การรักษาข้อเข่าเสื่อมด้วย "การฉีดน้ำเลี้ยงผิวข้อเข่า"
น้ำเลี้ยงผิวข้อเข่า หรือน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า มีส่วนประกอบหลัก คือ “Hyaluronic acid” ซึ่งมีลักษณะหนืดข้น เหมือนกับน้ำเลี้ยงข้อเข่า ทำให้ข้อเข่าลื่น ลดแรงกระแทกระหว่างกระดูก และลดการอักเสบของข้อเข่า
ทำให้เคลื่อนไหวเข่าได้ดีขึ้น ทั้งยังมีสารตั้งต้นที่ช่วยกระตุ้นให้เยื่อหุ้มข้อกลับมาสร้างน้ำเลี้ยงข้อเข่าได้อีกด้วย เป็นวิวัฒนาการการรักษาข้อเข่าเสื่อมชนิดใหม่ แทนการฉีดยาสเตียรอยด์ที่อาจมีผลข้างเคียงทำให้กระดูกอ่อนโดนทำลายมากขึ้นได้
■ การฉีดน้ำลี้ยงข้อเข่าเหมาะกับใครบ้าง ?
1. ผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมเล็กน้อยถึงปานกลาง
2. ผู้ที่รักษาด้วยยาแก้ปวด แก้อักเสบ และทำกายภาพบำบัดแล้วไม่ดีขึ้น
3. ผู้ที่มีปัญหาไตเสื่อม หรือเป็นแผลในกระเพาะอาหาร เพื่อลดการใช้ยาต้านการอักเสบ
4. ผู้ป่วยที่ต้องการชะลอการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม หรือ ผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดข้อเข่าเทียมได้
1
■ ชนิดและวิธีการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า
1. น้ำเลี้ยงข้อเข่าแบบโมเลกุลขนาดกลางและขนาดเล็ก
น้ำเลี้ยงข้อเข่าชนิดนี้ จะฉีด 3-5 เข็ม ห่างกัน 1-2 สัปดาห์ อาการปวด บวม และอักเสบดีขึ้น ตั้งแต่ 1-2 เข็มแรก เข็มที่ 3 ผู้ป่วยจะใช้งานเข่าได้ดี น้ำเลี้ยงข้อเข่าชนิดนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำเลี้ยงข้อเข่าได้อีกด้วย
2. น้ำเลี้ยงข้อเข่าแบบโมเลกุลขนาดใหญ่
น้ำเลี้ยงข้อเข่าชนิดนี้จะฉีดเพียง 1 เข็ม ขาดโมเลกุลใหญ่จะเน้นเรื่องการหล่อลื่นข้อเข่า จะทำให้ข้อเข่าทำงานได้ดีขึ้นในเข็มเดียว
1
■ การปฏิบัติตัวหลังฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า
หลังฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าแล้ว ในช่วง 2-3 วันแรก หลังฉีด ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ข้อเข่าที่มากเกินไป เช่น การเดินมากๆ หากพ้นช่วง 2-3 วันไปแล้วควรระมัดระวังการใช้ข้อเข่าอยู่ เพราะถ้าใช้ข้อเข่ามากเกินไปแล้วมีอาการมากขึ้น การรักษาครั้งต่อไปอาจได้ผลน้อยลง ทำให้ต้องรักษาโดยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมภายหลัง
หากมีอาการปวดหลังฉีด แนะนำให้ประคบเย็นที่ข้อเข่าจะช่วยลดอาการปวด และหายไวขึ้น
1
เมื่ออาการปวดข้อเข่าดีขึ้นแล้ว ผู้ป่วยควรดูแลตัวเองร่วมกับการรักษา เช่น การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การลดน้ำหนัก เพื่อลดแรงกดข้อเข่า การทำกายภาพบำบัด เป็นต้น
การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าจะมีผลลดอาการปวดได้ตั้งแต่ 3 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และพฤติกรรมการใช้ข้อเข่า
เพราะการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าไม่ได้ทำให้ข้อเข่าที่เสื่อมอยู่แล้ว เสื่อมน้อยลง เป็นเพียงการบรรเทาอาการปวด และสามารถใช้เข่าได้มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นการดูแลตัวเองร่วมด้วยจึงมีความจำเป็นเพื่อชะลอการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
■ ฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า หรือ ฉีด PRP แบบไหนดีกว่ากัน
- น้ำเลี้ยงข้อเข่า
ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำไขข้อของคนเรามากที่สุด ช่วยบรรเทาอาการปวด และชะลอการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้ มีทั้งแบบชนิดโมเลกุลเล็ก และแบบโมเลกุลใหญ่ โดยแพทย์จะพิจารณาตามอาการของผู้ป่วยแต่ละราย
- การฉีด PRP หรือ Platelet Rich Plasma
เป็นการน้ำเลือดของผู้ป่วย มาปั่นด้วยเครื่องปั่นเลือดชนิดพิเศษ เพื่อให้ได้เฉพาะเกล็ดเลือด และนำเกร็ดเลือดไปฉีดที่ข้อเข่า
จากการวิจัยพบว่า การฉีดเกล็ดเลือดหรือฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าให้ผลการรักษาไม่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคน
ดังนั้นแนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อก่อน เพื่อจะได้ตัดสินใจเลือกการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับตัวท่านเอง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์กระดูกและข้อ โทร.034-417-999 หรือ สายด่วน 1715 ต่อ 132, 133
โฆษณา