22 ต.ค. 2022 เวลา 07:12 • สุขภาพ
False Memory เราเชื่อใจ“ความทรงจำ”ได้มากแค่ไหน?
คิดว่าจำเหตุการณ์นั้นได้แม่น…
มั่นใจว่าเรื่องราวเป็นแบบนี้…
ภาพความทรงจำยังคงชัดเจน…
แต่อ่าวเห้ย…ความทรงจำกลับไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
สภาวะที่เรามั่นใจว่า “จำได้” ว่าเหตุการณ์หนึ่งๆเป็นอย่างไร รวมถึงความรู้สึกและกลิ่นอายของเรื่องราว เรายังคงจำได้แม่น ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว เหตุการณ์นั้นไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ หรืออาจมีแค่ข้อมูลบางส่วนบิดเบือนไปจากความจริง(แต่ยังคงเค้าโครงความจริงอยู่บ้าง)
ในสภาวะแบบนี้ เราเรียกความทรงจำที่ผิดพลาด บิดเบือน คลาดเคลื่อนดังกล่าวว่า “False Memory” “ความทรงจำลวง”นั่นเอง
ตัวอย่างเหตุการณ์ ที่สร้างความฮือฮา และทำให้ผู้คนเริ่มสนใจเกี่ยวกับความทรงจำมาขึ้นคงไม่พ้นเรื่องราวของ
เอลีน แฟรงคลิน (Eileen Franklin) หญิงชาวอเมริกัน เธอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ถึงเหตุการณ์สะเทือนใจเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ว่าพ่อของเธอ จอร์จ แฟรงคลิน (George Franklin) ข่มขืนและลงมือฆ่าเพื่อนสนิทของเธอ
ภาพเหตุการณ์วันนั้นยังคงเด่นชัดในความทรงจำของเอลีนไม่เปลี่ยน แม้พ่อของเธอยืนยันว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์
แต่ด้วยข้อสงสัยหลายอย่างในตัวเอลีน พี่สาวของเธอ เจนิซ แฟรงคลิน (Janice Franklin) จึงเห็นแย้ง เธอเชื่อว่าพ่อของเธอไม่ได้เป็นคนทำ จนในที่สุดก็ค้นพบหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ได้ว่าพ่อเป็นผู้บริสุทธิ์
เรื่องราวแสนอลวนอลเวงนี้ สรุปสั้นๆได้ว่า พ่อผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ได้ทำความผิดใดๆ แต่ต้องถูกจองจำเป็นเวลานานถึง 6 ปี เพราะความทรงจำเท็จของลูกสาวตัวเองที่กล่าวหาเขาว่าเป็นฆาตกร
โดยหากใครต้องการอ่านเรื่องราวนี้เพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้ในอินเตอร์เน็ต หรือสามารถอ่านได้จากบทความตามลิงค์นี้
สาเหตุของ False Memory คืออะไร?
อลิซาเบธ ลอฟทัส (Elizabeth Loftus) นักจิตวิทยาการรู้คิดชาวอเมริกัน และศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความจำ ค้นพบว่า ความทรงจำไม่ใช่ความจริงแท้ที่ตายตัว แต่เปรียบได้กับการทำงานของวิกิพีเดีย แม้ว่าเราคือคนแรกที่สร้างความทรงจำ แต่ก็เปิดโอกาสให้ทั้งเราและผู้อื่นแก้ไขและปรับเปลี่ยนมันได้
อลิซาเบธ เฟลปส์ (Elizabeth Phelps) นักประสาทวิทยา กล่าวไว้ในสารคดีเรื่องExplainedว่า “รายละเอียดความทรงจำราวครึ่งหนึ่ง เปลี่ยนไปในระยะเวลาหนึ่งปี แม้เราจะเชื่อว่าเราจำสิ่งนั้นได้แม่นยำก็ตาม”
ทั้งนี้ สาเหตุการเกิด False Memory มีหลากหลายประการ ผู้เขียนจึงหยิบยกสรุปโดยคร่าวเป็นข้อๆดังนี้
1. กลไกการทำงานของสมอง
- 1.1 เวลาเราจดจำเหตุการณ์หนึ่งๆ สมองจะให้ความสำคัญกับใจความหลัก กล่าวคือเราสนใจที่จุดศูนย์กลางของเหตุการณ์เป็นหลัก จึงอาจลืมบริบทและรายละเอียดรอบข้าง(เพราะไม่สามารถจดจำรายละเอียดทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้)
และสมองยังนำข้อมูลและความทรงจำอื่นที่เรามี เติมลงในช่องว่างที่หายไป จึงเกิดเป็นความจำลวงนั่นเอง
- 1.2 สมองทำงานโดยการรวบรวมข้อมูลความทรงจำต่างๆมาไว้ด้วยกัน(Recollections)
(ข้อมูลเก่ากึก ปน ข้อมูลใหม่ อย่างไม่ตั้งใจ เพราะสมองจดจำสิ่งต่างเป็นเรื่องราวแบบเชื่อมโยง มากกว่า แยกเป็นก้อนๆ)
2. บ้านของความทรงจำมีหลายหลัง
- หมายถึง ที่กักเก็บความทรงจำภายในสมองประกอบด้วยสมองหลากหลายส่วน ตัวอย่างเช่น ฮิปโปแคมปัส(Hippocampus) อะมิกดาลา(Amygdala)
ดังนั้น เวลานึกย้อนไปในอดีต ก็คือการที่เรา รื้อค้นเอาความทรงจำ(ที่อยู่หลากหลายส่วนในสมอง)มาปะติดปะต่อกัน จึงเกิดความคลาดเคลื่อนได้นั่นเอง
3. การนอนหลับ
- เวลานอนหลับ = เวลา“ลบ”ข้อมูลที่ไม่จำเป็น(รกสมองเดี๋ยวเมมเต็ม) เพราะสมองฉลาดมาก มันเลือกเก็บเเฉพาะเรื่องที่คิดว่าสำคัญต่อการดำรงชีวิต
ดังนั้น จึงมีความทรงจำบางส่วนหล่นหายไประหว่างทาง…
4. เพราะมันคือทางออก
- False Memory ยังถือเป็นกลไกที่ช่วยให้เราอยู่รอดจากความทรงจำแสนเลวร้ายอันสร้างบาดแผลลึกในจิตใจ(Traumatic Memories)
เราจึงกล่าวได้ว่า อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจความทรงจำ เพราะมันอาจไม่ใช่เรื่องจริงอย่างที่คุณมั่นใจ ก็เป็นได้
ขอบคุณแหล่งข้อมูลอ้างอิงจาก
โฆษณา