25 ก.ค. 2022 เวลา 11:32 • ปรัชญา
นิสัย "โนสน โนแคร์" แบบชาวสโตอิก จุดแข็งที่จะทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นเยอะแต่โคดจะทรงพลัง มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ชาวสโตอิก จะไม่ทำอย่างเด็ดขาด
มาร์คุส ออรีเลียส จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันยิ่งใหญ่ กษัตริย์นักปรัชญาสโตอิก ผู้ซึ่งเจอปัญหามากมายระหว่างการเป็นนักปกครอง จนต้องใช้หลักปรัชญาเข้าช่วยแก้ปัญหา และได้เอามาเขียนเป็นหนังสือเกี่ยวกับศาสตร์แห่งการปกครองที่มีอิทธิพลอย่าง “Meditations” ได้กล่าวไว้ว่า
“อย่าปล่อยให้ปัจจัยภายนอกเข้าครอบงำคุณ เพราะคุณมีอำนาจที่จะควบคุมจิตใจของคุณเองได้
หาให้เจอ แล้วคุณจะพบกับความแข็งแกร่งที่ทรงพลัง”
— Marcus Aurelius
กษัตริย์นักปรัชญา มาร์คุส (ภาพจาก: postjung.com)
สโตอิกคืออะไร และทำไมเราจึงควรเป็นชาวสโตอิก ?
แอดมินพยายามหาความหมายของการเป็นชาวสโตอิกที่ดีที่สุดและสรุปออกมาได้ความว่า
สโตอิก คือคนที่อดทนต่อความเจ็บปวดหรือความยากลำบากได้ โดยที่ไม่ออกอาการพร่ำบ่น หรือแสดงความรู้สึกเสียใจใดๆ ออกมา เพราะเขามองโลกตามความเป็นจริง ตามตรรกะของเหตุและผล และยอมรับมัน เขาจะทำเฉพาะสิ่งที่ตัวเองควบคุมได้เท่านั้น ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร อะไรจะเกิดขึ้น ก็จะตอบสนองด้วยความนิ่งสุขุมและชาญฉลาด โดยไม่เสียเวลาไปเป็นทุกข์กับสิ่งที่ตัวเองควบคุมไม่ได้
แต่ในความเป็นจริงแล้ว สโตอิก เป็นลัทธิที่มีกระบวนการวิธีคิดที่ค่อนข้างแตกต่างไปจากสิ่งที่คนส่วนใหญ่ของสังคมคิดและเป็น กล่าวคือคนส่วนมากมักจะทำอะไรตามๆ กัน เหมือนๆ กัน
ทำให้คนที่เป็นสโตอิกที่คิดอะไรไม่เหมือนคนอื่น ถูกมองว่าเป็นแกะดำ แปลกแยก คิด พูด และทำอะไรที่ขัดแยังกับสังคมคนส่วนใหญ่ ส่วนมากชาวสโตอิกมักจะโดดเดี่ยว และไร้อารมณ์
ภาพแกะดำท่ามกลางฝูงแกะสีขาว Black sheep (ภาพจาก: Pixabay)
ซึ่งความจริงมันลึกกว่านั้นเยอะ เพราะคนที่เป็นสโตอิก คือคนที่รู้ความต้องการของตัวเอง และรู้ว่าตัวเองควบคุมอะไรได้บ้าง ไม่จมกับความทุกข์ หรือสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่พวกเขาจะมุ่งหน้าเดินไปสู่จุดหมายปลายทางชีวิตของตัวเองโดยไม่ว่อกแว่กต่อสัญญาณรบกวนรอบด้าน
เรามาดูกันว่า นิสัยปกติ 8 ประการที่ชาวสโตอิกจะไม่ทำ มีอะไรกันบ้าง
1. คนเป็นสโตอิก จะไม่กลัวกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย
เพราะไม่มีอะไรที่เราควบคุมไม่ได้ หมายถึงว่า หากเราตั้งใจตั้งเป้าหมายลงมือทำอะไรสักอย่าง ในวันนี้อย่างสุดกำลังและต่อเนื่อง แล้วต่อยอด พรุ่งนี้ชีวิตเราย่อมดีเอง แม้ว่าอุปสรรคอะไรจะเข้ามา ก็ไม่สามารถหยุดได้ เช่น หากอยากมีสุขภาพที่แข็งแรง ตั้งใจว่าจะต้องออกกำลังกายให้ได้ทุกวัน แม้ฝนตก ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำให้ไม่ออกไปวิ่ง แบบนี้เป็นต้น
หรือหากมีอุปสรรคเกิดขึ้นระหว่างทาง มันคือภูมิต้านทานสำหรับวันพรุ่งนี้ ปัญหาเดิมๆ ของวันนี้ มันก็จะกลายเป็นวิธีแก้ปัญหาของวันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้น คนเป็นสโตอิก จะไม่กลัวอะไรเลย และไม่กังวลล่วงหน้าถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึงด้วย
2. คนเป็นสโตอิก จะไม่เสียเวลาให้กับเรื่องที่ไม่ใช่สาระ
เราจะไม่ปล่อยเวลาอันมีค่าไปกับสิ่งรบกวนระหว่างวัน เช่น หากในช่วง 1 ชั่วโมง ขณะกำลังเขียนหนังสือ เราจะไม่แว้บไปเปิดดูมือถือว่ามีใครทักแชทมาหรือป่าว
3. คนเป็นสโตอิก ไม่ปล่อยให้เหตุผลของคนอื่นอยู่เหนือเหตุผลของตัวเอง
หลายครั้ง คนรอบข้างเรา เขาอาจจะไม่ได้มีความเข้าใจบริบทเดียวกันกับเรา และอาจพูดบั่นทอนว่า ไอเดียแบบนี้หรอ อย่าไปทำ ทำไม่ได้หรอก ไม่มีใครเค้าทำกัน เสียเวลาเปล่า
ซึ่งมันก็อาจจะใช่นะในมุมมองของเขา เขาอาจจะไม่เคยทำสิ่งนี้มาก่อน หรือเคยทำแล้วล้มเหลว ที่เขาพูดแบบนั้น ก็เพราะมันคือประสบการณ์ของคนที่ล้มเหลว แบบตัวของเขาเท่านั้นเอง บางทีช่วงเวลาที่เขาทำมันอาจจะยังไม่ใช่จังหวะที่ถูกต้อง หรือเขาอาจจะมีทีมงานที่ไม่เวิร์ค ความเข้าใจในเนื้องานนั้นๆ เขาอาจจะไม่ได้มีมากพอ ซึ่งบริบททั้งหลายมันอาจจะแตกต่างกับที่เรามีก็ได้
อย่าได้แคร์ความคิดของคนอื่นมากกว่าความคิดตัวเอง จงฟังเสียงจากภายในตัวเอง คุณคนเดียวที่รู้ดีที่สุด และลงมือทำตามความรู้สึกนั้น
4. คนเป็นสโตอิก จะไม่คิดแก้แค้น
กฎแห่งกรรม ยุติธรรมเสมอ ใครทำยังไง มันก็ได้ยังงั้นแหละ จะช้าจะเร็ว ไม่รู้ แต่อย่าได้ไปคิดแก้แค้นเอาคืนเลย เพราะมันไม่คุ้ม คุณจะสูญเสียพลังงานมากกว่าเดิม และอาจทำให้ทุกอย่างแย่กว่าเดิม แบบที่เซเนก้าพูดว่า หมากัดอย่าไปกัดหมาตอบ เพราะมันไม่คุ้มกัน
ยิ่งคุณไปโกรธตอบ ความคับแค้นใจก็ยิ่งฝังอยู่ในใจของคุณเอง มันไม่คุ้ม
ก็แค่ปล่อยวาง ทิ้งคนเหล่านั้นไว้ให้เขาจมอยู่กับความคิด คำพูด การกระทำแย่ๆ ของตัวพวกเขาเอง และจมไปกับสิ่งที่เขาเป็น แค่นั้นเอง
5. คนเป็นสโตอิก จะไม่เป็นหุ่นเชิดให้ใคร
หลายคนที่ตื่นเช้าขึ้นมา ก็เช็คแชทก่อน เช็คอีเมล์ เช็คข่าว เอาพลังงานที่สดชื่นที่สุดในตอนเช้า ไปทำตามออเดอร์ที่คนอื่นสั่งมาก่อน แทนที่จะเอาพลังงานนั้นมาสร้างงานคุณภาพดีๆ ของตัวเอง ซึ่งนั่นไม่ใช่วิธีการใช้ชีวิตที่ถูกต้องในแบบสโตอิก
แค่ทำทุกอย่างให้ช้าลง และควบคุมทุกอย่างให้ได้ตั้งแต่เช้า เช่น อาจจะออกกำลังกาย นั่งสมาธิตั้งแต่ตื่น อ่านหนังสือ หรือลงมือทำตามลิสต์ที่ตัวเองจดเอาไว้ ถ้า input ในตอนเช้าของวันเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ วันทั้งวันก็จะเต็มไปด้วยคุณภาพเอง
6. คนเป็นสโตอิก จะไม่ปล่อยให้ใครๆ เข้าถึงได้ง่ายนัก
นโปเลียน เป็นคนที่จะอ่านจดหมายของเขาเมื่อเวลาผ่านไปแล้ว 3 สัปดาห์หลังจากที่จดหมายมาถึง เพราะเขารู้ว่า ปัญหาหลายๆ อย่างจะหาทางคลี่คลายได้ด้วยตัวของมันเอง
คนเป็นสโตอิก จะไม่เช็คเมล์ หรืออ่านแชทบ่อยๆ เพราะนั่นคือการเอาตัวเองเข้าไปวนอยู่ในลูปที่ไม่ต้องการ อย่าวุ่นวายกับสิ่งไร้สาระตลอดเวลาแบบนั้น
การอัพเดทข่าวสารที่ฉับไว จะทำให้เราเป็นทุกข์และสับสนกับชีวิตมากเกินไป จริงๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง ทุกอย่าง ตลอดเวลาขนาดนั้น และการทำแบบนั้น คือการปล่อยให้สิ่งรบกวนเข้าแทรกสมาธิกระเจิดกระเจิง แทนที่จะได้ Product ก็เลยไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันซักที
อย่าเอามือถือวางไว้ใกล้ตัว ขณะที่กำลังใช้สมาธิปั้นชิ้นงาน
อย่าให้ใครเข้าถึงเราได้ง่ายเกินไป
7. คนเป็นสโตอิก จะไร้ความรู้สึกกับคำพูดลบๆ ของชาวบ้าน (ไร้อารมณ์แหละว่าง่ายๆ)
เราควรฝึกทำตัวให้ไร้อารมณ์ คือไม่จำเป็นต้องรู้สึกใดๆ กับคำคิดลบ หรือดูถูก หรือการด้อยค่าจากคนอื่น
ปล่อยให้คำพูดแย่ๆ เหล่านั้นลอยไปเหมือนกับเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้า ความคิดของตัวเราเท่านั้นแหละที่ทำให้เราท้อ และทุกข์ ไม่มีความจำเป็นต้องโกรธเคืองคำพูดที่ทำร้ายใจเรา เพราะสุดท้ายแล้วคนที่เปิดรับ คำเหล่านั้นเข้ามาในใจ ก็คือตัวเราเอง ก็แค่ทำเฉยๆ ปล่อยให้มันผ่านไป ไม่ต้องโต้ตอบอะไร
8. คนเป็นสโตอิก ไม่เอาสิ่งภายนอกมาตัดสินสิ่งที่อยู่ภายในตัวเอง
อย่าปล่อยให้มาตรฐานของคนส่วนใหญ่ กำหนดชีวิต หรือความคิดของเรา จงหาความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ให้เจอ ควบคุมมันด้วยตัวเราเอง อย่าปล่อยให้สังคมมาควบคุม การพัฒนาตัวเอง ความสำเร็จ หรือความร่ำรวย มันอยู่ที่ตัวเราจะมองตัวเราว่าอยู่ขั้นไหนแล้ว ไม่ใช่ไปเทียบกับคนอื่น แต่เทียบกับศักยภาพของตัวเราเองนี่แหละ
เพราะถ้าหากว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิด มันเป็นเรื่องผิดล่ะ
เราจะเอาการตัดสินใจของคนส่วนใหญ่มาตัดสินตัวเราไปเพื่ออะไรกัน เพราะคุณค่าของคนเราแต่ละคนมันไม่เหมือนกันซักหน่อย
กล่าวโดยสรุปคือ
คนที่เป็นสโตอิกที่แท้จริง จะมองกลับเข้าไปในตัวเอง ภายในจิตใจของตัวเอง จะพัฒนาตัวเองจากสิ่งที่ตัวเองเป็นจากภายใน จะไม่ให้ความสำคัญกับปัจจัยภายนอก ไม่สนใจว่าใครจะคิดกับเขายังไง ไม่สนใจเกณฑ์มาตรฐานของคนส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ สโตอิกจะสร้างมาตรฐานของตัวเองขึ้นมาเอง วัดผลด้วยตัวเอง อะไรสำคัญ อะไรไม่สำคัญกับชีวิต คนที่เป็นสโตอิก จะรู้ได้ด้วยตัวเอง ไม่ปล่อยให้ใครมาบงการ
เพราะว่าคุณค่าของตัวเราเอง ความสุขของตัวเราเอง เราต้องเป็นคนกำหนดเท่านั้น
ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์ กดติดตามเป็นกำลังใจให้แอดมินได้เขียนบทความดีๆ ใน BD นี้ต่อไปด้วยนะคะ
โฆษณา