12 ก.ย. 2022 เวลา 11:07 • ดนตรี เพลง
100 อัลบั้มที่ควรมีติดบ้าน
จากทศวรรษก่อน (2540-2549)
ตอน 3
เพลงเก่าที่ “เขา” โปรด
กบ-ขจรเดช พรมรักษา มือกลองวง Big Ass / นักแต่งเนื้อเพลง
1. หิน ผา กา ดาบ / ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล (2540) - ชุดนี้หากใครที่จะเป็นนักเขียนเนื้อเพลง ผมว่าลองไปศึกษางานชุดนี้ดู โดยเฉพาะทางด้านเนื้อเพลง เราไม่พูดว่ามันเป็นป๊อป หรือมันขายไม่ขาย เราพูดถึงเนื้องานล้วนๆ
อัลบั้มชุดนี้ เนื้อเพลงของอัลบั้มนี้มันลงตัวกับศิลปิน ลงตัวกับการเป็นเพลงป๊อปที่ดี แล้วก็มีเพลงทำหน้าที่ครบถ้วน อย่างเช่น เพลงแรกที่เขาเปิดตัว อยากจะไปก็ไป เพลง เจ้าทุยอยู่ไหน เพลง ชายคนหนึ่ง มันลงตัวมากในด้านความเป็นป๊อป ในด้านความเป็น Mass และในด้านที่เหมาะสมกับศิลปิน
2. ประเทศไทย I love you / อ่ำ อัมรินทร์ นิติพน (2541) - นับตั้งแต่เพลงแรกที่เขาเปิดตัวก็คือ ประเทศไทย I love you ตกใจมากที่อยู่ดีๆ ก็มีเสียงชายคนหนึ่ง เสียงนุ่มๆ “สวัสดีครับ” ก่อนจะตบท้ายกลายเป็นเสียงน้าแอ๊ด (ยืนยง โอภากุล) มีเป่าขลุ่ย มีเริงระบำกันโจ๊ะเลย แต่สิ่งสำคัญที่สุดของมัน ก็คือเนื้อเพลงของเพลงนี้มันเป็นเพลงที่จะบอกว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงรักเสมอไปที่จะทำหน้าที่ได้ดี แล้วก็ดัง
ผมจำได้ว่าเปิดมาเพลงแรกก็อันดับหนึ่งฮอตเวฟเลยน่ะครับ นอกจากนี้ในอัลบั้มนี้ยังมีเพลงที่ทำงานได้ตลอดเวลาอย่างเช่น เพลง รักอ้ำอึ้ง ก็ดี เพลง ตุ๊ดตู่ ก็ดี อยู่ในอัลบั้มนี้หมด ซึ่งครบถ้วน สุดท้ายที่ผมชอบที่สุดก็คือเพลงสุดท้ายน่ะครับ กลับคนสุดท้าย เป็นเพลงอะคูสติก
3. 180 IQ. / Silly Fools (2541) - อีกชุดหนึ่งที่น่าพูดถึงครับ อัลบั้มนี้ก็เป็นอัลบั้มแรกที่มาอยู่ภายใต้ More Music อยู่กับพี่ป้อม (อัสนี โชติกุล) ดุเดือดมาก แล้วก็เปิดโลกใหม่ๆ ให้กับวงดนตรีใหม่ๆ ได้เดินตาม
4. Candyman / Silly Fools (2542) - อัลบั้ม Candyman ของ Silly Fools ชุดนี้จำได้ว่าเพลงฮิตเยอะมาก เริ่มตั้งแต่เพลงซิงเกิ้ลโปรโมตเพลงแรกคือ อย่าบอกว่ารัก แล้วก็ไล่ไปถึง ไหนว่าจะไม่หลอกกัน แล้วก็มีเพลงดีๆ หลายๆ เพลง ผู้ยิ่งใหญ่, พ่อแม่ลูก อยู่ในอัลบั้มนี้หมดเลย เจ๋งมากครับอัลบั้มนี้
5. คนเดินถนน / พลพล (2543) - ผมชอบ พลพล ในแง่ที่ว่า มันถึงเวลาของนักร้องเสียงดีจริงๆ สักที ที่ไม่จำเป็นต้องหล่อ คือเป็นนักร้องจริงๆ ไม่ว่าจะร้องที่ไหนก็ขนลุกทุกครั้ง และได้เนื้อเพลงดีๆ ได้ดนตรีที่ลงตัว ชุดนี้จึงสมบูรณ์แบบ
6. Mint / Silly Fools (2543) - งานที่พิสูจน์ว่า Silly Fools ยังดีอยู่ครับ เหมือนเขาหาทางตัวเองเจอแล้ว ชุดนี้ลงตัวในความเป็นวงร็อกที่มีส่วนผสมของการตลาดเข้ามาด้วย
7. Thai Riders / Thaitanium (2545) - มันเป็นการเปิดโลกใหม่ๆ ของวงฮิปฮอปที่จะกลับมา หลังจากโจอี้บอย
8. Bodyslam / Bodyslam (2545) - ถ้าผมพูดในฐานะของคนฟัง สำหรับชุดนี้ผมไปทัวร์คอนเสิร์ตแล้วกลับมานั่งฟังระหว่าง ชุดนี้มันมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก มันมีความเป็นเด็กรุ่นใหม่จริงๆ ชุดนี้ชอบ ฟังได้เรื่อยๆ ไม่เบื่อ
9. Juicy / Silly Fools (2545) - Silly Fools อีกแล้ว ไม่ผิดหวัง
10. หัวโบราณ / นครินทร์ กิ่งศักดิ์ (2546) - หัวโบราณ เป็นชุดที่แกพลิกกลับมาจากการเป็นอัลเตอร์เนทีฟยุคแรกด้วยอัลบั้มสบายๆ ชุดนี้ ข้อเด่นของชุดนี้คือ ซาวนด์ดีมาก แล้วก็เนื้อหาที่มาถึงจุดหนึ่งของความเป็นผู้ใหญ่ของพี่ป้างที่เล่าได้ครบถ้วน
11. My World / Big Ass (2546) - ของตัวเองครับ ชอบ (หัวเราะ) กลับไปฟังแล้วก็ยังรู้สึกว่า...นะ ทำได้ ภูมิใจครับ
12. Stay / ปาล์มมี่ (2546) - ชุดนี้พี่กอล์ฟ (รุ่งโรจน์ ผลหว้า) สามารถทำให้ศักยภาพของปาล์มมี่โดดเด่นได้ขึ้นมาอีกมากมาย
13. Drive / Bodyslam (2546) - ขอ Bodyslam อีกทีครับ มันเป็นงานยากมากที่จะทำให้งานชุดสองมันทำได้ดี และเริ่มทำให้เห็นภาพของวงชัดเจนมากขึ้น แต่ในที่สุดพวกเขาก็ทำได้
14. อพาร์ตเมนต์คุณป้า / อพาร์ตเมนต์คุณป้า (2546) - ตอนนั้นที่ได้ฟังรู้สึกว่ามันเป็นความแปลกใหม่ ทั้งชื่อเพลงแล้วก็การเล่นของพวกเขา แต่ว่าถึงวันนี้เขาก็พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาคือตัวจริง
15. เบิร์ด-เสก / เบิร์ด-เสก (2547) - ผมเลือก เบิร์ด-เสก เหตุผลเพราะว่า มันหาทางออกให้กับสองคนนี้ได้ดี แล้วก็พี่เบิร์ดก็ยังคงความเป็นซูเปอร์สตาร์ได้อยู่ ไม่ว่าจะร้องเพลงอะไรก็ดี
16. เลี่ยมทอง / นครินทร์ กิ่งศักดิ์ (2547) - ชุดนี้ลงตัวมาก จนวันนี้ผมยังฟังได้เรื่อยๆ อยู่เลย ยิ่งเพลง หนังสือรุ่น นี่ฟังเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ เป็นงานที่เนียนมากๆ ครับ
17. Enlighten / Ebola (2547) - เป็นแนวทางใหม่ๆ ให้วงน้องๆ ได้รู้ว่า มันยังมีทางรอดของวงอินดี้อยู่
18. หนุ่มบาว-สาวปาน / คาราบาว-ปาน (2548) - มาสเตอร์พีซของผม นี่ผมไปเล่นต่างจังหวัดมาหลายๆ งาน ทุกวงจะเล่นหนุ่มบาว-สาวปานหมด แล้วผมก็รู้สึกว่าเป็นเพลงที่ลงตัวมาก ถ้าผมเป็นน้าแอ๊ด ผมคงจะขอบคุณพี่บั๋ง (สุทธิพงษ์ สมบัติจินดา) มาก ว่าเนียนจริงๆ เนื้อเพลง ทำนองลงตัวหมด แล้วข้อมูลในการเขียนเพลงนี่ไม่ได้หาง่ายๆ นะครับ แต่แกทำได้ครบมาก บัวผัน ก็ดี ชอบครับ “ลูกอยากมีมือถือ แม่ทำงานมือพัง” สุดยอด
19. บุคคลที่ 3 / ตรัย ภูมิรัตน (2549) - ชุดสุดท้ายผมยกให้พี่บอยครับ
ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องนำวง Bodyslam
1. Friday I’m In Love / Friday I’m In Love (2540) - สาเหตุที่ชอบชุดนี้ เพราะว่าตอนนั้นผมก็ไม่ค่อยได้ฟังเพลงเท่าไหร่ด้วยนะครับ เพิ่งเริ่มฟังเพลงจริงจัง แล้วก็ได้รู้จักกันกับพี่ๆ เขาที่มิวสิคบั๊คส์ด้วย ซึ่งผมก็จะชอบทั้งหมดของอัลบั้มนี้ของ Friday เลย ชอบเสียงพี่บอย ชอบเพลง คืนหนึ่งในกรุงเทพ เพราะอารมณ์มาก รู้สึกว่าอุ่นๆ ดีจัง
2. Super Swinging / YokeePlayboy (2541) - ชุดนี้ไม่ใช่อัลบั้ม เป็นอีพี 5 เพลง ตอนนั้นเป็นยุคที่ทุกคนต้องหันมาฟังเพลงของเบเกอรี่ฯ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นสาวกเบเกอรี่ฯ เหมือนกัน ก็จะติดตามหลายคนรวมถึงพี่โป้ (ปิยพ ศาสตราวาหา) ซึ่งทั้ง 5 เพลงนี้มันเป็นเพลงที่ดีมากๆ ตรงที่ว่ามันเต้นได้ด้วย แล้วมันก็มีความสนุกสนานของพี่โป้รวมอยู่ด้วย
ซึ่งถ้าให้ผมนึกถึงอะไรสักอย่างของอัลบั้มนี้ ผมว่าน่าจะเป็นเสียง “ปู๊วๆๆๆ” เต็มไปหมดเลย (หัวเราะ) รู้สึกว่ามันสนุกน่ะครับ มันเป็น 5 เพลงที่สนุก ก่อนชุดนี้ก็จะมีอัลบั้ม โยคีเพลย์บอย ที่หน้าปกเป็นรูปนมมีหนาม อันนั้นก็เจ๋ง แต่ชุดนี้สนุกกว่า
3. Candyman / Silly Fools (2542) - เหตุผลที่เลือกอัลบั้มนี้ของ Silly Fools น่าจะเป็นเพราะว่าเพลงรัก เพลงร็อก เพลงป๊อปที่ดีมันมาบรรจบกันน่ะครับ แล้วไม่เคยมีใครทำมาก่อน เป็นกลิ่นใหม่มาก ทุกคนต้องมีอัลบั้มนี้ของ Silly Fools แน่ๆ คือทุกคนที่ชอบ Silly Fools ก็จะเริ่มจาก Candyman เริ่มจาก ไหนว่าจะไม่หลอกกัน, อย่าบอกว่ารัก ซึ่งทุกคนก็จะไม่เคยได้ยินเพลงลักษณะนี้มาก่อนในเมืองไทย มันเปิดโลกใหม่ๆ ให้กับเพลงรัก แล้วก็เพลงร็อก
4. P.O.P / P.O.P (2543) - ผมชอบเสียงร้องของพี่นภ (พรชำนิ) อยู่แล้ว ก็จะฟังพี่นภร้องเพลง แล้วก็พยายามร้องตามอยู่หลายเพลงมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว นับตั้งแต่ที่พี่นภไปร้องให้พี่บอย โกสิยพงษ์ มาจนถึงอัลบั้มนี้ ก็รู้สึกว่าลงตัวครับ มีหลายๆ เพลงที่ฟังแล้วร้องไห้ได้ อย่าง ทำไม่ไหว แล้วก็ เชื่อในตัวฉัน
5. หัวโบราณ / นครินทร์ กิ่งศักดิ์ (2546) - ผมชอบกีตาร์โปร่งอยู่แล้ว คือแค่ได้ยินเสียงอะคูสติกกีตาร์ก็ยอมแพ้แล้วครับ นอกจากนั้นผมก็รู้สึกว่ามันเป็นอัลบั้มที่ผ่านการตกตะกอนมาแล้ว เนื้อเพลงมันคมคาย มันมีมิติดีมาก ไม่ใช่เพลงรักเล่าเรื่องธรรมดา โดยรวม หัวโบราณ ก็เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของพี่ป้างที่ผมเคยได้ยิน
วราฤทธิ์ มังคลานนท์ ดีเจ 104.5 แฟตเรดิโอ
“ชุดแรกที่ชอบ คือ สี่เต่าเธอครับ อัลบั้ม Love Boat (2540) ครับ ผมว่าเขาเป็นวงที่ฉลาด แล้วก็มีคาแรคเตอร์ในการทำเพลง ถึงแม้ว่าจะมี Inspiration แต่ก็เอา Inspiration หลาย Inspiration นี่มาบวกกัน จนบางทีเราฟังแล้วจับไม่ออก แล้วก็บวกคาแรคเตอร์ของวงเขาเข้าไป บวกความชำนาญในการเล่นดนตรี จนออกมาเป็นงานที่ดูมีดีไซน์ แล้วก็ฟังง่ายด้วยนะครับ แล้วก็สนุกด้วย
ผมว่าคุณคงเดช (จาตุรัตน์รัศมี) นี่เขามีเซนส์ในการแต่งเนื้อที่ให้โดนน่ะ เขาเหมือนจะมีสัญลักษณ์ มีลายเซ็นของเขาระดับหนึ่งในการเขียนเพลง ที่ฟังแล้วรู้
“ต่อไป โยคีเพลย์บอย Super Swinging จริงๆ ผมชอบชุดแรกของเขามากกว่า แต่ชุดนี้ก็เป็นชุดต่อเนื่องที่ชอบ คือตอนออกมาชุดแรกใหม่ๆ นี่ผมก็เอาเนื้อมานั่งอ่าน มันเขียนเนื้อห่าอะไรวะ บางเพลงอ่านแล้วไม่เข้าใจ ตอนแรกคิดว่ามันเขียนเนื้อไม่ดี แต่พอฟังไปๆ แล้วมันก็เริ่มเก็ต เออเว้ย บางทีมันไม่จำเป็นต้องเขียนเนื้อให้เคลียร์ มีประธานกริยากรรมแบบสวยงาม แต่มันฟังแล้วก็โอเค แล้วมันดิบดีด้วย
ผมชอบดนตรีในยุค 70 อยู่แล้ว แล้วโป้เขาทำออกมาแล้วได้อารมณ์ดี ช่วงนั้น โป้ เป็นคนเดียวที่ทำออกมาในแนว 70 ด้วย แล้วพอมาชุด Swinging นี่ก็จะออกมาเป็นดิสโก้หน่อยๆ มีเต้นรำหน่อยๆ ก็ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ เพราะผมก็ชอบหลายเพลงที่อยู่ในยุคดิสโก้ แต่คนชอบดิสโก้ ไม่ใช่เกย์ทุกคนนะครับ
“ริค วชิรปิลันธ์ ชุด ปฐม ผมชอบเพราะมันแปลกดี ฃผมเชื่อว่าศิลปินมี Inspiration ทุกคนแหละ ไม่ว่ามาจากไหน ฃบางคนอาจจะรับมาไม่เท่ากัน คนที่รับมาด้านหนึ่งก็อาจจะเอามาเผยแพร่ให้คนไทยคนอื่นๆ ฟัง เขาก็ได้รับรู้ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากด่า เฮ้ย ไอ้นี่เป็น The Strokes เมืองไทย เพราะมันเหมือนกับเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้คนไทยได้รู้จักว่าโลกกว้างเขามีอะไรกันบ้าง แต่จะชมก็ต่อเมื่อ เขาเอาเพลงต่างๆ เหล่านั้นที่เขาได้รับอิทธิพลมาเนี่ย มา Develop ให้เข้ากับความเป็นตัวเขา
เหมือนญี่ปุ่นที่ตอนแรกๆ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่เขาไปก๊อปดีไซน์หรือกว่าทุกอย่างของทางอเมริกาหรือทางยุโรปมาหมดเลย เพื่อมาพัฒนา เริ่มมีดีไซน์ของตัวเอง ผมอยากให้วงการเพลงไทยเป็นแบบนั้นบ้าง
ริคก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ผมไม่รู้ว่า Inspiration เขามาจากไหน แต่ผมเปิดโลกทัศน์ดนตรีด้านนี้กับริค แล้วผมก็ชอบมากๆ ถึงแม้ว่าจะไม่รู้เรื่องว่าเขาร้องว่าอะไร แต่มันฟังแล้วแบบว่า เฮ้ย เหมือนมีใครเอาอะไรมาฟาดที่หูน่ะ มันแจ๋วดีครับ
“Mr. Team ชุดนี้ (Money Money) ชอบเพราะว่าเป็นชุดที่ฟังตื่นเต้นมาก สำหรับงานที่มาจากแกรมมี่ คือมีทั้งความแปลกใหม่ แล้วก็ความป๊อป คือเป็นของแปลกที่ดังได้ที่แกรมมี่สร้างขึ้นมา น่าตื่นตาตื่นใจมาก
“Smallroom002 (Songs from the Audiences) ชุดนี้น่าจะเป็น Compilation ที่แจ๋วที่สุดของสมอลล์รูม ผมเป็นคนชอบคอมพิเลชั่น เพราะว่ามันฟังแล้วตื่นเต้นดี เราได้รู้จักวงใหม่ๆ เวลาเริ่มโปรเจ็กต์คอมพิเลชั่นที เขาอาจจะกำหนดคอนเส็ปต์ขึ้นมาก่อนว่า เฮ้ย ชุดนี้เป็นอย่างนี้นะ แล้วก็ไปแบ่งแยกให้ศิลปินที่จะมาทำงานนี้ไปทำมา ทุกคนก็ทำสุดฝีมือ เพราะฉะนั้นมันฟังแล้วจะสนุก จะน่าสนใจมาก มากกว่าอัลบั้มเต็มของศิลปินนั้นๆ อีก แล้วชุดนี้ผมว่ามันก็สุดยอดเกือบทุกเพลงเลย
“2 Days Ago Kids อัลบั้ม Time Machine ชุดนี้เรียกได้ว่ารวมสุดยอดขุนพลของวงการดนตรี Independent มารวมตัวกัน แล้วก็เพราะอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ฉันไม่รู้จะรักเธอนานเท่าไร, กลับมา, มากกว่านี้ เวลาผมเปิด ผมรู้สึกว่าลอยได้เกือบทุกเพลงเลย คือเวลาเราฟังเพลงเพราะๆ แล้วรู้สึกเหมือนว่าตัวเราเบา แล้วก็ยกระดับจิตใจของเราให้มันสุนทรีย์ แล้วก็ลอยขึ้นไปบนฟ้า เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ผมเปิดเพลงของอัลบั้มชุดนี้ ชอบๆๆ ชอบที่ความเพราะเลยครับ แล้วก็รวมขุนพลแจ๋วๆ มาทั้งนั้นเลย
“Death of A Salesman วงนี้มีคาแรคเตอร์ครับ เขารับ Inspiration มาแต่เขาก็มีคาแรคเตอร์ ชอบสไตล์ดนตรีที่มีความเป็นบลูส์ เป็นป๊อป เป็นร็อกมาปนกัน ชอบเนื้อหาที่เขาสื่อสารออกมา ชอบความละเอียดซับซ้อนของดนตรีของเขา แปลกดี ฟังแล้วไม่น่าเบื่อ
“Skalaxy ชุด Look (2545) ชุดนี้เป็นชุดที่ชอบที่สุดของสกาแล็กซี่ ชอบมากกว่าชุดที่ออกมาหลังๆ อีกนะ สาเหตุที่ชอบเพราะว่า ถ้าพูดถึงเร็กเก้สกา ช่วงที่อัลบั้มออกก็จะนึกถึงแต่ทีโบน แต่สกาแล็กซี่นี่มาปรับลุคของดนตรีสกาในช่วงนั้นใหม่ คือเป็นเด็กวัยรุ่น ฟังแล้วสนุก ฟังแล้วเปรี้ยว
ที่ชอบชุดนี้มากๆ คือเรื่องของเนื้อหา คือถ้าเทียบกับชุดหลังๆ นี่ ผมรู้สึกว่าเขาจะวนเวียนอยู่แต่ความรัก คือไม่ได้ผิดนะเรื่องความรัก แต่ฟังแล้วมันไม่ใช่มุมมองความรักที่จะโดนจิตใจเราได้ แต่ชุดแรกนี่จะครบรสเลย สำหรับดนตรีนี่ไม่รู้ว่าการที่เขาอยู่หัวลำโพงริดดิมมีส่วนหรือเปล่านะ มันถึงฟังสนุก และสดมากกว่า เป็นชุดที่ติดอยู่ในเครื่องเล่นซีดีที่บ้านประจำเลย
“ชัย บลูส์ (2546) ก็เป็นศิลปินอีกหนึ่งคนที่เปิดโลกทัศน์ทางด้านดนตรีบลูส์ให้กับผม คือแต่ก่อนผมจะมีสไตล์การฟังเพลงไม่กว้างเท่าไหร่ อาจจะฟังอัลเตอร์เนทีฟ ฟังร็อก ฟังป๊อป บลูส์นี่ไม่ค่อยได้ฟัง แต่พอฟังพี่ชัยเสร็จปุ๊บ ก็ไปดูเขาเล่น แล้วก็ชอบ แล้วก็เลยเข้าไปหาแนวอื่นๆ ทางด้านนี้มาฟัง ไปคุยกับนักดนตรีที่สนิทกับพี่ชัย เคยเรียนดนตรีกับพี่ชัย แล้วก็เพิ่มความรู้ทางด้านดนตรีบลูส์ให้เยอะขึ้น
“ตรัย ภูมิรัตน ทั้งสองชุด (My Diary the Original Soundtrack (2547) กับ บุคคลที่ 3 (2549)) ผมชอบเขาแต่งเพลงจังเลย เขาจะแต่งด้วยภาษาง่ายๆ ไม่ได้ประดิษฐ์คำซับซ้อนอะไรมากมาย ฟังแล้วเหมือนภาษาพูด แต่แม่งโคตรโดนเลย ทั้งที่เรื่อง และมุมมองก็เป็นเรื่องที่เราเจอๆ มาทุกวันนี่แหละ ซึ่งบางทีเราก็มองข้ามไป แต่พอไปฟังเนื้อของเขา เฮ้ย มันก็เกิดกับเราเหมือนกันนี่หว่า เพลงที่เขาแต่งมา มันเกิดกับเราทุกเพลงเลย
“Monkey Pants อีพี Overview มันน่าตื่นตาตื่นใจที่เด็กอายุ 12 กับ 15 ลุกขึ้นมาทำเพลงพังค์ ที่ไม่ใช่เพลงพังค์ในแบบดาษดื่น เป็นเพลงพังค์ที่แม่งเก่งว่ะ คืองานเขา เขาคิดน่ะ เขามีดีไซน์ มีสไตล์ แล้วผมเชื่อว่า อีกหน่อยถ้าเขายังไม่ท้อกับวงการเพลง สองคนนี้จะเป็นอนาคตที่สดใสของวงการพังค์เมืองไทย
“อีกวงที่ปลุกกระแสพังค์ให้กับเมืองไทยก็คือ Futon ผมชอบงานชุดแรกของฟูตอง Never Mind the Botox (2547) ฟูตองเป็นวงที่ปลุกกระแสหลายๆ อย่างให้กับวงการดนตรีเมืองไทย ทั้งเรื่องของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่หลังจากพี่สมเกียรติ (อริยะชัยพาณิชย์) มาแล้ว รู้สึกว่าเงียบตลอดเลยนะ ไม่มีอะไรตื่นตาตื่นใจเลย แต่ฟูตองมาปลุกได้ แล้วก็กระแสของดนตรีพังค์ ซึ่งแทบจะไม่มีวงไหนประสบความสำเร็จเลยในเมืองไทย แล้วก็กระแสของแฟชั่น การแต่งตัวแปลกๆ เขาก็สามารถทำได้ แล้วก็ทำออกมาในแง่ที่มันป๊อป แล้วก็ไม่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง
“Penguin Villa ครับ ชุด ออกไปข้างนอก (2547) คนนี้คืออัจฉริยะของวงการดนตรีป๊อปในเมืองไทยตอนนี้ครับ ปิ๊งเขามาตั้งแต่เพลง เธอเป็นใคร ใน Smallroom001 คือเด็กคนนี้น่าจับตามองมาก คือไม่แปลกที่มี Inspiration แต่เขาเอา Inspiration มา Develop ให้เป็นสไตล์ของเขา ตรงนี้ที่น่าสนใจ ติดตามต่อไปได้ในอนาคตครับ ต่อไปเขาน่าจะเทียบชั้นได้กับบิ๊กเนมอย่าง ชาตรี คงสุวรรณ ในตอนนี้เลย
“Bodyslam ชุด Believe (2548) ชุดนี้ฟังแล้วมันมีพลัง ไม่ว่าจะเป็นเพลงช้า หรือเพลงเร็ว หรือเพลงที่ต้องการปลุกให้เราฮึกเหิม อย่างเพลง ความเชื่อ เพลงรักแบบ คนที่ถูกรัก ที่เขาต้องการบิวด์เพลงรักให้สนุกๆ เราก็สนุกตามเขาไปด้วย ส่วนเพลงช้า ความรักทำให้คนตาบอด เราก็ฟังแล้วเราตาบอดเลย ผมว่าตูนเป็นคนที่ถ่ายทอดอารมณ์เพลงได้ดีมากๆ คนหนึ่ง คือรู้สึกว่าเขา Believe เหมือนชุดน่ะครับ คือเพลงสนุกเขาก็สนุกไปด้วย ถ้าเราชมคอนเสิร์ตเราจะรับ รู้ ตรงนั้นได้เลย
“และแล้วก็ถึงยุคของฮิปฮอปเมืองไทยแล้วครับ ยุคนี้ปี พ.ศ. นี้ อย่างที่ผมพูดไว้ตั้งแต่ตอนแรกคือเรานำกระแส นำ Inspiration ของเรามา Develop ให้เข้ากับสิ่งที่เป็นตัวตนของเรา ผมว่า ก้านคอคลับ ทำได้ดี อย่าง สิงห์เหนือเสือใต้ โดนมาก คนหนึ่งอยู่ทางเหนือ คนหนึ่งอยู่ทางใต้ มีเพลงที่ฟังแล้ว ถึงจะเป็นฮิปฮอป แต่มันก็มีความเป็นไทย มีความเป็นเหนือ มีความเป็นใต้ อยู่ในนั้นด้วย อีกหนึ่งวงก็คือ Buddha Bless ชอบอีกเช่นกัน คุณจะเป็นเร็กกามัฟฟินหรืออะไรก็ตามแต่ แต่ฟังดูแล้วมันไทยน่ะ แล้วเนื้อหานี่ก็โคตรไทยเลยนะ
“ปิดท้ายด้วย Romantic Comedy ของอพาร์ตเมนต์คุณป้า พระเอกของวงนี้คือคุณตุล (ไวฑูรเกียรติ) ผมชอบที่เนื้อ และความคิดในหลายๆ เพลง ที่ฟังแล้วมันเหมือนกับฮิปฮอปที่เราฟังเพลงแล้วเราร้องตามไม่ได้ แต่เราสนุกในการฟังเพลงน่ะ คือฟังรอบหนึ่งเราฟังไม่ทันหรอก แค่พอจะจับประโยคที่มันโดดๆ ออกมาได้ อย่างเพลง ผมขาดคุณ เป็นเพลงที่ผมชอบมากในชุดนี้ สำหรับดนตรีก็ไม่ต้องพูดถึง เป็นวงที่ครบเครื่องมากๆ ครบทั้งเนื้อหา ทั้งดนตรี ฟังแล้วเพลิน”
(เผยแพร่ครั้งแรก คอลัมน์ Scoop นิตยสาร DDT ฉบับที่ 25 กุมภาพันธ์ 2550 โดย พีรภัทร โพธิสารัตนะ)
โฆษณา