Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Peerapat Pothisaratana
•
ติดตาม
12 ก.ย. 2022 เวลา 10:55 • ดนตรี เพลง
100 อัลบั้มที่ควรมีติดบ้าน
จากทศวรรษก่อน (2540-2549)
ตอน 1
เมื่อตัวเลขระบุปีบนปฏิทิน, นาฬิกา, โทรศัพท์มือถือ, ฯลฯ ได้เปลี่ยนตัวเลขสองตัวท้ายไปเป็น “50” นั่นหมายความว่า ทศวรรษใหม่ที่ขึ้นด้วยหมายเลข “5” ได้มาถึง และทศวรรษแห่งเลข “4” ได้กลายไปเป็นความหลัง, ความทรงจำ และประวัติศาสตร์ไปโดยพลัน
ขณะเดียวกัน ทุกๆ ความหลัง, ความทรงจำ และประวัติศาสตร์เหล่านั้นต่างก็จะถูกบันทึกอยู่ในสมองหรือหัวใจของคนเรา บ้างแจ่มชัด บ้างลางเลือน แต่ก็ไม่เคยเหือดหายไปอย่างหมดจด ทว่าเมื่อสิ่งเดียวกันนั้นได้กลับเข้ามาสู่สัมผัสของเราอีกครั้ง เรื่องราวหนหลังที่อยู่ในบันทึกก็พร้อมที่จะกลับคืนมาสู่เราอีกครั้ง
รวมถึงทุกบทเพลงที่อาจเคยผ่านหู, มีประสบการณ์ร่วมไปกับเนื้อหาของเพลง หรือเพลงบางเพลงที่เคยฟังด้วยกันกับเขาคนนั้น
ตลอดสิบปีแห่งเลข “4” มีบทเพลงมากมายเกิดขึ้นมาสู่ภาพทรงจำจากหลากหลายศิลปิน บ้างยังคงสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง บ้างห่างหายไปจากกระแสรอบตัว แต่สิ่งหนึ่งจะยังคงอยู่ต่อไป ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอีกกี่เนิ่นนานก็คือ บทเพลงของพวกเขาและเธอเหล่านั้น นับจากที่เคยสร้างรอยประทับอยู่ในหัวใจของคนฟังในครั้งแรก จนเสมอไป
อัลบั้มทั้ง 100 ชุดนี้ หลายชุดอาจจะไม่ใช่งานที่ดีที่สุดสำหรับวงการเพลง หรือกระทั่งกับตัวเจ้าของผลงาน แต่ทั้งหมดก็เป็นงานที่ควรค่าแก่การฟัง หรือคู่ควรกับการมีไว้ในคอลเล็คชั่นของคุณ ด้วยความทรงอิทธิพล หรือสามารถสร้างกระแสใดๆ ให้กับวงการได้ด้วยคุณค่าในตัวเอง นับตั้งแต่ชั่วเวลาที่ตัวโน้ตแรกออกมาสู่ผู้ฟัง จนกระทั่งวันนี้ ปีนี้ ทศวรรษนี้ และยังผลไปถึงอนาคตข้างหน้า
มาถึงบรรทัดนี้แล้ว คุณพร้อมหรือยัง?
หากคุณพร้อมแล้ว เรามาร่วมนั่งไทม์แมชชีนไปยังหนึ่งทศวรรษที่แล้วด้วยกัน พร้อมๆ กับบทเพลงเหล่านี้กันครับ
1. Café / moderndog (2540)
อัลบั้มชุดที่สองของวงโมเดิร์นร็อกที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการเพลงด้วยอัลบั้มชุดแรก กระทั่งก่อเกิดเป็นกระแสอัลเตอร์เนทีฟ และอินดี้ขนานใหญ่ขึ้นมา เมื่อราว 3 ปีก่อนหน้านั้น อัลบั้มชุดนี้จึงเกิดท่ามกลางความคาดหวังของคนฟังและวงการเพลง ทว่า โมเดิร์นด็อก – ที่เหลือเพียง 3 คน – ได้ฝ่ากำแพงความกดดันด้วยงานชุดนี้ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า โมเดิร์นด็อก ยังคงเป็น “หมาทันสมัย” ที่สร้างกระแสดนตรีใหม่ๆ ได้อยู่เสมอ
2. Friday I’m In Love / Friday I’m In Love (2540)
งานเพลงที่เกิดขึ้น ท่ามกลางกระแสดนตรีอัลเตอร์เนทีฟ ที่กำลังรอวันล่มสลาย แต่สามหนุ่มที่หลงรักวันศุกร์กลุ่มนี้ก็ได้สร้างทางเลือกที่แตกต่างจากกระแสหลัก ด้วยบทเพลงป๊อป อันอ่อนนุ่ม หวานละมุน และไพเราะโรแมนติก ในแบบฉบับของตัวเองขึ้นมา พิสูจน์ได้จากบทเพลงสุดเพราะที่ยังคงฟังได้เสมอแม้วันนี้ อาทิ เหนื่อย, ฉันมีความสุข
3. กอด / T-Bone (2540)
ก่อนหน้าอัลบั้มนี้ วงทีโบนได้พิสูจน์ให้วงการเพลงได้รับรู้แล้ว ถึงความเป็นตัวจริงและตัวของตัวเองที่ไม่เหมือนใครในหมู่ศิลปินร่วมช่วงเวลา ด้วยดนตรีเร็กเก้-สกาของพวกเขา และอัลบั้มชุดแรกในรั้วโซนี่มิวสิคของ แก๊ป และผองเพื่อนก็ได้ตอกย้ำจุดยืนในความเป็นทีโบนออกมาอย่างเด่นชัด พร้อมๆ กับสื่อถึงพัฒนาการในอนาคตของพวกเขาออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมและลงตัว
4. โลโซ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ / Loso (2541)
เมื่อครั้งที่ Loso ออกงานเพลงชิ้นเปิดตัว และซิงเกิ้ล ไม่ต้องห่วงฉัน น้อยกว่าน้อยที่จะคาดคิดว่า วงทรีโอที่ดูธรรมดา กับบทเพลงร็อกเรียบง่ายของพวกเขาจะสามารถครองใจแฟนเพลงเรือนล้านได้ แต่ความสำเร็จของ Loso Ciety ก็สร้างที่ทางให้ตัวเองได้สำเร็จ ในขณะที่อัลบั้มชุดนี้ เศก-รัฐ-ใหญ่ ก็ยิ่งทำให้รากฐานความนิยมนั้นกว้างขวางและลงลึกยิ่งกว่าเดิมด้วยเพลงฮิตอย่าง อะไรก็ยอม, เลิกแล้วต่อกัน นอกจากเพลงที่ลุ่มลึกอย่าง รักเมืองไทย หรือ เงิน
5. ไท ธนาวุฒิ / ไท ธนาวุฒิ (2541)
ด้วยรูปกายภายนอกที่ผมสั้น ร่างผอมคล้ำ และปราศจากราศีของการเป็นร็อกสตาร์ แต่เมื่อบทเพลงไพเราะ เนื้อหาสัมผัสหัวใจของคนฟังได้ดีอย่าง ใช่เลย หรือเพลงสนุกทั้งเนื้อหาและดนตรี อาทิ ประเทือง อัลบั้มชุดเปิดตัวของ ไท ธนาวุฒิชุดนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งในบทพิสูจน์ที่ว่า หากบทเพลงโดนใจ ฝีมือเข้าตา น้ำเสียงเสนาะหู คุณก็สามารถประสบความสำเร็จได้
6. Bangkok / Joey Boy (2541)
หลังจากที่สร้างกระแสฮิปฮอปในแบบของตัวเองให้แฟนเพลงทั่วประเทศได้เคยคุ้นและชื่นชมกับงานเพลงทั้ง 3 ชิ้นแรก โจอี้ บอย ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถและไอเดียที่ไร้ข้อจำกัดของเขาด้วยอัลบั้มชุดนี้ ที่ขยับขยายแนวทางดนตรีออกไปอีก จนเกิดเป็นบทเพลงชั้นดีอย่าง ดื่ม, แหก, 4เฉย และกะหล่ำปลี โดยไม่ทิ้งความสนุกสนานลงไปเลยแม้สักกระผีก
7. Peel / อรอรีย์ (2541)
หนึ่งในอัลบั้มสองที่เป็นที่จับตาและรอคอยสำหรับแฟนเพลง หลังจากที่ อรอรีย์ เคยกระทบใจคนฟังมาแล้วด้วยเพลงฮิต แล้วเธอ และ ระหว่างเรา ที่ทำให้วงการเพลงไทยได้รับรู้ว่า โลกของเพลงร็อกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงศิลปินผู้ชายเท่านั้น “ราชินีเพลงกรันจ์” คือคำยกย่องที่สุกี้ อดีตคนโตแห่งเบเกอรี่ฯ ได้มอบให้แก่เธอ จึงไม่ใช่คำเยินยอที่เกินเลย
8. สุเมธ & เดอะปั๋ง / สุเมธ & เดอะปั๋ง (2541)
ท่ามกลางการครองตลาดของเพลงป๊อป และร็อกมายาวนาน สองหนุ่มวัยพ้นเบญจเพสสองคนในนาม สุเมธ & เดอะปั๋ง ได้มอบมิติใหม่ให้กับคนฟังเพลงกระแสหลัก ด้วยบทเพลงป๊อป เจือกลิ่นอายแจ๊สและบอซซาโนว่าของพวกเขา ในงานเพลงเปิดตัว หลายเพลงยังคงอยู่ในความประทับใจของแฟนเพลงจนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น พรานล่อเนื้อ, แจกัน, ไม่เสียใจที่รักเธอ ฯลฯ
9. YEAh! / Y NOT 7 (2542)
หลังจากหนึ่งอัลบั้มฮิต (Y Not 7) และหนึ่งอัลบั้มชั้นดี (Six) วงร็อกที่นำทีมโดยอนาคตโปรดิวเซอร์มือทองที่ชื่อ รุ่งโรจน์ ผลหว้า ก็กลับมาทวงความสำเร็จได้อย่างมโหฬารด้วยอัลบั้มนี้ ที่ทรงพลัง และไพเราะชวนฟังในเวลาเดียวกัน เรื่องขี้หมา, Yeah! และ ฉันไม่ยอม คือส่วนหนึ่งของเพลงโดน และเพลงโดดจากอัลบั้มชุดนี้ที่แฟนเพลงไม่เคยลืม
10. Candyman / Silly Fools (2542)
อัลบั้มที่ทำให้สี่หนุ่มนาม “โง่บรมโง่” แต่ชาญฉลาดในการทำเพลงได้ค้นพบจุดยืน จุดแข็ง และจุดตัดที่ลงตัวระหว่างความกร้าวแกร่งจากเมื่อครั้งอดีต กับความเป็นร็อกอันสะดุดหู จนกลายเป็นอัลบั้มชุดแรกที่สร้างคะแนนนิยมให้กับ Silly Fools ทั้งในหมู่แฟนเพลงและนักวิจารณ์ รวมทั้งกลายมาเป็นรากฐานทางดนตรีให้กับ Silly Fools มาจนทุกวันนี้
11. นมสด / ลาบานูน (2542)
สามหนุ่มจากเวที ฮอตเวฟมิวสิคอวอร์ดส ที่แม้จะไม่ได้รางวัลใดๆ ติดมือกลับบ้าน แต่ด้วยความเป็นธรรมชาติในการเล่นดนตรี และไอเดียที่สอดใส่ความเป็นตัวเองลงในเพลงของพวกเขาก็เข้าตาธเนศ วรากุลนุเคราะห์ จนได้รับการทาบทามให้มาเป็นส่วนหนึ่งของค่าย มิวสิคบั๊คส์ ผลก็คืออัลบั้มชุดนี้ ที่มีเพลง ยาม, หนักใจ เข้าไปฝังลึกอยู่ในใจของแฟนเพลง
12. Triumphs Kingdom / Triumphs Kingdom (2542)
หากโมเดิร์นด็อก คือผู้สร้างกระแสให้กับศิลปินแนวทางอัลเตอร์เนทีฟ สองสาวโบ-จ๊อยซ์ก็คือผู้กรุยทางให้กับวัฒนธรรมวัยรุ่นในรูปแบบใหม่ขึ้นมา โดยเฉพาะในส่วนของไลฟสไตล์และแฟชั่น กระทั่งกลายเป็นกระแสร้อนในสังคมส่งท้ายสหัสวรรษที่แล้วอยู่นาน แต่ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพลักษณ์และบทเพลงในงานชุดนี้ของสาวๆ ทีเค คือต้นแบบของไอดอลป๊อปวัยทีนที่มีอิทธิพลมาจนถึงปัจจุบัน
13. ปฐม / Rik (2542)
ผลลัพธ์ของการทุ่มเททั้งแรงกาย, แรงใจ และมันสมองยาวนานกว่า 4 ปี ของนักร้องสาวที่มีน้ำเสียงไม่เหมือนใครที่มาก่อนหน้าเธอ และสุกี้ โปรดิวเซอร์ที่ร่วมหัวจมท้ายมาตั้งแต่ต้นจนออกมาเป็นบทเพลงที่ผสมผสานหลากหลายแรงบันดาลใจ จนออกมาเป็นแนว เวิลด์บีตร็อก ที่สลับซับซ้อน หน่วงหนัก และลุ่มลึกชุดนี้
14. อะลาดิน / อะลาดิน (2542)
งานเพลงแร็ป-ร็อก-อัลเตอร์เนทีฟ-ป๊อป จากการผลักดันของ สุธี แสงเสรีชน ในฐานะงานส่งท้ายยุคอัลเตอร์เนทีฟ ด้วยบทเพลงที่สด สนุกสนาน เมามันส์ และแฝงประเด็นร้อนทางสังคมเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน หลายเพลงจากชุดนี้ จึงยังคงประทับอยู่ในใจแฟนเพลงของพวกเขาอยู่ ชนิดที่พวกเขาเองก็คงไม่สามารถทำได้เหมือนเดิม
15. The Love Boat / สี่เต่าเธอ (2542)
เรือยอร์ชเริงสำราญ ภายใต้การควบคุมเรือโดยกัปตันทั้งสี่ ที่เดิมเคยหลงใหลและนำเสนอตัวตนในรูปแบบของดนตรีบริตป๊อปจากหนึ่งอัลบั้มครึ่งก่อนหน้านี้ ทว่ากับการโดยสารครั้งนี้ ความหฤหรรษ์ได้ถูกปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมความสนุกสนานของดนตรีดิสโก้และเนื้อเพลงอันยวนเย้าที่สะท้อนถึงทัศนคติและวิถีชีวิตของยัปปี้รุ่นหนุ่มลงไป ยังความเริงร่าให้กับผู้โดยสารไปจนตลอดทั้งการเดินทาง
16. Money Money / Mr.Team (2543)
วงดนตรีที่ระบุแนวดนตรีของตัวเองว่าเป็น “Rock ‘N Dance” ซึ่งเนื้องานที่อยู่ในชุดนี้ก็สามารถสะท้อนคอนเส็ปต์ทางดนตรีนั้นออกมาได้อย่างชัดเจน ด้วยเพลงที่แฟนเพลงพร้อมใจกันโชว์สเต็ปไปพร้อมๆ กับสมาชิกวงในคอนเสิร์ตทุกครั้งของวงอย่าง เจ้าช่อมาลี, แบ่งๆ กันไป ในขณะเดียวกันก็สามารถซาบซึ้งได้จนถึงส่วนลึกของหัวใจด้วยเพลง ใจหายไปเลย, ไม่ต้องมีคำบรรยาย
17. Summer / Paradox (2543)
ชุดแรกในสังกัดใหญ่อย่าง Genie หลังจากที่สร้างอัตลักษณ์ให้กับตัวเองได้นับตั้งแต่อัลบั้มชุดแรก Lunatic Planet กับ Eastern Sky และอีกหลากหลายอัลบั้มใต้ดินทำเอง ด้วยแนวเพลงอัลเตอร์เนทีฟดิบๆ บนเนื้อหาที่แปลก แตกต่าง บ้าบอ ทว่าแอบซึ้งเอาไว้ในงานชิ้นเดียวกันได้อย่างเหลือเชื่อ และอัลบั้มรับฤดูร้อนชุดนี้ก็ไม่ผิดแผกกัน แต่เหนือชั้นและลงตัวยิ่งขึ้นกว่าเดิม
18. Pastel Mood / อาร์มแชร์ (2543)
หลายคนอาจจะรู้จักพวกเขาจากอัลบั้มชุดหลังๆ อย่าง Design หรือ Spring กับหลายๆ บทเพลงป๊อปและร็อกฮิตติดชาร์ต ไม่ว่าจะเป็น รึเปล่า, พรุ่งนี้ หรือ ไปด้วยกันรึเปล่า แต่กับอัลบั้มชุดเปิดตัวชุดนี้ คือบทเพลงป๊อปบอซซาโนว่าที่เป็นแนวทางดั้งเดิม และสื่อตัวตนของ ผึ้ง-อนุสรณ์ มณีเทศ หัวหน้าวงออกมาได้อย่างชัดเจนที่สุด
19. Tata Young / ทาทา ยัง (2543)
หลังจากหลายปีที่ห่างหาย และข่าวคราวมากมาย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องต้นสังกัดที่อดีตสาวน้อยมหัศจรรย์คนนี้จะเลือกไปอยู่ หลังจากที่หมดสัญญากับแกรมมี่ ในที่สุด ทาทา ยัง ก็กลับมาพร้อมกับอัลบั้มชุดแรกในสังกัดใหม่ โซนี่ บีอีซี เทโร ด้วยอัลบั้มในชื่อของตัวเอง และสามารถคืนวงการได้อย่างยิ่งใหญ่
20. ปาล์มมี่ / ปาล์มมี่ (2543)
หากจะนับศิลปินที่ประสบความสำเร็จขึ้นมา ด้วยความถึงพร้อมทั้งสองแพร่งทางคือ น้ำเสียงและภาพลักษณ์ ปาล์มมี่ คือหนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นนั้น ด้วยการทำงานอย่างพิถีพิถันของทั้งตัวปาล์มมี่เอง ไปจนถึงโปรดิวเซอร์คือ รุ่งโรจน์ ผลหว้า และชาตรี คงสุวรรณ ซึ่งผลที่ออกมาคือชิ้นงานที่ทรงคุณค่ายิ่งในหมู่แฟนเพลง
21. Awake / แมว จิระศักดิ์ ปานพุ่ม (2543)
หนึ่งในอัลบั้มที่ลงตัวและประสบความสำเร็จมากที่สุดของโปรดิวเซอร์หนุ่มร็อกหัวใจแจ๊สนาม แมว จิระศักดิ์ หลังจากที่ค่อยๆ สร้างเอกลักษณ์ในเสียงร้องและดนตรีจนเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งตกผลึกอย่างเต็มที่ในงานชุดนี้ ที่ผสมผสานความกร้าวของดนตรีร็อก/เมทัล/ฮาร์ดคอร์เข้ากับเพลงป๊อปอันอ่อนไหวได้อย่างกลมกลืน
22. MR.Z Return to Retro / Zomkiat Ariyachaipanich (2543)
ผลงานชิ้นแรกรับศตวรรษใหม่ของมือรีมิกเซอร์คนนี้ ที่ได้รับการยอมรับมานานนับจากยุคสไมล์เรดิโอ มาจนถึงผลงานในนามของ ซีมิกซ์ ทว่ากับงานชุดนี้ คือย่างก้าวใหม่ของเขาในแนวดนตรีนอกสายพันธุ์ดนตรีแดนซ์ และรีมิกซ์ กับดนตรีเลาจ์มิวสิค ที่มาพร้อมกับเพลงฮิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เผลอ, วันนี้ไม่มีพี่ชาย, สงสัย นอกเหนือจากนั้นแพ็คเกจของซีดีรุ่นแรกยังน่าเก็บสะสมยิ่งด้วย
23. PRU / PRU (2543)
นอกเหนือจากเครดิตมากมายของ สุกี้ แคลปป์ ในฐานะของคนเบื้องหลังในงานเพลงชั้นดีอย่าง ทีเคโอ, โมเดิร์นด็อก, ริค และผู้บริหารเบเกอรี่ มิวสิค นอกเหนือจากเสียงร้องของ น้อย น้องชายของเขาที่แตกต่างจากเมื่อครั้งที่ร้องเพลง คืนนี้ ในอัลบั้มของ บอย โกสิยพงษ์ นอกเหนือจากสองริธึ่มเซ็คชั่นหน้าใหม่เอี่ยมสำหรับวงการ อัลบั้มชุดนี้ก็มีความยอดเยี่ยมและน่าฟังอยู่ในตัวเอง
24. Time Machine / 2 Days Ago Kids (2543)
หากเรามองข้ามความไพเราะของบรรดาเพลงฮิตจากอัลบั้มย้อนเวลาชุดนี้อย่าง กลับมา, ฉันไม่รู้จะรักเธออีกนานเท่าไหร่ หรือ มากกว่านี้ เพียงรายชื่อส่วนหนึ่งของสมาชิกที่มาร่วมหัวจมท้ายในโปรเจ็กต์นี้อย่าง เจอร์รี่-ศศิศ มิลินทวณิช (โปรดิวเซอร์ Pixyl), ตรัย ภูมิรัตน (Friday), อดุลย์ รัชดาภิสิทธิ์ (Friday), โป้-ปิยะ ศาสตราวาหา (โยคีเพลย์บอย), ไก่-ธนาวัฒน์ ส่งวัฒนา (Nose Candy), ก้อ–ณฐพล ศรีจอมขวัญ (P.O.P), นรเทพ มาแสง (Pause)
ก็ทำให้เกิดคำตอบแจ่มชัดขึ้นในใจของเราแล้วว่า อัลบั้มชุดนี้มีคุณค่ามากมายขนาดไหน
25. Color Lab / The Photo Sticker Machine (2543)
ในขณะที่อัลบั้มชุดแรก ได้ประทับอยู่ในใจคนฟังด้วยเพลง ขอบอก และอัลบั้มชุดที่สาม คือความล้ำลึก ท้าทายวุฒิภาวะในการฟังเพลง อัลบั้มชุดที่สองที่พราวสีสัน ไปตั้งแต่ชื่อชุด จนหน้าปก กระทั่งถึงแต่ละบทเพลงในอัลบั้มที่สดใส รื่นรมย์ และหลายหลาก หลอมรวมจนกลายเป็นงานเพลงชุดนี้ที่น่าฟังเป็นอย่างยิ่ง
26. Project Album / สุรสีห์ อิทธิกุล (2543)
หนึ่งในแกนนำระดับมันสมองของคนดนตรีหัวก้าวหน้าเมื่อราวสองทศวรรษก่อนนั้น อย่าง บัตเตอร์ฟลาย ที่เมื่อออกมาทำงานเดี่ยวของตัวเอง สุรสีห์ก็ไม่เคยทำให้แฟนเพลงผิดหวังด้วยมาตรฐานการทำงาน ที่สูงเหนืองานในตลาดทั่วๆ ไป และอัลบั้มชุดหลังสุด – ที่หวังว่าจะไม่ใช่ชุดสุดท้าย – ของเขาก็ถือเป็นการคืนวงการอย่างสมศักดิ์ศรี จนสามารถเทียบเคียงกับงานเดี่ยวชุดแรก กัลปาวสาน หรืออัลบั้มของบัตเตอร์ฟลายได้
27. D2B / D2B (2544)
หากเมื่อนอกมี Backstreet Boys หรือ Spice Girls ที่ปลุกกระแสที่เรียกกันว่า “Teen Idol” กลับคืนมาให้กับแฟนเพลงและวงการเพลงโลก สามหนุ่ม บิ๊ก-แดน-บีม D2B ก็สมควรได้รับการยกย่องในฐานะเดียวกันนั้น ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดที่ชาญฉลาดและเพลงฮิตที่สร้างกลุ่มแฟนเพลง (สาวๆ) ได้มากมายขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเทรนด์บอยแบนด์ของคนรุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพลง ต่อหน้าฉัน (เธอทำอย่างนั้นได้อย่างไร), คนใจอ่อน และ ซ่า...(สั่นๆ) กระทั่งคนที่ไม่เคยสนใจศิลปินบอยแบนด์ยังไม่อาจปฏิเสธถึงความโด่งดังของพวกเขา
28. Smile Club / เบิร์ด-ธงไชย แม็คอินไตย์ (2544)
สำหรับแฟนเพลงหลายคน อัลบั้มชุดนี้คืองานเพลงในแบบ พี่เบิร์ด ที่พวกเขาคุ้นเคยชุดสุดท้าย ด้วยบทเพลงป๊อป ที่เรียบง่าย แต่ไพเราะ โดนใจอย่าง เล่าสู่กันฟัง, กอดกัน, คนไม่มีแฟน ก่อนหน้าที่เพลงของพี่เบิร์ดจะถูกนำไปทดลอง ใส่แนวโน้น ผสมแนวนี้ เพื่อหาจุดขายใหม่ๆ จนความเป็น เบิร์ด ธงไชย เริ่มกลายเป็นอื่นไปเรื่อยๆ ในงานชิ้นถัดจากชุดนี้เป็นต้นไป
29. DiscoVery / Groove Riders (2544)
วงดนตรีของ ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ อดีต P.O.P ที่ฉีกแนวดนตรีออกไปโดยสิ้นเชิง อันแสดงให้เห็นถึงภูมิหลังทางดนตรีของ ก้อ ออกมาได้อย่างชัดเจนว่าตัวเขามีความผูกพันกับดนตรีฟังค์และดิสโก้ช่วงปลายยุค 70 ต่อต้นยุค 80 มากมายขนาดไหน ซึ่งอิทธิพลต่างๆ นานาเหล่านั้นก็ถูกสะท้อนออกมาในอัลบั้มชุดนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม
30. คนไม่มีหัวใจ / Karn (2544)
จากนักร้องเสียงดี และมือฮาร์โมนี่ก้าฝีมือดี แห่งแซกโซโฟนผับ ที่การันตีได้ถึงความสามารถอันเอกอุ จน แมว จิระศักดิ์ ปานพุ่ม ชักชวนให้มาเป็นศิลปินในสังกัด Mad Catz ของเขา ซึ่งกานและทีมงานก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยบทเพลงบลูส์ ร็อก และป๊อป ที่เข้มข้นในการเรียบเรียงดนตรี และการร้องที่เปี่ยมไปด้วยวิญญาณ จนชวนให้นึกถึงยอดตำนานนักร้องหญิงยุคบุปผาชนอย่าง Janis Joplin
31. True Story (ความรัก/ผู้ชาย/ปลาย่าง) / ปาน-ธนพร (2545)
อัลบั้มที่ส่งผลให้ ปาน ธนพร กลายมาเป็นนักร้องระดับซูเปอร์สตาร์ รวมทั้งกลายมาเป็นต้นแบบให้กับเพลงประเภท “หญิงร้ายชายเลว” ด้วยเพลงฮิตที่ตีแผ่ความรู้สึกและตัวตนของผู้หญิงออกมาได้ยอดเยี่ยมอย่าง เรื่องง่ายๆ (ที่ผู้ชายไม่รู้) ที่เป็นมาตรฐานให้กับงานชุดหลังๆ ของปาน และนักร้องหญิงอีกหลายต่อหลายคน
32. Koh Mr.Saxman / โก้ มิสเตอร์ แซกแมน (2545)
ดนตรีสายแจ๊ส หรือใกล้เคียง ไม่เคยเข้าใกล้กับดนตรีกระแสหลักหรือความนิยมในวงกว้างมาก่อน จนกระทั่งการมาถึงของอัลบั้มเดี่ยวของ เศกพล อุ่นสำราญ หรือ โก้ มิสเตอร์ แซกแมน ที่เคยฝากเสียงแซกโซโฟนของเขาในงานของศิลปินจำนวนมากมาย ซึ่งแม้เพลงส่วนใหญ่ในชุดนี้จะใกล้เคียงกับดนตรีป๊อปมากกว่าแจ๊ส แต่ Koh Mr.Saxman ก็น่าจะเป็นก้าวแรกที่ดี สำหรับใครก็ตามที่สนใจจะศึกษาดนตรีแจ๊สที่ “แท้” และ “ลึก” ยิ่งๆ ขึ้นไป
33. Flure / Flure (2545)
ศิลปินหน้าใหม่เอี่ยม (จริงๆ) เบอร์แรกในรอบหลายปีของ เบเกอรี่ มิวสิค ที่สมาชิกส่วนใหญ่เคยเล่นดนตรีด้วยกันมาตั้งแต่วัยรุ่น โดยหนึ่งในนั้นคือ เท็ดดี้-ธีออดอร์ แกสตัน ทายาทของ อ.บรูซ แกนตัน แห่งฟองน้ำ กระนั้นงานเพลงของ Flure ก็ไม่ได้รับอิทธิพลหรือนำเสนอดนตรีไทยแต่อย่างใด หากเต็มไปด้วยกลิ่นอายของดนตรีโมเดิร์นร็อก/กรันจ์ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง และพร้อมที่จะมีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้นไป
34. Unidentified Funky Object / สตรีท ฟั้งค์ โรลเลอร์ (2545)
หนึ่งในสองศิลปินเบอร์แรกแห่งค่าย Blacksheep ที่เคยมีผลงานที่ได้รับการบันทึกอยู่ในความทรงจำของแฟนเพลงมาเนิ่นนานแล้ว นับตั้งแต่สมัยที่อยู่กับค่าย ร่องเสียงลำไย ด้วยดนตรีฮาร์ดร็อกเจือกลิ่นอายฟังกี้ ที่โดดเด่นมาตั้งแต่แรก จากฝีมือการแต่งเพลง ร้อง และเล่นกีตาร์อันยอดเยี่ยมของ โอ๊ต-อรรถพงศ์ บุญเสริมทรัพย์ หัวใจหลักของวง ซึ่งอัลบั้ม U.F.O ชุดนี้ก็คงคุณสมบัติโดดเด่นทั้งหมดนั้นเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน
35. Sweetless / ส้ม อมรา (2545)
หลังจากที่เคยฝากเสียงร้องเอาไว้ในงานเพลงของ Photo Sticker Machine มาแล้ว ในที่สุดก็ถึงเวลาที่สาวห้าว เปรี้ยว และเซ็กซี่ ที่หัวใจเปี่ยมล้นไปด้วยความรักในดนตรีสกาคนนี้จะได้มีผลงานของตัวเองเสียที โดยมีผู้ร่วมทำดนตรีชั้นดีอย่าง นครินทร์ ธีระภินันท์ (กอล์ฟ ทีโบน) กับวิชญ วัฒนศัพท์ (โหน่ง โฟโต้ สติ๊กเกอร์ แมชชีน และ ทีโบน) และเมื่อนำมาคลุกเคล้ากับเนื้อร้องที่สื่อตัวตนของตัวส้มออกมาได้อย่างชัดเจน อัลบั้ม Sweetless จึงออกเปรี้ยวอมหวานแซมขมน่าลิ้มลองอย่างที่เป็นอยู่
36. Death of a Salesman / Death of a Salesman (2545)
สองหนุ่มคู่ดูโอหน้าใหม่ แห่งค่ายห้องเล็ก ในเมืองใหญ่อย่าง smallroom ที่มีไอเดียทางดนตรีที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร และยากจะจำกัดความได้อย่างน่าติดตาม กลั่นกรองออกมาเป็นบทเพลงเท่ๆ มากมาย อาทิ เรือชูชีพ, สปิน, เหม่อ, ฯลฯ จนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นผลงานของศิลปินหน้าใหม่ ซึ่งจนถึงวันนี้แฟนเพลงของพวกเขาก็ยังคงรอคอยงานใหม่จากอวสานเซลส์แมนคู่นี้อย่างใจจดใจจ่อ
37. Zeal / Zeal (2545)
อีกหนึ่งกลุ่มลูกศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจแห่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกดุริยางค์สากล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตประสานมิตร ด้วยฝีมือการทำเพลง และเล่นดนตรีในระดับเยี่ยม รวมทั้งสื่อให้เห็นถึงลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตัวเอง ที่พร้อมจะได้รับการพัฒนาในงานชุดต่อๆ ไป เพลงเด่นจากชุดแรกนี้คือ เหวี่ยง, สองรัก, โชคดี เป็นต้น
38. Look / Skalaxy (2545)
อัลบั้มแรกของวงสการ็อก ภายใต้รั้วหัวลำโพงริดดิม ของทีโบน ที่โชว์ฝีมือในการทำเพลงที่จัดจ้าน เปรี้ยวจี๊ด และสนุกสนานสะใจคอเพลงสกามาตั้งแต่ชุดนี้แล้ว U & Me, มอง, ถาม, ชุดชั้นใน, มาตรฐานชายไทย คือส่วนหนึ่งของเพลงเด่นที่ทำให้พวกเขาได้รับการจับตามาตั้งแต่งานชุดนี้ ที่แฟนเพลงหลายคนยกให้เป็นชุดที่ดีที่สุดของพวกเขา
39. Seven Days / Day Tripper (2545)
Day Tripper คือวงดนตรีที่เกิดจากการรวมสมาชิกของสองวงบริตป๊อปจากยุคอัลเตอร์เนทีฟคือ ครับ (วาสิต) และ Emily (ทวนทอง กับ จีระศักดิ์) ผลงานที่ออกมาจึงเป็นดนตรีแนวบริตป๊อป ที่โดดเด่นในเอกลักษณ์ด้วยเสียงร้อง และการแต่งเนื้อเพลงที่จัดจ้านของ อู วาสิต เป็นการเริ่มต้นชั้นดีก่อนหน้าที่จะพุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุดในแง่ความนิยมกับอัลบั้มชุดที่สอง Pop Music
40. Bodyslam / Bodyslam (2545)
อัลบั้มชุดแรกของ ตูน-ปิ๊ด-เภา อดีตสมาชิกวงละอ่อน เจ้าของแชมป์จากเวทีฮอตเวฟมิวสิคอวอร์ดสครั้งที่ 1 ซึ่งได้รับความนิยมในทันที ด้วยดนตรีโมเดิร์นร็อก ที่ไพเราะ ทรงพลัง รวมถึงเสียงร้องชั้นเยี่ยมของ ตูน ซึ่งผลของความสำเร็จจากอัลบั้มชุดนี้ ก่อให้เกิดศักราชใหม่ของวงดนตรีโมเดิร์นร็อกไทย กับซาวนด์ดนตรีที่มีอิทธิพลและกลายเป็นพิมพ์นิยมให้กับวงดนตรีจำนวนมากมายในช่วงเวลาจากนี้
41. Magic Moment / Friday (2545)
ผลพวงของการเคี่ยวการประสบการณ์ของสมาชิกแต่ละคน ท่ามกลางช่วงเวลาที่ผ่านเลยมากว่า 7 ปี อัลบั้มชุดที่สองของวง Friday ที่รอคอยกันมาเนิ่นนานจึงได้รับการคาดหวังในระดับสูง และเมื่อซิงเกิ้ลแรกคือ หลงทาง ออกมาสู่ตลาด แฟนเพลงทุกคนก็รับรู้ได้ว่า วงนักรักวันศุกร์กลุ่มนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปจากอัลบั้มชุดแรกแล้ว ทว่าเป็นพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมเทียบเคียงได้กับชุดแรก ในขณะเดียวกันก็สร้างแฟนเพลงกลุ่มใหม่ๆ ได้ด้วย
42. A Cappella 7 / A Cappella 7 (2545)
กลุ่มนักร้องในแนวอะแคปเปล่า ที่หาฟังได้ยากเย็นยิ่งในบ้านเรา ศิษย์เก่าแห่งคณะมนุษยศาสตร์ สาขาดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ กลุ่มนี้จึงได้รับกระแสความสนใจขนานใหญ่นับตั้งแต่ที่จังหวัดเชียงใหม่ กระทั่งโด่งดังข้ามมาจนถึงกรุงเทพฯ จนในที่สุดอัลบั้มที่พวกเขาทำเอง ขายเอง ก็ได้ถูกนำมาวางจำหน่ายอีกครั้งกับค่ายอาร์เอส และขยับขยายกระแสนิยมออกไปได้อย่างกว้างขวาง
43. The Downtown Symphony / อะไรจ๊ะ (2545)
ต้นธารที่นำมาสู่วงดนตรีชั้นดีในอนาคตอันใกล้อย่าง Siam Secret Service (ที่มีผลงานออกมาก่อนล่วงหน้าในช่วงที่ ตุล ไวฑูรย์เกียรติ นักร้องนำกลับไปเรียนต่อ) และ อพาร์ตเมนต์คุณป้า ซึ่งอัจฉริยภาพในการประพันธ์เนื้อร้องที่ลึกซึ้ง รุนแรง และยากแก่การตีความประกอบดนตรีร็อกดิบๆของ ตุล เจิดจรัสมาตั้งแต่อัลบั้มชุดนี้
44. After Brake / ธีร์ ไชยเดช (2545)
เฉกเช่นดังที่ระบุเอาไว้ในชื่อชุดแล้วว่า เป็นงานชุดที่สรรค์สร้างขึ้นภายหลังจากการหยุดพักอันยาวนานหลังจากอัลบั้มชุด Story เมื่อราว 2 ปีเต็มก่อนหน้านั้น แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน ธีร์ ก็ยังคงความเป็นตัวของตัวเองของเขาที่แฟนเพลงชื่อชอบเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องทุ้มต่ำ, เสียงกีตาร์อะคูสติก, เนื้อเพลงรักที่อ่อนหวานและลึกซึ้งประสาผู้ชายที่ผ่านร้อนหนาวมาอย่างเชี่ยวกรำ
45. หัวโบราณ / นครินทร์ กิ่งศักดิ์ (2546)
อัลบั้มคัมแบ๊ควงการของ ป้าง-นครินทร์ กิ่งศักดิ์ อดีตไฮดร้า ที่มีย่างก้าวแห่งศิลปินเดี่ยวที่สวยงามจากอัลบั้มเดี่ยวหลายต่อหลายชุด ทว่ากับ หัวโบราณ งานชุดแรกในรั้ว Giraffe คือผลของการสรรค์สร้างงานที่ผ่านการกลั่นกรองมาเป็นอย่างดี จนตกผลึกเป็นเพลงที่ละเอียดอ่อนในการเรียบเรียงและคมเข้มในเนื้อหา
46. Million Ways to Love part 1 / บอย โกสิยพงษ์ (2546)
นับตั้งแต่การเปิดตัวด้วยอัลบั้ม Rhythm & BOYd โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลงมากความฝันนามบอย โกสิยพงษ์ ยังคงเหนือชั้นในทุกครั้งที่ออกอัลบั้มใหม่ และผลงานชุดที่สาม ที่เกิดขึ้นภายหลังจากการค้นพบพระเจ้าของเขาก็คือหนึ่งในงานเพลงที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยสร้างสรรค์มา รวมถึงเป็นหนึ่งในอัลบั้มเพลงไทยที่ดีที่สุดชุดหนึ่งด้วย บทเพลงอย่าง ใคร, Live & Learn, หัวใจผูกกัน, ล้มบ้างก็ได้ คือส่วนหนึ่งที่ทำให้อัลบั้มชุดนี้กลายเป็นอมตะ
47. My World / Big Ass (2546)
หนึ่งในเสาหลักของวงการร็อกไทยในปัจจุบัน ที่มีแนวดนตรีที่มีอัตลักษณ์ในตัวเอง นับตั้งแต่อัลบั้มชุดแรก (Not Bad) ก่อนที่จะเริ่มประกายความสำเร็จด้วยอัลบั้มชุดสอง (XL) แต่อัลบั้มชุดสามชุดนี้ คือความลงตัวของงานดนตรีที่สื่อให้เห็นถึงการเติบโตอย่างน่าชื่นชมทั้งในด้านการแต่งเพลง และการเล่นดนตรีของสมาชิกทั้งห้าคน
48. สิงห์เหนือ เสือใต้ / สิงห์เหนือ เสือใต้ (2546)
แร็ปเปอร์ดูโอจากดินแดนตอนเหนือและตอนใต้ของประเทศดังเช่นชื่อวง ซึ่งได้กลายมาเป็นจุดแตกต่างจากศิลปินฮิปฮอปทั่วไปที่ถูกนำมาขับเน้นจนโดดเด่นในอัลบั้มชุดแรกของพวกเขา นอกจากนั้นไอเดียที่สอดใส่ลงในเนื้อเพลงแต่ละเพลงซึ่งสะท้อนมุมมองของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลึกซึ้งนั้นก็เป็นข้อได้เปรียบที่มิอาจละเลย
49. Flying Free / Liberty (2546)
วงดนตรีจากรั้ววิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับแนวดนตรีที่เหือดหายไปจากวงการเพลงไทยนับสิบปี – โปรเกรสซีฟฮาร์ดร็อก นับจากวง จินตา เป็นต้นมา ซึ่งพวกเขาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม สมาชิกทุกคนได้โชว์ฝีมือกันอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการแต่งเพลงและเล่นดนตรี อันพรั่งพร้อมด้วยองค์ประกอบที่ดีของดนตรีแนวนี้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องแหลมสูงทรงพลัง, ท่อนโซโล่กีตาร์อันไวว่อง และภาคจังหวะที่รวดเร็วสลับซับซ้อน
50. ชัย บลูส์ / ชัย บลูส์ (2546)
วันชัย แต่งติพานิช หรือ ชัย บลูส์ คือนักร้องนักกีตาร์บลูส์ที่ได้รับการยอมรับในฝีมือมายาวนาน นับตั้งแต่เขาเล่นอยู่ที่แซกโซโฟนผับ และเมื่อเขามีผลงานของตัวเอง ภายใต้การผลักดันของ เสือ-ธนพล อินทฤทธิ์ อิทธิพลและแรงบันดาลทั้งหมดทั้งปวงที่ตัวเขาได้รับ ถูกหลอมรวมถ่ายทอดลงในอัลบั้มชุดนี้ได้อย่างน่ารื่นรมย์
(ติดตามต่อ ตอน 2)
(เผยแพร่ครั้งแรก คอลัมน์ Scoop นิตยสาร DDT ฉบับที่ 25 กุมภาพันธ์ 2550 โดย พีรภัทร โพธิสารัตนะ)
ตอน 2
https://www.blockdit.com/posts/631f11bbee4632d4e3b8a449
ตอน 3
https://www.blockdit.com/posts/631f12e560f944d761d6d9a6
ไลฟ์สไตล์
บันทึก
2
5
2
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย