29 พ.ย. 2022 เวลา 11:34 • ประวัติศาสตร์
ตามรอย "ทหารรับจ้าง"
โปรตุเกส ผู้นำเทคโนโลยี่
-ยุทธศาสตร์การทหารสู่ราชสำนักอยุธยา
..."โปรตุเกส คือ ชาวตะวันตกกลุ่ม (ชาติ) แรกที่เข้ามาถึงอยุธยา บรรยากาศในการคบหากันราบรื่น ทยอยเข้ามาตั้งสถานีการค้าในอยุธยา …ชาวโปรตุเกสมิได้มามือเปล่า..มีปืนไฟ ปืนใหญ่ มีกระสุนพกติดมาด้วย
พ.ศ.2081 รัชสมัย สมเด็จพระไชยราชาธิราช ยกทัพไปรบกับพม่าก็มีชาวโปรตุเกสอาสาเข้ากองทัพหลวงไปช่วยรบด้วย 120 คน".....
....
"100 ปี ต่อมา…ชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาที่กรุงศรีอยุธยา มีทั้งพ่อค้า นักเดินเรือ ซามูไร …ชาวญี่ปุ่นส่วนหนึ่งรวบรวมพรรคพวกตั้งเป็น “กองอาสาญี่ปุ่น” ทำหน้าที่เป็นทหารรักษาพระองค์ของพระเจ้าแผ่นดินไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งแต่ครั้งยังไม่มีสัญญาทางพระราชไมตรีกัน
มีบันทึกว่า…ในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองอาสาญี่ปุ่นราว 500 คนได้อาสาออกรบช่วยไทยทำสงครามกับพม่า มี ยามาดา นางามาซา หรือออกญาเสนาภิมุข เป็นหัวหน้า
ที่กล่าวนำ ยกตัวอย่างมานี้ เพื่อจะนำเข้าสู่ประเด็น “กองทหารฝรั่งเศส” ที่เข้ามาประจำการ ทำหน้าที่ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช…ที่มีเบื้องหลัง มีวาระซ่อนเร้น มีความลับ อำพรางอยู่อย่างน่าสนใจ
ที่สำคัญที่สุด คือ มีเอกสารบันทึกไว้ เป็นคำสั่ง ควบคุมภารกิจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ รวมทั้ง กำกับความประพฤติของกองทหารฝรั่งเศสไว้อย่าง “แน่นหนา”
กองทหารฝรั่งเศสราว 500 นาย มาตั้งค่ายพักฝั่งธนบุรี บริเวณป้อมวิไชยประสิทธิ์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และอีกจำนวนหนึ่งพักอาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยา ณ บริเวณพื้นที่
ใกล้ๆ กับวัดโพธิ์
ทหารฝรั่งเศส… อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ พันตรี เดส์ฟาร์ฌส์ ภารกิจ คือการก่อสร้างป้อมปราการ 2 ป้อม บน 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันเรือปืน ของชาติตะวันตก ที่ส่อจะคุกคามราชอาณาจักรอยุธยา
นี่จะเป็นป้อมปราการ…ทันสมัยที่สุดของราชอาณาจักรอยุธยา
ทหารฝรั่งเศสจำนวนหนึ่ง ถูกแบ่งขึ้นไปเมืองละโว้ เพื่อเป็นทหารรักษาพระองค์สมเด็จพระนารายณ์ฯ
(ทหารฝรั่งเศสอีก 1 หน่วยถูกวางกำลังที่ เมืองมะริด)
ทหารฝรั่งเศส ร่อยหรอ เสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บจำนวนมาก เนื่องจากสภาพอากาศ อาหาร น้ำดื่ม แมลง สัตว์ กัด ต่อย โดยเฉพาะยุง
นี่คือคำสั่งของราชสำนักอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่มีคุณค่าต่อการศึกษาของชนรุ่นหลัง…
เอกสาร คำสั่งการควบคุมทหารฝรั่งเศสในบางกอก ที่แสนจะเลอค่า… ถูกค้นคว้า นำมาเผยแพร่ต่อสังคมไทย โดย ผศ.ดร.พลับพลึง คงชนะ ในปริญญานิพนธ์ ระดับปริญญาโท การศึกษามหาบัณฑิต มศว ในปี พ.ศ.2519 ต่อมาถูกนำไปตีพิมพ์เป็นหนังสือ “ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส สมัยอยุธยา”
ผู้เขียน…ในภูมิหลังที่เป็นอดีตข้าราชการทหาร ประทับใจในเนื้อหา แก่นสาระ ของเอกสาร อายุราว 334 ปี อันมีคุณค่าที่ไม่เคยมีใครทราบมาก่อน…โดยขอนำมาถ่ายทอดดังนี้
“…พระราชโองการของพระเจ้ากรุงสยาม ดำรัสสั่งให้ท่าน กาวนา เยเนราล คือ มองซิเออร์เดส์ฟาร์ฌส์ (Governor General Desfarges) ได้ปฏิบัติการทั้งปวงในที่พักกองทหารที่บางกอกทั้งฝั่งตะวันออกตะวันตก ตามข้อความที่จะกล่าวต่อไปนี้…”
ข้อ 1.ให้บังคับบัญชาปกครองกองทหารตามข้อบังคับของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และให้ฝึกหัดกองทหารฝรั่งเศส เพื่อให้เป็นระเบียบเดียวกัน เพราะฉะนั้นให้เป็นหน้าที่ของนายพันตรีที่จะฝึกหัดคนไทยและชาวประเทศอื่นซึ่งเป็นทหารของพระเจ้ากรุงสยามโดยเฉพาะ เพื่อให้ทหารเหล่านี้ได้รับความฝึกหัดเป็นระเบียบเดียวกันหมด
ข้อ 2.ข้อบังคับซึ่งเราได้ตั้งไว้สำหรับกองทหาร 2 กอง เมื่อวันที่ 7 เดือนตุลาคม ค.ศ.1686 (พ.ศ.2229) นั้น ให้กองทหารได้ปฏิบัติตามข้อบังคับนั้นจงทุกประการ เพราะเป็นการสมควรสำหรับเกียรติยศของพระเจ้า และเป็นการสมควรแก่ราชการของพระเจ้ากรุงสยามด้วย
ข้อ 3.ห้ามมิให้ท่านกาวนา เยเนราล ได้ออกจากป้อมโดยมิได้รับพระราชานุญาตเป็นอันขาด ถ้าท่านกาวนา เยเนราล ไม่อยู่ก็ห้ามมิให้ผู้บังคับกองทหารออกจากป้อมดุจเดียวกัน
ข้อ 4.ให้ท่านกาวนา เยเนราล และนายทหารอื่นๆ ให้ระวังมิให้พลทหารเจ็บป่วยลงไปได้ และให้บรรดานายทหารปฏิบัติตามข้อความที่จะกล่าวต่อไปนี้ คือห้ามมิให้รับประทานน้ำในลำแม่น้ำ แต่ให้ตักน้ำนั้นมาใส่ตุ่มใหญ่ๆ ซึ่งจะได้หาเตรียมไว้ให้ ให้โคลนและตมนอนเสียก่อนจึงให้รับประทานได้ และในเวลาเช้าๆ ทุกๆ วันให้จ่ายพลทหารไปตักน้ำใส่ตุ่มเล็กๆ ไว้ให้พอ ตามห้องพลทหารทุกๆ ห้อง
แต่ในการตักน้ำนี้
จะไว้ใจแก่พลทหารนักไม่ได้ เพราะโดยมากพวกพลทหารมักเป็นคนที่สะเพร่า และถ้าไม่ระวังในเรื่องน้ำรับประทานแล้ว ไม่ช้าก็จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บ เพราะในเวลาน้ำท่วม น้ำได้หลากไหลมาจากเหนือพาพิษต่างๆ ซึ่งอยู่ตามพื้นดินมาด้วย จึงเป็นการจำเป็นที่จะต้องระวังเสียก่อนจึงจะรับประทานน้ำนี้ได้ ข้าวสารที่จะหุงให้พลทหารรับประทานนั้นต้องใช้ข้าวใหม่ที่ดี และต้องเอาน้ำล้างเสียก่อน 3 หรือ 4 หน จึงจะหุงได้ มิฉะนั้นจะเกิดความเจ็บไข้ขึ้น
สุราที่จะให้พลทหารรับประทานนั้น ต้องต้มกับน้ำตาลบ้างเล็กน้อย และให้เก็บรักษาไว้ในตุ่มหรือในถังเสียก่อนจึงให้รับประทาน เพราะสุรานี้มีปูนมาก จะทำให้พลทหารไม่สบาย
ให้นายทหารบังคับพลทหารให้อาบน้ำในเวลาเช้าทุกวัน และให้อาบน้ำในที่กำบังซึ่งมีเสาปักล้อมรอบ เพื่อป้องกันมิให้สัตว์ร้ายทำอันตรายแก่พลทหารได้
ถ้าพลทหารเกิดป่วยเป็นไข้ลงเมื่อใด ห้ามมิให้รับประทานเนื้อโคหรือเนื้อสัตว์อย่างใดที่มีมันมาก
ให้นายทหารคอยห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดนอนกลางแจ้ง หรือนอนกับพื้นดินเป็นอันขาด เพราะการนอนกลางแจ้งและนอนกับพื้นแผ่นดินนั้น กระทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ
ให้นายพันตรีคอยดูแลบังคับ ให้บรรดานายทหารได้ปฏิบัติตามข้อความที่ว่ามานี้ และให้บรรดานายทหารเป็นธุระให้พลทหารได้ปฏิบัติตามข้อความที่ว่ามานี้ จงทุกประการ
ข้อ 5.อนึ่ง…ไม่เคยมีเลย ที่จะมีชาวยุโรปอยู่ในตำบลนี้มากมายเช่นนี้ เพราะฉะนั้นเสบียงอาหารและของสำหรับคนทหารจะใช้สอยจึงอัตคัดหายาก แต่เพื่อจะให้พลทหารได้เลี้ยงชีวิตได้เท่าอัตราเงินเดือนที่ได้รับอยู่นั้น ก็ให้เจ้าพนักงานอินเตนเดนต์ จัดตั้งคนที่ซื่อตรงและที่ไว้ใจได้ 2 คน สำหรับเป็นหัวหน้าของกองทหารคน 1 ให้อยู่ในฝั่ง 1 อีกคน 1 ให้ประจำอยู่อีกฝั่ง 1
หัวหน้ากองทหารนั้นจะได้คอยตรวจตราให้ทราบได้แน่ว่า ทหารคน 1 จะต้องกินอยู่วัน 1 มากน้อยเท่าไร เมื่อได้ทราบเป็นแน่นอนแล้วจะได้กะกำหนดราคาของต่างๆ ตามราคาของพื้นเมืองเพื่อราษฎรพลเมืองจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน และพลทหารจะได้ไม่ต้องรับความลำบากที่จะต้องไปเที่ยวหาซื้อของสำหรับมาเลี้ยงชีพ แต่เพื่อจะให้การหาเสบียงอาหารให้กองทหารได้เป็นการสะดวก เราจึงได้สั่งพนักงานคลังเมืองธน (บุรี) (Ton) และเมืองนนท์ (บุรี) (Non) ให้จัดหาเสบียงอาหารไว้ และให้เอาเงินของพระเจ้ากรุงสยามให้ไปก่อน
และให้จัดหาของทุกๆ อย่างที่จำเป็นสำหรับเลี้ยงดูกองทหารต่อไปด้วย เมืองธนบุรีนั้นอยู่ข้างฝั่งตะวันตก และเมืองนนทบุรีนั้นอยู่ข้างฝั่งตะวันออก
ถ้าแม้ว่านายทหารก็ดี พลทหารก็ดี จะต้องการสิ่งใดก็ให้นายพันตรีบอกกับออกหมื่นบัญชาบาล (Omun Ba cha Ban) ออกหลวงศรีสุราช (Oluan Sisurat) และออกหมื่นนนทราชธานี (Omun Nonrayatany) ให้จัดการหาได้ตามประสงค์ การเรื่องนี้ให้เจ้าพนักงานอินเตนเดนต์ ได้เป็นธุระตรวจตราดูแล ให้คนทั้งหลายได้รับประทานของตามที่สมควร เพราะการที่เป็นธุระจนเป็นที่พอใจของคนทั่วไปนั้น เป็นสิ่งที่พระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าพอพระทัยยิ่งนัก
ในที่สุดเราหวังใจว่า ท่านกาวนา เยเนราล คงจะได้สั่งให้บรรดานายทหารและพลทหารรักษาชื่อเสียงของประเทศให้ฝรั่งเศสให้คงมีชื่อเสียงดีต่อไป กล่าวคือให้นายทหารและพลทหารประพฤติตัวอย่าให้คนไทยหรือคนต่างชาติต่างภาษาติเตียนได้ แต่คงจะได้ประพฤติตัวให้ได้รับความชมเชยสรรเสริญจากคนไทยและคนต่างภาษาทุกเมื่อ ข้าพเจ้าเชื่อใจว่าท่านกาวนา เยนาราล คงจะจัดการให้ได้ปฏิบัติตามคำสั่งนี้
ให้สมพระเกียรติยศพระเจ้าแผ่นดินทั้ง 2 จงทุกประการ
เขียนที่บางกอก ณ วันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ.1683 (พ.ศ.2230)
(เซ็น) ซี ฟอลคอน
