ขอให้โลกนี้ไม่มีพันธุฆาต (No More! Genocide)
EP3: Auschwitz I: หยดน้ำตา ณ โรงฆ่ามนุษย์ 🏴‍☠️
วันที่สามของ Holocaust and Genocide studied workshop
เปิดวันด้วยการเข้าฟังบรรยายในหัวข้อ “Poland in WWII” ของ Dr. Piotr Setkiewicz ผู้อำนวยการของ Centre for Research at the Auschwitz-Birkenau State Museum
ซึ่งทำให้ทราบว่า ก่อนที่ฮิตเลอร์จะบุกโปแลนด์ เขาได้มีการไปทำสนธิสัญญาแฝงเพื่อแบ่งดินแดนของโปแลนด์ที่กำลังจะยึดครองนั้นกับสหภาพโซเวียตก่อนหน้านี้แล้ว และเหตุผลหลักที่ต้องเอาดินแดนโปแลนด์มาให้ได้ก็เพราะ นาซีเยอรมันต้องการสร้าง “พื้นที่อยู่อาศัย” ใหม่ๆให้กับประชากรอารยัน หรือ “เยอรมันแท้ๆ” ได้อยู่อาศัยกัน อีกทั้งยังต้องการแสดงให้สหภาพโซเวียตและโลกเห็นว่า “ดินแดนในอุดมคติของนาซี” นั้นเป็นอย่างไร … และสิ่งที่ฮิตเลอร์ทำก็คือ
Set up ผู้ปกครองใหม่ในโปแลนด์ ภายใต้ชื่อ General Government/ เอาคนเยอรมันแท้เข้ามาอยู่ในโปแลนด์ พร้อมทั้งขับไล่ที่คนโปลออกไปอยู่ในค่ายแรงงานให้หมด ประหารทุกคนที่คิดว่าจะมีแนวโน้มต่อต้านนาซี ซึ่งข้อหาที่ส่วนตัวคิดว่ามัน non-sense ที่สุดก็คือ เพราะแกเป็นคนขี้เกียจ!-เอามันไปประหารซะ!
Session ถัดไป ก็คือ การทำ Workshop แบบ Group Discussion เพื่อหาและเรียง Timeline ของเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ว่าก่อนที่โลกจะรู้จักคำว่า การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (Holocaust) นั้น มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วอะไรที่นำไปสู่เหตุการณ์นี้?
ถกกันมันในประเด็นประวัติศาสตร์ และเปิดโลกมากในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง ชะตากรรมของผู้อพยพชาวเยอรมันในอเมริกาช่วง WWII กับชีวิตคนโปแลนด์กับเช็กภายใต้การปกครองของโซเวียต (ถ้ามีโอกาสไว้จะเล่าให้ฟังครับ) - กลับมาที่ Group discussion สรุปสุดท้ายคือ หาคำตอบแบบแท้จริงกันไม่ได้ว่า triggering event แรกสุดของการเกิด Holocaust มันอยู่ตรงไหนกันแน่? (บางคนบอกว่าถ้าจะนับ ควรเริ่มนับตั้งแต่วันที่พระเยชูถูกคนยิวใส่ความจนโดนตรึงไม้กางเขนนั่นเลย)
หลังจากนั้นก็ถึงเวลาของอีกหนึ่ง Highlight ใน Workshop ครั้งนี้ ก็คือ การได้เข้าชมค่ายกักกัน Auschwitz I (สามารถเปิดรูปดูตามไปด้วยกันเลยครับ แต่มีคำเตือนนิดนึงว่า ภาพและเนื้อหาใน caption มีความหดหู่แฝงอยู่*)
ทางเข้าหน้าสุดของค่ายกักกัน Auschwitz I (ด้านขวาคือตึกอำนวยการ ที่เดิมหน่วย SS ของนาซีใช้เป็นที่กองอำนวยการ) นักประวัติศาสตร์คาดกันว่ามีผู้เสียชีวิตในค่ายกักกันนี้ (รวม Auschwitz I และ Auschwitz II หรือที่เรียกว่า ค่าย Birkenau) กว่า 1.1 ล้านคน โดย 1 ล้านคนเป็นชาวยิว และที่เหลือก็เป็นชาวโปแลนด์, ชาวโซเวียต, ชาวยิปซี, กลุ่มผู้พิการ, กลุ่มพยานแห่งพระยะโฮวา และกลุ่มโฮโมเซ็กชวล) … ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี (1941-1945) เท่านั้น
อย่างที่เกริ่นไปว่า ค่ายกักกัน Auschwitz นี้ มีอัตราการเสียชีวิตที่สูงมาก สืบเนื่องมาจาก 2 เหตุผลด้วยกัน คือ (1) ฟังชั่นของค่ายมีนอกจากจะเป็นค่ายกักกันแล้ว อีก part หนึ่งยังเป็นสถานที่สำหรับการสังหารหมู่อีกด้วย และ (2) เนื่องจากเป็นค่ายสังหาร ชาวยิวจำนวนมากมายทั่วยุโรปจึงถูกขนส่งมาที่ค่ายแห่งนี้โดยขบวนรถไฟที่แออัดและไร้หน้าต่าง … ซึ่งจากภาพจะเห็นว่ามีชาวยิวบางส่วนถูกขนส่งมาจากกรุงออสโลประเทศนอร์เวย์เลย (แน่นอนไกด์บอกว่า หลายคนตายระหว่างการขนส่งนี้)
แผนที่แสดงที่ตั้งของค่ายกักกันในเครือ Auschwitz ซึ่งได้แก่
1) Auschwitz I - ค่ายแรกที่ถูกนาซีสร้างขึ้น โดยการ renovate กรมทหารโปแลนด์เดิม มาเป็นค่ายกักกันแทน
2) Auschwitz II - Birkenau
3) Auschwitz III - Monowitz
ซึ่งเป็นค่ายแรงงานโดยเฉพาะ
และวันนี้เรามาชมค่าย Auschwitz I กันก่อน
เดินผ่านตึกอำนวยการมาก็จะเจอ อาคารที่ทำงานของทหารนาซีหน่วย SS
แล้วก็ประตูเข้าออกค่าย พร้อมป้าย “จงทำงานเพื่ออิสรภาพ (ARBEIT MACHT FREI)” อันโด่งดัง
จงทำงานเพื่ออิสรภาพ (ARBEIT MACHT FREI)
ทั้งค่ายถูกล้อมรอบด้วยรั้วไฟฟ้าแรงสูง (ไกด์บอกว่ามีนีกโทษหลายรายตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการวิ่งไปชนกับรั้วไฟฟ้านี้ เพื่อหนีจากความทุกข์ทรมานในค่าย)
ผ่านรั้วไฟฟ้าเข้ามาด้านในค่าย
ตึกที่เห็นเป็นที่พักของนักโทษ
ฝั่งตรงข้ามกับตึกในรูปเมื่อกี้ จะเป็นลานเล็กๆที่ไว้สำหรับให้นักโทษมาตั้งวงดนตรี(แน่นอนถูกบังคับให้มาเล่น) เพื่อบรรเลงเพลงมาร์ช ตอนเช้าและตอนเย็น เพื่อส่งและต้อนรับนักโทษที่ถูกส่งออกไปใช้แรงงานนอกค่าย
ตึกที่เห็นด้านซ้ายคืออาคารพักของนักโทษ ส่วนฝั่งขวาคือโรงครัวของค่าย
ลานกว้างหน้าโรงครัว คือพื้นที่สำหรับใช้เรียกแถวนักโทษ เพื่อนับจำนวน พอเข้าช่วงหน้าหนาวที่อากาศติดลมหลายองศา ทหาร SS ก็จะเข้าไปยืนอยู่ในป้อมที่เห็น เพื่อนับจำนวนนักโทษ
และหากนักโทษแถวไหนมีนักโทษขาดหายไป หลายครั้งทหาร SS ก็จะสุ่มเลือกคนที่เหลือในแถวนั้นมาแขวนคอประจานตรงขื่อไม้ที่เห็นในภาพด้านซ้ายมือ (ที่คนเสื้อขาวยืนอยู่) หรือนักโทษที่ทำผิดกฏแม้ของค่ายแม้เพียงเล็กน้อย อาทิเช่น มองหน้าผู้คุม SS หรือมีส่วนรู้เห็นว่าเพื่อนหลบหนี ก็จะถูกแขวนคอตรงนี้เหมือนกัน ขณะที่ด้านหลังขื่อไม้ที่เห็นนั่นเป็นโรงอาหารของค่าย
ทางเดินในค่าย
อาคารที่ 6 (Block 6) ถูกใช้เป็นห้องจัดแสดงการลงทะเบียนนักโทษ
นักโทษที่ถูกขนส่งเข้ามาใหม่ จะถูกสั่งให้วางสัมภาระที่ขนมาทั้งหมดลง ถูกจับโกนขนให้เกลี้ยงเกลาหมดทั้งร่างกาย แล้วก็บังคับให้ไปอาบน้ำ จากนั้นก็ถูกบังคับให้ใส่เสื้อลายทาง ฟ้าเทา
ภาพแสดงการกดขี่ของผู้คุม SS
ชุดนักโทษของจริง ที่ถูกนำมาจัดแสดง
ชุดนักโทษ
หลังจากนั้นนักโทษแต่ละคนก็จะถูกสักหมายเลขประจำตัวตามร่างกาย เพื่อที่ทหาร SS จะได้ระบุตัวตนถูก
สัญลักษณ์ต่างๆบนเสื้อของนักโทษ ที่แสดงถึงกลุ่มคนที่แตกต่างกัน อาทิ ถ้านักโทษคนไหนมีตรา SU ปักอยู่ที่อกเสื้อ นั่นหมายความว่า นักโทษคนนั้นคือกลุ่มที่มาจาก Soviet Union / ถ้าสามเหลี่ยมคว่ำสีแดง หมายถึง นักโทษการเมือง เป็นต้น
ในค่ายมีเด็กๆหลายคนถูกจับมาขังด้วย
สภาพของโรงนอนในค่าย (พื้นคอนกรีตคลุมด้วยฟาง)
อีกหนึ่งโรงนอนที่มีฟูกทำจากฟางเช่นกัน
สภาพห้องส้วมในค่าย
โรงอาบน้ำ
ห้องพักสำหรับนักโทษครอบครัว
อีกหนึ่งโรงนอน
อาคารที่ 10 (Block 10) เป็นอาคารที่แพทย์นาซีใช้ทำการทดลองต่างๆอันไร้ศีลธรรมกับนักโทษ
อาคารที่ 11 (block 11): อยู่ด้านในสุดของค่าย ถูกทหารนาซีใช้เป็นที่กักขัง ทรมาน นักโทษที่กระทำความผิดในค่าย (ภายในน่าขนลุกมาก แต่ห้ามถ่ายภาพ เพราะมีชั้นใต้ดินสำหรับการทำทารุณกรรม ในรูปแบบต่างๆ อาทิเช่น ห้องอดตาย, ห้องมืด และห้องแคบมากๆที่ต้องการให้นักโทษข้างในยืนอยู่ตลอดทั่งวันทั้งคืน) อีกทั่ง block นี้ยังถูกใช้เป็นลานประหารอีกด้วย
ทางเข้า
ภายใน Block 11
ห้องตัดสินโทษที่ดำเนินงานโดยตำรวจลับนาซี หรือที่เรียกกันว่า เกสตาโป
ห้องพักนักโทษประหาร
ลานประหารชีวิต
Death Wall
ภาพวาดของเด็กๆในค่าย
สมุดรวบรวมรายชื่อของผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ Holocaust
แบบจำลองห้องรมแก๊ส ที่ถูกต่อเติมขึ้นในค่าย ภายหลังจากที่ฮิตเลอร์ประกาศชัดเจนว่าจะใช้นโนบายขั้นเด็ดขาดในการกำจัดชาวยิว หรือ final solution
แบบจำลองห้องรมแก๊ส
เกล็ดสารพิษไซครอน B ที่นาซีใช้สังหารชาวยิวในห้องรมแก๊ส
กล่องบรรจุสารพิษไซครอน B ใช้แล้ว ที่เจอภายในค่าย
อุปกรณ์ขาเทียมต่างๆของเหยื่อที่เจอภายในค่าย
ภาชนะต่างๆของเหยื่อที่เจอภายในค่าย
รองเท้าของเหยื่อที่ถูกพบภายในคลังของค่าย
ชุดเด็กน้อยที่เจอภายในค่าย
กองสัมภาระต่างๆที่เจอภายในค่าย
ทางเดินไปส่วน extermination center (ห้องรมแก๊ส)
ประตูทางเข้าของส่วน Extermination Center (ห้องรมแก๊ส)
มุมมองจากส่วน extermination center ที่จะเห็นตัวค่ายซึ่งแยกออกไปหลังรั้วไฟฟ้า
สถานที่ที่ผู้บัญชาการค่ายเอาชวิท Rudolf Höss ถูกติดสันประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ จากข้อหาอาชญากรสงคราม และก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ
ห้องรมแก๊ส
รูบนเพดานที่ทหารนาซีใช้สำหรับหย่อนกระป๋องสารพิษไซครอน B ลงมา (ไกด์บอกว่าส่วนใหญ่เหยื่อจะเสียชีวิตภายใน 20 นาทีเนื่องจากขาดอากาศหายใจ)
ถัดจากห้องรมแก๊ส เมื่อเปิดประตูออกมาจะเจอเตาเผาศพ
Gas Chamber และเตาเผาศพ
สุดท้ายในช่วงครึ่งปีหลังของ ค.ศ.1944 นาซีเยอรมันเริ่มตระหนักว่ากองทัพโซเวียตกำลังจะบุกเข้ามาถึงค่าย Auschwitz ในอีกไม่นาน ดังนั้น ทหาร SS จึงออกคำสั่งให้นักโทษที่เหลือรอดทั้งหมดทิ้งค่าย และเดินเท้าไปยังค่ายกักกันอื่นที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนเยอรมันแทน - ซึ่งแรากฏว่ามีนักโทษหลายรายเสียชีวิตจากการเดินเท้า (death march) ครั้งนี้
และท้ายสุดค่าย auschwitz ถูกปลดปล่อยในวันที่ 27 มกราคม ค.ศ.1945 โดยกองทัพโซเวียต โดยที่ทิ้งคราบน้ำตาและความน่าตกใจไว้ให้กับชาวโลกได้เห็น และต้องจดจำในฐานะ ตราบาปของมนุษยชาติ ตลอดไป …
สำหรับวันอังคารหน้า…
มีโปรแกรมพาไปดู Auschwitz II หรือ Birkenau ครับ
ขอบคุณที่ติดตาม 🙏🏻
ปล. Series เกี่ยวกับ Workshop ครั้งนี้จะมี 8 EP
ซึ่งผมจะทยอยลงทุกๆวัน อังคาร กับ ศุกร์
ตอนสองทุ่มครับ
#GivePeaceaChance #NeverAgain
#GodBlessUall
#aDailyBread 🍞

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
3.7K รับชม
    หนอนน้อยซ์ จอมป่วน 🦋
    คิสสส์ถุงค่าาาา 🥰💕🎉
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      5 ทักษะชีวิต ที่โรงเรียนไม่มีสอน เคยรู้สึกเหมือนกันไหมครับว่า วิชาบางวิชา สมัยเรียนท่องกันแทบตาย สุดท้ายแทบไม่เคยได้เอามาใช้ในชีวิต กับความรู้บางอย่างที่สำคัญมากๆ แต่ก็เพิ่งจะมารู้เอาตอนทำงาน ก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมถึงไม่มีสอนในโรงเรียน
      จับตาเอเชียปี 2023 ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกถดถอย โดย คุณนาวิน อินทรสมบัติ Chief Investment Officer, KAsset
      ที่เห็นนี่ไม่ใช่ภาพตัดต่อ แฮรี่ ชุตตาร์ ปราการหลังทีมชาติออสเตรเลีย จากสโต๊คซิตี้ สูง 6.6 ฟุต(1.98 ม.) ลีโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่า จากแพรีสแซงแช็กแม็ง สูง 5.7 ฟุต(1.69 ม.)
      เปิดงานวิจัย 'จีน' สูญเสียเกิน 2 ล้านคน หากเลิก 'โควิดเป็นศูนย์' จีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการโควิดเป็นศูนย์แล้ว ประชาชนทั้งโล่งอกและกังวลกับผลลัพธ์ทางสุขภาพและระบบสาธารณสุขที่จะตามมา สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน คณะนักวิจัยวิเคราะห์จำนวนผู้เสียชีวิตหากจีนกระโดดไปเปิดประเทศเต็มที่ ส่วนใหญ่ชี้ที่อัตราฉีดวัคซีนจีนค่อนข้างต่ำและขาดภูมิคุ้มกันหมู่เป็นจุดเปราะบางที่สุด
      ดูทั้งหมด