Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
BenNote
•
ติดตาม
3 พ.ย. 2022 เวลา 02:00 • ธุรกิจ
#BenNote #Design_Thinking
#SBCCommunity #SBCtalk_and_Sharing
Repost จาก Note of SBC Alumni Talk & Share ครั้งที่ 2018#2
เรื่อง Design Thinking โดยพี่ต้อง กวีวุฒิ 10X
#เปิดโลกมาก ขอบคุณ Timmy Tess ที่ชวนพี่ต้องมาแชร์นะคะ
Design Thinking
1. Nothing is a mistake
There is no win
There is no fail
There is only make
2. Design thinking is mindset not process.
3. อยากทำอะไรใหม่ๆ แต่ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ... ทำอย่างไร?
ตอบ: “เปลี่ยน Mindset”
4. Innovation ไม่ใช่เรื่องของ process มันเป็นเรื่องของ Attitude & Mindset ไม่สามารถบอกเป็นขั้นตอน ไม่มีสูตรสำเร็จให้ทำตาม ไม่สามารถทำตามๆ กันได้
5. คนที่ชอบ process คือคนที่ไม่อยากผิด แต่ Innovation เกิดจากความผิดพลาด และทำใหม่ให้ดีขึ้น ซ้ำๆๆๆ ไปเรื่อย
6. Design Thinking ไม่ใช่ Process ...
ขั้นตอนที่เห็น
[empathy > define > ideate > prototype > test]
เป็นเพียง “ภาษา” ... “ภาษา” ที่ทีมเอาไว้ใช้คุยกัน
ให้เข้าใจกันว่าตอนนี้ที่ action อยู่ มันที่จุดไหน ทำเพื่ออะไรกันอยู่
7. ถ้าอยากทำของใหม่ ต้องไม่มีกระบวนการ
8. D. School ของ Stanford คัดเลือกเด็กที่สมัครมาจากทุกคณะ คละชั้นปี มา work ด้วยกัน... ทำไม ... เพราะ school ต้องการความหลากหลาย ต้องการทักษะ ประสบการณ์ และมุมคิดต่างๆ กัน
9. Disruptive innovation consumerized industries ...
WHY?
เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับลูกค้าคือ “Job to be Done” ใครที่ทำให้ได้เร็วที่สุด ถูกที่สุด ก็ได้ Job ไป ... คนที่อยู่ใน industry มักติดกรอบ ทำให้ไม่สามารถข้ามผ่านสู่ยุคใหม่ หรือ disrupt ตัวเองได้
Case น้ำแข็ง
อุตสาหกรรมน้ำแข็งแบ่งเป็น 3 ยุค
Ice 1.0 ... ยุคเริ่มต้น คนเจาะน้ำแข็งจากแหล่งน้ำธรรมชาติไปขาย
Ice 2.0 ... ยุคโรงงานผลิตน้ำแข็ง
Ice 3.0 ... มีการผลิตตู้เย็น คนทำน้ำแข็งเองที่บ้าน
ทั้ง 3 ยุคเจ้าของกิจการรู้จักลูกค้าของตัวเองดีที่สุด ลูกค้าได้น้ำแข็งตามที่ต้องการเหมือนกัน แต่ไม่มีเจ้าของธุรกิจในยุคใดสามารถข้าม Era ได้ นักเจาะน้ำแข็งไม่ใช่ผู้คิดทำโรงน้ำแข็ง โรงน้ำแข็งไม่ใช่ผู้คิดทำตู้เย็น
ขอบคุณภาพจาก internet
WHY?
เพราะแต่ละคนชินกับ Framework เดิมๆ Mindset เดิมๆ เลยคิดอะไรใหม่ๆ ได้ยาก เวลาคนเจาะน้ำแข็งคิดจะพัฒนากิจการก็ไป focus ที่ตัวเจาะให้ดีขึ้น เร็วขึ้น etc... ไม่มีทางคิดเทคโนโลยีทำน้ำแข็ง สร้างโรงน้ำแข็ง เจ้าของโรงน้ำแข็งก็คิดพัฒนา shape, คุณภาพ ลักษณะ etc... ของน้ำแข็ง ไม่มีทางคิดไปถึงการประดิษฐ์ตู้เย็น
คนที่ Disrupt industries ได้จึงมักเป็นคนที่อยู่นอก industry คนที่จะเห็น “มุมอื่น”
10. โลกยุคดิจิตอลเปลี่ยนเร็ว เราต้องเปลี่ยน mindset ตาม ต้องทำทุกอย่างให้เร็วขึ้นเช่นกัน ต้องคิดแบบ Design Thinking คือไม่รอให้ perfect จึงทำ คิดแล้วลองกับ prototype ให้เร็วที่สุด เพื่อให้ได้ feedback และแก้ให้ตรงกับที่ลูกค้าต้องการได้เร็วที่สุด
11. Design Thinking เป็น Skill เหมือนการขี่จักรยาน ถึงรู้ว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร แต่ถ้าไม่ “ขี่” ก็ “ไม่เป็น”
12. คำตอบของคำถามนี้คืออะไร
อะไรที่หายไปจากราวตากผ้าของบ้านนี้?
- - เสื้อ กางเกง ถุงเท้า เสื้อ กางเกง ถุงเท้า เสื้อ กางเกง ____ เสื้อ - -
ก. เสื้อ ข.กางเกง ค. ถุงเท้า ง. กางเกงใน
เมื่อเจอคำถามนี้เราทุกคนจะพยายามหาคำตอบ ถ้าเฉลยไม่ตรงกับที่เราคิดว่าควรจะเป็น เราก็จะพยายามหาเหตุผลให้มัน
#WHY?
เพราะเราถูก educate มาแบบ efficiency based สมองเราถูก wiring ให้คิดเป็น pattern มี assumption
Pattern = No Innovation
Jump to Solution = No Creativity
ลองไปถามคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่สุดในโลก “เด็ก” จะตอบว่าอย่างไร ... เด็กไม่ตอบ เพราะเด็กไม่รู้ เด็กจะตั้งคำถาม ... นี่บ้านใคร เค้ามีเสื้อผ้าอย่างละกี่ชุด เค้าตากอะไรไว้ มีของหายไปจริงเหรอ ....
#เด็กถามให้เยอะที่สุด #เพื่อให้เข้าใจมากที่สุด
13. เราไม่มีทางรู้หมดทุกอย่าง ตั้งคำถามได้ทุกมุม ไม่สามารถมี skill ได้ทุกด้าน เราจึงต้องมีทีมที่มีคนหลายๆ แบบ เราขาดแบบไหนก็เติมแบบนั้นเข้ามา เราต้องการความแตกต่างมารวมกัน และเมื่อรวมความต่างเข้าด้วยกัน Skill สูงสุดที่ผู้นำทีมต้องการคือ Leadership
14. We need innovators, not innovation
เราต้องสร้างคน ถ้ามีคนที่ถูกต้องในองค์กร Innovation จะเกิดเอง เราต้องการคนที่ถูกต้อง
#part2of2
Note จาก SBC Talk & Share ครั้งที่ 2018#2
เรื่อง Design Thinking โดยพี่ต้อง กวีวุฒิ 10X
[ขอบคุณภาพจาก Internet]
Design Thinking Flow
Empathize > Define > Ideate > Prototype > Test
And do that all over again and again
ขอบคุณภาพจาก internet
1.
#Empathize = Feel what others feel
ทำไมไม่ใช่ Understand?
... เพราะมันเฝือ คนใช้กันพร่ำเพรื่องติดปาก จนไม่ได้หมายความตามนั้นจริงๆ แล้ว
ทำไมไม่ใช่ Understand?
... เพราะเราต้องไปให้ “ลึกกว่า” เข้าใจ
#เราต้องรู้สึกเหมือนที่ลูกค้ารู้สึก
ซึ่งมัน Set High มาก ยากมากที่จะไปได้ถึง เพราะเราไม่ใช่คนๆ เดียวกันกับลูกค้า ไม่มีวันที่เราจะ “รู้สึก” เหมือนกันได้
Point อยู่ที่คุณพยายามที่จะเข้าใจมากพอหรือเปล่า คุณให้เวลากับการเข้าใจลูกค้ามากพอไหม
Empathize คือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ AI ไม่ใช่ Technology อะไรทั้งนั้น จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือเราต้องรู้ Pain ที่แท้จริง เราต้อง Feel what customers feel
จงให้เวลากับการเข้าใจลูกค้าให้มากที่สุด
อย่าบ้าความคิดตัวเอง
Start Up ส่วนใหญ่ Fail เพราะ Make product that no people need
อย่าพูด เพราะ มันเป็นนิสัย
Ex. อย่าบอกว่า “เข้าใจ” พร่ำเพรื่อ คุณไม่มีวันเข้าใจจริงๆ แต่จงพยายาม Keep Trying
How?
Observe / Immerse / Interview
#Observe
Be a fly on their wall
#Immerse
Experience what your user experiences
เช่น จะทำ Product คนท้อง Innovator ลองแบก นน. 7 กก. ที่หน้าท้องเหมือนคนท้องเป็นเวลา 3 weeks คุณจะได้ความรู้สึกบางส่วน ถามว่าเหมือนเลยไหม ... ไม่ ... แต่คุณพยายาม
#Interview
Be Curious, keep “Why Chain”
First Thought ต่อคำถามต่างๆ จะบอกว่าคุณเป็นคนประเภทไหน
Ex. ที่ Bank คิวยาวทำยังงัยดี
ถ้า First Thought ของคุณในหัวตอบว่าแจกบัตรคิว ... คุณเป็นคนแบบที่ Jump to Solutions
ถ้า First Thought ของคุณบอกว่าต้องไปถามคนต่อคิว ... คุณเป็นแบบที่พยายามเข้าใจลูกค้า
โจทย์ในโลกนี้กว้างมาก ชีวิตจริงไม่เหมือนในมหาวิทยาลัย โจทย์ไม่เคนชัด เรามักจะพยายามทำให้คำถามแคบลงโดยการหา Solution เรามักอยากมีส่วนร่วมกับสิ่งที่ถูกต้อง
Interview ต้องไม่ใช่การถามเพื่อ...
- Confirm Solution
- Confirm Thought ของตัวเอง
- หา Solutions
แต่ต้องถามเพื่อ “เข้าใจ” ถามเพื่อหา “Pain”
#จงตั้งคำถามให้ถูก
“If I had asked my customers what they want, they would say a faster horse” Henry Ford
“A lot of times, people don’t know what they want until you show it to them” Steve Jobs
คำถามที่ควรถามมีมากมาย หนึ่งในนั้นคือ
#WHY
Elon Musk มักทำ “Why Chain”
ถามว่า “ทำไม ทำไม ทำไม....”
ไปเรื่อยๆ เรื่อย...เรื่อย
เราต้องการความสามารถในการถามว่า “ทำไม”
ให้เรื่องราวเดินต่อไป ลึกลงไป จนกว่าจะเจอ True Pain
We Need Curiosity
Let see where “Why-Chain” can lead us to…
เมื่อเดินไปที่แม่น้ำ เจอชายคนหนึ่งยืนมองไปยังฝั่งตรงข้าม
ขอบคุณภาพจาก internet
คุณถาม ...
อยากได้อะไร
คำตอบ คือ สะพาน ...
คุณกลับมาที่ Office ... Brainstorm กัน
คุณจะได้ Idea มากมายเกี่ยวกับ “สะพาน”
สะพานแก้ว สะพานชักรอกได้ สะพานนึกถึงเมื่อไหร่ก็มา etc.
Innovation จะไปปรากฏที่ วิธีการสร้าง วัสดุ รูปลักษณ์ ...
= Function
คุณจะได้ “สะพาน”
คุณคือ Maker
แต่ถ้าคุณถามต่อว่า ... ทำไม
ทำไมอยากได้สะพาน
คำตอบเพื่อข้ามฝั่ง
งั้นไม่ต้องเป็นสะพานก็ได้ ทำยังงัยให้ข้ามฝั่งได้แบบไม่เปียก
เรือ บอลลูน ชุดว่ายน้ำที่ไม่มีวันเปียก ประตูไปไหนก็ได้ วาร์ป
เรื่อดำน้ำ อุโมงค์
คุณคือ Innovator
ถ้าถามต่อว่า...
ทำไมถึงอยากไป
คำตอบ คิดถึงแฟน แฟนย้ายมาไม่ได้
งั้นไม่ต้องข้ามไปก็ได้ แค่ทำให้หายคิดถึง
Facetime, App Dating เปลี่ยนแฟนใหม่
คุณคือ Elon Musk 😊
นี่คือการ Reframe Questions
เป็น Leadership Skill ที่คนนำทีมต้องมี
แน่นอนว่ามันยาก เพราะก็พูดอะไรโง่ๆ ถามอะไรโง่ๆ
ดูเป็นไปไม่ได้มันต้องโดนหัวเราะเยาะแน่นอน
You need to develop the creative muscle
คุณต้องสร้างตัวเองให้ยิ้มรับได้ทุกรอยยิ้มและการหัวเราะเยาะ
*มันคือ Skill ไม่ใช่ process คุณต้องทำ สอนกันไม่ได้
Case: Lift ช้า ... คนบ่นว่า Lift ช้าควรตั้งคำถามว่าอะไร?
A. แก้ยังงัยดี ... เปลี่ยน Lift … จบ ไปต่อไม่ได้ Creativity ตายแล้ว
B. มี Lift อะไรไหมที่คนไม่บ่นว่าช้า?
ลิฟท์แก้ว ... ทำไม? >> เพราะมันเป็น Experience >> เราจะหา Experience อะไรมาให้คนใน Lift ของเราได้บ้าง
o TV? ... ทำไม? ดู Line TV ก็ได้ คนอาจสนใจคนละเรื่องกันก็ได้ >> ตอบ pain คนไม่ได้ ตกไป
o กระจก ... ทำไม? >> เพราะคนเราชอบตัวเอง >> This is the innovation
เราจะสร้างอะไรแบบนี้ได้ไหม อะไรที่ไม่ได้ใช้ความคิดนอกกรอบ แต่ใช้ความเข้าใจลูกค้า
ในการ Interview หรือทำ Why Chain คุณต้องเข้าใจด้วยว่า “คนไม่ได้พูดแบบที่คิดเสมอไป” ศิลปะอยู่ที่คุณจะขุดความจริงในใจเค้าออกมาได้อย่างไร
So, Empathy Work คือการออกไปเข้าใจลูกค้าด้วยตัวเอง โดยไม่ใช้ Research แต่ใช้การ Observe, Immerse, Interview
2.
#Define = user need and insights – their POV
3.
#Ideate = Idea + Create
It’s about ideas, ideas, ideas, …
Idea ได้มาจากการ Brainstorm
แต่การ Brainstorm จะเกิดขึ้นได้ต้องมี Environment ที่เอื้อด้วย
เราต้องสร้าง Context ให้เหมาะกับการ Create Contents (Ideas)
How?
- Space ... ควรมีพื้นที่ให้ทุกคน Flow ไป-มาได้
- ไม่นิ่ง ... นิ่ง = Not engage ควรยืน หรือนั่งเก้าอี้ที่มีล้อ (หรือเคลื่อนย้ายเก้าอี้ได้)
- ไม่ยาว ... ยาว = less concentrate, less focus
Brainstorm needs Dynamic Space + Short Time + Expression Tools (Board / Pen / Post-it)
“The best way to get good idea is to get a lot of ideas” Linus Pauling
How?
Don’t critic and judge while create
คุณต้องแยกกระบวนการคิดกับการเลือกออกจากกัน
ขอบคุณภาพจาก internet
1. Create Choices = Diverse = Creative
2. Make Choices = Converse = Critical
งาน 2 ส่วนนี้ต่างกัน ใช้ภาษา + Mindset ต่างกัน
Ideate Language
- เอาแบบนี้ไหม ... Choice … Choice … Choice …
- ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะ ... Idea … Idea … Idea
Criticize Language
- ก็ดีนะแต่ ... cut … cut … cut
- เคยทำแล้ว ... kill
- ข้อดี / ข้อเสีย ... บ่น idea เพื่อน
คุณต้องทำทีละอย่าง ถ้าวันนี้จะ Ideate ห้ามขัด ห้ามวิเคราะห์ วันนี้คิดเอา idea ออกมาให้เยอะที่สุด 200 Ideas Up
จากนั้นเมื่อจะ Make Choices เราจึงต้องการ Judgement
หัวหน้าอาจจะไม่เหมาะจะอยู่ด้วย ไม่เหมาะที่จะเป็นส่วนหนึ่งของ Context ในขั้นตอน Ideate
แต่จะเป็นที่ต้องการในขั้นตอน Critic and Judge เพราะเราต้องการประสบการณ์ ต้องการความเห็น
Leadership Skill: คุณ Aware ไหมว่าคุณ Nurture คนแบบไหนอยู่ในองค์กร
Brainstorming Rules
- One conversation at a time
- Go for quantity
- Headline!
- Build on the ideas of others
- Encourage wild idea
- Be visual
- Stay on topic
- Defer judgement
เราไม่ได้ไม่ต้องการ Judgement แค่เลื่อนมันออกไปก่อน
*All of these need trust
คนกลัวการพูดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ Idea ที่ฟังดูโง่
คุณต้อง Create Trust ทำให้คนไม่กลัวที่จะเสนออะไรที่ไม่อยู่ในกรอบ
4.
#Prototype = MVP (minimum viable product)
Make the idea tangible and get feedback
จะ fail ได้คุณต้องทำ Prototype ออกมา Test แล้วเท่านั้น
ถ้ายังไม่ทำถือว่ายังไม่ Fail การพูดว่า Fail คือความรู้สึกล้วนๆ
Mindset:
Fail Fast, Fail Cheap, Fail Often
*Fail Forward*
It’s a learning curve.
Point คือไม่รอเวลา ทำ Prototype ออกไป test ให้เร็วที่สุด
เพื่อปรับเปลี่ยนให้เร็วที่สุด
Innovation happens when you reward both “success” & “failure”.
Then punish … “Inaction”
ขอให้ทุกคนโอบรับทั้งความสำเร็จและล้มเหลว ออกไปลุยยยยกันนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
🥰💖💖🥰
*Reposted 30-10-2022 from bp_ben’s timeline to Page: BenNote
……………………………………………………………………
#BenNote #bp_ben
#benji_is_learning #Design_Thinking
#benji_is_drawing
#บันทึกจากวงเล่าSBC #วงเล่าSBC
#SinghaBizCourse #SBC #SBCFamily
#OnceSBCAlwaysSBC
ธุรกิจ
แนวคิด
marketing
บันทึก
1
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
#BenNote from #SBC_วงเล่า
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย