15 ก.ย. 2022 เวลา 00:32 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
รีวิว : มายาพิศวง - Six Characters
Filmment Rating : 6.6
#เนื้อเรื่องย่อ
ในกองถ่ายภาพยนตร์แห่งหนึ่ง ตัวละคร 6 คนปรากฏตัวขึ้นอย่างปริศนา เพื่อตามหานักประพันธ์คนใหม่ที่จะเขียนตอนจบให้กับพวกเขา หลังจากนักประพันธ์ดั้งเดิมของพวกเขาได้ตายจากโลกนี้ไปโดยที่ยังแต่งเรื่องไม่จบ คำรณ ผู้กำกับภาพยนตร์ของกองถ่ายนี้ได้ตกหลุมรักกับเรื่องราวของเหล่าตัวละคร และตัดสินใจสานต่อชะตากรรมของเหล่าตัวละครไปจนสุดทาง
#ความเห็น
ภาพยนตร์เรื่อง มายาพิศวง เป็นผลงานล่าสุดของผู้กำกับภาพยนตร์อย่าง หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล หรือ หม่อมน้อย โดยเป็นการหยิบเอานวนิยายชื่อดังระดับโลกอย่าง Six Characters in Search of an Author จากปลายปากกาของนักเขียนเจ้าของรางวัลโนเบลอย่าง Luigi Pirandello ครับ ด้วยไอเดียที่ยังคงสดใหม่เหนือกาลเวลา กับการที่เหล่าตัวละครจากบทประพันธ์เกิดมีชีวิตและเดินหน้าออกตามหาตอนจบของเรื่องราวชีวิตตัวเอง ทำให้สำหรับผมแล้ว มายาพิศวง เป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่น่าจับตามองครับ
สิ่งแรกที่ต้องบอกผู้ชมทุกท่านก่อนเลยก็คือ ภาพยนตร์เรื่อง มายาพิศวง นั้นมีวิธีการนำเสนอที่ค่อนข้างเฉพาะตัวนะครับ กล่าวคือภาพยนตร์เลือกที่จะผสมผสานศาสตร์ของละครเวทีเข้ากับวิธีการเล่าเรื่องของภาพยนตร์ครับ
ด้วยการวางองค์ประกอบศิลป์ในหลายฉากให้ออกมาเป็นภาพ 2 มิติเพื่อจำลองบรรยากาศของการนั่งรับชมอยู่ที่ขอบเวที การจัดวางเฟรมภาพและการจัดแสงที่แปรเปลี่ยนตามอารมณ์ของตัวละครโดยไม่อ้างอิงกับความต่อเนื่อง รวมไปถึงการแสดงแบบเล่นใหญ่เพื่อดึงความสนใจของผู้ชมให้จับจ้องอยู่ที่เวทีตรงหน้าให้ได้นานที่สุด ผสมรวมกับวิธีการดำเนินเรื่อง การตัดต่อ และการเล่าเรื่องของภาพยนตร์ครับ
ซึ่งหากว่ากันตามตรงแล้ว แม้วิธีการเล่าเรื่องดังกล่าวจะค่อนข้างแปลกใหม่และเชิดชูศิลปะทั้ง 2 แขนงได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เรื่องของความชอบนั้นมันเป็นเรื่องที่ยากจะอธิบาย เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมไม่ถูกเส้นกับวิธีการนำเสนอของภาพยนตร์เลยครับ เนื่องจากผมไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความต่อเนื่องและความเป็นเนื้อเดียวกันของทั้ง 2 ส่วนผสมได้มากอย่างที่ควรจะเป็น ทุกอารมณ์ของเรื่องราวถูกกระชากขึ้นลงอย่างไร้จังหวะ
และเมื่อถูกผสมรวมกับลายเซ็นต์เฉพาะตัวของหม่อมน้อย ไม่ว่าจะเป็น บทพูดที่งดงามราวกับถอดมาจากวรรณคดี แต่ไร้ซึ่งความเข้ากันทางบริบทของตัวละคร , การใช้ภาพสโลว์โมชั่นโดยไร้ความจำเป็น , การลดทอนสีของภาพในฉากย้อนอดีต , เหตุการณ์อันพิลึกพิลั่นที่ผู้ชมไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรกับมัน รวมไปถึงการวางดนตรีประกอบที่บรรเลงทับเสียงบรรยากาศอยู่แทบจะตลอดเวลาแล้ว ทุกอย่างที่กล่าวมานี้มันล้วนผลักผมออกจากเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างน่าเสียดายครับ
แต่หากไม่นับวิธีการนำเสนอที่ไม่ถูกปาก มายาพิศวง นับเป็นภาพยนตร์ที่มีแก่นสารสำคัญเหนือกาลเวลา และสามารถหยิบยกมาพูดถึงได้หลากหลายระดับครับ ชั้นที่ตื้นเขินที่สุดคงหนีไม่พ้นบรรดามุกตลกร้ายที่มุ่งเป้าโจมตีไปยังวงการภาพยนตร์โดยตรง กับการตั้งคำถามถึงเหล่าผู้สร้างที่หวังเอาชนะใจผู้ชม โดยไม่ได้คำนึงถึงจุดตั้งต้นที่แท้จริงของเหล่าตัวละครที่ถูกสร้างขึ้น
ไม่ว่าจะเป็น การเลือกใช้นักแสดงที่มีชื่อเสียงก่อนนักแสดงที่มีความสามารถ , การสร้างภาพยนตร์ที่ไม่ได้รับใช้สังคมเพื่อผลลัพธ์ทางการตลาด รวมถึงความขัดแย้งกันภายในกองถ่ายระหว่างนักแสดง ผู้กำกับภาพยนตร์ และเหล่าทีมงานผู้สร้าง ซึ่งเป็นเบื้องหลังที่ผู้ชมไม่เคยได้พบเห็นผ่านผลงานสุดท้าย
ภาพยนตร์เลือกใช้เหล่าตัวละครทั้ง 6 เพื่อสะท้อนความเป็นมนุษย์ในรูปแบบต่างๆ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเพียงตัวละครที่ถูกประพันธ์ขึ้นบนหน้ากระดาษ แต่ผู้กำกับภาพยนตร์และเหล่านักแสดงซึ่งเป็นมนุษย์จริงๆ ตามท้องเรื่อง กลับไร้ซึ่งความเป็นคนในการสาวไส้เอาเรื่องราวและโศกนาฏกรรมของเหล่าตัวละครทุกคน มาใช้เพื่อสร้างความบันเทิงและเติมเต็มจิตวิญญาณความเป็นศิลปินของพวกเขา ในฐานะผู้ถือครองอำนาจที่แสวงหาผลประโยชน์จากเรื่องจริงอันแสนเจ็บปวดของเหล่าตัวละครทุกคน
หรือหากจะมองมันในเชิงของการวิจารณ์งานศิลปะก็นับเป็นเหลี่ยมมุมที่น่าสนใจครับ เนื่องจากเมื่อเหล่าตัวละครและบทประพันธ์ถูกแต่งขึ้นแล้ว ทุกอย่างล้วนเป็นอิสระโดยปราศจากเงื่อนไข แม้กระทั่งจากปลายปากกาของผู้ประพันธ์เองก็ตามครับ เรื่องราวและเส้นทางชีวิตของเหล่าตัวละครนั้นย่อมถูกจับจด ตีความ และถูกวิเคราะห์วิจารณ์อย่างหลากหลาย
ซึ่งหลายต่อหลายอย่างที่ถูกอุปโลกขึ้นมานั้นอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของผู้ประพันธ์ หรือไม่ได้สอดคล้องใดๆ กับเส้นทางของเหล่าตัวละครเลยก็เป็นได้ เมื่อมองจากมุมนี้ ชีวิตของเหล่าตัวละครจึงล้วนเป็นเอกเทศและเกินกว่าที่จะนิยามหรือกำหนดกรอบอย่างแน่ชัดไม่ต่างกันกับมนุษย์ในสังคมเลยครับ
สิ่งที่ยึดโยงทุกประเด็นข้างต้นเข้าหากันก็คือการตามหาความจริงที่หล่นหายไปและการมองหาจุดจบของเหล่าตัวละครครับ แต่ปัญหาก็คือทุกตัวละครในเรื่องล้วนขาดความเป็นมนุษย์ เต็มไปด้วยการตัดสินใจที่โลเลไร้เหตุผล โกรธเกลียดหรือรักใคร่กันได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที และมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้วอยู่ตลอดเวลา จึงส่งผลให้โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงท้ายเรื่องนั้นขาดพลังการสื่อสารที่มากพอ จนทำให้กราฟของเรื่องพุ่งไปไม่ถึงจุดที่ภาพยนตร์ตั้งใจเอาไว้ครับ
โดยสรุปแล้วภาพยนตร์เรื่อง มายาพิศวง คือภาพยนตร์ที่มีวิธีการนำเสนออันแปลกใหม่ มีไอเดียตั้งต้นที่แข็งแรง และมีแก่นสารสำคัญที่ยอดเยี่ยม แต่น่าเสียดายที่ผมกลับไม่สามารถเดินทางเข้าสู่โลกที่ภาพยนตร์สร้างขึ้นได้อย่างเต็มตัว และไม่ได้รู้สึกบันเทิงกับภาพยนตร์ได้อย่างที่ควรจะเป็นครับ
#ประเด็นตกผลึก
ประเด็นตกผลึกจากภาพยนตร์เรื่อง มายาพิศวง ที่ผมจะชวนผู้อ่านทุกท่านมาคุยกันในวันนี้ก็คือ
ทุกคนมีความจริงจากมุมมองของตัวเองเสมอ
ภาพยนตร์บอกเล่าอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นเรื่องครับว่า เหล่าตัวละครทั้ง 6 คนที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างปริศนานั้น ล้วนมีความจริงของตัวเองที่เก็บงำเอาไว้ โดยแม้ว่าเรื่องราวทั้งหมดจะถูกเล่าผ่านตัวละครหลักอย่าง สุริยา แต่อีก 5 คนที่เหลือก็ล้วนแต่โต้แย้งว่า สุริยาเลือกที่จะหยิบเอาแง่มุมที่ทำให้เขาดูเป็นคนดีขึ้นมาถ่ายทอดเท่านั้น
นอกจากความจริงทั้ง 6 แบบจากกลุ่มตัวละครทั้ง 6 คนแล้ว ทางฝั่งมนุษย์เองเมื่อได้รับฟังเรื่องราวของสุริยาแล้ว ก็ตัดสินใจนำเรื่องราวทั้งหมดมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ในทันที โดยที่ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ตัวเองได้ยินนั้นมันเป็นความจริงเพียงด้านเดียวหรือไม่ ในขณะเดียวกัน ทีมงานเบื้องหลังของภาพยนตร์ก็พร้อมที่จะดัดแปลงเรื่องราวของเหล่าตัวละคร ให้กลายเป็นชุดความจริงรูปแบบใหม่ เพื่อให้กับเหล่านักแสดงชื่อดังได้ถ่ายทอด ซึ่งก็จะกลายเป็นความจริงที่ผู้ชมได้รับรู้ผ่านการรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ
สิ่งที่ภาพยนตร์ตั้งคำถามได้อย่างคมคายก็คือ เมื่อเรื่องจริงของเหล่าตัวละครนั้นถูกนำมาปรุงแต่งเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง พร้อมหยิบเอาแง่มุมอื่นๆ ของชุดความจริงนั้นๆ มานำเสนอ ทุกอย่างยังจะสามารถเรียกว่าความจริงได้อยู่หรือไม่
ในขณะเดียวกันภาพยนตร์ก็ได้แสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจของความจริง ด้วยการสลับขั้วอำนาจระหว่างผู้ที่คิดว่าตัวเองควบคุมเรื่องราวทั้งหมดเอาไว้ในกำมือได้อย่าง คำรณ สิงหะ ผู้กำกับภาพยนตร์มือฉกาจ ผู้รับหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวของตัวละครทั้ง 6 คนนี้ ให้กลายเป็นผู้ที่ไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย ไม่ว่าจะส่วนที่เล็กที่สุดในกองถ่ายอย่าง หม้อแปลงไฟฟ้าที่ใช้ในการถ่ายทำ ไปจนถึงส่วนสำคัญอย่างนักแสดง ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดความจริงของภาพยนตร์
นัยดังกล่าวสามารถสะท้อนอิทธิพลของสื่อ ผู้กุมอำนาจในการส่งต่อเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจครับ
มายาพิศวง บอกกับผู้ชมอย่างชัดเจนครับว่า มนุษย์ทุกคนล้วนมีความจริงในรูปแบบของตัวเองทั้งสิ้น ซึ่งทุกความจริงที่แตกต่างกันนั้นก็ขึ้นอยู่กับปูมหลัง เงื่อนไขชีวิต รวมถึงมุมมองที่บุคคลนั้นๆ มีต่อสังคมที่พวกเขาดำรงอยู่ครับ ซึ่งทุกความจริงนั้นล้วนเปลี่ยนเป็นความเชื่อที่ยึดโยงเข้ากับตัวตนของมนุษย์ทุกคน และมันไม่มีทางเลยครับที่เราจะสามารถเข้าใจความจริงของผู้อื่นได้อย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราตัดสินความจริงเหล่านั้นผ่านมุมมองของตัวเราเอง ฝากไว้ให้คิดกันนะครับ
.
#มายาพิศวง #SixCharacters #Filmment
โฆษณา