13 ส.ค. 2022 เวลา 18:38 • การศึกษา
จางอี้ อัครเสนาบดีแห่งแคว้นจิ๋น ในยุคชุนชิว-จ้านกว๋อ เป็นต้นตำหรับนักพูดชื่อดังเคียงคู่มากับ ซูฉิน อัครเสนาบดี แห่งแคว้นฉี ได้กล่าวเอาไว้ว่า " ลิ้นยังอยู่ก็ใช้ได้แล้วล่ะ " หมายความว่า ตราบใดที่ยังมีลิ้นอยู่ ก็ยังใช้ปากพูดจูงใจได้ ซึ่งพวกเขาก็พูดจูงใจเจ้าแคว้นสำเร็จจนได้เป็นอัครเสนาบดี( นักการเมือง ) ในหลายแคว้น นอกจากนี้ยังมีนักพูดในสายงานอื่นอีกมากมายในยุคชุนชิว-จ้านกว๋อ เช่น ทนาย นักร้อง ผู้พิพากษา นักการทูต นักเจรจาต่อรอง พ่อค้านักธุรกิจ นักวางแผนกลยุทธ นักการทหาร นักปราชญ์ นักคิดนักเขียน
พูดง่ายๆคือ อาชีพด้านการพูดหรือการสื่อสารเหล่านี้มีมาแต่ยุคโบราณแล้ว ซึ่งเรียกรวมๆว่า ยุทธวาที หรือศาสตร์แห่งการใช้วาจาเป็นอาวุธ เพราะคำพูดเพียงแต่ไม่กี่คำก็สามารถเปลี่ยนจากร้ายกลายเป็นดีหรือเปลี่ยนจากดีกลายเป็นร้ายได้ จะเจริญรุ่งเรืองหรือจะตกต่ำอับจน จะเกิดสงครามหรือเกิดสันติ จะติดคุกติดตะรางหรือได้รับอิสรภาพ จะได้งานหรือจะตกงาน จะขายของได้หรือขายไม่ได้ ล้วนอยู่ที่ วาจา ทั้งสิ้น คนเราติดดี พูดดี ทำดี ย่อมได้ดีมีชัยครับ
อันดับแรก ตั้งสติและพิจารณาให้ดีก่อนพูด เรื่องที่จะพูดก็ต้องรู้ลึกรู้จริงหรือทำได้จริง พูดเสียงดังฟังชัด พูดตรงประเด็น เน้นเหตุผล การใช้น้ำเสียงหนักเบาต้องดูสถานการณ์ด้วย มีการเกริ่นนำ การเข้าสู่เนื้อหาสาระ การเน้นย้ำจุดสำคัญ การสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่พูด ที่สำคัญความรู้รอบตัวและไหวพริบหรือทักษะการโต้ตอบก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักพูดเช่นกัน ใครที่สวดมนต์บ่อย ออกพูดในที่ประชุมบ่อย ร้องเพลงบ่อย นำเสนองานบ่อย ขายของบ่อย พูดจาโต้ตอบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบ่อย ใครรู้ข้อมูลข่าวสารย่อมมีทักษะการพูดที่ดี
แต่บางครั้ง คนพูดไม่เก่งแต่รักหมดใจ ก็มีชัยได้เช่นกัน เพราะบางเรื่องราวนั้นคำพูดอาจจะสื่อความหมายได้ไม่มากพอเหมือนใจ " ใช้ใจในการสื่อความหมาย " หรือจะเรียกว่า สัมผัสรักจากใจ ก็ได้
โฆษณา