ข้อความข้างบนนี้คือ เอกสารประวัติศาสตร์ “ที่มีคุณค่ามหาศาล” ที่ร่างและรับผิดชอบโดย ฟอลคอนและทีมงาน ในนามพระนามของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช … แฝงด้วยการใช้พระราชอำนาจอย่าง “เข้มแข็ง”
สะท้อนถึง ความเข้มงวดของฝ่ายกรุงสยามต่อทหารฝรั่งเศส ที่มีนายพันตรี เดส์ฟาร์ฌส์ …ทั้งนี้มีรายงานว่าบรรดาทหารฝรั่งเศสทั้งหลาย มีปัญหาเมาสุรา ล้อเลียน แกล้งชาวบ้าน เย่อหยิ่ง เกะกะเกเร ฉุดคร่าหญิงสาวในบริเวณพื้นที่ป้อมทั้งฝั่งตะวันตก และตะวันออก
ในเวลาเดียวกัน…เนื้อหาของคำสั่ง ยังสะท้อน “สภาพความเป็นอยู่” ของทหารที่ดื่มน้ำจากแม่น้ำลำคลอง การดื่มสุรา ปริมาณอาหารที่มีขายในท้องตลาดที่ทหารฝรั่งเศสมาซื้อหา…จะทำให้ประชาชนต้องลำบาก
(บางสำนัก บางตำราเรียกว่า “นายพลเดส์ฟาร์ฌส์” ซึ่งในความเห็นของผู้เขียนแล้ว ผู้บังคับกองทหารขนาด 500 นายเศษ น่าจะมีชั้นยศระดับพันตรี)
เกิดอะไรขึ้นกับกองทหารฝรั่งเศสหน่วยนี้ เล่าแบบรวบรัด นะครับ…
พระเพทราชา ยึดอำนาจจากสมเด็จพระนารายณ์ฯ เกลียดขุนนางฟอลคอน เกลียดฝรั่งเศส มาช้านาน จึงส่งทหารจากอยุธยามาปิดล้อมทหารฝรั่งเศส ณ ป้อมปราการฝั่งตะวันออกที่เหลือราว 250 นาย
(เอกสารบางสำนัก ระบุว่าทหารฝรั่งเศสไปรวมกำลังกัน ณ ป้อมฝั่งตก คือ ป้อมธนบุรี)
ใช้การปิดล้อมกองทหารฝรั่งเศสให้ อดอยาก หมดเสบียง หมดกระสุน
ในที่สุดเกิดการเจรจา…ฝรั่งเศสถอนทหารออกไปอย่างสะบักสะบอม
วิทยานิพนธ์ ของ ผศ.ดร.พลับพลึง คงชนะ เผยข้อมูลว่า
“… 5 มิถุนายน 2231 พระเพทราชาสั่งประหารขุนนางฟอลคอน ที่เมืองละโว้ วันเดียวกับที่พันตรีเดส์ฟาร์ฌส์ แล่นเรือถอนกำลังออกไปทางอ่าวไทย…”
พื้นที่บริเวณป้อมวิไชยประสิทธิ์ (ป้อมธนบุรี) อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทางเหนือของปากคลองบางหลวง (คลองบางกอกใหญ่) ปัจจุบัน คือ ที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพเรือ
เสร็จศึกกับฝรั่งเศส… สมเด็จพระเพทราชาจึงโปรดให้ทำการรื้อป้อมฝั่งตะวันออกลง ด้วยทรงเห็นว่าป้อมนี้มีขนาดใหญ่โตเกินกว่าที่กำลังของทหารไทยจะรักษาไว้ได้ ส่วนป้อมบางกอกฝั่งตะวันตกยังทรงให้ตั้งอยู่สำหรับคอยดูแลเรือสินค้าและข้าศึกทางทะเล".....
กรุณากดอ่านรายละเอียดต่อค่ะ
ข้อมูลเกี่ยวข้องเพิ่มเติม
●สยาม-โปรตุเกสศึกษา
สยาม-โปรตุเกสศึกษา. มิติทางประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรมบนพื้นฐานการวิเคราะห์ ตีความและวิพากษ์อย่างเข้มข้น โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
Siam-Portuguese Studies. Articles and knowledge management concerning to historical, archaeological and cultural relationship between Siam and Portugal by Bidya Sriwattanasarn, non- profit organization.
วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
บทบาททางทหารของชุมชนชาวโปรตุเกสสมัยกรุงศรีอยุธยา
โดย พิทยะ ศรีวัฒนสารhttp://siamportuguesestudy.blogspot.com/2011/02/blog-post_7588.html?m=1
โฆษณา