12 ก.ย. 2022 เวลา 11:02 • ดนตรี เพลง
100 อัลบั้มที่ควรมีติดบ้าน
จากทศวรรษก่อน (2540-2549)
ตอน 2
51. Scrubb / Scrubb (2546)
ครึ่งหนึ่งของวง อาย หนึ่งใน Intro 2000 ได้กลายมาเป็นวง สครับบ์ ที่เคยออกผลงานอินดี้มาก่อน กระทั่งได้รับโอกาสจากค่าย Blacksheep จนออกมาเป็นอัลบั้มชุดแรก ที่รวบรวมเอางานเพลงที่ เมื่อยกับบอล สั่งสมมาตลอดหลายปี ที่ภายหลังได้กลายเป็นเพลงประจำใจของแฟนเพลง ไม่ว่าจะเป็น ทุกอย่าง, กลัว, Art Bar
52. Treborikki / Treborikki (2546)
ธิติพงษ์ จงเจริญโชคสกุล ชายหนุ่ม เจ้าของนิคเนมอ่านยากว่า เทรบอร์อิ๊กกี๊ ที่มีผลงานชุดแรกในชีวิต ที่ดึงดูดสายตาได้นับจากแพ็คเกจอัลบั้ม ที่เป็นงานวิจิตรศิลป์อันอลังการชวนตีความในสไตล์งานศิลป์บนภาพปกของดนตรีโปรเกรสซีฟร็อก ไปจนถึงเนื้อดนตรีที่หลากหลาย ตั้งแต่ดนตรีโปรเกรสซีฟอันซับซ้อนไปจนถึงบัลลาดไพเราะและโฟล์คอันเรียบง่าย
53. Peacemaker / Peacemaker (2546)
คู่ดูโอเพลงป๊อปเหงาโรแมนติก ที่เริ่มสะดุดใจแฟนเพลงนับตั้งแต่ซิงเกิ้ลแรก เหงา ในอัลบั้ม Green Light Project ก่อนหน้าที่จะตอกย้ำความสำเร็จและจุดยืนในแนวทางดนตรีของพวกเขา ที่สามารถเรียกใจแฟนเพลง โดยเฉพาะสาวๆ ได้อย่างง่ายดาย เพราะนอกเหนือจากความหล่อเหลาของทั้ง บอย และพีท แล้ว เสียงร้องและบทเพลงป๊อปน้ำดีที่เพราะจับใจอย่าง อย่าคิดเลย, เหงา ชุดนี้ก็คุ้มค่าแก่การรู้จักแล้ว
54. อพาร์ตเมนต์คุณป้า / อพาร์ตเมนต์คุณป้า (2546)
มหากาพย์แห่งดนตรีร็อกแอนด์โรล ผลสืบเนื่องจาก อะไรจ๊ะ ที่ถูกนำมากล่อมเกลาจนกลมกลึงน่าสัมผัส ด้วยมนต์เสน่ห์แห่งเสียกกีตาร์ร็อก, แจ๊ส, บลูส์ ที่หลอมรวมกับเสียงร้องอันดิบ กร้าว และจริงใจของ ตุล ที่มาร่ายเรื่องราวแห่งอัตลักษณ์, ปรัชญา, เมรัยวิถี, นิพพาน และอพาร์ตเมนต์คุณป้า
55. Set / Kidnappers (2546)
หลังจากร่วมสิบปีแห่งการรอคอย ในที่สุดการรอคอยของแฟนเพลงนักลักพาตัวกลุ่มนี้ก็จบลง เมย์-ภควัฒน์ ไววิทยะ มือคีย์บอร์ด/กีตาร์ กับอู่-ไตรเทพ วงศ์ไพบูลย์ คีย์บอร์ดซินธิไซเซอร์ สองแกนนำพร้อมด้วยสองสมาชิกใหม่คือ นู๋-มนต์ทิพย์ ลิมปิสุนทร นักร้องนำสาวคนใหม่ และจามร วัฑฒกานนท์ มือคีย์บอร์ด/เบส กลับมาพร้อมกับอัลบั้มชุดที่สองที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการ และพัฒนาการแห่งดนตรีแดนซ์และอิเล็กทรอนิกส์มิวสิค
56. Chocolate / Chocolate Kit (2546)
วงสกา/ป๊อป/ร็อกรุ่นใหม่ไฟแรง ที่เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง ก้อย-นิภาภรณ์ มีศีลธรรม (เนื้อร้อง/ทำนอง), ภาษ-สัมภาษ เพชรคุ้ม (เนื้อร้อง/ทำนอง) และเจน-บวร พลพิทักษ์ (ทำนอง/ดนตรี) ในฐานะวงดนตรีวงแรกของค่าย โกดัง ก่อเกิดเป็นเพลงสนุกเศร้าเหงาซึ้งด้วยท่วงทีของสกาและลีลาของป๊อปอันรื่นรมย์
57. Is More Complicated Than Visible / The Peach Band (2546)
หนึ่งครูดนตรี กับ หนึ่งนักร้องนักเรียนวิชาแต่งเพลง ณ Gen-X Academy ที่ต่อยอดไอเดียจากห้องเรียนมาสู่โปรเจ็กต์ดูโอ ที่นำเสนอมุมมองการทำเพลงในแบบฉบับของเขาและเธอ ที่โดนใจแฟนเพลงจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเพลงเต้นรำสนุกสนานอย่าง ท่องราตรี หรือหวานไหวไปกับ เติมรักทีละน้อย และซาบซึ้งไปกับบทเพลงฮิตแห่งปี 2546 วอน
58. Pole / Ebola (2547)
อัลบั้มที่เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างงานฮาร์ดคอร์/เมทัลอันหนักหน่วงกราดเกรี้ยวในยุคแรกที่แฟนเพลงใต้ดินหลงใหล กับงานอีโม/โพสต์กรันจ์ที่หนักแน่นทรงพลังทว่าอ่อนไหวในยุคหลังที่แฟนเพลงวงกว้างหลงรัก จนกลายเป็นหนึ่งในผลงานอันทรงคุณค่าของแนวเพลงแนวนี้ และของวง Ebola
59. My Diary Original Soundtrack / ตรัย ภูมิรัตน (2547)
งานโซโล่เดี่ยวชุดแรกของ นักร้องเสียงละมุนแห่งวง Friday และนักแต่งเพลง ที่มีเอกลักษณ์ในภาษาลายเซ็นที่อ่อนหวาน อ่อนไหว และเหงาจับใจ อัลบั้มชุดนี้จึงเป็นเหมือนดั่งการนำประสบการณ์ต่างๆ นานาในทุกบทบาทมาถ่ายทอด จนกลายเป็นบทเพลงประจำบทบันทึกแห่งชีวิตที่แฟนเพลงสามารถสัมผัสได้อย่างประทับใจ
60. แพ็ท-สุธาสินี พุทธินันทน์ / แพ็ท-สุธาสินี พุทธินันทน์ (2547)
ทายาทคนโตของบุคคลที่มีอิทธิพลกับวงการเพลงไทยยุคใหม่มากที่สุดคนหนึ่ง เต๋อ-เรวัต พุทธินันทน์ กับงานเพลงชุดแรก ซึ่ง แพ็ท ได้สื่อให้เห็นถึงความสามารถในการร้องเพลงอันเอกอุของเธอออกมาให้คนฟังสัมผัสได้เป็นอย่างดี ในทุกๆ เพลง โดยเฉพาะ Why did you leave? ที่เธอบรรจงเขียนถึงคุณพ่อที่เธอรัก และ รักเธอมากกว่า ที่สองพ่อลูกได้ร้องเพลงคู่กัน...สักครั้ง
61. เกาะบันไดวัด / เรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา (2547)
ผลงานที่เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการตีความหลักธรรมคำสอนตามหลักศาสนาพุทธกลั่นกรองออกมาเป็นบทเพลงป๊อปไพเราะ ในลีลาดนตรีที่หลากหลาย และเนื้อหาแฝงพุทธปรัชญาที่ลุ่มลึกทว่าเข้าถึงได้ง่าย เป็นการทลายกำแพงระหว่างศาสนากับความฉาบฉวยของวัยรุ่นลงอย่างราบคาบ
62. ลานนา คัมมินส์ / ลานนา คัมมินส์ (2547)
ลูกสาวของนักร้องสาวระดับตำนานแห่งวงการโฟล์คซองคำเมือง สุนทรี เวชชานนท์ ที่ผสมผสานดนตรีพื้นบ้านในแบบล้านนาเข้ากับวัฒนธรรมทางดนตรีสมัยใหม่ จนเกิดเป็นชิ้นงานที่ลงตัว และสัมผัสใจคนทั่วประเทศ ผ่านทางบทเพลงฮิตอย่าง ไว้ใจได้ก๋า, กาสะลอง, สวัสดีเจ้า ชื่อ ลานนา คัมมินส์ กลายมาเป็นนักร้องสาว ที่เป็นความหวังใหม่ของวงการมานับจากนั้น
63. Seven / Big Ass (2547)
สำหรับหลายคน เลขเจ็ดคือตัวเลขแห่งความมหัศจรรย์ ที่เข้าไปเกี่ยวพันกับหลากหลายสิ่งอย่างรายรอบตัว อาทิ วันในหนึ่งสัปดาห์, สิ่งมหัศจรรย์ ฯลฯ ในขณะที่สำหรับคนฟังเพลง อัลบั้มในปีที่เจ็ดของวงบั้นท้ายโตกลุ่มนี้ คือ ความลงตัวในดนตรีร็อกในแบบฉบับของพวกเขาที่ถูกพัฒนาให้เฉียบคมกว่าเดิมทั้งภาษาคำร้องและภาษาดนตรี
64. R.A.S / Thaitanium (2547)
หาก Thai Riders คือการแนะนำชื่อ Thaitanium ให้โลกรู้จักด้วยความดิบ ห่าม และรุนแรง เทียบเท่ากับที่แฟนเพลงหลงรักสามหนุ่ม ขัน-เดย์-เวย์ ด้วยอารมณ์ขันอันสนุกสนานใน Thailand Most Wanted อัลบั้มคู่ชุดที่สอง R.A.S คือ ความเข้มข้น เครียดขึ้ง และไพเราะอ่อนหวาน ในสไตล์ฮิปฮอปและอาร์แอนด์บีแบบ Thaitanium อันโดดเด่นจนประวัติศาสตร์ฮิปฮอปไทยต้องจารึก
65. Crescendo / Crescendo (2547)
หลังจากที่วง Pause ต้องยุติบทบาทลงท่ามกลางคำถามถึงก้าวต่อไปของสมาชิกวง นี่คือคำตอบจาก นอ-นรเทพ มาแสง หัวหน้าวง ด้วยส่วนผสมจากอดีตสมาชิกวงซีเปีย (เอก) นักร้องจากอาร์อาร์อาร์แอนด์บี (บี) และหนึ่งมือกีตาร์ใหม่ (แชมป์) กับหนึ่งเพอร์คัสชั่นมากประสบการณ์ (จั๋ง) ดนตรีโซลฟังค์หลากลีลามากซับซ้อนและไพเราะสะดุดหูคือผลลัพธ์ที่ได้
66. เลี่ยมทอง / ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์ (2547)
งานชุดล่าสุดจนทุกวันนี้ของ ป้าง หลังจากงานชุดมาสเตอร์พีซอย่าง หัวโบราณ ซึ่งสื่อให้เห็นว่าไม่ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาภายใต้ความกดดันของความสำเร็จเลย ตรงกันข้ามกลับเต็มไปด้วยเพลงชั้นดี ที่บรรจบดนตรีในอดีตของเขาเข้ากับปัจจุบันสมัยได้อย่างกลมกลืน บนเนื้อหาที่คมคายและกินใจ
67. Time Machine / โรส (2547)
ศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม และ โปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยม จากเวที สีสันอะวอร์ดส์" ครั้งที่ 17 ประจำปี พ.ศ.2547 คือบำเหน็จแห่งความสามารถในการร้องเพลงและความพิถีพิถันในการทำงานชุดนี้ของ โรส-ศิรินทิพย์ หาญประดิษฐ์ กับ โกมล บุญเพียรผล ที่มีคุณค่าเกินกว่าความไพเราะ และเฉียบคมในเนื้อหาของเพลง ก้อนหินก้อนนั้น เพียงเพลงเดียวเท่านั้น
68. Goose / Goose (2547)
วงดนตรีในระดับ “Cult Hero” ในเวลาต่อมา กับอัลบั้มแรกในแบบทำเอง ขายเอง ทว่าจากสำเนียงดนตรีหม่นทึบเกรี้ยวกราดในแบบชูเกเซอร์และไซคีเดลิค อันแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ทำให้คนฟังและหลากหลายสื่อต้องหันมาจับตามอง รวมทั้งค่ายสมอลล์รูมที่ภายหลังได้ร่วมงานกันในอัลบั้มชุดที่สอง ในขณะที่อัลบั้มชุดนี้ก็ได้มีการนำมารีแพ็คเกจใหม่อีกครั้งในงานแฟตเฟสฯ ครั้งที่ 5
69. รักร่อน / Suburbian (2547)
ความประสงค์ของ Suburbian สำหรับ Quarterman Music ของเขาคือ การนำเสนอดนตรี Urban Music ซึ่งเขาก็มุ่งมั่นในสายทางนี้มาตั้งแต่งานชิ้นแรกของตัวเองคือ SUBURBIANone มาจนถึงงานชุดนี้ ที่เพิ่มดีกรีป๊อปที่ไพเราะติดหูเข้าไปมากขึ้น ในขณะที่ยังคงความสนุกสนานในบางขณะเงียบเหงาเป็นบางทีในแบบของเขาเอาไว้ รวมถึงแสดงการเติบโตทางความคิดผ่านทางเนื้อหาเพลงอย่าง บ่วง
70. ออกไปข้างนอก / Penguin Villa (2547)
อดีตมือกีตาร์วงพราว, ซีกดนตรีของดูโอ บัวหิมะ และนักแต่งเพลง/ผู้บริหารแห่งค่ายสมอลล์รูมคือเครดิตในแบบย่นย่อของผู้ชายคนนี้ เจตมนต์ มละโยธา ที่ชำระความต้องการในการนำเสนอไอเดียทางดนตรีในแบบของเขา ในงานเดี่ยวชุดแรกในชื่อที่แปลเป็นไทยได้ว่า หมู่บ้านเพนกวิน อันสื่อให้เห็นถึงการมองโลกในแง่งามและสดใสของเขา ที่สะท้อนออกมาในงานเพลงของ Penguin Villa ได้อย่างน่าฟัง
71. Love Room / Morning Surfers (2547)
กลุ่มคนรักดนตรีจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ที่มีรางวัลชนะเลิศจากฮอตเวฟ มิวสิคอวอร์ดสมารับรองในฝีมือ และเป็นที่ต้องใจของแฟนเพลงนับตั้งแต่ซิงเกิ้ลแรก เช้า ไปจนถึงทุกบทเพลงในอัลบั้มชุดนี้ที่สด รุกเร้า และนุ่มนวลด้วยแนวดนตรีบริตป๊อปผสานสีสันจากทรัมเปตอันเป็นเอกลักษณ์
72. แดดส่อง / moderndog (2547)
ตำนานแห่งดนตรีอัลเตอร์เนทีฟ ที่เผยย่างก้าวใหม่ๆ ในทุกครั้งที่ออกอัลบั้มชุดใหม่ แต่กับอัลบั้มชุดที่สี่ชุดนี้ สามแกนหลักคือ ป๊อด-เมธี-โป้ง ได้นำเสนอตัวตนในปัจจุบันอันเรียบง่าย ทว่าลุ่มลึก ที่สื่อให้เห็นถึงการตกผลึกทางความคิดสร้างสรรค์จนออกมาเป็นผลงานที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่งของวงและของวงการเพลง เทียบเท่าได้กับอัลบั้มชุดแรกเมื่อสิบปีก่อนหน้านั้น
73. Buddhist Holiday / Buddhist Holiday (2547)
ศิลปินทรีโอคุณภาพอีกกลุ่มหนึ่งจากค่าย Blacksheep ที่สอดใส่นานาแรงบันดาลใจทางดนตรีลงในอัลบั้มชุดเปิดตัวของพวกเขาได้อย่างไพเราะ ลงตัว และยอดเยี่ยม ไม่มีครั้งไหนเลยในวงการเพลงที่เสียงกีตาร์ใสๆ ในแบบทวีป๊อปจะผสานลงตัวกับซาวนด์ในแบบฮาร์ดร็อกได้ละมุนละไมเหมือนในอัลบั้มชุดนี้
74. DOOBaDOO / DOOBaDOO (2548)
หลังจากที่เคยสร้างตำนานอันห่ามโหดเอาไว้ในนามของวง ซีเปีย โอ๋-เจษฎา สุขทรามร แกนหลักของวงก็ได้นำเสนอไอเดียทางดนตรีบนเส้นทางใหม่ๆ คือ ดนตรีแจ๊ส ในโปรเจ็กต์นี้ โดยมี ลูกหว้า-พิจิกา จิตปุตตะ สาวเสียงดี ดีกรีซียูแบนด์ เป็นผู้ถ่ายทอดเสียงร้อง และตำนานบทใหม่ในนาม DOOBaDOO ก็เริ่มต้นขึ้น
75. Believe / Bodyslam (2548)
หากสองอัลบั้มแรกคือการแนะนำแนวทางดนตรีและตัวตนของ Bodyslam ให้คนฟังได้รู้จัก อัลบั้ม Believe ก็คือการนำพา ตูน และผองเพื่อนไปสู่ความเป็นร็อกสตาร์ พร้อมกับการเน้นหนักถึงแก่นกลางทางดนตรีที่พวกเขาร่วมกรุยทางมากับ อ๊อฟ-พูนศักดิ์ จตุระบุล กระทั่งกลายเป็นเทรนด์ดนตรีร็อกของวงการเพลงไทยไปในที่สุด
76. Love Bite / Futon (2548)
ในขณะที่อัลบั้มชุดแรกคือ การนำเสนอดนตรีอิเล็กทรอแคลช อันหนักหน่วง รุนแรง หม่นมืด และเปรี้ยวจี๊ด อัลบั้มเต็มชุดที่สองของวงดนตรีหลากสัญชาติวงนี้ คือการสื่อถึงความเป็นวงดนตรีมากขึ้น พร้อมด้วยแนวดนตรีที่ร็อกและนิ่งขึ้น แต่ยังคงแฝงความอันตร่ยในทัศนคติที่น่าสะพรึงและยวนใจไปในเวลาเดียวกัน
77. P2Warship / P2Warship (2548)
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ แต่ใหญ่โตในไอเดียและแรงบันดาลใจที่ชื่อ จอมยุทธ์ ชื่อ P2Warship ก็เริ่มแพร่หลายจากแฟต เรดิโอ ไปสู่คลื่นวิทยุมากมาย กระทั่งกลายมาเพลงฮิตมากของปีนั้น จน ปั้น-โอ๋-ป๋วย ได้กลายเป็นศิลปินในสังกัด สนามหลวง ในที่สุด และกลายเป็นนิยามบทใหม่ของความสำเร็จในวงการเพลงที่ควรศึกษาไว้
78. Vanilla / Flure (2548)
“วันนี้ลา” คือธีมที่นำมาซึ่งชื่ออัลบั้มชุดที่สองของห้าหนุ่มจากค่ายขนมปังดนตรี ยุคหลัง สุกี้-บอย-สมเกียรติ ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ในดนตรีร็อกกร้าวอันเยือกเย็นในซาวนด์กีตาร์เอาไว้ โดยสอดประสานความอ่อนหวาน และล้ำลึกในเสียงร้องแบบโอปาเรติกของคิวเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ฤดูที่ฉันเหงา และ Honeymoon คือเพลงฮิตจากชุดนี้
79. Never Say Die / หิน เหล็ก ไฟ (2548)
การคัมแบ๊ควงการที่คุ้มค่า และยิ่งใหญ่ของสี่สมาชิกรุ่นก่อตั้งของวงเฮฟวี่เมทัลรุ่นใหญ่ของวงการเพลงอย่าง หินเหล็กไฟ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ช่วงเวลาและช่วงวัยที่ล่วงเลยไม่ได้ทำให้ไฟร็อกของพวกเขาลดทอนลงไปเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับยิ่งข้นเข้มในฝีมือการเล่นดนตรีและเด็ดขาดในการร่ายถ้อยคำลงในเนื้อเพลงอยู่เหมือนเดิม
80. Dos / Dos (2548)
Dos แปลว่า สอง ซึ่งสามารถตีความความเป็นคนสองคนในนามโดสคือ ซัน-รัตนะ วงศ์สรรเสริญ และ กบ-วีรศักดิ์ เกลือกัน กับความสามารถที่เปี่ยมทักษะในสองสายทางคือ เปียโน และเสียงร้อง ภายใต้การดูแลการผลิตของ เรืองกิจ ยงปิยะกุล กระทั่งออกมาเป็นเพลงป๊อป ที่ผนวกกลิ่นอายแจ๊ส และโซลเอาไว ได้อย่างไพเราะ
81. FourColors / Infinity (2548)
ขึ้นชื่อลือชามายาวนานสำหรับวงฟิวชั่นแจ๊สระดับเยี่ยมของบ้านเรานาม Infinity ที่มีแกนนำคือสองพี่น้องตระกูลสุปัญโญ – ชุมพล กับ ศรายุทธ พร้อมด้วยสุดยอดนักดนตรีอย่าง วิโรจน์ สถาปนาวัตร และ วรรณยศ มิตรานนท์ ซึ่งอัลบั้มชุดนี้ยังคงฝีมือระดับครูในการเรียบเรียงดนตรี ที่ผสานเสียงดนตรีจากทั้งสี่ภาคของไทยเข้ากับดนตรีฟิวชั่นแจ๊สของวงได้อย่างกลมกลืน
82. Angie & The Pussy Cats / Angie & The Pussy Cats (2548)
นักร้องสาวหนึ่งใน Monotone Group ที่มาออกผลงานของตัวเอง โดยมีพี่ๆ น้องๆ ใน Monotone Group มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง และด้วยความชื่นชอบในดนตรีแจ๊ส จึงสะท้อนออกมาอย่างเด่นชัดในงานชิ้นนี้ โดยแฝงรายละเอียดดนตรีอื่นๆ อย่าง ป๊อป, โซล และบรอดเวย์เอาไว้ พร้อมกับอารมณ์ขันแบบตลกร้ายที่สามารถพิสูจน์ได้ในเพลง I’m so happy และ All I need is you
83. Micro Bitz Life / Cyndi Seui (2548)
Cyndi Seui นิคเนมหรือตัวตนในนามสตรีเพศของ Cesar B. de Guzman กับการก้าวมาเป็นเบื้องหน้าครั้งแรก หลังจากที่เบื้องหลังงานเพลงโฆษณาและงานดนตรีภายใต้รั้วสมอลล์รูมมานาน กับดนตรีแนวเฟรนช์อิเล็กโทร ที่น่ารัก ชวนเต้นรำ และฟังง่าย ทั้ง 20 เพลงคือความหลากหลายที่ควรค่าแก่การสัมผัส
84. ลิปตา / ลิปตา (2548)
ศิลปินเบอร์แรกจาก Love Is ที่เกิดจากการรวมตัวของ แทน-ธารณ ลิปตพัลลภ และ คัตโตะ-อารมณ์ โพธิ์หาญรัตนกุล ที่มานำเสนอเพลงป๊อปในยุคหลังเบเกอรี่ มิวสิค และ บอย โกสิยพงษ์ ซึ่งพิสูจน์ให้สัมผัสได้ว่าพวกเขาสามารถต่อยอดอิทธิพลทางดนตรีของสองต้นแบบนี้ได้อย่างงดงามเพียงไร
85. Difference / Sleeper One (2548)
หนึ่ง นักหลับ หรือ เกรียงไกร วงษ์วานิช หรือหนึ่งในสามแห่งวง Friday คือเจ้าของโปรเจ็กต์ยักษ์ใหญ่ขนาด 30 บทเพลง 1 เรื่องสั้น ใน 2 อัลบั้มชิ้นนี้ ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจ จินตนาการ ความสามารถ และอารมณ์ความรู้สึกของตัวเจ้าของงานตลอดสองปีของการทำงานออกมาจนหมดสิ้น ผลก็คือหนึ่งในงานเพลงชั้นดีของปีและทศวรรษ
86. Take A Brass / Big & the Superband (2548)
สำหรับแฟนรายการ Acsdemy Fantasia ชื่อ ครูบิ๊ก คงเป็นที่คุ้นเคยมากกว่าชื่อ ธานัท ธัญญหาร อย่างไม่ต้องสงสัย แต่สำหรับคนรักเสียงเพลง บิ๊ก ธานัท คือแกนนำของกลุ่มคนดนตรีคุณภาพจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกดุริยางค์สากล ในนามของ Big Brothers ที่เคยมีเครดิตในผลงานของหลายศิลปิน ก่อนหน้าที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น Big & the Superband และออกอัลบั้มชุดนี้ ที่เอกลักษณ์ในเสียงเครื่องเป่าอันแพรวพราว แรงร้อน และเสียงร้องคุณภาพระดับครูของบิ๊ก
87. สักวา 49 / Endorphine (2548)
เคยมีคำกล่าวเอาไว้ในหลายคราว่า การสร้างความสำเร็จขึ้นมานั้นยากเย็นนัก แต่การรักษาหรือต่อยอดความสำเร็จใหม่ๆ ออกไปอีกเป็นเรื่องที่ยากเย็นยิ่งกว่า แต่หนึ่งสาวสามหนุ่มกลุ่มนี้ก็ทำได้ แถมทำได้ดีเสียด้วย กับบทเพลงฮิตยาวเหยียดจากอัลบั้มนี้ไม่ว่าจะเป็น น้ำเต็มแก้ว, ถ้าเขามา...ฉันจะไป, อย่าทำให้ฟ้าผิดหวัง และ สักวาปากหวาน
88. หนุ่มบาว-สาวปาน / คาราบาว-ปาน (2548)
ส่วนผสมทางดนตรีที่ผสานกลยุทธทางการตลาดที่ผ่านการคิดมาเป็นอย่างดี กอปรกับความสามารถในการตีโจทย์ของความเป็น คาราบาว และปาน ธนพร ได้อย่างเฉียบขาดของ สุทธิพงษ์ สมบัติจินดา ความสำเร็จของโปรเจ็กต์นี้จึงไม่เรื่องที่เกินเลยความคาดหมาย
89. โบราณแมน / ติ๊ก ชีโร่ (2548)
ฮีโร่จากยุค 80 ของไทย กับการคืนวงการที่สมศักดิ์ศรี โดยไม่ทิ้งเอกลักษณ์ของตัวเองที่แฟนเพลงคุ้ยเคย ไม่ว่าจะเป็น เสียงร้องแหลมสูง, ดนตรีรีโทรแดนซ์ และบรรเลงคร่ำครวญ ในขณะที่ผนวกดนตรีป๊อปร่วมสมัยเข้าไปได้อย่างเข้าที โบราณแมน จึงเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานของปี 2548 ที่สมควรปรบมือให้
90. Enjoy Yourself / T-Bone (2548)
8 ปีมิใช่การรอคอยที่ยาวนานเกินไป เมื่ออัลบั้มชุดนี้มาถึง ด้วยดนตรีเร็กเก้-สกาของ T-Bone ที่แฟนเพลงทุกคนคิดถึง หากสอดใส่ไอเดียทางดนตรีใหม่ๆ ที่สมาชิกวงได้รับอิทธิพลมาในช่วงเวลาที่ห่างหาย จนเกิดเป็นรสชาติใหม่ๆ ที่น่าลิ้มลองให้ฉ่ำหู
91. 50 / อัญชลี จงคดีกิจ (2548)
ร็อกสตาร์ฝ่ายหญิงอย่างแท้จริงเพียงคนเดียวของไทย ที่ยังคงสร้างกระแสตอบรับที่ดีในทุกครั้งที่ออกอัลบั้มชุดใหม่ และรวมถึงอัลบั้มชุดนี้ ภายใต้การกุมบังเหียนของบอย โกสิยพงษ์ที่ยังคงไพเราะ สดใส ทรงพลัง ไม่ต่างไปจากภาพลักษณ์ของ พี่ปุ๊ ของแฟนเพลงที่ไม่เคยผิดแผกไปจากความคุ้นเคยมาตลอดหลายสิบปีในวงการ
92. เสียงใบไผ่ / ดนู ฮันตระกูล (2548)
บุคคลที่สามารถจำกัดความได้ว่าเป็น คีตกวีของวงการเพลงไทย จากความสามารถทางดนตรีอันล้นเหลือ ที่ได้รับการยอมรับมายาวนาน นับตั้งแต่ยุคสมัยของบัตเตอร์ฟลาย, ไหมไทย และงานเบื้องหลังอีกมากมาย โดยใช้ช่วงเวลาระหว่างนั้นสรรค์สร้างงานเดี่ยวของตัวเองขึ้นมา ด้วยแนวดนตรีไทยสากลโบราณแฝงกลิ่นไอคลาสสิก รวมถึงงานชุดล่าสุดนี้ ที่ยังคงต้องใจแฟนเพลงของเขาอยู่เหมือนเช่นเดิม
93. Calorie / Calorie Blah Blah (2549)
ดูโออ้วนผอมคู่ล่าสุดของวงการเพลง ที่เป็นการประสานความสามารถที่ลงตัวระหว่างป๊อป-ปองกูล สิบซึ้ง นักร้องเสียงดีจาก First Stage Show และ วิน-อัศวิน ดุริยางกูร ที่เติมเต็มในกันและกัน ด้วยเสียงร้องอันไพเราะและท่วงทำนองอันโรแมนติกของป๊อปและวิน ซึ่งสามารถสร้างความสำเร็จได้ทันทีและยาวนาน ผ่านเพลงอย่าง You know I do, คนที่ไม่เข้าตา, Your Spec
94. ไฟเขียว ไฟแดง / Buddha Bless (2549)
สายเลือดใหม่ ที่ค่ายก้านคอคลับของโจอี้ บอย ภูมิใจนำเสนอ กับดนตรีแนวแดนซ์ฮอลล์และป๊อปที่สนุกสนาน เมามันส์ เสียดสี โรแมนติก คลุกเคล้าไปกับเนื้อหาใฝ่ดี ที่สามารถนำไปเป็นคติสอนใจน้องได้สบาย ไม่ว่าจะเป็น ใจเย็นๆ, ยาเสพติด, ชิงหมาเกิด, ลำยอง จนกลายเป็นสูตรของความสำเร็จที่น่าชื่นชม
95. Reggae Passion / ไค-โจ บราเธอร์ส (2549)
ในขณะที่อัลบั้มชุดแรกคือ Paradise นั้นกอปรด้วยหลากหลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็น แดนซ์, เพลงลูกทุ่ง และเร็กเก้ อัลบั้ม Reggae Passion ที่ตามติดมาในระยะห่างหลายปี กลับกำนัลแฟนเพลงด้วยดนตรีเร็กเก้ สกา ดังเช่นที่ระบุเอาไว้ในชื่ออัลบั้ม และเมื่อมาผสานกับลีลาการแร็ปในแบบแร็กกามัฟฟิน กลิ่นอายแห่งสายลม แสงแดด หาดทรายขาว และน้ำทะเลใสเย็นจึงกรุ่นไปทั่วทั้งอัลบั้ม
96. เงินๆ ทองๆ / สิบล้อ (2549)
เจ้าของนิยามดนตรีเพลงเพื่อชีวิตแห่งยุคสมัยนี้ ที่นำทีมโดย นักแสดงหนุ่ม เล็ก-จุลจักร จักรพงษ์ กับอัลบั้มชุดล่าสุดของพวกเขา ที่ข้นเข้มด้วยทัศนะทางสังคม และดนตรีร็อกที่เต็มไปด้วยอิทธิพลของดนตรีฮาร์ดร็อกยุค 70 แฝงความเป็นดนตรีเพื่อชีวิตที่ติดดินเอาไว้ โดยไม่เคยละเลยถึงเพลงช้าเพราะๆ ที่มีเนื้อหาจริงใจ และตรงไปตรงมาที่แฟนเพลงชื่นชอบตลอดมา
97. เด็กเลี้ยงแกะ / อัสนี-วสันต์ โชติกุล (2549)
งานเพลงที่เกิดขึ้นในวาระสองทศวรรษของสองพี่น้องที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคู่หนึ่งของวงการเพลงไทย – อัสนี-วสันต์ โชติกุล ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ของ อัสนี-วสันต์ เอาไว้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นเพลงร็อกแฝงปรัชญา (เด็กเลี้ยงแกะ) เพลงช้าสไตล์จิ๊กโก๋อกหัก (อยากให้อยู่ด้วยไหม?) เพลงของวสันต์ (จะพยายาม) พร้อมด้วยก้าวใหม่ใน So Sad ที่ทำให้ เด็กเลี้ยงแกะ เป็นหนึ่งในงานที่ท้าทายในการฟังของ อัสนี-วสันต์
98. Boo! / Slur (2549)
วงดนตรีที่โดดเด่นมาตั้งแต่การปรากฏตัวที่งาน Live in a day ในฐานะวงหน้าใหม่ ทว่าด้วยฝีมือการเล่นดนตรีและการทำเพลงของพวกเขา กระทั่งเริ่มฐานแฟนเพลงและสร้างความสนใจในค่ายเพลงต่างๆ ได้ทีละน้อย และกลายเป็นวงที่มีแฟนรอฟังผลงานมาตลอดหลายปี จนในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุดลงด้วยอัลบั้มชุดนี้ ที่ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังกับบทเพลงสไตล์การาจร็อก ที่ดิบ สด มันส์ และไพเราะ
99. Mutation / Slot Machine (2549)
เพียงซิงเกิ้ลแรก ผ่าน และชื่ออัลบั้ม Slot Machine ก็สื่อให้เห็นถึงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงในแนวทางดนตรีของพวกเขา ซึ่งถือเป็นย่างก้าวใหม่ที่น่าติดตาม และเมื่อได้สัมผัสถึงบทเพลงอื่นๆ ก็ยิ่งตอกย้ำให้รู้สึกได้ว่า Slot Machine และอัลบั้ม Mutation คือหนึ่งในความหวังใหม่ของวงการร็อกของไทย
100. Try to be nice / Yarinda & Friends (2549)
หลังจากภาพลักษณ์ลึกลับฉาบผมสีแดงสดในค่ายแกรมมี่ Try to be nice คือผลลัพธ์ของการสั่งสมประสบการณ์ที่เชี่ยวกรำขึ้นตามวันเวลา ทั้งในมุมมองของการแต่งเพลง และความแจ่มชัดในทิศทางทางดนตรีที่ ญารินดา บุนนาค มุ่งหน้าไปสู่ ของขวัญเปื้อนฝุ่น, โลกสีขาวดำ และ ทุกที คือหลักฐานส่วนหนึ่งที่คุณต้องพิสูจน์
(ติดตามต่อ ตอน 3)
(เผยแพร่ครั้งแรก คอลัมน์ Scoop นิตยสาร DDT ฉบับที่ 25 กุมภาพันธ์ 2550 โดย พีรภัทร โพธิสารัตนะ)
โฆษณา