวันที่เงินเฟ้ออาจไม่กลับสู่จุดเดิมเร็วๆ นี้
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer sentiment index) ที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน ได้เปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวอเมริกัน ลดลงไปต่ำถึง 50.0 ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่ที่มีการสำรวจมา เทียบเท่ากับช่วงเศรษฐกิจถดถอยในช่วงปี 1980 เลยทีเดียว
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคนี้มีความสำคัญอย่างไร แล้วทำไมผู้บริโภคชาวสหรัฐฯ ถึงมีความเชื่อมั่นตกต่ำลงเช่นนี้ Bnomics จะมาเล่าให้ฟัง
📌 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค คืออะไร?
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เป็นสถิติที่ใช้วัดสุขภาพโดยรวมของเศรษฐกิจ โดยดูจากความคิดเห็นของผู้บริโภค ซึ่งจะคิดคำนวณถึงความรู้สึกของผู้บริโภคต่อสภาพการเงินของตนเอง สภาพเศรษฐกิจในระยะสั้น และมุมมองต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ดัชนีจึงตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่มีประโยชน์และถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย
ในสหรัฐฯ การใช้จ่ายของผู้บริโภค ถือเป็นองค์ประกอบหลักๆ ของมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยคิดเป็นกว่า 70% ของ GDP ดังนั้นดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจึงเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดีตัวหนึ่ง
1
เมื่อคนรู้สึกมั่นใจกับอนาคต ก็จะใช้จ่ายกันมากขึ้น ซึ่งก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ในทางกลับกันเมื่อคนรู้สึกถึงความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ก็จะเก็บเงินและไม่ค่อยซื้ออะไรที่ไม่จำเป็น ซึ่งความไม่เชื่อมั่นนี้เองที่จะทำให้อุปสงค์ต่อสินค้าและบริการลดลง อีกทั้งยังไปกระทบกับภาคการลงทุน ตลาดหุ้น และการจ้างงาน เป็นผลกระทบลูกโซ่ต่อกันไปเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มากเกินไปก็ใช่ว่าจะเป็นผลดี เพราะเมื่อผู้คนซื้อสินค้าและบริการเยอะมากๆ ก็ทำให้สินค้าขึ้นราคา ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อขึ้น ธนาคารกลางก็จะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ ทีนี้ก็ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจสูงขึ้น จนกระทั่งการเติบโตทางเศรษฐกิจและการส่งออกชะลอตัวลงได้
📌 แล้วทำไมตอนนี้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคถึงตกต่ำ?
จากตัวเลขในเดือนล่าสุดอยู่ที่ 50 ซึ่งต่ำกว่าเดือนพฤษภาคมอยู่ 14.4% และต่ำกว่าเดือนเดียวกันเมื่อปีก่อนหน้าถึง 41.5% หลักๆ แล้วก็เนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อยังคงหลอกหลอนผู้บริโภคอยู่
จากการสำรวจ ผู้บริโภคกว่า 47% มองว่าเงินเฟ้อเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้มาตรฐานการครองชีพของพวกเขาแย่ลง ซึ่งสัดส่วนนี้มากพอๆ กับช่วงเศรษฐกิจถดถอยในปี 1980 เลยทีเดียว
โดยผู้บริโภคคาดว่าเงินเฟ้อคาดการณ์สำหรับปีนี้ยังคงอยู่ที่ราวๆ 5.3% ส่วนเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะยาวน่าจะอยู่ที่ 3.1% และยังเต็มไปด้วยความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนอุปทานที่เป็นปัญหาติดต่อกันมา 9 เดือนแล้ว และราคาแก๊ส รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่พุ่งสูงขึ้นอยู่อย่างไม่หยุดหย่อน
1
📌 เมื่อความคาดหวังสร้างความจริง…เงินเฟ้ออาจไม่กลับไปอยู่ที่จุดเดิม
ในทางเศรษฐศาสตร์ การคาดการณ์เงินเฟ้อเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเมื่อผู้บริโภคคาดการณ์อย่างไร ก็จะส่งผลให้แสดงพฤติกรรมตามความคาดหวังนั้น เช่น เมื่อเราเห็นว่ามีเงินเฟ้อในอดีต และปัจจุบันเงินก็ยังเฟ้ออยู่
เราก็จะคาดเดาว่าเงินจะเฟ้อขึ้นเรื่อยๆ เป็นแน่ ส่งผลให้อาจจะมีการปรับขึ้นราคาสินค้า พนักงานต่อรองขอเพิ่มค่าจ้าง หรือผู้บริโภคก็อาจจะรีบซื้อสินค้าตุนไว้ก่อนตอนนี้เพราะกลัวว่าสินค้านั้นจะราคาสูงขึ้น ทำให้ท้ายที่สุดแล้วเงินเฟ้อนั้นก็เกิดขึ้นจริงๆ อย่างที่คาด (Self-fulfilling prophecy)
1
ทัศนคติเกี่ยวกับเงินเฟ้อ (Inflationary Psychology) จึงมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากต่ออัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้นการที่มีคนที่กังวลเรื่องเงินเฟ้อมากจนเกินเหตุไปเสียหน่อย ก็อาจเป็นหนึ่งในแรงกดดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นไปอีกและอาจจะกลับไปยังจุดเดิมก่อนเกิดโควิดไม่ได้เช่นกัน
ดังนั้น หากสถานการณ์ทั่วโลกปรับตัวดีขึ้นกลับสู่ภาวะปกติ หรือเมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้แล้วว่าจะคุมเงินเฟ้อได้อยู่หมัด ก็อาจช่วยให้ทั้งเงินเฟ้อคาดการณ์และเงินเฟ้อที่แท้จริงลดความร้อนแรงลง ช่วยให้ผู้คนคลายกังวลจากวิกฤติค่าครองชีพสูงที่เผชิญกันอยู่ในเวลานี้
แต่ด้วยตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ ก็อาจเป็นไปได้ว่าเงินเฟ้ออาจจะยังคงยืดเยื้อไปอีกชั่วขณะหนึ่งก็เป็นได้…
ผู้เขียน: ชนาภา มานะเพ็ญศิริ Economist, Bnomics
ภาพประกอบ : จินดาวรรณ อรรถมานะ Graphic Designer, Bnomics
▶︎ ติดตามช่องทางของ Bnomics ได้ที่
Line OA : @Bnomics https://bit.ly/3eYkTJC
Bnomics - Bangkok Bank Economics
'Be an Economist for Everyone'
วิเคราะห์ เจาะทุกประเด็นเศรษฐกิจ ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
References :
  • กำลังนิยมในบล็อกดิต
    ตลาดคริปโตแดงเดือด Bitcoin โดนขายหนัก ราคาร่วงแตะระดับ 21,750 ดอลลาร์ ราคา Bitcoin และตลาดคริปโตเคอร์เรนซีร่วงลงอย่างหนักทั้งกระดานในวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ โดยราคา BTC ดิ่งสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ที่ 21,447 ดอลลาร์ ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นมาที่ 21,715 ดอลลาร์ ณ เวลา 17.00 น.
    How to การปัดแก้ม 6 ลุค 6 สไตล์ ฉบับสาวเกาหลี จากสัปดาห์ที่แล้วที่พูดเรื่องการปัดแก้มให้ติดทนนานไป วันนี้จะมาต่อกันด้วยสไตล์การปัดแก้มทั้ง 6 แบบ ที่จะทำให้เราน่ารัก สวยใส เหมือนสาวเกาหลีเกาใจ แต่จะมีทรงไหนบ้าง ตามแอดกันมาเลยค่ะ
    ทำความรู้จัก Forex ธุรกิจสีเทาที่ประเทศไทย ไม่ห้าม แต่ไม่อนุญาต คืนวานนี้ (18 ส.ค. 2565) สื่อในประเทศรายงานข่าว ‘สาวิกา ไชยเดช’ หรือ ‘พิ้งกี้’ นักแสดงชาวไทย ถูกฟ้องกรณีหลอกลวงให้ลงทุน Forex 3D ซึ่งพิ้งกี้และพวกอีก 19 คน อ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนเทรดค่าเงินต่างประเทศ
    ตุลาคม 2562 ผู้เสียหายกว่า 9,800 คน แจ้งความที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าถูกหลอกให้ลงทุนฟอเร็กซ์-ทรีดี เดือนต่อมา (พ.ย.62) ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ และเริ่มยึดทรัพย์ อายัติบัญชี 📌ติดตามข่าวสำคัญ สถานการณ์เด่นในรอบวันกับ #ThaiPBS ได้ที่ www.thaipbs.or.th/news #ข่าวค่ำมิติใหม่
    ดูทั้งหมด