Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องเล่าจากดาวนี้
•
ติดตาม
20 พ.ย. 2022 เวลา 12:00 • ประวัติศาสตร์
#ต้นคริสต์มาสเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
ต้นคริสต์มาสเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของวันคริสต์มาส ที่หลายคนทั่วโลกให้ความสำคัญ ซึ่งเรื่องราวของการใช้ต้นคริสต์มาสไม่ได้เกิดขึ้นในเยอรมันหรืออเมริกาตั้งแต่แรก แล้วต้นคริสต์มาสเกิดขึ้นมาได้อย่างไร และเป็นที่รู้จักได้อย่างไร วันนี้เรื่องเล่าจากดาวนี้จะบอกเล่าให้ได้ทราบกัน
ต้นไม้บูชา
นานมาแล้วก่อนการกำเนิดของศาสนาคริสต์ต้นไม้ที่ยังคงเขียวตลอดปีมีความหมายพิเศษสำหรับผู้คนในฤดูหนาวมาก ซึ่งคนในอดีตมักแขวนกิ่งก้านที่เขียวชอุ่มของต้นไม้ไว้เหนือประตูและหน้าต่าง เนื่องจากในหลายประเทศเชื่อกันว่าต้นไม้ที่เขียวขจีสามารถขับไล่แม่มด ผี วิญญาณชั่วร้าย และความเจ็บป่วย ออกไปได้
ในซีกโลกเหนือ วันที่กลางวันสั้นที่สุดและกลางคืนยาวที่สุดของปีตรงกับวันที่ 21 ธันวาคม หรือ 22 ธันวาคม จักกันในชื่อวัน เหมายัน เป็นวันที่คนในอดีตเชื่อว่าดวงอาทิตย์เป็นเทพเจ้า และฤดูหนาวที่มาทุกปีเกิดขึ้นเพราะเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ป่วยหรืออ่อนแอ พวกเขาจึงจัดงานอายัน ในวันที่ฤดูหนาวใกล้สิ้นสุดเพื่อยินดีกับเทพแห่งดวงอาทิตย์ที่อาการป่วยเริ่มดีขึ้น
1
ขณะเดียวกัน ชาวอียิปต์โบราณบูชาเทพเจ้าที่เรียกว่า รา ซึ่งมีหัวเป็นเหยี่ยวและสวมมงกุฎรูปดวงอาทิตย์ที่กำลังลุกโชน และในวันครีษมายัน เมื่อ เทพรา เริ่มหายจากอาการป่วย ชาวอียิปต์ก็จะนำต้นปาล์มสีเขียวมาตั้งไว้ในบ้าน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตเหนือความตาย
บูชาเทพ
ส่วนชาวโรมันในยุคแรกก็ทำเครื่องหมายอายันผ่านงานเลี้ยงที่เรียกว่า Saturnalia เพื่อเป็นเกียรติแก่ Saturn เทพเจ้าแห่งเกษตรกรรม ชาวโรมันรู้ว่าครีษมายันหมายความว่า
ในไม่ช้าไร่นาและสวนผลไม้จะกลับมาเขียวขจีและออกผลได้อีกครั้ง และเพื่อเป็นการฉลองให้กับเรื่องนี้ พวกเขาจึงตกแต่งบ้านและโบสถ์ด้วยกิ่งไม้ที่เขียวชอุ่ม ขณะที่ ชาวไวกิ้งในสแกนดิเนเวียคิดว่าต้นไม้ใบหญ้าเป็นพืชพิเศษของเทพแห่งดวงอาทิตย์ Balder
1
หลังจากนั้นในศตวรรษที่ 16 มาร์ติน ลูเทอร์นักปฏิรูปนิกายโปรเตสแตนต์ ได้จุดเทียนขึ้นบนต้นไม้เป็นคนแรก ในเย็นวันหนึ่งของฤดูหนาวเพื่อเพิ่มแสงไฟในการเรียบเรียงคำเทศนา เมื่อแสงไฟที่สวยงามถูกจุดขึ้นเขาก็รู้สึกทึ่งกับแสงไฟที่ระยิบระยับคล้ายดวงดาวท่ามกลางต้นไม้ที่เขียวขจี และเพื่อสร้างฉากนี้ให้ครอบครัวของเขาได้เห็น
ชมอีกครั้ง
เขาจึงตัดต้นไม้เขียวขจีวางไว้ในห้องนั่งเล่นและนำเทียนไปวางไว้บนก้านของกิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ครอบครัวชมความสวยงาม หลังจากนั้นคริสเตียนที่เคร่งศาสนาก็เริ่มทำตามระหว่างการเรียบเรียงหรืออ่านคำเทศนา ซึ่งบางคนสร้างต้นไม้ขึ้นจากกิ่งไว้เป็นรูปทรงคล้ายพีระมิดและประดับด้วยใบไม้ที่เขียวขจีหรือเทียนในกรณีที่หาต้นไม้ไม่ได้
ทว่าความงดงามนี้ก็ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์นอกรีตและไม่ได้รับการยอมรับใด ๆ อีกทั้งในปี 1659 ศาลแห่งแมสซาชูเซตส์ยังออกกฎหมายกำหนดให้การตกแต่งต้นไม้และการร้องเพลงในวันที่ 25 ธันวาคม ถือเป็นความผิดทางอาญา หากฝ่าฝืนจะถูกปรับ หรือแขวนคอ กฎนี้ดำเนินต่อไปจนถึงศตวรรษที่ 18 ผู้อพยพชาวเยอรมันและชาวไอริชได้ทำลายกฎนี้ลงได้สำเร็จ
ในปี 1854 สมเด็จพระราชินีวิกตอเรียและเจ้าชายแห่งเยอรมัน อัลเบิร์ต ได้ร่างภาพใน Illustrated London News ซึ่งเป็นภาพที่พระนางทรงยืนอยู่กับลูก ๆ รอบต้นคริสต์มาส หลังจากนั้นต้นคริสต์มาสก็ได้รับความนิยมอย่างมาก อีกทั้งเรื่องนี้ยังกลายเป็นค่านิยมระดับประเทศที่ไม่เพียงแต่ในอังกฤษเท่านั้น แต่รวมถึงสังคมอเมริกัน และบริเวณนอกชายฝั่งตะวันออก “คริสต์มาสมาถึงแล้ว”
An illustration from a December 1848 edition of the Illustrated London News shows Queen Victoria and her family surrounding a Christmas tree. Bettmann Archive/Getty Images
ในช่วงทศวรรษที่ 1890 เครื่องประดับคริสต์มาสจากเยอรมนีเริ่มหลั่งไหลสู่ประเทศใกล้เคียง ความนิยมในการตกตแต่งต้นคริสต์มาสจึงเพิ่มขึ้นทั่วสหรัฐอเมริกา ในช่วงนี้ชาวยุโรปจะใช้ต้นไม้ขนาดเล็ก ที่มีความสูงประมาณ 4 ฟุต ในขณะที่ชาวอเมริกันนิยมให้ต้นคริสต์มาสที่สูงจนถึงเพดาน
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ชาวอเมริกันเริ่มนิยมตกแต่งต้นไม้ด้วยของตกแต่งที่ทำขึ้นเอง ในขณะที่ชาวอเมริกันเชื้อสายเยอรมันยังคงใช้แอปเปิ้ล ถั่ว และคุกกี้มาร์ซิปัน ข้าวโพดคั่วย้อมสีสดใส ผสมกับผลเบอร์รี่และถั่ว เพื่อประดับต้นไม้ นอกจากนี้ไฟฟ้าที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ยังมีส่วนทำให้เกิดไฟคริสต์มาส
และสร้างความสว่างให้ยอดต้นไม้ได้หลายวัน ต้นคริสต์มาสจึงเริ่มปรากฏขึ้นในจัตุรัสกลางเมืองทั่วประเทศ และการมีต้นคริสต์มาสในบ้านก็กลายเป็นประเพณีของชาวอเมริกันนับแต่นั้นเป็นต้นมา
“หากปราศจากวิสัยทัศน์ก็ไร้ซึ่งความหวัง”
1
ที่มา :
https://www.history.com/topics/christmas/history-of-christmas-trees#:~:text=Germany%20is%20credited%20with%20starting,candles%20if%20wood%20was%20scarce
.
https://www.britannica.com/plant/Christmas-tree
https://time.com/5736523/history-of-christmas-trees/
ติดตามเรื่องเล่าจากดาวนี้เพิ่มเติมได้ที่
Facebook :
https://www.facebook.com/fromthisstar
Blockdit :
https://www.blockdit.com/fromthisstar
Youtube :
https://www.youtube.com/channel/UCnJ-nawjrUuhDDiLLrOHQAw
Instagram :
https://www.instagram.com/fromthisstar/
TikTok:
https://vt.tiktok.com/ZSJSpnyCT/
หากชื่นชอบก็อย่าลืมกด Like กด Share เพื่อเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ สามารถแชร์แนวคิด มุมมองดีๆได้ใน Comments นี้เลย
#เรื่องเล่าจากดาวนี้
ประวัติศาสตร์
เรื่องเล่าจากดาวนี้
ชีวิต
บันทึก
4
2
1
4
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย