AI vs Human Emotions กับความต่างทางวัฒนธรรมของสองแพล็ตฟอร์มระหว่าง Instagram และ Facebook
ต้องบอกว่าแม้ Meta จะเป็นเจ้าของทั้งแพล็ตฟอร์ม Instagram และ Facebook แต่ก็เรียกได้ว่าความรู้สึกของผู้ใช้งานของทั้งสองแพลตฟอร์มนั้นแทบจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
3
AI vs Human Emotions กับความต่างทางวัฒนธรรมของสองแพล็ตฟอร์มระหว่าง Instagram และ Facebook
เราจะสังเกตุได้ว่า ยังมีกลุ่มวัยรุ่น Gen ใหม่ ๆ บางกลุ่มที่ยังติดหนึบอยู่กับแพลตฟอร์มอย่าง Instagram เพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย เมื่อพ่อแม่ของพวกเขาเข้ามาเล่นในแพล็ตฟอร์มอย่าง Facebook
2
ในขณะที่ Facebook เป็นแพล็ตฟอร์มที่ถูกขับเคลื่อนโดยการตัดสินใจผ่านข้อมูลเป็นหลัก ในการสร้างสรรค์ฟีเจอร์ต่าง ๆ ออกมา เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจของพวกเขาที่ใช้สำหรับคนหมู่มาก
แต่ Instagram นั้นแตกต่างออกไป โดยเฉพาะในช่วงที่ Kevin Systrom และ Mike Krieger ยังเป็นผู้นำอยู่ การตัดสินใจหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นบนแพล็ตฟอร์มนั้น อาศัยเรื่องของอารมณ์และความรู้สึกจากมนุษย์โดยเฉพาะจาก Systrom เป็นหลัก
2
Kevin Systrom และ Mike Krieger สองผู้ก่อตั้ง Instagram (CR:ABCNews.go.com)
แม้จะก่อตั้งมาเพียงไม่ถึงสองปี แล้วได้ทำการขายกิจการให้กับ Facebook ไปมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ แต่หลังจากถูกเข้าซื้อนั้น Mark Zuckerberg ก็ยังให้ Systrom ควบคุม Instagram แบบอิสระ
ถ้าย้อนไปในยุคนั้น Facebook มีผู้ใช้งานเกือบแตะ 1 พันล้านคน แต่ Instagram ยังมีผู้ใช้งานเพียงหลักร้อยล้านคน เพิ่งจะมี version android ออกมาได้ไม่นานเพียงเท่านั้น
2
หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมเหล่า influencers ที่มีอิทธิพลสูงสุดนั้น ส่วนใหญ่จะนับจากยอด follower ของแพล็ตฟอร์ม Instagram เป็นหลัก
เพราะมันคือเรื่องของ Human Emotions ที่ถูกออกแบบมาตั้งแต่ต้น Systrom นั้นควบคุมทุกอย่างด้วยตัวของเขาเองให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ scale กิจการ หรือ ประสบการณ์ต่าง ๆ ในแแพล็ตฟอร์ม
2
Instagram สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้ฟีเจอร์หลาย ๆ อย่างของ Facebook เช่น การแชร์ ซึ่งทำให้แพล็ตฟอร์มนั้นเติบโตแบบก้าวกระโดดได้มากกว่า เพราะมีการ Viral ของโพสต์อย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้
2
แต่การที่ Instagram ไม่มีปุ่มแชร์ มันคือสเน่ห์ที่สำคัญลำดับต้น ๆ ของแพล็ตฟอร์มเลยก็ว่าได้ เพราะทุกเนื้อหาที่จะโพสต์ใน account ใด ๆ นั้น ต้องมาจากเจ้าของตัวจริง ไม่มีการนำโพสต์จากที่อื่นมาแชร์ออกไป
สิ่งนี้ทำให้ Influencers ในแพล็ตฟอร์มของ Instagram นั้นจะมีอิทธิพลสูงกว่าแพล็ตฟอร์มอื่น ทำให้พวกเขาสร้างรายได้มากกว่าแแพล็ตฟอร์มอื่น ๆ เพราะความ exclusive ที่ถูกออกแบบมาโดย Systrom นั่นเอง
ถึงขั้นที่ว่า Mark Zuckerberg เองก็มีการระแวงแพล็ตฟอร์มอย่าง Instagram ที่เขาเป็นเจ้าของด้วยซ้ำในช่วงแรก ๆ หลังจากการซื้อกิจการ
เพราะกลัวจะถูกแย่งส่วนแบ่งจากไข่ในหินของ Zuckerberg อย่าง Facebook เพราะตอนแรกดูเหมือนว่าแพล็ตฟอร์มทั้งสองนั้นจะแข่งกันเองด้วยซ้ำ
ในขณะที่ Facebook เติบโตจนมีผู้ใช้งานเป็นพันล้านคน สามารถสร้างรายได้จากโฆษณาได้มากมาย มีการปล่อยให้เจ้าของเพจสามารถมา boost โพสต์ได้เอง คล้าย ๆ กับสิ่งที่ Google ทำใน Adsword เพราะมันจะได้ตลาดที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก
1
แต่ Instagram ในยุคแรกช่วงที่ Systrom ปกครองอยู่นั้น ไม่ต้องการสร้างรายได้ด้วยอะไรแบบนี้ เพราะมันส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแพล็ตฟอร์ม จะเกิดโฆษณาขยะขึ้นในแพล็ตฟอร์มที่เขารักและหวงมาก ๆ
1
เพราะฉะนั้น Systrom เอง จึงเลือกที่จะควบคุมคนที่จะมาลงโฆษณาเองในทุก ๆ แบรนด์ ต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับแพล็ตฟอร์ม และต้องตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแพล็ตฟอร์ม ทุกโฆษณาจะผ่านตา Systrom โดยตรง
2
Systrom เลือกที่จะควบคุมคนที่จะมาลงโฆษณาเองในทุก ๆ แบรนด์ในช่วงแรกของการเปิดให้ลงโฆษณา (CR:Forbes)
หรือแม้แต่ในเรื่องความสัมพันธ์กับเหล่าผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงต่างๆ ก็ดี Systrom นั้นเลือกที่จะเดินหน้าสานสัมพันธ์ด้วยตัวเขาเองตั้งแต่ดารานักร้องในฮอลลีวู้ด นักกีฬาชื่อดัง หรือแม้กระทั่ง สมเด็จพระสันตปาปา
มีหลากหลายฟีเจอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม ที่ได้รับ feedback มาจากเหล่า influencers โดยตรง ซึ่งไม่แปลกว่าทำไมในตอนนี้ Instagram จึงเป็นแพล็ตฟอร์มที่เป็นที่รักของเหล่า influencers และ แบรนด์ต่าง ๆ มากที่สุด
แต่ก็ต้องบอกว่าเรื่องราวที่กล่าวมาข้างต้น ผมเรียบเรียงมาจากหนังสือ No Filter : The Inside Story of Instagram โดย Sarah Frier ซึ่งฉายภาพเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเรื่องราวที่เหมือนเปรียบเหมือนปาฏิหาริย์ของ Instagram
แต่หลังจาก Systrom ได้ออกจากบริษัทไป ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป เพราะสุดท้ายตอนนี้ Instagram นั้นก็ถูกตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ โดย AI หรือ ข้อมูล ผ่านการวิเคราะห์ ที่ไม่ต่างจาก Facebook ซึ่งทำให้ Instagram ในตอนนี้ไม่ได้มีสเน่ห์ที่ดึงดูดใจเหมือนยุคของ Systrom อีกต่อไปนั่นเองครับผม
2
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
อย่าลืมเข้าไปพูดคุยกันในกลุ่มสำหรับ Geek Forever Club พื้นที่ของการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ด้านธุรกิจ เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ
คลิกเลย --> https://bit.ly/3E2DdM8
รวม Blog Post ที่มีผู้อ่านมากที่สุด
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
30ถูกใจ
8แชร์
3.4Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      [ #ใครแน่ที่แย่กว่ากัน ? ] เมื่อ 3 วันก่อน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เปิดใจผ่าน France Inter สื่อดังของฝรั่งเศส โดยหนึ่งในเนื้อหาคือการพูดถึงเกมนัดชิงฟุตบอลโลก 2022
      ASP-GCC-UI กองทุนเปิด แอสเซท พลัส โกลบอล คาร์บอนเครดิต ASP-GCC-UI กองทุนเปิด แอสเซท พลัส โกลบอล คาร์บอนเครดิต ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย โอกาสการลงทุนที่ช่วยสนับสนุนในการแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนปละลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มโอกาสการมีชีวิต เพิ่มพื้นที่สีเขียว และต่อยอดความยั่งยืนแห่งอนาคต รายละเอียดกองทุน ASP-GCC-UI เพิ่มเติมหรือติดต่อเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนคลิก https://www.assetfund.co.th/adv/fund/asp-gcc-ui —————————— ติดตามข้อมูลข่าวสารจาก บลจ.แอสเซท พลัส Line official : https://lin.ee/oEqdRtn Website : www.assetfund.co.th Customer Care : 02-672-1111 Fackbook : https://www.facebook.com/aspfund YouTube : https://bit.ly/2Wh8N4N Blockdit : https://bit.ly/38VxAjQ Application ASP FUND : http://bit.ly/2MFVx6z กองทุนรวมสำหรับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษเท่านั้น ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน “กองทุนนี้ไม่ถูกจำกัดความเสี่ยงด้านการลงทุนเช่นเดียวกับกองทุนรวมทั่วไป จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่รับผลขาดทุนระดับสูงได้เท่านั้น” ผู้ลงทุนโปรดขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากบริษัทจัดการก่อนทำการลงทุนเนื่องจากการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน จะมีความแตกต่างจากการลงทุนหรือใช้บริการผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนทั่วไป” #คาร์บอนเครดิต #ASPGCC #โลกร้อน #globalwarming #assetplus
      สวนป่าร่มรื่นที่โดดเด่นด้วยบ่อปลารูปเลข 8 บ้านหลังนี้มีพื้นที่ว่างข้างลานจอดรถที่มีหน้ากว้างเพียงแค่ 4 เมตร กับความต้องการของเจ้าของบ้านที่ตรงกับโจทย์ยากที่กล่าวไปข้างต้น แถมยังอยากให้ถูกหลักฮวงจุ้ยด้วย งานนี้ผู้ออกแบบจะแก้ปัญหาอย่างไร เราไปชมพร้อม ๆ กันครับ
      Hook Point เมื่อคุณมีเวลาน้อยกว่า 3 วินาทีในการดึงดูดความสนใจในโลกดิจิทัล มีการแชร์ข้อความมากกว่า 6 หมื่นล้านข้อความบนแพลตฟอร์มดิจิทัลในแต่ละวัน และคนทั่วไปต้องเผชิญกับโฆษณาระหว่าง 4,000 ถึง 1 หมื่นโฆษณาต่อวัน สิ่งเหล่านี้ได้เปลี่ยนวิธีที่เราสื่อสารและทำการตลาดเนื้อหาทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์เรามีเวลาน้อยกว่าสามวินาทีในการดึงดูดความสนใจของบุคคลหนึ่งๆ ซึ่งด้วยกรอบเวลาที่สั้นเช่นนี้ เราจำเป็นต้องดึงดูดผู้ชมอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสม่ำเสมอ หากต้องการกระตุ้นการรับรู้และการเติบโตของแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ Brendan Kane นักคิดนอกกรอบและนักยุทธศาสตร์ผู้สร้างแพลตฟอร์มสำหรับคนดังอย่าง Taylor Swift และ Rhianna และเคยร่วมงานกับบริษัทใน Fortune 500 เช่น Paramount, Viacom และ MTV ในหนังสือ Hook Point : How to Stand Out in a 3-Second World เขาเผยให้เห็นพลังของ hook point ซึ่งเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ช่วยให้นักการตลาดสร้าง message ด้วยวิธีที่รวบรัดและดึงดูดความสนใจซึ่งนำไปสู่โอกาสที่ดีกว่าทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งไม่ว่าคุณกำลังโปรโมตแบรนด์ สินค้า หรือบริการ หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือที่จำเป็นสำหรับการสร้างมันขึ้นมาในโลกสามวินาทีของเรา เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ 🎧 ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/3HCf3fl 🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast : http://bit.ly/3kQUdQk 🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : http://bit.ly/3kQ2i7P 🎧 ฟังผ่าน Spotify : http://bit.ly/3kNoIqx 🎧 ฟังผ่าน Youtube : https://youtu.be/-y__VGyN44M The original article appeared here https://www.tharadhol.com/geek-book-ep21-hook-point-book-review/ ========================= ร่วมสนับสนุน ด.ดล Blog และ Geek Forever Podcast เพื่อให้เรามีกำลังใจในการผลิต Content ดี ๆ ให้กับท่าน https://www.tharadhol.com/become-a-supporter/ ——————————————– ติดตาม ด.ดล Blog ผ่าน Line OA เพียงคลิก : https://lin.ee/aMEkyNA ——————————————– ไม่พลาดข่าวสารผ่านทาง Email จาก ด.ดล Blog : https://www.getrevue.co/profile/tharadhol ——————————————– Geek Forever Club พื้นที่ของการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ด้านธุรกิจ เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ https://www.facebook.com/groups/geek.forever.club/ ========================= ช่องทางติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่ Fanpage : www.facebook.com/tharadhol.blog Blockdit : www.blockdit.com/tharadhol.blog Twitter : www.twitter.com/tharadhol Instragram : instragram.com/tharadhol TikTok : tiktok.com/@geek.forever Youtube : www.youtube.com/c/mrtharadhol Linkedin : www.linkedin.com/in/tharadhol Website : www.tharadhol.com
      ดูทั้งหมด